This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๗ · จุลวรรค ภาค ๒

本册其他条目

วัตรในการอาบน้ำ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องเครื่องประดับต่างชนิดเรื่องทรงห้ามฉันมะม่วงเรื่องภิกษุถูกงูกัดเรื่องภิกษุตัดองค์กำเนิดเรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์เรื่องจีวรเรื่องผ้ากรองน้ำเรื่องที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกายเรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวีเรื่องโพธิราชกุมารเรื่องนางวิสาขา มิคารมารดาเรื่องไม้เท้าเรื่องภิกษุเรอทรงห้ามสั่งสมเครื่องโลหะเครื่องสัมฤทธิ์เรื่องประคดเอวเรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์เรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้าทรงอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ…เรื่องการให้พรเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะประพฤติอนาจารต่างๆพุทธานุญาตเครื่องโลหะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหารพุทธานุญาตบานประตูพุทธานุญาตด้ายพุทธานุญาตไม้สำหรับแขวนเรื่องอนาถบิณฑกคหบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกเรื่องช่างชุนเข็ญใจเรื่องความเคารพอนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนารามเรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้นภิกษุผู้ควรได้รับสมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะเรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่งวินัยกถาเรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจกเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลังมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะพุทธานุญาตภัตรสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องมหานามศากยะและอนุรุทธศากยะเรื่องพระเทวทัตพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์เรื่องอชาตสัตตุกุมารปล่อยช้างนาฬาคิรีเรื่องวัตถุ ๕ ประการพระเทวทัตหาพรรคพวกพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับสังฆราชีผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบายหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอาคันตุกะอาวาสิกวัตรคมิกวัตรภัตตานุโมทนาภัตตัคควัตรปิณฑจาริกวัตรอารัญญกวัตรเสนาสนวัตรชันตาฆรวัตรมูลเหตุวัจจกุฎีวัตรมูลเหตุอุปัชฌายวัตรมูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตรมูลเหตุอาจริยวัตรมูลเหตุอันเตวาสิกวัตรหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอานนทเถระความอัศจรรย์ไม่เคยมีในมหาสมุทร ๘ ประการวิธีงดปาติโมกข์ เรื่องพระฉัพพัคคีย์การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม ไม่ต้องเดือดร้อน…หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีพุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์พุทธานุญาตให้รับอาบัติพุทธานุญาตให้ทำกรรมภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณีเรื่องงดโอวาทรัดสีข้าง แต่งกาย ทาหน้าเป็นต้น ใช้จีวรสีครามล้วนเป็นต้นพินัยกรรมพุทธานุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราวอันตรายิกธรรมของภิกษุณีวัดเงาแดดเป็นต้นเรื่องปวารณางดอุโบสถเป็นต้นเรื่องไปด้วยยานเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีภิกษุณีอยู่ป่าเรื่องภิกษุณีไม่บอกลาสิกขานั่งขัดสมาธิหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระมหากัสสปเถระพระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยพระอานนท์วิสัชนาพระธรรมเรื่องสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์เรื่องพระปุราณเถระพรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตรเรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระเรื่องพระเรวตเถระปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหเถระปริวิตกเรื่องพระอุตตรเถระสงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีถามสมมติภิกษุเป็นพวกปราจีนและปาฐาเรื่องพระอชิตะหัวข้อประจำขันธกะ

经典 · พระวินัยปิฎก

เรื่องพระอชิตะ

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๖๕๐–๖๖๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒14 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องพระอชิตะ

๖๕๐注释

เตน โข ปน สมเยน อชิโต นาม ภิกฺขุ ทสวสฺโส สงฺฆสฺส ปาติโมกฺขุทฺเทสโก โหติ ฯ อถโข สงฺโฆ อายสฺมนฺตํปิ อชิตํ สมฺมนฺนติ เถรานํ ภิกฺขูนํ อาสนปญฺญาปกํ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ กตฺถ นุ โข มยํ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยามาติ ฯ อถโข เถรานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ อยํ โข วาลิการาโม รมณีโย อปฺปสทฺโท อปฺปนิคฺโฆโส ยนฺนูน มยํ วาลิการาเม อิมํ อธิกรณํ วูปสเมยฺยามาติ ฯ อถโข เถรา ภิกฺขู วาลิการามํ อคมํสุ ตํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุกามา ฯ

โดยสมัยนั้นแล พระอชิตะมีพรรษาได้ ๑๐ เป็นผู้สวดปาติโมกข์ แก่สงฆ์ ครั้งนั้น สงฆ์สมมติท่านพระอชิตะให้เป็นผู้ปูอาสนะเพื่อพระเถระทั้งหลาย พระเถระทั้งหลายคิดกันว่า พวกเราจะระงับอธิกรณ์นี้ ณ ที่ไหนหนอ แล้วคิด ต่อไปว่า วาลิการามนี้แล เป็นรมณียสถาน มีเสียงน้อย ไม่มีเสียงเอ็ดอึง ถ้าไฉนพวกเราจะพึงระงับอธิกรณ์นี้ ณ วาลิการาม ครั้งนั้น พระเถระทั้งหลาย ที่ประสงค์จะวินิจฉัยอธิกรณ์นั้น ได้พากันไปวาลิการาม ฯ สมมติตนเป็นผู้ถามและแก้

๖๕๑

อถโข อายสฺมา เรวโต สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ วินยํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อายสฺมา สพฺพกามี สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ เรวเตน วินยํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าพึงถามพระวินัยกะท่านพระสัพพกามี ท่านพระสัพพกามีประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าอันพระเรวตะถามพระวินัยแล้ว จะพึงแก้ ฯ ถามและแก้วัตถุ ๑๐ ประการ

๖๕๒

อถโข อายสฺมา เรวโต อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ เอตทโวจ กปฺปติ ภนฺเต สิงฺคิโลณกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส สิงฺคิโลณกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต สิงฺคินา โลณํ ปริหริตุํ ยตฺถ อโลณิกํ ภวิสฺสติ ตตฺถ ปริภุญฺชิสฺสามีติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ สนฺนิธิการกโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ปฐมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ปฐมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะถามท่านพระสัพพกามีว่า สิงคิโลณกัปปะ ควรหรือ ขอรับ พระสัพพกามีย้อนถามว่า สิงคิโลณกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การเก็บเกลือไว้ในเขนงโดยตั้งใจว่า จักปรุงในอาหารที่จืดฉัน ควร หรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะอาหารที่ทำการสั่งสม ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๑ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้ จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๑ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๓

กปฺปติ ภนฺเต ทฺวงฺคุลกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส ทฺวงฺคุลกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ทฺวงฺคุลาย ฉายาย วีติวตฺตาย วิกาเล โภชนํ ภุญฺชิตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วิกาลโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ทุติยํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ทุติยํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. ทวังคุลกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ทวังคุลกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การฉันโภชนะในวิกาล เมื่อตะวันบ่ายล่วงแล้วสององคุลี ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะในเวลาวิกาล ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๒ นี้สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๒ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๔

กปฺปติ ภนฺเต คามนฺตรกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส คามนฺตรกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต อิทานิ คามนฺตรํ คมิสฺสามีติ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ โภชนํ ภุญฺชิตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ อนติริตฺตโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ตติยํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ตติยํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. คามันตรกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. คามันตรกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. ภิกษุฉันเสร็จห้ามภัตรแล้วคิดว่า จักเข้าละแวกบ้าน ในบัดนี้ ฉันโภชนะเป็นอนติริตตะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะเป็นอนติริตตะ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๓ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๓ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๕

กปฺปติ ภนฺเต อาวาสกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อาวาสกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต สมฺพหุลา อาวาสา สมานสีมา นานูโปสถํ กาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห อุโปสถสํยุตฺเตติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วินยาติสาเร ทุกฺกฏนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ จตุตฺถํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ จตุตฺถํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. อาวาสกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาวาสกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. อาวาสหลายแห่ง มีสีมาเดียวกัน ทำอุโบสถต่างกัน ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์อุโบสถสังยุต ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะละเมิดวินัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๔ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๔ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๖

กปฺปติ ภนฺเต อนุมติกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อนุมติกปฺโปติ ฯ กปฺเปติ ภนฺเต วคฺเคน สงฺเฆน กมฺมํ กาตุํ อาคเต ภิกฺขู อนุมาเนสฺสามาติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ จมฺเปยฺยเก วินยวตฺถุสฺมินฺติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ วินยาติสาเร ทุกฺกฏนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ปญฺจมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ปญฺจมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. อนุมติกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อนุมติกัปปะนั้น คืออะไร ร. สงฆ์เป็นวรรคทำกรรม ด้วยตั้งใจว่า จักให้ภิกษุที่มาแล้วอนุมัติ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองจัมเปยยกะ ปรากฏในเรื่องวินัย ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติทุกกฏ ในเพราะละเมิดวินัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๕ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๕ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๗

กปฺปติ ภนฺเต อาจิณฺณกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อาจิณฺณกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต อิทํ เม อุปชฺฌาเยน อชฺฌาจิณฺณํ อิทํ เม อาจริเยน อชฺฌาจิณฺณนฺติ อชฺฌาจริตุนฺติ ฯ อาจิณฺณกปฺโป โข อาวุโส เอกจฺโจ กปฺปติ เอกจฺโจ น กปฺปตีติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ฉฏฺฐํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ฉฏฺฐํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. อาจิณณกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาจิณณกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. การประพฤติวัตรด้วยเข้าใจว่า นี้พระอุปัชฌายะของเราเคยประพฤติมา นี้พระอาจารย์ของเราเคยประพฤติมา ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อาจิณณกัปปะบางอย่างควร บางอย่างไม่ควร ขอรับ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๖ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๖ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๘

กปฺปติ ภนฺเต อมถิตกปฺโปติ ฯ โก โส อาวุโส อมถิตกปฺโปติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ยํ ตํ ขีรํ ขีรภาวํ วิชหิตํ อสมฺปตฺตํ ทธิภาวํ ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อนติริตฺตํ ปาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ อนติริตฺตโภชเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ สตฺตมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ สตฺตมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. อมถิตกัปปะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. อมถิตกัปปะนั้น คืออะไร ขอรับ ร. นมสดละความเป็นนมสดแล้ว ยังไม่ถึงความเป็นนมส้ม ภิกษุ ฉันเสร็จ ห้ามภัตรแล้ว จะดื่มนมนั้นอันเป็นอนติริตตะ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะฉันโภชนะอันเป็นอนติริตตะ ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๗ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๗ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๗ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๕๙

กปฺปติ ภนฺเต ชโลคึ ปาตุนฺติ ฯ กา สา อาวุโส ชโลคีติ ฯ กปฺปติ ภนฺเต ยา สา สุรา อสุตา อสมฺปตฺตา มชฺชภาวํ สา ปาตุนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ โกสมฺพิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ อฏฺฐมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ อฏฺฐมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. การดื่มชโลคิ ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ชโลคินั้น คืออะไร ขอรับ ร. การดื่มสุราอย่างอ่อนที่ยังไม่ถึงความเป็นน้ำเมา ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองโกสัมพี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ในเพราะดื่มสุราและเมรัย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๘ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๘ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๖๐

กปฺปติ ภนฺเต อทสกํ นิสีทนนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ เฉทนเก ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ นวมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปิทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ นวมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. ผ้าปูนั่งไม่มีชาย ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ที่ต้องตัดเสีย ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๙ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๙ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๖๑

กปฺปติ ภนฺเต ชาตรูปรชตนฺติ ฯ นาวุโส กปฺปตีติ ฯ กตฺถ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ ฯ ราชคเห สุตฺตวิภงฺเคติ ฯ กึ อาปชฺชตีติ ฯ ชาตรูปรชตปฺปฏิคฺคหเณ ปาจิตฺติยนฺติ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิทํ ทสมํ วตฺถุํ สงฺเฆน วินิจฺฉิตํ ฯ อิติปีทํ วตฺถุํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ อปคตสตฺถุสาสนํ ฯ อิทํ ทสมํ สลากํ นิกฺขิปามิ ฯ

ร. ทองและเงิน ควรหรือไม่ ขอรับ ส. ไม่ควร ขอรับ ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์ ร. ต้องอาบัติอะไร ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เพราะรับทองและเงิน ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๑๐ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๑๐ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ

๖๖๒

สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อิมานิ ทส วตฺถูนิ สงฺเฆน วินิจฺฉิตานิ ฯ อิติปีมานิ ทส วตฺถูนิ อุทฺธมฺมานิ อุพฺพินยานิ อปคตสตฺถุสาสนานีติ ฯ

ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุ ๑๐ ประการนี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุ ๑๐ ประการนี้ จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ฯ

๖๖๓

นีหตเมตํ อาวุโส อธิกรณํ สนฺตํ วูปสนฺตํ สุวูปสนฺตํ อปิจ มํ ตฺวํ อาวุโส สงฺฆมชฺเฌปิ อิมานิ ทส วตฺถูนิ ปุจฺเฉยฺยาสิ เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติยาติ ฯ อถโข อายสฺมา เรวโต อายสฺมนฺตํ สพฺพกามึ สงฺฆมชฺเฌปิ อิมานิ ทส วตฺถูนิ ปุจฺฉิ ฯ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา สพฺพกามี วิสฺสชฺเชสิ ฯ อิมาย โข ปน วินยสงฺคีติยา สตฺต ภิกฺขุสตานิ อนูนานิ อนธิกานิ อเหสุํ ฯ ตสฺมายํ วินยสงฺคีติ สตฺตสติกาติ วุจฺจตีติ ฯ สตฺตสติกกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ ทฺวาทสมํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถู ปญฺจวีสติ ฯ ------------

พระสัพพกามีกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย อธิกรณ์นั่นสงฆ์ชำระแล้ว สงบระงับเรียบร้อยดีแล้ว อนึ่ง ท่านพึงถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะผม แม้ใน ท่ามกลางสงฆ์ เพื่อประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นรู้ทั่วกัน ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะได้ถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะท่านพระสัพพกามี แม้ในท่ามกลางสงฆ์ ท่านพระสัพพกามี อันท่านพระเรวตะถามแล้วๆ ได้วิสัชนา แล้ว ก็ในสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ มีภิกษุ ๗๐๐ รูป ไม่หย่อน ไม่เกิน เพราะ ฉะนั้น การสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ บัณฑิตจึงเรียกว่า แจง ๗๐๐ ดังนี้แล ฯ สัตตสติกขันธกะ ที่ ๑๒ จบ ในขันธกะนี้มี ๒๕ เรื่อง -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย