This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๓

Other items in this volume

๑. ภัททาลิเถราปทาน๒. เอกฉัตติยเถราปทาน๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน๔. มธุมังสทายกเถราปทาน๕. นาคปัลลวกเถราปทาน๖. เอกทีปิยเถราปทาน๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน๘. ยาคุทายกเถราปทาน๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน๑๐. มัญจทายกเถราปทาน๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน๓. เอกาสนทายกเถราปทาน๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. เอกธัมมัสสวนิยเถราปทาน๘. สุจินติตเถราปทาน๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทาน๑. เอกวิหาริยเถราปทาน๒. เอกสังขิยเถราปทาน๓. ปาฏิหีรสัญญกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน๖. กลัมพทายกเถราปทาน๗. อัมพาฏกทายกเถราปทาน๘. หรีตกทายกเถราปทาน๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทาน๑. วิเภทกพีชิยเถราปทาน๒. โกลทายกเถราปทาน๓. เวลุวผลิยเถราปทาน๔. ภัลลาตกทายกเถราปทาน๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน๖. อัมพาฏกิยเถราปทาน๗. สีหาสนิกเถราปทาน๘. ปาทปีฐิยเถราปทาน๙. เวทิการกเถราปทาน๑๐. โพธิฆรการกเถราปทาน๑. ชคติทายกเถราปทาน๒. โมรหัตถิยเถราปทาน๓. สีหาสนพีชิยเถราปทาน๔. ติณุกกธาริยเถราปทาน๕. อักกมนทายกเถราปทาน๖. วนโกรัณฑิยเถราปทาน๗. เอกฉัตติยเถราปทาน๘. ชาติปุปผิยเถราปทาน๙. สัตติปัณณิยเถราปทาน๑๐. คันธปูชกเถราปทาน๑. สาลกุสุมิยเถราปทาน๒. จิตกปูชกเถราปทาน๓. จิตกนิพพาปกเถราปทาน๔. เสตุทายกเถราปทาน๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน๖. อวฏผลิยเถราปทาน๗. ลพุชผลทายกเถราปทาน๘. มิลักขุผลทายกเถราปทาน๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน๑. นฬมาลิยเถราปทาน๒. มณิปูชกเถราปทาน๓. อุกกาสติกเถราปทาน๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน๕. กุมมาสทายกเถราปทาน๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน๙. ปานธิทายกเถราปทาน๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน๑. ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน๒. พุทธสัญญกเถราปทาน๓. ภิสทายกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. จันทนมาลิยเถราปทาน๖. ธาตุปูชกเถราปทาน๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน๘. ตรณิยเถราปทาน๙. ธัมมรุจิเถราปทาน๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. อุทกทายกเถราปทาน๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทาน๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทาน๔. อวฏผลิยเถราปทาน๕. จารผลิยเถราปทาน๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทาน๗. อัชเชลผลทายกเถราปทาน๘. อโมรผลิยเถราปทาน๙. ตาลผลิยเถราปทาน๑๐. นาฬิเกรผลทายกเถราปทาน๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทาน๓. โกสุมพผลิยเถราปทาน๔. เกตกปุปผิยเถราปทาน๕. นาคปุปผิยเถราปทาน๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทาน๗. กุฏชปุปผิยเถราปทาน๘. โฆสสัญญกเถราปทาน๙. สัพพผลทายกเถราปทาน๑๐. ปทุมธาริยเถราปทาน๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน๒. เวจจกทายกเถราปทาน๓. สรณคมนิยเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน๕. สุปฏทายกเถราปทาน๖. ทัณฑทายกเถราปทาน๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน๑๐. สุคันธเถราปทาน๑. มหากัจจายนเถราปทาน๒. วักกลิเถราปทาน๓. มหากัปปินเถราปทาน๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน๕. กุมารกัสสปเถราปทาน๖. พาหิยเถราปทาน๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน๙. ราธเถราปทาน๑๐. โมฆราชเถราปทาน๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน๒. กังขาเรวตเถราปทาน๓. สีวลีเถราปทาน๔. วังคีสเถราปทาน๕. นันทกเถราปทาน๖. กาฬุทายีเถราปทาน๗. อภยเถราปทาน๘. โลมสติยเถราปทาน๙. วนวัจฉเถราปทาน๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน๑. ยสเถราปทาน๒. นทีกัสสปเถราปทาน๓. คยากัสสปเถราปทาน๔. กิมิลเถราปทาน๕. วัชชีปุตตเถราปทาน๖. อุตตรเถราปทาน๗. อปรอุตตรเถราปทาน๘. ภัททชิเถราปทาน๙. สิวกเถราปทาน๑๐. อุปวานเถราปทาน๑๑. รัฏฐปาลเถราปทาน๑. สุเมธาเถริยาปทาน๒. เมขลทายิกาเถริยาปทาน๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน๔. สังกมนทาเถริยาปทาน๕. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน๗. กฏัจฉุภิกขทายิกาเถริยาปทาน๘. สัตตอุปปลมาลิกาเถริยาปทาน๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน๑. เอกูโปสถิกาเถริยาปทาน๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน๓. โมทกทายิกาเถริยาปทาน๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน๖. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๗. มหาปชาปตีโคตมีเถริยาปทาน๘. เขมาเถริยาปทาน๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทาน๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน๒. กีสาโคตมีเถริยาปทาน๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน๔. สกุลาเถริยาปทาน๕. นันทาเถริยาปทาน๖. โสณาเถริยาปทาน๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน๘. ยโสธราเถริยาปทาน๙. ทสสหัสสเถริยาปทาน๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน๑. อัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถรีนมปทาน๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน๕. สุกกาเถริยาปทาน๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน๑๐. เสลาเถริยาปทาน๑. รตนจังกมนกัณฑ์๒. สุเมธกถา - ๑. ทีปังกรพุทธวงศ์๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์๓. มังคลพุทธวงศ์๔. สุมนพุทธวงศ์๕. เรวตพุทธวงศ์๖. โสภิตพุทธวงศ์๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์๘. ปทุมพุทธวงศ์๙. นารทพุทธวงศ์๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์๑๑. สุเมธพุทธวงศ์๑๒. สุชาตพุทธวงศ์๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์๑๔. อัตถทัสสีพุทธวงศ์๑๕. ธัมมทัสสีพุทธวงศ์๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์๑๗. ติสสพุทธวงศ์๑๘. ปุสสพุทธวงศ์๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์๒๐. สิขีพุทธวงศ์๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์๒๒. กกุสันธพุทธวงศ์๒๓. โกนาคมนพุทธวงศ์๒๔. กัสสปพุทธวงศ์๒๕. โคตมพุทธวงศ์๒๖. พุทธปกิณณกกัณฑ์๒๗. ธาตุภาชนียกถา๑. อกิตติจริยา๒. สังขพราหมณจริยา๓. กุรุธรรมจริยา๔. มหาสุทัสสนจริยา๕. มหาโควินทจริยา๖. เนมิราชจริยา๗. จันทกุมารจริยา๘. สิวิราชจริยา๙. เวสสันตรจริยา๑๐. สสปัณฑิตจริยา๑. มาตุโปสกจริยา๒. ภูริทัตตจริยา๓. จัมเปยยจริยา๔. จูฬโพธิจริยา๕. มหิสราชจริยา๖. รุรุราชจริยา๗. มาตังคจริยา๘. ธัมมเทวปุตตจริยา๙. ชยทิสจริยา๑๐. สังขปาลจริยา๑. ยุธัญชยจริยา๒. โสมนัสสจริยา๓. อโยฆรจริยา๔. ภิงสจริยา๕. โสณนันทปัณฑิตจริยา๖. มูคปักขจริยา๗. กปิลราชจริยา๘. สัจจสวหยปัณฑิตจริยา๙. วัฏฏกโปตกจริยา๑๐. มัจฉราชจริยา๑๑. กัณหทีปายนจริยา๑๒. สุตโสมจริยา๑๓. สุวัณณสามจริยา๑๔. เอกราชจริยา๑๕. มหาโลมหังสจริยาสโมธานกถา

Commentary

Scripture

๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

84 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุบลวรรณาเถรี (พระอุบลวรรณาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

Item ๓๘๔

พระอุบลวรรณาภิกษุณีถึงความสำเร็จแห่งฤทธิ์ กราบไหว้พระยุคลบาทของพระศาสดาแล้วกราบทูลคำนี้ว่า

Item ๓๘๕

“ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันข้ามพ้นชาติสงสารได้แล้ว บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว ทุกข์ทั้งปวงหม่อมฉันให้สิ้นไปแล้วจึงขอบอกว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๓๘๖

“ขอประชุมชนผู้เลื่อมใสในศาสนาของพระชินเจ้า และชนที่ข้าพเจ้าได้ทำความผิดให้เท่าที่มีอยู่ จงยกโทษให้ข้าพเจ้า เฉพาะพระพักตร์ของพระชินเจ้า

Item ๓๘๗

ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันขอกราบทูลว่า เมื่อหม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสาร ถ้าหม่อมฉันมีความผิดพลาด ขอพระองค์จงยกโทษให้หม่อมฉันด้วยเถิด”

Item ๓๘๘

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อุบลวรรณา ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเรา เธอจงแสดงฤทธิ์ และตัดความสงสัยของบริษัท ๔ เท่าที่มีอยู่ ในวันนี้เถิด”

Item ๓๘๙

พระอุบลวรรณาเถรีกราบทูลว่า “ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระปัญญา ผู้ทรงพระรัศมีรุ่งเรือง หม่อมฉันเป็นธิดาของพระองค์ กรรมที่ทำได้ยาก ทำได้แสนลำบากจำนวนมาก หม่อมฉันได้ทำแล้ว

Item ๓๙๐

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันมีผิวพรรณเหมือนสีดอกอุบล จึงมีนามว่าอุบลวรรณา เป็นธิดาของพระองค์ ขอกราบพระยุคลบาท @เชิงอรรถ : @ ผู้มีพระจักษุ ในที่นี้หมายถึงจักษุ ๕ คือ (๑) มังสจักษุ (ตาเนื้อ คือ ทรงมีพระเนตรงาม มีอำนาจ @เห็นแจ่มใสไว และเห็นได้ไกล) (๒) ทิพยจักษุ (ตาทิพย์ คือ ทรงมีพระญาณเห็นหมู่สัตว์ผู้เป็นต่างๆ กัน @ด้วยอำนาจกรรม) (๓) ปัญญาจักษุ (ตาปัญญา คือ ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นเหตุ @ให้สามารถตรัสรู้อริยสัจจธรรมเป็นต้น) (๔) พุทธจักษุ (ตาพระพุทธเจ้า คือ ทรงประกอบด้วยอินทริย- @ปโรปริยัตตญาณและอาสยานุสยญาณเป็นเหตุให้ทรงทราบอัธยาศัยและอุปนิสัยแห่งเวไนยสัตว์แล้วทรงสั่งสอน @แนะนำให้บรรลุคุณวิเศษต่างๆ (ยังพุทธกิจให้บริบูรณ์) (๕) สมันตจักษุ (ตาเห็นรอบ คือ ทรงประกอบ @ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ อันหยั่งรู้ธรรมทุกประการ) (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๕๖/๔๒๔-๔๓๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๓๙๑

พระราหุลเถระและหม่อมฉัน เกิดร่วมภพเดียวกันหลายร้อยชาติ เป็นผู้มีจิตสมานฉันท์กัน

Item ๓๙๒

บังเกิดพร้อมกันร่วมชาติเดียวกัน เมื่อถึงภพสุดท้าย แม้เราทั้ง ๒ ก็ชื่อว่าเกิดร่วมภพเดียวกัน

Item ๓๙๓

พระเถระนามว่าราหุลเป็นพระโอรส หม่อมฉันผู้มีนามว่าอุบลวรรณาเป็นธิดา ข้าแต่พระวีระ ขอเชิญทอดพระเนตรฤทธิ์ของหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันจักแสดงพลังถวายพระศาสดา”

Item ๓๙๔

พระอุบลวรรณาเถรียกมหาสมุทรทั้ง ๔ วางไว้ที่ฝ่ามือเหมือนเด็กเล่นน้ำมันที่อยู่บนฝ่ามือ

Item ๓๙๕

ยกแผ่นดินแล้ว วางไว้ที่ฝ่ามือ เหมือนเด็กหนุ่มดึงไส้หญ้าป้อง

Item ๓๙๖

ใช้ฝ่ามือปิดครอบจักรวาลแล้ว บันดาลหยาดฝนสีต่างๆ ให้ตกลงที่ศีรษะบ่อยๆ

Item ๓๙๗

ทำพื้นพสุธาให้เป็นครก ทำก้อนกรวดให้เป็นข้าวเปลือก ทำภูเขาสิเนรุให้เป็นสาก แล้วตำอยู่เหมือนนางกุมาริกาซ้อมข้าว

Item ๓๙๘

หม่อมฉันมีนามว่าอุบลวรรณา เป็นธิดาของพระพุทธองค์ผู้ประเสริฐที่สุด มีความชำนาญในอภิญญาทั้งหลาย เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์

Item ๓๙๙

หม่อมฉันผู้มีจักษุแสดงฤทธิ์ต่างๆ ถวายพระองค์ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ประกาศนามและโคตรแล้วขอกราบพระยุคลบาท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๐๐

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

Item ๔๐๑

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

Item ๔๐๒

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ไพบูลย์ตามสภาวะแห่งพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

Item ๔๐๓

ข้าแต่พระมหามุนี อธิการเป็นอันมากของหม่อมฉัน อันหม่อมฉันผู้เสร็จสงครามแสดงแล้ว(กระทำแล้ว) แด่พระชินเจ้าผู้ประเสริฐทั้งหลายในปางก่อน เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

Item ๔๐๔

ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์ทรงระลึกถึงกุศลกรรมของหม่อมฉัน ที่หม่อมฉันกระทำแล้วในปางก่อน ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันสั่งสมบุญไว้แล้วเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

Item ๔๐๕

ข้าแต่พระมหาวีระ พระองค์ทรงเว้นอนาจาร ในสถานที่ไม่ควร อบรมพระญาณให้แก่กล้าอยู่ หม่อมฉันได้สละชีวิตที่สูงสุดเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

Item ๔๐๖

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันได้ถวายชีวิต ของหม่อมฉันหลายหมื่นโกฏิกัป แม้ตัวหม่อมฉัน หม่อมฉันก็ได้สละแล้ว เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๐๗

ครั้งนั้น บริษัททั้งหมดมีความพิศวงยิ่งนัก จึงได้พากันประนมมือเหนือศีรษะ พูดว่า ‘ข้าแต่พระแม่เจ้า อย่างไร พระแม่เจ้าจึงมีความบากบั่น มีฤทธิ์ หาสิ่งใดเปรียบปานมิได้’

Item ๔๐๘

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นนางนาคกัญญามีนามว่าวิมลา หมู่นาคยกย่องว่า เป็นผู้ประเสริฐกว่าพวกนางนาคกัญญา

Item ๔๐๙

พญานาคชื่อมโหรคะ เลื่อมใสในศาสนาของพระชินเจ้า ทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงมีเดชานุภาพมาก พร้อมทั้งพระสาวก

Item ๔๑๐

ตกแต่งมณฑปแก้ว บัลลังก์แก้ว โปรยทรายแก้ว เครื่องอุปโภคแก้ว

Item ๔๑๑

และตกแต่งหนทางประดับด้วยธงแก้ว พญานาคนั้นบรรเลงดนตรี ต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

Item ๔๑๒

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงแผ่ขยายบริษัท ๔ ประทับนั่งบนอาสนะ อันประเสริฐในภพของพญานาคชื่อมโหรคะ

Item ๔๑๓

พญานาคได้ถวายข้าวน้ำ ขาทนียะและโภชนียาหารอย่างดีๆ มีราคามาก แด่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระยศใหญ่

Item ๔๑๔

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ครั้นเสวยเสร็จแล้วทรงล้างบาตร ได้ทรงทำการอนุโมทนาอันสมควร โดยอุบายอันแยบคายว่า ‘นางนาคกัญญาจงเป็นผู้มีฤทธิ์มาก’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๑๕

นางนาคกัญญา เห็นพระสัพพัญญู ผู้เบิกบาน มีพระยศมาก จึงทำจิตให้เลื่อมใส ทำใจให้มั่นคงต่อพระศาสดา

Item ๔๑๖

ครั้งนั้น พระมหาวีระพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงทราบวาระจิตของหม่อมฉันแล้ว ทรงแสดงภิกษุณีรูปหนึ่งด้วยฤทธิ์

Item ๔๑๗

ภิกษุณีรูปนั้นมีความแกล้วกล้าแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง หม่อมฉันเกิดปีติปราโมทย์ได้กราบทูลพระศาสดาว่า

Item ๔๑๘

‘หม่อมฉันได้เห็นฤทธิ์ทั้งหลายที่ภิกษุณีรูปนี้แสดงแล้ว ข้าแต่พระธีรเจ้า อย่างไร ภิกษุณีรูปนั้นจึงเป็นผู้แกล้วกล้าดีในฤทธิ์’

Item ๔๑๙

(พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นตรัสตอบว่า) ‘ภิกษุณีรูปนั้นเป็นธิดาที่เกิดจากโอษฐ์ของเรา ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของเรา มีฤทธิ์มาก มีความแกล้วกล้าดีในฤทธิ์’

Item ๔๒๐

หม่อมฉันได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว มีความยินดีได้กราบทูลอย่างนี้ว่า ‘แม้หม่อมฉันก็ขอเป็นผู้มีความแกล้วกล้าในฤทธิ์เช่นนั้น

Item ๔๒๑

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก หม่อมฉันเบิกบานโสมนัส มีใจสูงสุดถึงที่แล้ว ขอให้ได้เป็นเช่นภิกษุณีรูปนี้ในอนาคตกาลเถิด’

Item ๔๒๒

หม่อมฉันตกแต่งบัลลังก์แก้วมณี และมณฑปที่ผุดผ่องแล้ว ทูลนิมนต์พระผู้นำสัตว์โลกพร้อมทั้งพระสงฆ์ ให้เสวยและฉันข้าวน้ำจนอิ่มหนำ

Item ๔๒๓

แล้วได้ใช้ดอกอุบลที่มีชื่อว่าอรุณ ซึ่งเป็นดอกไม้อันประเสริฐของพวกนาค {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน บูชาพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก โดยตั้งความปรารถนาไว้ว่า ‘ขอให้ผิวพรรณของข้าพเจ้าจงเป็นเช่นนี้เถิด’

Item ๔๒๔

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายนาคแล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

Item ๔๒๕

จุติจากภพนั้นแล้วก็มาเกิดในหมู่มนุษย์ ได้ถวายบิณฑบาตที่ใช้ดอกอุบลปิดแด่พระสยัมภู

Item ๔๒๖

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงเป็นผู้นำ ผู้มีพระเนตรงาม มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

Item ๔๒๗

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นธิดาของเศรษฐี ในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด ได้ทูลนิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพร้อมทั้งพระสงฆ์

Item ๔๒๘

ถวายมหาทานและบูชาพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ด้วยดอกอุบลเป็นอันมากแล้ว ได้ปรารถนาให้มีผิวพรรณงามเหมือนดอกอุบลเหล่านั้น

Item ๔๒๙

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

Item ๔๓๐

ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี เป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๓๑

หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๒ ของพระองค์ มีนามปรากฏว่า สมณีคุตตา ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้ว พอใจการบรรพชา

Item ๔๓๒

แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้านครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

Item ๔๓๓

พระราชกัญญาทั้ง ๗ พระองค์ มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

Item ๔๓๔

คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา (๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา (๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา (๗) พระนางสังฆทาสิกา

Item ๔๓๕

(พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้น ได้กลับชาติมาเกิด) คือ หม่อมฉัน ๑ พระเขมาเถรีผู้มีปัญญา ๑ พระปฏาจาราเถรี ๑ พระกุณฑลเกสีเถรี ๑ พระกีสาโคตมีเถรี ๑ พระธรรมทินนาเถรี ๑ และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา

Item ๔๓๖

ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้วจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

Item ๔๓๗

หม่อมฉันจุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นแล้ว มาเกิดในตระกูลใหญ่ในหมู่มนุษย์ ได้ถวายผ้าอย่างดีมีสีเหลือง เนื้อเกลี้ยงแก่พระอรหันต์องค์หนึ่ง

Item ๔๓๘

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลในอริฏฐบุรี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน เป็นธิดาของพราหมณ์ชื่อติริฏิวัจฉะ มีชื่อว่าอุมมาทันตี มีสิริโฉมงดงามเป็นที่จูงใจให้หลงใหล

Item ๔๓๙

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในตระกูลหนึ่ง ที่ไม่ค่อยมีความอุดมสมบูรณ์มากนักในชนบท รักษาข้าวสาลีในครั้งนั้น

Item ๔๔๐

หม่อมฉันเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ได้ถวายข้าวตอก ๕๐๐ ดอก ห่อด้วยดอกปทุม ปรารถนามีบุตร ๕๐๐ คน

Item ๔๔๑

เมื่อหม่อมฉันปรารถนาบุตรจำนวนเท่านั้นแล้ว ได้ถวายน้ำผึ้งแด่พระสยัมภู จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้เกิดภายในดอกบัวในป่า

Item ๔๔๒

ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้ากาสี เป็นผู้ที่ประชาชนสักการบูชา ได้ให้กำเนิดพระราชบุตรครบ ๕๐๐ องค์

Item ๔๔๓

เมื่อพระราชบุตรเหล่านั้นทรงเจริญวัยแล้ว ทรงเล่นน้ำ ได้เห็นดอกบัวที่ร่วงโรยไป ก็ได้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า

Item ๔๔๔

หม่อมฉันนั้น เมื่อต้องพลัดพรากจากบุตรผู้ประเสริฐเหล่านั้น ก็มีความเศร้าโศก จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดในหมู่บ้านข้างภูเขาอิสิคิลิ

Item ๔๔๕

เมื่อหม่อมฉันทราบว่า บุตรเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้ถือข้าวยาคูไปเพื่อบุตรและเพื่อตนเอง ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ องค์

Item ๔๔๖

เข้าไปสู่บ้านเพื่อภิกษาหาร ก็ระลึกถึงบุตรขึ้นมา ธารน้ำนมของหม่อมฉันก็หลั่งไหลออกเพราะความรักบุตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๔๗

หม่อมฉันมีความเลื่อมใส ได้ถวายข้าวยาคูด้วยมือของตน แก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น หม่อมฉันจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ไปเกิดในสวนนันทวันบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

Item ๔๔๘

ข้าแต่พระมหาวีระ หม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ได้เสวยสุขและทุกข์และได้สละชีวิตเพื่อประโยชน์แก่พระองค์

Item ๔๔๙

หม่อมฉันมีทุกข์ก็มาก มีสมบัติก็หลายชนิด ดังที่กราบทูลมานี้ เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในกรุงสาวัตถี

Item ๔๕๐

ในตระกูลเศรษฐีมีทรัพย์มาก ประกอบด้วยสุขสมบัติ มีความรุ่งเรืองด้วยรัตนะต่างๆ ให้สำเร็จสิ่งที่ปรารถนาทุกอย่าง

Item ๔๕๑

เป็นผู้ที่ประชุมชนสักการบูชา นับถือและยำเกรง ประกอบด้วยสิริรูป อันชนในตระกูลทั้งหลายสักการะอย่างยิ่ง

Item ๔๕๒

หม่อมฉันเป็นหญิงที่น่าปรารถนายิ่งนัก ด้วยสิริคือรูปสมบัติและโภคสมบัติ บุตรเศรษฐีทั้งหลายและบริวารของตนจำนวนมากต่างปรารถนา

Item ๔๕๓

หม่อมฉันละเรือน ออกบวชเป็นบรรพชิต ยังไม่ถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุสัจจะ ๔

Item ๔๕๔

หม่อมฉันเนรมิตรถเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ด้วยฤทธิ์ ขอกราบพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของโลกผู้มีพระสิริ

Item ๔๕๕

(พญามารมากล่าวกับหม่อมฉันว่า) ‘ท่านเข้ามายังต้นไม้ชั้นเลิศที่มีดอกแย้มบานดีแล้ว ยืนอยู่เพียงผู้เดียวที่โคนต้นสาละ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน ไม่มีใครเป็นเพื่อน ท่านผู้โง่เขลา ท่านไม่กลัวพวกนักเลงดอกหรือ’

Item ๔๕๖

หม่อมฉันกล่าวว่า ‘ถึงพวกนักเลงตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ คนมาในที่นี้ พึงเป็นเหมือนกับท่านนี้ ก็ทำขนของเราให้เอนให้ไหวไม่ได้ พญามาร ท่านเพียงผู้เดียวจักทำอะไรเราได้

Item ๔๕๗

เรานี้จักหายตัวไปก็ได้ หรือว่าเข้าไปในท้องของท่านก็ได้ ท่านจักมองไม่เห็นเราผู้ยืนอยู่ที่ระหว่างคิ้วของท่าน

Item ๔๕๘

เรามีความชำนาญในเรื่องจิต อิทธิบาทเราก็เจริญดีแล้ว พ้นจากสรรพกิเลสเครื่องผูกทั้งปวง พญามาร เรามิได้เกรงกลัวท่าน

Item ๔๕๙

กามทั้งหลายเปรียบด้วยหอกและหลาว แม้ขันธ์ทั้งหลาย ก็คล้ายกองไฟ ท่านกล่าวถึงความยินดีในกาม บัดนี้ เราไม่มีความยินดีในกาม

Item ๔๖๐

ความเพลิดเพลินในอารมณ์ทั้งปวงเรากำจัดได้หมดแล้ว กองแห่งความมืด เราก็ทำลายได้แล้ว มารผู้มีบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ท่านถูกเรากำจัดแล้ว’

Item ๔๖๑

พระชินเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น จึงทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะในบริษัททั้งหลายว่า ‘อุบลวรรณาภิกษุณีเป็นผู้ประเสริฐสุด แห่งภิกษุณีทั้งหลายผู้มีฤทธิ์’ @เชิงอรรถ : @ ขันธ์ทั้งหลาย หมายถึงขันธ์ ๕ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ @(ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๕/๒๙๙-๓๐๐) @ กองแห่งความมืด ในที่นี้หมายถึงโมหะ (ความหลง) (ขุ.เถรี.อ. ๓/๑๒, ๔๓, ๖๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. เอกูโปสถิกวรรค] ๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน

Item ๔๖๒

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

Item ๔๖๓

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

Item ๔๖๔

ทายกทั้งหลายน้อมปัจจัย คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เข้ามาครั้งละหลายพันโดยรอบ

Item ๔๖๕

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

Item ๔๖๖

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Item ๔๖๗

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระอุบลวรรณาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุปปลวัณณาเถริยาปทานที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๔๔๙}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้