This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๗ · จุลวรรค ภาค ๒

本册其他条目

วัตรในการอาบน้ำ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องเครื่องประดับต่างชนิดเรื่องทรงห้ามฉันมะม่วงเรื่องภิกษุถูกงูกัดเรื่องภิกษุตัดองค์กำเนิดเรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์เรื่องจีวรเรื่องผ้ากรองน้ำเรื่องที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกายเรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวีเรื่องโพธิราชกุมารเรื่องนางวิสาขา มิคารมารดาเรื่องไม้เท้าเรื่องภิกษุเรอทรงห้ามสั่งสมเครื่องโลหะเครื่องสัมฤทธิ์เรื่องประคดเอวเรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์เรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้าทรงอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ…เรื่องการให้พรเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะประพฤติอนาจารต่างๆพุทธานุญาตเครื่องโลหะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหารพุทธานุญาตบานประตูพุทธานุญาตด้ายพุทธานุญาตไม้สำหรับแขวนเรื่องอนาถบิณฑกคหบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกเรื่องช่างชุนเข็ญใจเรื่องความเคารพอนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนารามเรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้นภิกษุผู้ควรได้รับสมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะเรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่งวินัยกถาเรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจกเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลังมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะพุทธานุญาตภัตรสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องมหานามศากยะและอนุรุทธศากยะเรื่องพระเทวทัตพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์เรื่องอชาตสัตตุกุมารปล่อยช้างนาฬาคิรีเรื่องวัตถุ ๕ ประการพระเทวทัตหาพรรคพวกพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับสังฆราชีผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบายหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอาคันตุกะอาวาสิกวัตรคมิกวัตรภัตตานุโมทนาภัตตัคควัตรปิณฑจาริกวัตรอารัญญกวัตรเสนาสนวัตรชันตาฆรวัตรมูลเหตุวัจจกุฎีวัตรมูลเหตุอุปัชฌายวัตรมูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตรมูลเหตุอาจริยวัตรมูลเหตุอันเตวาสิกวัตรหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอานนทเถระความอัศจรรย์ไม่เคยมีในมหาสมุทร ๘ ประการวิธีงดปาติโมกข์ เรื่องพระฉัพพัคคีย์การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม ไม่ต้องเดือดร้อน…หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีพุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์พุทธานุญาตให้รับอาบัติพุทธานุญาตให้ทำกรรมภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณีเรื่องงดโอวาทรัดสีข้าง แต่งกาย ทาหน้าเป็นต้น ใช้จีวรสีครามล้วนเป็นต้นพินัยกรรมพุทธานุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราวอันตรายิกธรรมของภิกษุณีวัดเงาแดดเป็นต้นเรื่องปวารณางดอุโบสถเป็นต้นเรื่องไปด้วยยานเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีภิกษุณีอยู่ป่าเรื่องภิกษุณีไม่บอกลาสิกขานั่งขัดสมาธิหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระมหากัสสปเถระพระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยพระอานนท์วิสัชนาพระธรรมเรื่องสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์เรื่องพระปุราณเถระพรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตรเรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระเรื่องพระเรวตเถระปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหเถระปริวิตกเรื่องพระอุตตรเถระสงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีถามสมมติภิกษุเป็นพวกปราจีนและปาฐาเรื่องพระอชิตะหัวข้อประจำขันธกะ

经典 · พระวินัยปิฎก

ผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบาย

仅原文 · 不作诠释ข้อ ๔๑๑–๔๑๒พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒2 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ ผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบาย

๔๑๑注释

สิยา นุ โข ภนฺเต สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉติ ฯ สิยา อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉติ ฯ สิยา นุ โข ปน ภนฺเต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ สิยา อุปาลิ สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉติ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ วินิธาย ทิฏฺฐึ วินิธาย ขนฺตึ วินิธาย รุจึ วินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ ฯ {๔๑๑.๑} ปุน จปรํ อุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ วินิธาย ทิฏฺฐึ วินิธาย ขนฺตึ วินิธาย รุจึ วินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ ฯ {๔๑๑.๒} ปุน จปรํ อุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท เวมติโก วินิธาย ทิฏฺฐึ วินิธาย ขนฺตึ วินิธาย รุจึ วินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ ฯ {๔๑๑.๓} ปุน จปรํ อุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ ฯเปฯ ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท เวมติโก ฯเปฯ ตสฺมึ เวมติโก เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ เวมติโก เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ เวมติโก เภเท เวมติโก วินิธาย ทิฏฺฐึ วินิธาย ขนฺตึ วินิธาย รุจึ วินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ ฯ {๔๑๑.๔} ปุน จปรํ อุปาลิ ภิกฺขุ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ ฯเปฯ อวินยํ วินโยติ ทีเปติ วินยํ อวินโยติ ทีเปติ อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาจิณฺณํ ตถาคเตน อาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อาจิณฺณํ ตถาคเตน อนาจิณฺณํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน อปฺปญฺญตฺตํ ตถาคเตนาติ ทีเปติ อนาปตฺตึ อาปตฺตีติ ทีเปติ อาปตฺตึ อนาปตฺตีติ ทีเปติ ลหุกํ อาปตฺตึ ครุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ ครุกํ อาปตฺตึ ลหุกา อาปตฺตีติ ทีเปติ สาวเสสํ อาปตฺตึ อนวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ อนวเสสํ อาปตฺตึ สาวเสสา อาปตฺตีติ ทีเปติ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ อธมฺมทิฏฺฐิ เภเท เวมติโก ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท เวมติโก ตสฺมึ เวมติโก เภเท อธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ เวมติโก เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ ตสฺมึ เวมติโก เภเท เวมติโก วินิธาย ทิฏฺฐึ วินิธาย ขนฺตึ วินิธาย รุจึ วินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉติ ฯ

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า มีหรือ พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ทำ ลายสงฆ์ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มี อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ อุ. และมีหรือ พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ พ. มี อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ อุ. พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ เป็นไฉน พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม อำพรางความเห็น อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับ สลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม มีความเห็นในธรรม นั้นว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม อำพรางความเห็น อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้ จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบ ใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่ว กัป ช่วยเหลือไม่ได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่าเป็นธรรม มีความเห็นในธรรม นั้นว่าเป็นอธรรม มีความสงสัยในความแตกกัน อำพรางความเห็น อำพราง ความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่าเป็นธรรม มีความเห็นในอธรรม นั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นในการแตกกันว่าเป็นอธรรม ... ... มีความเห็นในอธรรมนั้นว่าเป็นธรรมมีความสงสัยในความแตกกัน ... ... มีความสงสัยในอธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็น อธรรม ... ... มีความสงสัยในอธรรมนั้นมีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม ... ... มีความสงสัยในอธรรมนั้น มีความสงสัยในความแตกกัน อำพราง ความเห็น อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อม ประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับ สลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ... ย่อมแสดงสิ่งมิใช่ วินัยว่าเป็นวินัย ย่อมแสดงวินัยว่ามิใช่วินัย ย่อมแสดงคำอันตถาคตมิได้ตรัส ภาษิตไว้ ว่าเป็นคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ ย่อมแสดงคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ ว่าเป็นคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้ ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคตประพฤติมาแล้ว ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตประพฤติมาแล้ว ว่าเป็นกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาแล้ว ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้ ว่าเป็นสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่าเป็นสิ่งที่ตถาคตมิ ได้บัญญัติไว้ ย่อมแสดงอนาบัติว่าเป็นอาบัติ ย่อมแสดงอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ย่อม แสดงอาบัติเบาว่าเป็นอาบัติหนัก ย่อมแสดงอาบัติหนักว่าเป็นอาบัติเบา ย่อมแสดง อาบัติมีส่วนเหลือว่าเป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ย่อมแสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ว่าเป็นอาบัติมีส่วนเหลือ ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ ย่อม แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่าเป็นอาบัติชั่วหยาบ มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มี ความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มี ความสงสัยในความแตกกัน มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นใน ความแตกกันว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความสงสัยใน ความแตกกัน มีความสงสัยในธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม มีความสงสัยในธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม มีความสงสัย ในธรรมนั้น มีความสงสัยในความแตกกัน อำพรางความเห็น อำพรางความถูก ใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ ผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องเกิดในอบาย

๔๑๒

กตโม ปน ภนฺเต สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ อิธุปาลิ ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปติ ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ อวินิธาย ทิฏฺฐึ อวินิธาย ขนฺตึ อวินิธาย รุจึ อวินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉ ฯ {๔๑๒.๑} ปุน จปรํ อุปาลิ ภิกฺขุ ธมฺมํ อธมฺโมติ ทีเปติ ฯเปฯ ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตีติ ทีเปติ ตสฺมึ ธมฺมทิฏฺฐิ เภเท ธมฺมทิฏฺฐิ อวินิธาย ทิฏฺฐึ อวินิธาย ขนฺตึ อวินิธาย รุจึ อวินิธาย ภาวํ อนุสฺสาเวติ สลากํ คาเหติ อยํ ธมฺโม อยํ วินโย อิทํ สตฺถุสาสนํ อิมํ คณฺหถ อิมํ โรเจถาติ อยมฺปิ โข อุปาลิ สงฺฆเภทโก น อาปายิโก น เนรยิโก น กปฺปฏฺโฐ น อเตกิจฺโฉติ ฯ ตติยภาณวารํ นิฏฺฐิตํ สงฺฆเภทกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ สตฺตมํ ฯ ----------

ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ เป็นไฉน พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม มีความเห็นในอธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่า เป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็น ไม่อำพรางความถูกใจ ไม่อำพรางความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ... ย่อมแสดงอาบัติชั่ว หยาบว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นใน ความแตกกันว่าเป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็น ไม่อำพรางความถูกใจ ไม่อำพราง ความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลาย จงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้ ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ ฯ ตติยภาณวาร จบ สงฆ์เภทขันธกะ ที่ ๗ จบ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย