This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๗ · จุลวรรค ภาค ๒

本册其他条目

วัตรในการอาบน้ำ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องเครื่องประดับต่างชนิดเรื่องทรงห้ามฉันมะม่วงเรื่องภิกษุถูกงูกัดเรื่องภิกษุตัดองค์กำเนิดเรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์เรื่องจีวรเรื่องผ้ากรองน้ำเรื่องที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกายเรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวีเรื่องโพธิราชกุมารเรื่องนางวิสาขา มิคารมารดาเรื่องไม้เท้าเรื่องภิกษุเรอทรงห้ามสั่งสมเครื่องโลหะเครื่องสัมฤทธิ์เรื่องประคดเอวเรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์เรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้าทรงอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ…เรื่องการให้พรเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะประพฤติอนาจารต่างๆพุทธานุญาตเครื่องโลหะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหารพุทธานุญาตบานประตูพุทธานุญาตด้ายพุทธานุญาตไม้สำหรับแขวนเรื่องอนาถบิณฑกคหบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกเรื่องช่างชุนเข็ญใจเรื่องความเคารพอนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนารามเรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้นภิกษุผู้ควรได้รับสมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะเรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่งวินัยกถาเรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจกเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลังมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะพุทธานุญาตภัตรสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องมหานามศากยะและอนุรุทธศากยะเรื่องพระเทวทัตพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์เรื่องอชาตสัตตุกุมารปล่อยช้างนาฬาคิรีเรื่องวัตถุ ๕ ประการพระเทวทัตหาพรรคพวกพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับสังฆราชีผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบายหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอาคันตุกะอาวาสิกวัตรคมิกวัตรภัตตานุโมทนาภัตตัคควัตรปิณฑจาริกวัตรอารัญญกวัตรเสนาสนวัตรชันตาฆรวัตรมูลเหตุวัจจกุฎีวัตรมูลเหตุอุปัชฌายวัตรมูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตรมูลเหตุอาจริยวัตรมูลเหตุอันเตวาสิกวัตรหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอานนทเถระความอัศจรรย์ไม่เคยมีในมหาสมุทร ๘ ประการวิธีงดปาติโมกข์ เรื่องพระฉัพพัคคีย์การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม ไม่ต้องเดือดร้อน…หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีพุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์พุทธานุญาตให้รับอาบัติพุทธานุญาตให้ทำกรรมภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณีเรื่องงดโอวาทรัดสีข้าง แต่งกาย ทาหน้าเป็นต้น ใช้จีวรสีครามล้วนเป็นต้นพินัยกรรมพุทธานุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราวอันตรายิกธรรมของภิกษุณีวัดเงาแดดเป็นต้นเรื่องปวารณางดอุโบสถเป็นต้นเรื่องไปด้วยยานเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีภิกษุณีอยู่ป่าเรื่องภิกษุณีไม่บอกลาสิกขานั่งขัดสมาธิหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระมหากัสสปเถระพระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยพระอานนท์วิสัชนาพระธรรมเรื่องสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์เรื่องพระปุราณเถระพรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตรเรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระเรื่องพระเรวตเถระปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหเถระปริวิตกเรื่องพระอุตตรเถระสงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีถามสมมติภิกษุเป็นพวกปราจีนและปาฐาเรื่องพระอชิตะหัวข้อประจำขันธกะ

经典 · พระวินัยปิฎก

เรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหาร

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๑๙๘–๒๐๓พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒6 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

เสนาสนกฺขนฺธกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เสนาสนะขันธกะ เรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหาร

๑๙๘注释

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควตา ภิกฺขูนํ เสนาสนํ อปฺปญฺญตฺตํ โหติ ฯ เต จ ภิกฺขู ตหํ ตหํ วิหรนฺติ อรญฺเญ รุกฺขมูเล ปพฺพเต กนฺทรายํ คิริคุหายํ สุสาเน วนปตฺเถ อชฺโฌกาเส ปลาลปุญฺเช ฯ เต กาลสฺเสว ตโต ตโต อุปนิกฺขมนฺติ อรญฺญา รุกฺขมูลา ปพฺพตา กนฺทรา คิริคุหา สุสานา วนปตฺถา อชฺโฌกาสา ปลาลปุญฺชา ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมฺมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขู อิริยาปถสมฺปนฺนา ฯ

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน วิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคยังมิได้ทรงบัญญัติเสนาสนะแก่ภิกษุทั้งหลาย และภิกษุเหล่านั้น ก็อยู่ในที่นั้นๆ คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำเขา ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง ภิกษุเหล่านั้นออกจากที่อยู่นั้นๆ คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำเขา ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง แต่เช้าตรู่ มีอาการเดินไปข้างหน้า ถอย กลับ แลเหลียว คู้แขน เหยียดแขน น่าเลื่อมใส มีจักษุทอดลง สมบูรณ์ ด้วยอิริยาบถ ฯ

๑๙๙

เตน โข ปน สมเยน ราชคหโก เสฏฺฐี กาลสฺเสว อุยฺยานํ อคมาสิ ฯ อทฺทสา โข ราชคหโก เสฏฺฐี เต ภิกฺขู กาลสฺเสว ตโต ตโต อุปนิกฺขมนฺเต อรญฺญา รุกฺขมูลา ปพฺพตา กนฺทรา คิริคุหา สุสานา วนปตฺถา อชฺโฌกาสา ปลาลปุญฺชา ปาสาทิเกน อภิกฺกนฺเตน ปฏิกฺกนฺเตน อาโลกิเตน วิโลกิเตน สมฺมิญฺชิเตน ปสาริเตน โอกฺขิตฺตจกฺขู อิริยาปถสมฺปนฺเน ฯ ทิสฺวานสฺส จิตฺตํ ปสีทิ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ สจาหํ ภนฺเต วิหาเร กาเรยฺยํ วเสยฺยาถ เม วิหาเรสูติ ฯ น โข คหปติ ภควตา วิหารา อนุญฺญาตาติ ฯ เตนหิ ภนฺเต ภควนฺตํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา มม อาโรเจยฺยาถาติ ฯ เอวํ คหปตีติ โข เต ภิกฺขู ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ ราชคหโก ภนฺเต เสฏฺฐี วิหาเร การาเปตุกาโม กถํ นุ โข ภนฺเต อเมฺหหิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ

สมัยนั้น ราชคหเศรษฐีได้ไปสวนแต่เช้าตรู่ ได้แลเห็นภิกษุ เหล่านั้นเดินออกจากที่อยู่นั้นๆ คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำเขา ป่าช้า @ ท่านว่ามี ๑๑๐ เรื่อง แต่นับได้ถึง ๑๗๕ เรื่อง ถ้ารวมเข้าคงได้ตามจำนวนนั้น ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง แต่เช้าตรู่ มีอาการเดินไปข้างหน้า ถอยกลับ แลเหลียว คู้แขน เหยียดแขน น่าเลื่อมใส มีจักษุทอดลง สมบูรณ์ด้วยอิริยาบถ ครั้น แล้วก็มีจิตเลื่อมใส จึงเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้น เรียนถามว่า ท่านเจ้าข้า หาก ข้าพเจ้าสร้างวิหารถวาย พระคุณเจ้าจะอยู่ในวิหารของข้าพเจ้าหรือไม่ ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า ดูกรคหบดี พระผู้มีพระภาคยังมิได้ทรงอนุญาต วิหาร เศรษฐีกล่าวว่า ท่านเจ้าข้า ถ้าเช่นนั้น พระคุณเจ้าจงทูลถามพระผู้มี พระภาค แล้วแจ้งแก่ข้าพเจ้า ภิกษุเหล่านั้นรับคำของราชคหเศรษฐี แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ราชคห- *เศรษฐีประสงค์จะสร้างวิหารถวาย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะพึงปฏิบัติอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า ฯ พุทธานุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด

๒๐๐

อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปญฺจ เสนาสนานิ วิหารํ อฑฺฒโยคํ ปาสาทํ หมฺมิยํ คุหนฺติ ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็น เค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตเสนาสนะ ๕ ชนิด คือ วิหาร ๑ เรือนมุงแถบเดียว ๑ เรือนชั้น ๑ เรือนโล้น ๑ ถ้ำ ๑ ฯ

๒๐๑

อถโข เต ภิกฺขู เยน ราชคหโก เสฏฺฐี เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ราชคหกํ เสฏฺฐึ เอตทโวจุํ อนุญฺญาตา โข คหปติ ภควตา วิหารา ยสฺสิทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี เอกาเหเนว สฏฺฐี วิหาเร ปติฏฺฐาเปสิ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี เต สฏฺฐี วิหาเร ปริโยสาเปตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควนฺตํ เอตทโวจ อธิวาเสตุ เม ภนฺเต ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนาติ ฯ อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ กาโล ภนฺเต นิฏฺฐิตํ ภตฺตนฺติ ฯ

