This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๓

Other items in this volume

๑. ภัททาลิเถราปทาน๒. เอกฉัตติยเถราปทาน๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน๔. มธุมังสทายกเถราปทาน๕. นาคปัลลวกเถราปทาน๖. เอกทีปิยเถราปทาน๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน๘. ยาคุทายกเถราปทาน๙. ปัตโถทนทายกเถราปทาน๑๐. มัญจทายกเถราปทาน๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน๓. เอกาสนทายกเถราปทาน๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. เอกธัมมัสสวนิยเถราปทาน๘. สุจินติตเถราปทาน๙. โสณณกิงกณิยเถราปทาน๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทาน๑. เอกวิหาริยเถราปทาน๒. เอกสังขิยเถราปทาน๓. ปาฏิหีรสัญญกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน๖. กลัมพทายกเถราปทาน๗. อัมพาฏกทายกเถราปทาน๘. หรีตกทายกเถราปทาน๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทาน๑. วิเภทกพีชิยเถราปทาน๒. โกลทายกเถราปทาน๓. เวลุวผลิยเถราปทาน๔. ภัลลาตกทายกเถราปทาน๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน๖. อัมพาฏกิยเถราปทาน๗. สีหาสนิกเถราปทาน๘. ปาทปีฐิยเถราปทาน๙. เวทิการกเถราปทาน๑๐. โพธิฆรการกเถราปทาน๑. ชคติทายกเถราปทาน๒. โมรหัตถิยเถราปทาน๓. สีหาสนพีชิยเถราปทาน๔. ติณุกกธาริยเถราปทาน๕. อักกมนทายกเถราปทาน๖. วนโกรัณฑิยเถราปทาน๗. เอกฉัตติยเถราปทาน๘. ชาติปุปผิยเถราปทาน๙. สัตติปัณณิยเถราปทาน๑๐. คันธปูชกเถราปทาน๑. สาลกุสุมิยเถราปทาน๒. จิตกปูชกเถราปทาน๓. จิตกนิพพาปกเถราปทาน๔. เสตุทายกเถราปทาน๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน๖. อวฏผลิยเถราปทาน๗. ลพุชผลทายกเถราปทาน๘. มิลักขุผลทายกเถราปทาน๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน๑. นฬมาลิยเถราปทาน๒. มณิปูชกเถราปทาน๓. อุกกาสติกเถราปทาน๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน๕. กุมมาสทายกเถราปทาน๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน๙. ปานธิทายกเถราปทาน๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน๑. ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน๒. พุทธสัญญกเถราปทาน๓. ภิสทายกเถราปทาน๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน๕. จันทนมาลิยเถราปทาน๖. ธาตุปูชกเถราปทาน๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน๘. ตรณิยเถราปทาน๙. ธัมมรุจิเถราปทาน๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทาน๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทาน๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน๗. อุทกทายกเถราปทาน๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทาน๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทาน๔. อวฏผลิยเถราปทาน๕. จารผลิยเถราปทาน๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทาน๗. อัชเชลผลทายกเถราปทาน๘. อโมรผลิยเถราปทาน๙. ตาลผลิยเถราปทาน๑๐. นาฬิเกรผลทายกเถราปทาน๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทาน๓. โกสุมพผลิยเถราปทาน๔. เกตกปุปผิยเถราปทาน๕. นาคปุปผิยเถราปทาน๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทาน๗. กุฏชปุปผิยเถราปทาน๘. โฆสสัญญกเถราปทาน๙. สัพพผลทายกเถราปทาน๑๐. ปทุมธาริยเถราปทาน๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน๒. เวจจกทายกเถราปทาน๓. สรณคมนิยเถราปทาน๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน๕. สุปฏทายกเถราปทาน๖. ทัณฑทายกเถราปทาน๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน๙. อามัณฑผลทายกเถราปทาน๑๐. สุคันธเถราปทาน๑. มหากัจจายนเถราปทาน๒. วักกลิเถราปทาน๓. มหากัปปินเถราปทาน๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทาน๕. กุมารกัสสปเถราปทาน๖. พาหิยเถราปทาน๗. มหาโกฏฐิกเถราปทาน๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทาน๙. ราธเถราปทาน๑๐. โมฆราชเถราปทาน๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน๒. กังขาเรวตเถราปทาน๓. สีวลีเถราปทาน๔. วังคีสเถราปทาน๕. นันทกเถราปทาน๖. กาฬุทายีเถราปทาน๗. อภยเถราปทาน๘. โลมสติยเถราปทาน๙. วนวัจฉเถราปทาน๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน๑. ยสเถราปทาน๒. นทีกัสสปเถราปทาน๓. คยากัสสปเถราปทาน๔. กิมิลเถราปทาน๕. วัชชีปุตตเถราปทาน๖. อุตตรเถราปทาน๗. อปรอุตตรเถราปทาน๘. ภัททชิเถราปทาน๙. สิวกเถราปทาน๑๐. อุปวานเถราปทาน๑๑. รัฏฐปาลเถราปทาน๑. สุเมธาเถริยาปทาน๒. เมขลทายิกาเถริยาปทาน๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทาน๔. สังกมนทาเถริยาปทาน๕. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน๗. กฏัจฉุภิกขทายิกาเถริยาปทาน๘. สัตตอุปปลมาลิกาเถริยาปทาน๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทาน๑. เอกูโปสถิกาเถริยาปทาน๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน๓. โมทกทายิกาเถริยาปทาน๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน๖. นฬมาลิกาเถริยาปทาน๗. มหาปชาปตีโคตมีเถริยาปทาน๘. เขมาเถริยาปทาน๙. อุปปลวัณณาเถริยาปทาน๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทาน๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทาน๒. กีสาโคตมีเถริยาปทาน๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน๔. สกุลาเถริยาปทาน๕. นันทาเถริยาปทาน๖. โสณาเถริยาปทาน๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน๘. ยโสธราเถริยาปทาน๙. ทสสหัสสเถริยาปทาน๑๐. อัฏฐารสเถรีสหัสสานมปทาน๑. อัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถรีนมปทาน๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน๕. สุกกาเถริยาปทาน๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน๑๐. เสลาเถริยาปทาน๑. รตนจังกมนกัณฑ์๒. สุเมธกถา - ๑. ทีปังกรพุทธวงศ์๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์๓. มังคลพุทธวงศ์๔. สุมนพุทธวงศ์๕. เรวตพุทธวงศ์๖. โสภิตพุทธวงศ์๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์๘. ปทุมพุทธวงศ์๙. นารทพุทธวงศ์๑๐. ปทุมุตตรพุทธวงศ์๑๑. สุเมธพุทธวงศ์๑๒. สุชาตพุทธวงศ์๑๓. ปิยทัสสีพุทธวงศ์๑๔. อัตถทัสสีพุทธวงศ์๑๕. ธัมมทัสสีพุทธวงศ์๑๖. สิทธัตถพุทธวงศ์๑๗. ติสสพุทธวงศ์๑๘. ปุสสพุทธวงศ์๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์๒๐. สิขีพุทธวงศ์๒๑. เวสสภูพุทธวงศ์๒๒. กกุสันธพุทธวงศ์๒๓. โกนาคมนพุทธวงศ์๒๔. กัสสปพุทธวงศ์๒๕. โคตมพุทธวงศ์๒๖. พุทธปกิณณกกัณฑ์๒๗. ธาตุภาชนียกถา๑. อกิตติจริยา๒. สังขพราหมณจริยา๓. กุรุธรรมจริยา๔. มหาสุทัสสนจริยา๕. มหาโควินทจริยา๖. เนมิราชจริยา๗. จันทกุมารจริยา๘. สิวิราชจริยา๙. เวสสันตรจริยา๑๐. สสปัณฑิตจริยา๑. มาตุโปสกจริยา๒. ภูริทัตตจริยา๓. จัมเปยยจริยา๔. จูฬโพธิจริยา๕. มหิสราชจริยา๖. รุรุราชจริยา๗. มาตังคจริยา๘. ธัมมเทวปุตตจริยา๙. ชยทิสจริยา๑๐. สังขปาลจริยา๑. ยุธัญชยจริยา๒. โสมนัสสจริยา๓. อโยฆรจริยา๔. ภิงสจริยา๕. โสณนันทปัณฑิตจริยา๖. มูคปักขจริยา๗. กปิลราชจริยา๘. สัจจสวหยปัณฑิตจริยา๙. วัฏฏกโปตกจริยา๑๐. มัจฉราชจริยา๑๑. กัณหทีปายนจริยา๑๒. สุตโสมจริยา๑๓. สุวัณณสามจริยา๑๔. เอกราชจริยา๑๕. มหาโลมหังสจริยาสโมธานกถา

Scripture

๑๐. อุปวานเถราปทาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation57 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน ๑๐. อุปวานเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอุปวานเถระ (พระอุปวานเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

Item ๑๒๒Commentary

พระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

Item ๑๒๓Commentary

มหาชนมาประชุมกันบูชาพระตถาคต สร้างจิตกาธานอย่างงดงามแล้ว ยกพระสรีระขึ้นวางไว้

Item ๑๒๔Commentary

ชนเหล่านั้นทั้งหมด พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ ถวายพระเพลิงพุทธสรีระแล้ว รวบรวมพระธาตุ พากันสร้างพุทธสถูปไว้ ณ ที่นั้น

Item ๑๒๕Commentary

สถูปชั้นที่ ๑ ทำด้วยทองคำ ชั้นที่ ๒ ทำด้วยแก้วมณี ชั้นที่ ๓ ทำด้วยเงิน ชั้นที่ ๔ ทำด้วยแก้วผลึก

Item ๑๒๖Commentary

ที่พระสถูปนั้น ชั้นที่ ๕ ทำด้วยแก้วทับทิม ชั้นที่ ๖ ทำด้วยแก้วลาย ชั้นที่สูงๆ ขึ้นไปจากนี้ทำด้วยแก้วทั้งหมด

Item ๑๒๗Commentary

ร่างร้าน ทำด้วยแก้วมณี ไพที(แท่นสำหรับวางเครื่องสักการะ) ทำด้วยรัตนะ องค์พระสถูปทำด้วยทองคำล้วน สูงขึ้นไปหนึ่งโยชน์

Item ๑๒๘Commentary

ครั้งนั้น หมู่เทวดามาประชุมกัน ณ ที่นั้นแล้วร่วมปรึกษากันว่า ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูปเพื่อบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่

Item ๑๒๙Commentary

พระบรมสารีริกธาตุไม่แยกกัน คือรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน พวกเราจักสร้างพระสถูปครอบไว้ที่พระพุทธสถูปนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน

Item ๑๓๐Commentary

หมู่เทพได้ขยายพระสถูปให้สูงขึ้นไปอีกหนึ่งโยชน์ ด้วยรัตนะทั้ง ๗ ประการ พระสถูปองค์นั้นจึงมีความสูง ๒ โยชน์ ซึ่งส่องสว่างขจัดความมืดได้

Item ๑๓๑Commentary

ครั้งนั้น พวกนาคมาประชุมกัน ณ ที่นั้นแล้ว ร่วมปรึกษากันว่า มนุษย์และเทวดาเหล่านั้น ได้พากันสร้างพระพุทธสถูปเสร็จแล้ว

Item ๑๓๒Commentary

พวกเราอย่าได้ประมาทกันเลย มนุษย์และเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูป เพื่อบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่

Item ๑๓๓Commentary

พวกนาคพากันรวบรวมแก้วมรกต แก้วมหานิล และแก้วมณีโชติรส ช่วยกันประดับพระพุทธสถูป

Item ๑๓๔Commentary

ครั้งนั้น พระสถูปทั้งองค์ สำเร็จด้วยแก้วมณี จนกระทั่งเป็นพุทธเจดีย์สูง ๓ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสว

Item ๑๓๕Commentary

ครั้งนั้น พวกครุฑมาประชุมกันแล้ว ร่วมปรึกษากันว่า มนุษย์ เทวดา และนาคเหล่านั้นได้พากันทำพุทธบูชาแล้ว

Item ๑๓๖Commentary

พวกเราอย่ามัวประมาทอยู่เลย มนุษย์ นาค และเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูป เพื่อบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน

Item ๑๓๗Commentary

ครุฑเหล่านั้น ได้สร้างพระสถูป ครอบพระสถูปแก้วมณีทั้งองค์ แม้พวกเขาก็ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างไปอีกหนึ่งโยชน์

Item ๑๓๘Commentary

พระพุทธสถูปสูงขึ้นไปอีก ๔ โยชน์ รุ่งโรจน์ ย่อมส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ ดุจดวงอาทิตย์อุทัย

Item ๑๓๙Commentary

ครั้งนั้น พวกกุมภัณฑ์มาประชุมกันแล้ว ร่วมปรึกษากันว่า มนุษย์ เทวดา นาค และครุฑก็เป็นเหมือนกันหมด

Item ๑๔๐Commentary

ต่างก็ได้พากันสร้างพระสถูปที่อุดมพวกละองค์ บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พวกเราอย่ามัวประมาทกันเลย มนุษย์และเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

Item ๑๔๑Commentary

ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูป เพื่อบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่ จักใช้รัตนะทั้งหลายประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไป

Item ๑๔๒Commentary

กุมภัณฑ์แม้เหล่านั้น ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีกหนึ่งโยชน์ ครั้งนั้น พระสถูปจึงสูงขึ้นเป็น ๕ โยชน์ ย่อมส่องแสงสว่างไสว

Item ๑๔๓Commentary

ครั้งนั้น พวกยักษ์มาประชุมกัน ณ ที่นั้นแล้ว ร่วมปรึกษากันว่า มนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ และกุมภัณฑ์

Item ๑๔๔Commentary

ต่างก็ได้พากันสร้างพระสถูป ที่ประเสริฐสุดพวกละองค์บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน พวกเราอย่ามัวประมาทกันเลย มนุษย์และเทวดาไม่ประมาทกันแล้ว

Item ๑๔๕Commentary

ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูป บูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่ นำแก้วผลึกมาประดับพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีก

Item ๑๔๖Commentary

ยักษ์แม้เหล่านั้น ได้ขยายพระพุทธเจดีย์ให้กว้างออกไปอีกหนึ่งโยชน์ ครั้งนั้น พระสถูปจึงสูงขึ้นเป็น ๖ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสว

Item ๑๔๗Commentary

ครั้งนั้น พวกคนธรรพ์มาประชุมกันแล้ว ร่วมปรึกษากันว่า มนุษย์ เทวดา นาค กุมภัณฑ์ และครุฑก็เหมือนกัน

Item ๑๔๘Commentary

พวกเขาทั้งหมดได้พากันสร้างพระพุทธสถูป ในเรื่องสร้างพระสถูปนี้ พวกเรายังไม่ได้สร้าง ถึงพวกเราก็จักสร้างพระสถูป บูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่

Item ๑๔๙Commentary

ครั้งนั้น คนธรรพ์เหล่านั้น สร้างไพทีเป็น ๗ แห่งแล้วได้ทำธงและฉัตรไว้ พวกคนธรรพ์ได้ช่วยกันสร้างพระสถูปซึ่งสำเร็จด้วยทองคำล้วน

Item ๑๕๐Commentary

ครั้งนั้น พระสถูปสูงขึ้นเป็น ๗ โยชน์ ส่องแสงสว่างไสว จนไม่รู้กลางวันหรือกลางคืน เพราะมีแสงสว่างอยู่ตลอดเวลา

Item ๑๕๑Commentary

ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์พร้อมทั้งดวงดาว ก็ข่มแสงพระสถูปนั้นไม่ได้ ในที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ แม้ประทีปก็ไม่โชติช่วง

Item ๑๕๒Commentary

โดยกาลนั้น มนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่งจะบูชาพระสถูป พวกเขาไม่ขึ้นไปยังพระสถูป เพียงโยนเครื่องสักการะขึ้นไปบนอากาศ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน

Item ๑๕๓Commentary

ยักษ์ที่มีนามว่าอภิสัมมตะ ซึ่งเหล่าเทวดาตั้งไว้(เพื่อรักษาพระสถูป) คอยรับธงหรือพวงดอกไม้ไปบูชาให้ยิ่งขึ้น

Item ๑๕๔Commentary

ชนเหล่านั้นไม่เห็นยักษ์นั้น คงเห็นแต่พวงดอกไม้ของยักษ์ลอยไปอยู่ พวกเขาทั้งหมดเห็นแล้วอย่างนี้ เมื่อตายไปจึงไปสู่สุคติ

Item ๑๕๕Commentary

มนุษย์ทั้งหลายที่ไม่พอใจในพระพุทธพจน์ และมนุษย์ทั้งหลายที่เลื่อมใสศาสนา ผู้มีความต้องการจะเห็นปาฏิหาริย์ จะพากันบูชาพระสถูป

Item ๑๕๖Commentary

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เป็นคนรับจ้างอยู่ในกรุงหงสวดี เห็นประชาชนพากันรื่นเริงบันเทิงใจ จึงคิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า

Item ๑๕๗Commentary

หมู่ชนเหล่านี้พากันดีใจไม่เคยอิ่มถึงสักการะ ซึ่งปรากฏที่เรือนแห่งพระธาตุ ของพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด พระผู้มีพระภาคผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นั้น หาเป็นเช่นนั้นไม่

Item ๑๕๘Commentary

แม้เราก็จักทำสักการบูชาพระโลกนาถ ผู้คงที่ เป็นธรรมทายาทของพระองค์ในอนาคตกาล

Item ๑๕๙Commentary

ข้าพเจ้าจึงใช้ผ้าห่มของข้าพเจ้าที่ช่างย้อมซักไว้อย่างดี คล้องไว้ที่ปลายไม้ไผ่แล้วจึงยกขึ้นเป็นธงในท้องฟ้า

Item ๑๖๐Commentary

ยักษ์อภิสัมมตะ หยิบธงของข้าพเจ้านำไปในท้องฟ้า ข้าพเจ้าเห็นแต่ธงสะบัดพลิ้วเพราะสายลม จึงทำความร่าเริงให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน

Item ๑๖๑Commentary

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในธงนั้นแล้ว เข้าไปหาพระสมณะ อภิวาทพระภิกษุรูปนั้นแล้ว จึงถามถึงวิบากในการบูชาด้วยธง

Item ๑๖๒Commentary

พระภิกษุรูปนั้นมีความยินดีมากต่อข้าพเจ้า จึงกล่าวถ้อยคำที่ทำความปีติให้เกิดแก่ข้าพเจ้าว่า ท่านจักได้เสวยวิบากแห่งธงนั้นตลอดกาล

Item ๑๖๓Commentary

กองทัพ ๔ เหล่า คือ พลช้าง พลม้า พลรถ พลเดินเท้า จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

Item ๑๖๔Commentary

เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น กลองที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

Item ๑๖๕Commentary

สาวรุ่น ๘๖,๐๐๐ นาง ล้วนประดับตกแต่งสวยงาม สวมใส่ผ้าอาภรณ์อันงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี

Item ๑๖๖Commentary

มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงาม เอวเล็กเอวบาง จักแวดล้อมท่านเป็นนิตย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

Item ๑๖๗Commentary

ท่านจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป จักเกิดเป็นจอมเทพ ครองเทวสมบัติตลอด ๘๐ ชาติ

Item ๑๖๘Commentary

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๐. อุปวานเถราปทาน

Item ๑๖๙Commentary

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

Item ๑๗๐Commentary

ท่านถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจุติจากเทวโลก ประกอบด้วยบุญกรรม จักเกิดเป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

Item ๑๗๑Commentary

ท่านจักละทิ้งสมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิ และทาสกรรมกรจำนวนมากแล้ว บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม

Item ๑๗๒Commentary

ท่านมีชื่อว่าอุปวานะ จักให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ผู้ประเสริฐแห่งวงศ์ศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงพอพระทัยแล้ว เป็นสาวกของพระศาสดา

Item ๑๗๓Commentary

กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส) ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว

Item ๑๗๔Commentary

เมื่อข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ชนทั้งหลาย จักโบกธงประจำตลอดที่ ๓ โยชน์โดยรอบทุกเวลา

Item ๑๗๕Commentary

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๖. ยสวรรค] ๑๑. รัฏฐปาลเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง

Item ๑๗๖Commentary

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

Item ๑๗๗Commentary

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Item ๑๗๘Commentary

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุปวานเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อุปวานเถราปทานที่ ๑๐ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้