Scripture · เล่ม ๓๓
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · เล่ม ๓๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๖. อุตตรเถราปทาน ๖. อุตตรเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุตตรเถระ (พระอุตตรเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๕๕พระผู้มีพระภาคสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ พระองค์ผู้มีวิเวกเป็นเยี่ยม จึงเสด็จเข้าไปยังป่าหิมพานต์
๕๖ครั้นเสด็จถึงป่าหิมพานต์แล้ว พระมุนีผู้เลิศ ผู้เป็นบุรุษสูงสุด ทรงประกอบด้วยพระกรุณา ก็ประทับนั่งขัดสมาธิ
๕๗ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นวิทยาธรสัญจรไปในอากาศ ถือหลาวคมซึ่งทำดีแล้ว เหาะไปในท้องฟ้า
๕๘พระพุทธเจ้าทรงทำป่าใหญ่ให้สว่างไสว เหมือนไฟบนยอดภูเขา เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ เหมือนต้นพญาไม้สาละซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง ฉะนั้น
๕๙ข้าพเจ้าเห็นพุทธรังสี มีสีคล้ายเปลวไฟที่ไหม้ไม้อ้อ พวยพุ่งออกจากป่า จึงทำจิตให้เลื่อมใส
๖๐ข้าพเจ้าเลือกเก็บดอกไม้อยู่ ได้เห็นดอกกรรณิการ์ซึ่งมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นทิพย์ จึงเก็บมา ๓ ดอก ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
๖๑ครั้งนั้น ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ดอกไม้ของข้าพเจ้าทั้ง ๓ ดอกกลับขั้วขึ้นหันกลีบดอกลง ทำเป็นร่มเงาเพื่อพระศาสดา
๖๒ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๖. อุตตรเถราปทาน ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๖๓ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น วิมานสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ ซึ่งบุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อข้าพเจ้า รู้จักกันว่ากรรณิการ์วิมาน
๖๔ปราสาท ๗ ชั้นสูง ๑,๐๐๐ ชั่วลูกธนู สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว และป้อม ๑๐๐,๐๐๐ ป้อม ปรากฏในวิมานของข้าพเจ้า
๖๕บัลลังก์ทองคำ บัลลังก์แก้วมณี บัลลังก์แก้วทับทิม และบัลลังก์แก้วผลึก เกิดขึ้นตามปรารถนาตามประสงค์
๖๖ที่นอนมีราคามากยัดด้วยนุ่น มีลวดลายต่างๆ มีขนตั้งขึ้นด้านเดียวและหมอนพร้อม
๖๗ข้าพเจ้ามีหมู่เทวดาห้อมล้อมออกจากวิมาน เที่ยวจาริกไปในเทวโลก ในเวลาที่ปรารถนาจะไป
๖๘ยืนอยู่ภายใต้ดอกไม้ ข้าพเจ้ามีดอกไม้เป็นเครื่องมุงบังอยู่เบื้องบน สถานที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์มุงบังไปด้วยดอกกรรณิการ์
๖๙เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น บรรเลงกล่อมข้าพเจ้าทั้งเช้าและเย็น ไม่หยุดหย่อน แวดล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์ ตลอดคืนตลอดวัน
๗๐ในวิมานนั้น ข้าพเจ้ารื่นรมย์ด้วยการฟ้อน การขับร้อง การเคาะกังสดาล และการประโคม ข้าพเจ้าเป็นผู้หมกมุ่นในกาม บันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๖. อุตตรเถราปทาน
๗๑ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบริโภคและดื่มอยู่ในวิมานนั้น บันเทิงอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ข้าพเจ้าพร้อมด้วยหมู่นางอัปสรบันเทิงอยู่ในวิมานอันอุดม
๗๒ข้าพเจ้าครองเทวสมบัติตลอด ๕๐๐ ชาติ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ชาติ และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
๗๓เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมได้โภคะมากมาย ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๗๔ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์ คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๗๕ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ ตระกูลต่ำข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๗๖ยานคือช้าง ยานคือม้า วอและคานหาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๗๗หมู่ทาสหญิง ทาสชาย และเหล่านารีที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๗๘ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ และผ้าฝ้าย ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๖. อุตตรเถราปทาน
๗๙ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสเลิศใหม่ๆ ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๐(คำเชื้อเชิญเช่นนี้ว่า) เชิญเคี้ยวกินสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๑ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เขาบูชาในที่ทุกสถาน มียศสูงส่ง มีพวกมาก มีบริวารไม่แตกแยกกันทุกเมื่อ บรรดาพวกญาติ ข้าพเจ้าเป็นผู้ประเสริฐที่สุด นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๒ข้าพเจ้าไม่รู้จักความหนาว ความร้อน ทั้งไม่มีความเร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจก็ไม่มีในหทัยของข้าพเจ้า
๘๓ข้าพเจ้าเป็นผู้มีผิวพรรณดุจทองคำ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ความเป็นผู้ผิวพรรณทรามข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๔ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากเทวโลก เกิดในตระกูลมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี
๘๕ข้าพเจ้าได้ละกามคุณ ๕ ออกบวชเป็นบรรพชิต มีอายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล @เชิงอรรถ : @ กามคุณ ๕ หมายถึงสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ ๕ อย่าง คือ รูป,เสียง,กลิ่น,รส และโผฏฐัพพะ @(ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๕/๓๐๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๖. อุตตรเถราปทาน
๘๖พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงทราบคุณวิเศษของข้าพเจ้า จึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท ข้าพเจ้ามีอายุน้อยอยู่ก็ได้เป็นปูชนียบุคคล นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๗ทิพยจักษุของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ ข้าพเจ้าผู้ฉลาดในสมาธิ ถึงความสำเร็จอภิญญา นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๘ข้าพเจ้าบรรลุปฏิสัมภิทา ฉลาดในอิทธิบาท ถึงความสำเร็จในธรรมทั้งหลาย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๘๙ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๙๐กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๙๑การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว @เชิงอรรถ : @ อิทธิบาท หมายถึงคุณเครื่องให้ถึงความสำเร็จ มี ๔ อย่าง คือ (๑) ฉันทะ (ความพอใจรักใคร่สิ่งนั้น) @(๒) วิริยะ (ความพยายามทำสิ่งนั้น) (๓) จิตตะ (ความเอาใจฝักใฝ่สิ่งนั้น) (๔) วิมังสา (ความพิจารณา @ใคร่ครวญหาเหตุผลในสิ่งนั้น) (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๖/๒๗๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๗. อปรอุตตรเถราปทาน
๙๒คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุตตรเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุตตรเถราปทานที่ ๖ จบ