ต่อมา ภิกษุเหล่านั้นเข้าไปหาท่านราชคหเศรษฐีแล้วได้กล่าวว่า คหบดี พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตวิหารแล้ว บัดนี้เป็นการสมควรที่จะสร้างได้ ราชคหเศรษฐีให้สร้างวิหาร ๖๐ หลังโดยวันเดียวเท่านั้น ครั้นให้สร้างเสร็จแล้ว จึงเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูล อาราธนาว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคกับภิกษุสงฆ์ จงทรงรับภัตตาหาร ของข้าพระพุทธเจ้า เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาคทรงรับอาราธนาโดย ดุษณีภาพ ครั้นเศรษฐีทราบว่า ทรงรับอาราธนาแล้วจึงลุกจากอาสนะ ถวายบังคม ทำประทักษิณกลับไปแล้ว ให้ตกแต่งขาทนียโภชนียาหาร อันประณีตโดยล่วง ราตรีนั้น แล้วให้คนไปกราบทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว ภัตตาหารเสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ฯ ถวายวิหาร

๒๐๒

อถโข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ฯ อถโข ราชคหโก เสฏฺฐี พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควนฺตํ เอตทโวจ เอเต เม ภนฺเต สฏฺฐี วิหารา ปุญฺญตฺถิเกน สคฺคตฺถิเกน การาปิตา กถาหํ ภนฺเต เตสุ วิหาเรสุ ปฏิปชฺชามีติ ฯ เตนหิ ตฺวํ คหปติ เต สฏฺฐี วิหาเร อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาเปหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เต สฏฺฐี วิหาเร อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาเปสิ ฯ อถโข ภควา ราชคหกํ เสฏฺฐึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิ

ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสก ถือบาตรจีวร เสด็จไปยังนิเวศน์ของราชคหเศรษฐี ครั้นแล้วประทับนั่งเหนืออาสนะที่เขาปูลาด ถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จึงราชคหเศรษฐี อังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็น ประมุข ด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีตด้วยมือของตน จนยังพระผู้มีพระภาค ผู้เสวยแล้ว ลดพระหัสถ์จากบาตร ให้ห้ามภัตรแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าต้องการบุญ ต้องการ สวรรค์ ได้ให้สร้างวิหาร ๖๐ หลังนี้ไว้แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจะพึงปฏิบัติอย่างไร ในวิหารเหล่านั้น พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรคหบดี ถ้าเช่นนั้น เธอจงถวายวิหารเหล่า นั้นแก่สงฆ์จาตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ราชคหเศรษฐีทูลรับพระพุทธดำรัส แล้ว ได้ถวายวิหารเหล่านั้น แก่สงฆ์ จาตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาแก่ราชคหเศรษฐีด้วยคาถาเหล่านี้ ว่าดังนี้:- คาถาอนุโมทนาวิหารทาน

๒๐๓

สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺติ ตโต พาฬมิคานิ จ สิรึสเป จ มกเส สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโย ตโต วาตาตโป โฆโร สญฺชาโต ปฏิหญฺญติ ฯ เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุํ วิหารทานํ สงฺฆสฺส อคฺคํ พุทฺเธหิ วณฺณิตํ ฯ ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน วิหาเร การเย รมฺเม วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต เตสํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ วตฺถเสนาสนานิ จ ทเทยฺย อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ สพฺพทุกฺขา ปนูทนํ ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย ปรินิพฺพาติ อนาสโวติ ฯ อถโข ภควา ราชคหกํ เสฏฺฐึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ ฯ

วิหารย่อมป้องกันหนาว ร้อน และเนื้อร้าย นอกจากนั้นยัง ป้องกันงูและยุง ฝนในสิสิรฤดู นอกจากนั้นวิหารยังป้องกัน ลมและแดดอันกล้าที่เกิดขึ้นได้ การถวายวิหารแก่สงฆ์ เพื่อ หลีกเร้นอยู่ เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อเห็น แจ้ง พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะ เหตุนั้นแล คนผู้ฉลาด เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้าง วิหารอันรื่นรมย์ให้ภิกษุทั้งหลายผู้พหูสูต อยู่ในวิหารนี้เถิด อนึ่ง พึงมีใจเลื่อมใสถวายข้าว น้ำ ผ้า และเสนาสนะ อันเหมาะ สมแก่พวกเธอ ในพวกเธอผู้ซื่อตรง เพราะพวกเธอ ย่อม แสดงธรรมอันเป็นเครื่องบรรเทาสรรพทุกข์แก่เขา เขารู้ทั่วถึง แล้ว จะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพานในโลกนี้ ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาท่านราชคหเศรษฐี ด้วยคาถาเหล่านี้ แล้ว ทรงลุกจากอาสนะเสด็จกลับ ฯ

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย