经典 · 本册其他条目เล่ม ๒๖
๓. มัตตาเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
๓. มัตตาเปติวัตถุ เรื่องนางมัตตาเปรต (นางติสสาถามนางเปรตตนหนึ่งว่า)
แน่ะนางเปรตผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงผุดขึ้น เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียด น่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เธอเป็นใครกันเล่ามายืนอยู่ ณ ที่นี้ @เชิงอรรถ : @ ที่อยู่ของเปรต, แดนเกิดเป็นเปรต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๓. มัตตาเปติวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อก่อน ฉันชื่อมัตตา เธอชื่อติสสา ฉันเป็นหญิงร่วมสามีของเธอ เพราะทำกรรมชั่วไว้ จึงต้องจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางติสสาถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ฉันเป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย ริษยา ตระหนี่ และมักโอ้อวด ได้กล่าววาจาชั่วต่อเธอ จึงจากมนุษยโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางติสสาถามว่า)
เรื่องนั้นเป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอเป็นหญิงดุร้ายอย่างไร แต่อยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไร เธอจึงมีร่างกายเปื้อนฝุ่น (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เธอกับฉันพากันอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว เธอได้นุ่งห่มผ้าสะอาด ประดับตกแต่งร่างกายแล้ว ส่วนฉันประดับตกแต่งเรียบร้อยยิ่งกว่าเธอมากนัก
เมื่อฉันนั้นกำลังจ้องมองดูเธอคุยอยู่กับสามี ทีนั้นฉันจึงเกิดความริษยาและความโกรธเป็นอันมาก
ทันใดนั้น ฉันได้กวาดตะล่อมฝุ่นแล้วเอาฝุ่นโปรยรดเธอ เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงมีร่างกายเปื้อนฝุ่น (นางติสสาถามว่า)
เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอเอาฝุ่นโปรยใส่ฉัน แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นหิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๓. มัตตาเปติวัตถุ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
เราทั้งสองเป็นคนหายา ได้พากันไปป่า เธอหายามาได้ ส่วนฉันนำหมามุ่ยมา
เมื่อเธอเผลอ ฉันได้โปรยหมามุ่ยลงบนที่นอนของเธอจนทั่ว เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงเป็นหิด (นางติสสาถามว่า)
เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอโปรยหมามุ่ยลงบนที่นอนของฉันจนทั่ว แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นหญิงเปลือยกาย (นางเปรตนั้นตอบว่า)
(วันหนึ่ง) ได้มีการประชุมมิตรสหายและญาติทั้งหลาย เธอได้รับเชิญ แต่ฉันซึ่งร่วมสามีกับเธอไม่มีใครเชิญเลย
เมื่อเธอเผลอ ฉันได้ลักขโมยผ้าเธอไป เพราะผลกรรมนั้น ฉันจึงเป็นหญิงเปลือยกาย (นางติสสาถามว่า)
เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอลักขโมยผ้าฉันไป แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไรเธอจึงมีกลิ่นกายเหม็นดังกลิ่นคูถ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ฉันได้ทิ้งห่อของหอม ดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ซึ่งมีราคาแพงของเธอลงส้วม ฉันทำบาปชั่วช้านั้นไว้แล้ว เพราะผลกรรมนั้น ฉันจึงมีกายเหม็นดังกลิ่นคูถ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๓. มัตตาเปติวัตถุ (นางติสสาถามว่า)
เรื่องนี้เป็นความจริง ถึงฉันก็รู้ว่า เธอทำบาปนั้นไว้แล้ว แต่ฉันอยากจะถามเธอถึงเรื่องอื่น เพราะกรรมอะไรเธอจึงเป็นคนยากจน (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ที่เรือนของเราทั้งสองได้มีทรัพย์อยู่เท่ากัน เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ฉันไม่ได้ทำที่พึ่งสำหรับตน เพราะผลกรรมนั้นฉันจึงเป็นคนยากจน
ครั้งนั้น เธอได้กล่าวตักเตือนฉัน ห้ามไม่ให้ทำกรรมชั่วว่า เธอจะไม่มีทางได้สุคติ เพราะกรรมชั่ว (นางติสสากล่าวว่า)
เธอไม่เชื่อเรา ที่แท้กลับริษยาเรา เชิญเธอดูผลกรรมชั่ว
เมื่อก่อน ที่เรือนของเธอได้มีนางทาสีและเครื่องประดับเหล่านี้ แต่เดี๋ยวนี้ นางทาสีเหล่านั้นพากันรับใช้คนอื่น โภคะทั้งหลายเป็นของไม่แน่นอน
บัดนี้ กุฎุมพีผู้เป็นบิดาของบุตรเรา จักกลับจากตลาดมายังบ้านนี้ เธออย่าเพิ่งรีบไปจากที่นี่เสียก่อนละ บางทีเขากลับมาจะพึงให้อะไรแก่เธอบ้าง (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ฉันเปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น การเปลือยกายและการมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวนี้ เป็นสิ่งที่น่าละอายสำหรับหญิงทั้งหลาย กุฎุมพีผู้เป็นบิดาของบุตรอย่าได้เห็นฉันเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๓. มัตตาเปติวัตถุ (นางติสสากล่าวว่า)
ว่ามาเถอะ ฉันจะให้หรือทำอะไรแก่เธอ ที่เป็นเหตุให้เธอมีความสุข สำเร็จความปรารถนาทุกอย่าง ฉันจะให้หรือกระทำแก่เธอ (นางเปรตนั้นตอบว่า)
ขอเธอจงนิมนต์ภิกษุ ๔ รูปจากสงฆ์ นิมนต์เจาะจงอีก ๔ รูป รวมเป็น ๘ รูป ให้ฉันภัตตาหารแล้วอุทิศส่วนบุญให้ฉัน เมื่อนั้น ฉันจักได้รับความสุข สำเร็จความปรารถนาทุกอย่าง
นางติสสานั้นรับว่า ได้จ้ะ แล้วนิมนต์ภิกษุ ๘ รูปให้ฉันภัตตาหาร ให้ครองไตรจีวร แล้วอุทิศส่วนบุญให้นางเปรตนั้น
ในลำดับที่นางติสสาอุทิศส่วนบุญให้นั้นเอง วิบากคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม และน้ำดื่ม ก็เกิดขึ้นแก่นางเปรตนั้น นี้เป็นผลแห่งทักษิณา
ทันใดนั้น นางเปรตมีร่างกายหมดจด นุ่งผ้าสะอาด สวมใส่ผ้าเนื้อดีกว่าผ้าแคว้นกาสี มีพัสตราภรณ์และเครื่องประดับวิจิตรงดงาม เข้าไปหานางติสสาซึ่งเป็นหญิงร่วมสามี (นางติสสาจึงถามว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพรึก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๔. นันทาเปติวัตถุ
เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามว่า สมัยเมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (นางมัตตาเทพธิดาตอบว่า)
เมื่อก่อน ฉันชื่อมัตตา เธอชื่อติสสา ฉันเป็นหญิงร่วมสามีของเธอ เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก
ฉันบันเทิงอยู่เพราะทานที่เธออุทิศให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน คุณน้อง ขอเธอพร้อมด้วยหมู่ญาติทุกคนจงมีอายุยืนนานเถิด จงเข้าถึงสถานที่ที่ไม่มีความเศร้าโศก ปราศจากธุลี มีความสำราญซึ่งเป็นที่อยู่ของท้าววสวัตดี
เธอผู้มีรูปงาม เธอประพฤติธรรม ให้ทานในโลกนี้ กำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมทั้งเหตุได้แล้ว ไม่มีใครตำหนิติเตียนได้ จงเข้าถึงโลกสวรรค์ มัตตาเปติวัตถุที่ ๓ จบ