Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๓
๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสิงคาลมาตาเถรี (พระสิงคาลมาตาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๘๒พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
๘๓ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลอำมาตย์ ที่รุ่งเรืองด้วยรัตนะต่างๆ เป็นตระกูลมั่งคั่ง เจริญ มีทรัพย์มาก ในกรุงหงสวดี
๘๔หม่อมฉันมีมหาชนห้อมล้อมไปกับบิดา ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว บวชเป็นบรรพชิต
๘๕ครั้นบวชแล้ว เว้นบาปกรรมทางกาย ละวจีทุจริต ชำระอาชีวะให้บริสุทธิ์
๘๖มีความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และพระธรรม และมีความเคารพอย่างแรงกล้าในพระสงฆ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน ขวนขวายในการฟังพระสัทธรรม มีการได้เห็นพระพุทธเจ้าเป็นปกติ
๘๗ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ฟังภิกษุณีรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลาย ฝ่ายสัทธาธิมุต จึงปรารถนาตำแหน่งนั้นแล้วบำเพ็ญไตรสิกขา ให้บริบูรณ์
๘๘ครั้งนั้น พระสุคตผู้มีพระอัธยาศัย ประกอบด้วยพระกรุณา ตรัสกับหม่อมฉันว่า ‘บุคคลผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหวตั้งมั่นดีในพระตถาคต มีศีลดีงามที่พระอริยเจ้าใคร่และสรรเสริญ
๘๙มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ มีความเห็นตรง นักปราชญ์เรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้ไม่ขัดสน ชีวิตของผู้นั้นไม่เปล่าประโยชน์’
๙๐เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อมาระลึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงหมั่นประกอบศรัทธา ศีล ปสาทะ(ความเลื่อมใส) และความเห็นที่ชอบธรรม
๙๑หม่อมฉันได้ฟังพระดำรัสนั้นแล้ว มีความเบิกบานใจ ได้ทูลถามถึงความปรารถนาของหม่อมฉัน ในครั้งนั้น พระสุคตผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นวิเศษ ทรงมีปัญญาไม่ต่ำต้อย มีพระคุณนับไม่ถ้วน ทรงพยากรณ์ว่า ‘เธอเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้มีธรรมอันงาม จักได้ตำแหน่งนั้นที่เธอปรารถนาไว้แล้ว
๙๒ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชตระกูลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก @เชิงอรรถ : @ ไตรสิกขา หมายถึงศีล สมาธิ และปัญญา (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๗๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน
๙๓สตรีผู้นี้จักมีนามว่าสิงคาลมาตา เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’
๙๔ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา ปรนนิบัติพระชินเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำ ด้วยการปฏิบัติทั้งหลายจนตลอดชีวิต
๙๕ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๙๖บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี มีความเจริญรุ่งเรือง สั่งสมรัตนะไว้เป็นอันมาก ในกรุงราชคฤห์ ที่ประเสริฐสุด
๙๗บุตรของหม่อมฉันชื่อสิงคาลมาณพ มีความเห็นผิด แล่นไปสู่มิจฉาทิฏฐิ มุ่งแต่การบูชาทิศ
๙๘นอบน้อมทิศต่างๆ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำวิเศษ เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังพระนคร ทอดพระเนตรเห็นเขาแล้ว ประทับยืนโอวาทที่หนทาง
๙๙เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรม บุตรของหม่อมฉัน ส่งเสียงร้อง น่าประหลาดใจ บุรุษสตรี ๒ โกฏิได้บรรลุธรรม
๑๐๐ครั้งนั้น หม่อมฉันได้เข้าไปยังที่ประชุมนั้น ฟังภาษิตของพระสุคตแล้ว ได้บรรลุโสดาปัตติผล ออกบวชเป็นบรรพชิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน
๑๐๑ได้เห็นพระพุทธเจ้าเป็นปกติ เจริญพุทธานุสสติอยู่ไม่นาน ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๑๐๒หม่อมฉันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเป็นประจำ เห็นพระรูปซึ่งเป็นที่เพลิดเพลินนัยนาก็ยังไม่เบื่อ
๑๐๓หม่อมฉันไม่เบื่อพระรูปที่เกิดจากบารมีทั้งปวง เป็นที่อยู่อาศัยแห่งสิริที่ประเสริฐ พรั่งพร้อมด้วยความงามทุกอย่าง
๑๐๔พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น จึงทรงตั้งหม่อมฉันผู้เป็นมารดาของสิงคาลมาณพไว้ ในเอตทัคคะว่า ‘เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายสัทธาธิมุต’
๑๐๕ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ
๑๐๖รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี
๑๐๗ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์
๑๐๘กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๕. สุกกาเถริยาปทาน
๑๐๙การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๑๑๐คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ทราบว่า ท่านพระภิกษุณีมารดาสิงคาลมาณพได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สิงคาลมาตาเถริยาปทานที่ ๔ จบ