This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระสุตตันตปิฎก

๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๔๙พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก1 条2 个版本

巴利文与译文

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปัญจทีปิกาเถริยาปทานที่ ๙ ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยประทีป ๕ ดวง

นวมํ ปญฺจทีปิกาเถริยาปทานํ (๙)

๑๔๙

ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉัน ต้องการกุศล จึงเที่ยวไปสู่อารามหนึ่งจากอารามหนึ่ง ได้พบไม้โพธิ์ อันอุดม วันกาฬปักษ์ ยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้ว นั่งลง ที่โคนไม้โพธิ์ ดิฉันตั้งจิตเคารพประนมอัญชลีเหนือเศียรเกล้า สำแดงความโสมนัสแล้วคิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้า มีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอไซร้ ก็ขอให้ทรง แสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอไม้โพธิ์จงเปล่งรัศมี ทันใดนั้นเอง ไม้โพธิ์ ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อมกับที่ดิฉันนึก รัศมีสำเร็จด้วยสีทอง ล้วนไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉันนั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันเป็นวันคำรบ ๗ ดิฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ ดวงลุกโพลงล้อมรอบอาสนะ ครั้งนั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่ จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการ ตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้างให้ดิฉันอย่างสวยงามในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่า "ปัญจทีปวิมาน" ปัญจทีปวิมานนั้นสูง ๑๐๐ โยชน์ กว้าง ๖๐ โยชน์ ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมดิฉันอยู่ ทั่วเทพพิภพ โชติช่วงด้วยแสงประทีป คนที่หันหน้าไปทางทิศบูรพา ถ้าดิฉัน ปรารถนาที่จะดู ดิฉันย่อมเห็นได้ด้วยจักษุทุกคน ทั้งเบื้องบน เบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่ว ที่คนทำในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้ หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินท- เทวราช ๘๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดนั้นๆ ประทีปตั้งแสนๆ ส่องแสง ล้อมดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉัน อยู่ในครรภ์มารดา จักษุของดิฉันไม่หลับ ประทีปตั้งจำนวนแสนดวง ส่องสว่างอยู่ในเรือนประสูติของดิฉัน ผู้พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรม นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันกลับฉันทะ ที่มีในใจ เห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะ พอเกิดได้อายุ ๗ ขวบ ดิฉันได้บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าพระนาม ว่าโคดม ทรงทราบถึงคุณของดิฉัน จึงให้ดิฉันอุปสมบท ดิฉันเข้า ฌานอยู่ในมณฑป โคนไม้ ปราสาท ถ้ำ หรือเรือนอันว่างเปล่าก็ดี ประทีป ๕ ดวงส่องแสงสว่างให้ดิฉัน ทิพพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์ ดิฉันฉลาดในสมาธิ ถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่ง ประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันชื่อว่าปัญจทีปา ขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ดิฉันได้ถวายประทีปใดในครั้งนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น ดิฉัน ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน.

|๑๔๙.๙๑| นคเร หํสวติยา จารินี อาสหํ ตทา อาราเมเนว อารามํ จรามิ กุสลตฺถิกา ฯ |๑๔๙.๙๒| กาลปกฺขมฺหิ ทิวเส อทฺทสํ โพธิมุตฺตมํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โพธิมูเล นิสีทหํ ฯ |๑๔๙.๙๓| ครุจิตฺตํ อุปฏฺเฐตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ |๑๔๙.๙๔| ยทิ พุทฺโธ อมิตคุโณ อสมปฺปฏิปุคฺคโล ทสฺเสตุ ปาฏิหีรํ เม โพธิ โอภาสตุ อยํ ฯ |๑๔๙.๙๕| สห อาวชฺชิเต มยฺหํ โพธิ ปชฺชลิ ตาวเท สพฺพโสวณฺณมยา อาสิ ทิสา สพฺพา วิโรจติ ฯ |๑๔๙.๙๖| สตฺตรตฺตินฺทิวํ ตตฺถ โพธิมูเล นิสีทหํ สตฺตเม ทิวเส ปตฺเต ทีปปูชํ อกาสหํ ฯ |๑๔๙.๙๗| อาสนํ ปริวาเรตฺวา ปญฺจทีปานิ ปชฺชลุํ ยาว อุเทติ สุริโย ทีปา เม ปชฺชลุํ ตทา ฯ |๑๔๙.๙๘| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๔๙.๙๙| ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ปญฺจทีปาติ วุจฺจติ สตโยชนมุพฺเพธํ สฏฺฐิโยชนวิตฺถตํ ฯ |๑๔๙.๑๐๐| อสงฺเขยฺยานิ ทีปานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ยาวตา เทวภวนํ ทีปาโลเกน โชตติ ฯ |๑๔๙.๑๐๑| ปุริตฺถาภิมุขา สนฺติ ยทิ อิจฺฉามิ ปสฺสิตุํ อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ สพฺพํ ปสฺสามิ จกฺขุนา ฯ |๑๔๙.๑๐๒| ยาวตา อภิกงฺขามิ ทฏฺฐุํ สุกตทุกฺกฏํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถิ รุกฺเขสุ ปพฺพเตสุ วา ฯ |๑๔๙.๑๐๓| อสีติเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ สตานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ |๑๔๙.๑๐๔| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ทีปสตสหสฺสานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ฯ |๑๔๙.๑๐๕| เทวโลกา จวิตฺวาน อุปฺปชฺชึ มาตุกุจฺฉิยํ มาตุ กุจฺฉคตํ สนฺตํ อกฺขิ เม น นิมีลติ ฯ |๑๔๙.๑๐๖| ทีปสตสหสฺสานิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน สูติฆเรว ชลนฺติ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๐๗| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต มานสํ วินิวตฺตยึ อชรามรํ สีติภาวํ นิพฺพานํ ปสฺสยึ อหํ ฯ |๑๔๙.๑๐๘| ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย โคตโม ฯ |๑๔๙.๑๐๙| มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ปาสาเทสุ คุหาสุ วา สุญฺญาคาเร ปชฺฌายนฺตา ปญฺจทีปา ชลนฺติ เม ฯ |๑๔๙.๑๑๐| ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสลา อหํ อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๑๑| สพฺพโวสิตโวสานา กตกิจฺจา อนาสวา ปญฺจทีปา มหาวีร ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ |๑๔๙.๑๑๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๑๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๔๙.๑๑๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๔๙.๑๑๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ปญฺจทีปิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปญฺจทีปิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน