This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๓๓ · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

本册其他条目

๑. ภัททาลิเถราปทาน๒. เอกฉัตติยเถราปทาน๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน๔. มธุมังสทายกเถราปทาน๕. นาคปัลลวกเถราปทาน๖. เอกทีบียเถราปทาน๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน๘. ยาคุทายกเถราปทาน๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน๑๐. มัญจทายกเถราปทาน๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน๓. เอกาสนทายกเถราปทาน๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. เอกธัมมสวนิยเถราปทาน๘. สุจินติตเถราปทาน๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทาน๑. เอกวิหาริยเถราปทาน๒. เอกสังขิยเถราปทาน๓. ปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน๖. กลัมพทายกเถราปทาน๗. อัมพาฏกทายกเถราปทาน๘. หรีตกิทายกเถราปทาน๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทาน๑. วิเภทกพีชิยเถราปทาน๒. โกลทายกเถราปทาน๓. เวลุวผลิยเถราปทาน๔. ภัลลาตกทายกเถราปทาน๕. อุมมาปุปผิยเถราปทาน๖. อัมพาฏกิยเถราปทาน๗. สีหาสนิกเถราปทาน๘. ปาทปิฐิยเถราปทาน๙. เวทิยการกเถราปทาน๑๐. โพธิฆรการกเถราปทาน๑. ชคติทายกเถราปทาน๒. โมรหัตถิยเถราปทาน๓. สีหาสนพีชิยเถราปทาน๔. ติณุกกธาริยเถราปทาน๕. อักกมนทายกเถราปทาน๖. วนโกรัณฑิยเถราปทาน๗. เอกฉัตติยเถราปทาน๘. ชาติปุปผิยเถราปทาน๙. สัตติปัณณิยเถราปทาน๑๐. คันธปูชกเถราปทาน๑. สาลกุสุมิยเถราปทาน๒. จิตกปูชกเถราปทาน๓. จิตกนิพพาปกเถราปทาน๔. เสตุทายกเถราปทาน๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน๖. อวฏผลิยเถราปทาน๗. ลพุชผลทายกเถราปทาน๘. มิลักขุผลทายกเถราปทาน๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน๑. นฬมาลิยเถราปทาน๒. มณิปูชกเถราปทาน๓. อุกกาสติกเถราปทาน๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน๕. กุมมาสทายกเถราปทาน๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน๙. ปานธิทายกเถราปทาน๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน๑. ปังสุกุลสัญญกเถราปทาน๒. พุทธสัญญกเถราปทาน๓. ภิสทายกเถราปทาน๔. ญาณถวิกเถราปทาน๕. จันทนมาลิยเถราปทาน๖. ธาตุปูชกเถราปทาน๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน๘. ตรณิยเถราปทาน๙. ธัมมรุจิเถราปทาน๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทาน๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน๖. ฆตมัณฑทายกเถราปทาน๗. อุทกทายกเถราปทาน๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทาน๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทาน๔. อวฏผลิยเถราปทาน๕. จารผลิยเถราปทาน๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทาน๗. อัชเชลผลทายกเถราปทาน๘. อโมรผลิยเถราปทาน๙. ตาลผลิยเถราปทาน๑๐. นาลิเกรผลทายกเถราปทาน๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทาน๓. โกสุมพผลิยเถราปทาน๔. เกตกปุปผิยเถราปทาน๔. นาคปุปผิยเถราปทาน๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทาน๗. กุฏชปุปผิยเถราปทาน๘. โฆสสัญญกเถราปทาน๙. สัพพลทายกเถราปทาน๑๐. ปทุมธาริยเถราปทาน๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน๒. เวจจกทายกเถราปทาน๓. สรณคมนิยเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน๕. สุปฏทายกเถราปทาน๖. ทัณฑทายกเถราปทาน๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน๑๐. สุคันธเถราปทาน๑. มหากัจจายนเถราปทาน๒. วักกลิเถราปทาน๓. มหากัปปินเถราปทาน๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน๕. กุมารกัสสปเถราปทาน๖. พาหิยเถราปทาน๗. มหาโกฏฐิตเถราปทาน๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน๙. ราธเถราปทาน๑๐. โมฆราชเถราปทาน๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน๒. กังขาเรวตเถราปทาน๓. สีวลีเถราปทาน๔. วังคีสเถราปทาน๕. นันทกเถราปทาน๖. กาฬุทายีเถราปทาน๗. อภยเถราปทาน๘. โลมสติยเถราปทาน๙. วนวัจฉเถราปทาน๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน๑. สุเมธาเถริยาปทาน๒. เมขลทายิกาเถริยาปทาน๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน๔. สังกมนทาเถริยาปทาน๕. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทาน๘. สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทาน๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน๑. เอกุโปสถิกาเถริยาปทาน๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน๓. โมทกทายิกาเถริยาปทาน๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน๖. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๗. มหาปชาบดีโคตมีเถริยาปทาน๘. เขมาเถริยาปทาน๙. อุบลวรรณาเถริยาปทาน๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทาน๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน๒. กิสาโคตมีเถริยาปทาน๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน๔. สกุลาเถริยาปทาน๕. นันทาเถริยาปทาน๖. โสณาเถริยาปทาน๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน๘. ยโสธราเถริยาปทาน๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่น๑๐. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นแปดพัน๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน๓. อุปลทายิกาเถริยาปทาน๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทาน๕. สุกกาเถริยาปทาน๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน๑๐. เสลาเถริยาปทานรัตนะจงกรมกัณฑ์๑. ทีปังกรพุทธวงศ์๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์๓. มังคลพุทธวงศ์๔. สุมนพุทธวงศ์๕. เรวตพุทธวงศ์๖. โสภิตพุทธวงศ์๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์๘. ปทุมพุทธวงศ์๙. นารทพุทธวงศ์๑๐. ปทุมุตรพุทธวงศ์๑๑. สุเมธพุทธวงศ์๑๒. สุชาตพุทธวงศ์๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์๑๔. อัตถทัสสีพุทธวงศ์๑๕. ธรรมทัสสีพุทธวงศ์๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์๑๗. ติสสพุทธวงศ์๑๘. ปุสสพุทธวงศ์๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์๒๐. สิขีพุทธวงศ์๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์๒๒. กุกกุสันธพุทธวงศ์๒๓. โกนาคมนพุทธวงศ์๒๔. กัสสปพุทธวงศ์๒๕. โคตมพุทธวงศ์พุทธปกิรณกกัณฑ์ธาตุภาชนียกถา๑. อกิตติจริยา๒. สังขพราหมณจริยา๓. กุรุธรรมจริยา๔. มหาสุทัสนจริยา๕. มหาโควินทจริยา๖. เนมิราชจริยา๗. จันทกุมารจริยา๘. สีวีราชจริยา๙. เวสสันตรจริยา๑๐. สสปัณฑิตจริยา๑. สีลวนาคจริยา๒. ภูริทัตตจริยา๓. จัมเปยยกจริยา๔. จูฬโพธิจริยา๕. มหิสราชจริยา๖. รุรุมิคจริยา๗. มาตังคจริยา๘. ธรรมเทวปุตตจริยา๙. ชยทิสจริยา๑๐. สังขปาลจริยา๑. ยุธัญชยจริยา๒. โสมนัสสจริยา๓. อโยฆรจริยา๔. ภิงสจริยา๕. โสณนันทปัณฑิตจริยา๖. มูคผักขจริยา๗. กปิลราชจริยา๘. สัจจสวหยปัณฑิตจริยา๙. วัฏฏกโปตกจริยา๑๐. มัจฉราชจริยา๑๑. กัณหทีปายนจริยา๑๒. สุตโสมจริยา๑๓. สุวรรณสามจริยา๑๔. เอกราชจริยา๑๕. มหาโลมหังสจริยาสโมธานกถา

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๑. ภัททาลิเถราปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

สุตฺตนฺตปิฏเก ขุทฺทกนิกายสฺส อปทานํ -------------- นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ ทฺวาจตฺตาฬีสโม ภทฺทาลิวคฺโค ปฐมํ ภทฺทาลิตฺเถราปทานํ (๔๑๑)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ พุทธวงศ์-จริยาปิฎก ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น อปทาน ภัททาลิวรรคที่ ๔๒ ภัททาลิเถราปทานที่ ๑ ว่าด้วยผลแห่งการสร้างมณฑป

注释

/อป./ |๑.๑| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อคฺโค การุณิโก มุนิ วิเวกกาโม โลกคฺโค หิมวนฺตํ อุปาคมิ ฯ |๑.๒| อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ สุเมโธ โลกนายโก ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน นิสีทิ ปุริสาสโภ ฯ |๑.๓| สมาธึ โส สมาปนฺโน สุเมโธ โลกนายโก สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๑.๔| ขาริกาชํ คเหตฺวาน วนมชฺโฌคหึ อหํ ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ โอฆติณฺณมนาสวํ ฯ |๑.๕| สมฺมชฺชนึ คเหตฺวาน สมฺมชฺชิตฺวาน อสฺสมํ จตุทณฺเฑ ฐเปตฺวาน อกาสึ มณฺฑปํ ตทา ฯ |๑.๖| สาลปุปฺผํ คเหตฺวาน มณฺฑปํ ฉาทยึ อหํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อวนฺทึ โลกนายกํ ฯ |๑.๗| ยํ วทนฺติ สุเมโธติ ภูริปญฺญํ สุเมธสํ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑.๘| พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย สพฺเพ เทวา สมาคมุํ อสํสยํ พุทฺธเสฏฺโฐ ธมฺมํ เทเสติ จกฺขุมา ฯ |๑.๙| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห เทวสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑.๑๐| โย เม สตฺตาหํ มณฺฑปํ ธารยิ สาลฉาทนํ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๑.๑๑| เทวภูโต มนุสฺโส วา เหมวณฺโณ ภวิสฺสติ ปหูตโภโค หุตฺวาน กามโภคี ภวิสฺสติ ฯ |๑.๑๒| สฏฺฐี นาคสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนิวาสสา ฯ |๑.๑๓| อารุฬฺหา คามณีเยภิ โตมรงฺกุสปาณิภิ สายํ ปาโต อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉิสฺสนฺติมํ นรํ ฯ เตหิ นาเคหิ ปริวุโต รมิสฺสติ อยํ นโร |๑.๑๔| สฏฺฐี อสฺสสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ อาชานียา จ ชาติยา สินฺธวา สีฆพาหนา |๑.๑๕| อารุฬฺหา คามณีเยภิ อินฺทิยาจาปธาริภิ ฯ ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ |๑.๑๖| สฏฺฐี รถสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา ฯ ทีปา อโถปิ เวยฺยคฺฆา สนฺนทฺธา อุสฺสิตทฺธชา |๑.๑๗| อารุฬฺหา คามณีเยภิ จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ฯ ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ |๑.๑๘| สฏฺฐี คามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส ฯ ปหูตธนธญฺญานิ สุสมิทฺธานิ สพฺพโส สทา ปาตุภวิสฺสนฺติ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑.๑๙| หตฺถี อสฺสา รถา ปตฺตี เสนา จ จตุรงฺคินี ปริวาเรสฺสนฺติมํ นิจฺจํ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑.๒๐| อฏฺฐารเส กปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑.๒๑| สตานํ ตีณิกฺขตฺตุํ จ เทวรชฺชํ กริสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๑.๒๒| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑.๒๓| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๒๔| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ อทฺทสํ โลกนายกํ เอตฺถนฺตรํ อุปาทาย คเวสึ อมตํปทํ ฯ |๑.๒๕| ลาภา มยฺหํ สุลทฺธํ เม ยมหํ ญามิ สาสนํ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑.๒๖| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม ญาณํ ปฏิกิตฺเตตฺวาน ปตฺโตมฺหิ อมตํปทํ ฯ |๑.๒๗| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ สพฺพตฺถ สุขิโต โหมิ ผลมฺเม ญาณกิตฺตเน ฯ |๑.๒๘| อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ จริโม วตฺตตี ภโว นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๒๙| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑.๓๐| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑.๓๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภทฺทาลิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ภทฺทาลิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ผู้เลิศ ประกอบด้วย พระกรุณา เป็นมุนี ปรารถนาความวิเวก เลิศกว่าโลก ได้เสด็จเข้า ไปยังป่าหิมพานต์ ครั้นแล้ว พระสุเมธสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้นำโลก ประเสริฐกว่าบุรุษ ได้ประทับนั่งขัดสมาธิ พระพุทธเจ้าผู้นำโลก พระนามว่าสุเมธะผู้สูงสุดกว่าบุรุษ พระองค์ประทับนั่งขัดสมาธิอยู่ ๗ คืน ๗ วัน เราถือหาบเข้าไปกลางป่า ณ ที่นั้นเราได้เห็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ครั้งนั้น เราจับไม้กวาด กวาดอาศรม ปักไม้สี่อันทำเป็นมณฑป เราเอาดอกรังมามุงมณฑป เราเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้ถวายบังคมพระผู้นำโลกแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ที่ชนทั้งหลายกล่าวกันว่า มีปัญญาดังแผ่นดิน มีพระปัญญาดี ประทับนั่ง ณ ท่ามกลาง พระภิกษุสงฆ์ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ เทวดาทั้งปวงทราบว่า พระพุทธเจ้าจะเปล่งวาจา จึงพากันมาประชุมด้วยคิดว่า พระพุทธ เจ้าผู้ประเสริฐสุด มีพระจักษุ จะทรงแสดงพระธรรมเทศนา โดยไม่ต้องสงสัย พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้สมควรรับ เครื่องบูชา ประทับนั่งในหมู่เทวดา ได้ตรัสพระคาถาดังต่อไปนี้ ผู้ใดทรงมณฑป มีดอกรังเป็นเครื่องมุงแก่เราตลอด ๗ วัน เราพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นเกิดเป็นเทวดา หรือมนุษย์ จักเป็นผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำจักมีโภคทรัพย์ ล้นเหลือบริโภคกาม ช้างมาตังคะ ๖ หมื่นเชือกประดับด้วยเครื่อง อาภรณ์ทุกชนิด รัดประคน และพานหน้าพานหลังล้วนทองกอปร ด้วยเครื่องประดับศีรษะและข่ายทอง มีนายหัตถาจารย์ผู้มีมือถือหอก ซัดและขอ ขึ้นขี่ประจำ จักมาสู่ที่บำรุงผู้นั้นทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ผู้นี้จักเป็นผู้อันช้างเหล่านั้นแวดล้อมแล้ว รื่นรมย์อยู่ สินธพอาชาไนย โดยกำเนิด ๖ หมื่นม้า ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่างเป็น พาหนะว่องไว มีอัสวาจารย์ผู้สวมเกราะถือธนู ขึ้นขี่ประจำ จัก แวดล้อมอยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา รถ ๖ หมื่นคัน ประดับด้วยสรรพาลังการ หุ้มด้วยหนังเสือเหลืองบ้าง ด้วยหนังเสือ โคร่งบ้าง มีธงปักหน้ารถ มีคนขับถือธนูสวมเกราะขึ้นประจำ จัก แวดล้อมผู้นี้อยู่เป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา บ้าน ๖ หมื่นบริบูรณ์ ด้วยเครื่องใช้ทุกสิ่ง มีทรัพย์และข้าวเปลือกล้นเหลือ บริบูรณ์ดีทุก ประการ จักมีปรากฏอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เสนาสี่เหล่า คือ กองช้าง กองม้า กองรถ กองราบ จักแวดล้อมผู้นี้อยู่เป็น นิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๑,๘๐๐ ผู้นี้จักรื่นรมย์อยู่ ในเทวโลก จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักรเสวย ราชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน ไพบูลย์โดยคณนานับไม่ถ้วน ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ พระศาสดามีพระ นามว่า โคดม ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราชจักเสด็จอุบัติ ขึ้นในโลก ข้าพระองค์เป็นทายาทในธรรมของพระองค์ท่าน เป็น โอรสอันธรรมนิรมิตแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (แต่กัปนี้) ข้าพระองค์ได้เห็นพระศาสดา ผู้นำโลก ในระหว่างนี้ ข้าพระองค์ได้แสวงหาอมตบท การที่ข้าพระ องค์รู้ศาสนธรรมนี้ เป็นลาภของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้ดีแล้ว วิชชา ๓ ข้าพระองค์บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนา ข้าพระ- องค์ทำเสร็จแล้ว ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอ นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สูงสุดกว่าบุรุษ ข้าพระองค์ ได้บรรลุอมตบท เพราะกล่าวสดุดีพระพุทธญาณ ข้าพระองค์เข้า ในถิ่นกำเนิดใดๆ คือ จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ย่อมเป็นผู้มีความสุข ในที่ทุกสถาน นี้เป็นผลในการที่ข้าพระองค์กล่าวสดุดีพระพุทธญาณ นี้เป็นการเกิดครั้งหลังของข้าพระองค์ ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพระองค์ตัดกิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมด แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่ข้าพระองค์ได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของข้าพระองค์นี้ เป็น การมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ ข้าพระองค์บรรลุแล้วโดยลำดับ พระ- พุทธศาสนา ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ได้ทำให้แจ้ง แล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภัททาลิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ภัททาลิเถราปทาน.

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย