Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๓
๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปุณณิกาเถรี (พระปุณณิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๘๔พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ผู้เป็นพระมุนี ผู้คงที่ ทรงพระนามว่าพระวิปัสสี ๑ พระสิขี ๑ พระเวสสภู ๑ พระกกุสันธะ ๑ พระโกนาคมนะ ๑ พระกัสสปะ ๑
๑๘๕หม่อมฉันบวชเป็นภิกษุณีในศาสนา ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญารักษาตน สำรวมอินทรีย์
๑๘๖เป็นพหูสูต ทรงธรรม สอบถามเหตุและผล เล่าเรียน สดับธรรม เป็นผู้นั่งใกล้
๑๘๗หม่อมฉันแสดงคำสอนของพระชินเจ้าในท่ามกลางหมู่ชน ได้เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก ดูหมิ่นเพราะความเป็นพหูสูตนั้น
๑๘๘บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในเรือนแห่งนางกุมภทาสี ของอนาถบิณฑิกเศรษฐีในกรุงสาวัตถีที่ประเสริฐสุด
๑๘๙หม่อมฉันไปตักน้ำ ได้เห็นโสตถิยพราหมณ์ นั่งหนาวสั่นอยู่ท่ามกลางน้ำ ครั้นเห็นแล้วได้กล่าวดังนี้ว่า ‘ฉันเป็นคนตักน้ำ
๑๙๐กลัวภัยต่ออาชญาของเจ้านาย และถูกภัยคือวาจาที่เกรี้ยวกราดของเจ้านายเบียดเบียน จึงต้องลงน้ำเป็นประจำในฤดูหนาว
๑๙๑พราหมณ์เอ๋ย ท่านกลัวใคร จึงต้องลงน้ำเป็นประจำ มีร่างกายสั่นเทา รู้สึกหนาวรุนแรงใช่ไหม’
๑๙๒(พราหมณ์ได้กล่าวว่า) ‘นางปุณณิกาผู้เจริญ เธอทั้งที่รู้อยู่ยังสอบถามเราผู้ทำกุศลกรรม เพื่อกำจัดบาปกรรมอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน
๑๙๓บุคคลใดเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เป็นเด็กก็ตาม ทำบาปกรรมไว้ บุคคลนั้นๆ จะพ้นจากบาปกรรมได้ เพราะการอาบน้ำ’
๑๙๔เมื่อพราหมณ์นั้นขึ้นจากน้ำมา หม่อมฉันได้บอกบทที่ประกอบด้วยเหตุและผล พราหมณ์ได้ฟังบทแห่งธรรมนั้นแล้ว มีความสลดใจ ออกบวชแล้วได้เป็นพระอรหันต์
๑๙๕เพราะหม่อมฉันเกิดในตระกูลทาสี ครบจำนวนทาสี ๑๐๐ คนพอดี เจ้านายจึงตั้งชื่อให้หม่อมฉันว่า ปุณณา และปลดหม่อมฉัน(จากทาส)ให้เป็นไท
๑๙๖แต่นั้นหม่อมฉันอนุโมทนาเศรษฐีแล้ว บวชเป็นบรรพชิต โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๑๙๗ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ
๑๙๘รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
๑๙๙อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
๒๐๐หม่อมฉันมีปัญญามากเพราะการเจริญภาวนา มีสุตะมากเพราะการเรียนรู้ เกิดในตระกูลต่ำเพราะมีมานะจัด แต่กุศลกรรมมิได้วิบัติไปเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๔๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน
๒๐๑กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๒๐๒การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๒๐๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระปุณณิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ปุณณิกาเถริยาปทานที่ ๘ จบ