Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๓
๑. เอกวิหาริยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๔. เอกวิหาริวรรค] ๑. เอกวิหาริยเถราปทาน ๔๔. เอกวิหาริวรรค หมวดว่าด้วยพระเถระผู้อยู่ผู้เดียวเป็นต้น ๑. เอกวิหาริยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกวิหาริยเถระ (พระเอกวิหาริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของท้าวมหาพรหม มีพระยศยิ่งใหญ่ ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๒พระองค์ไม่มีธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า ปราศจากธรรมเครื่องหน่วงเหนี่ยว มีพระทัยเสมอด้วยอากาศ มีปกติอยู่ในที่วิเวก เป็นผู้คงที่ ยินดีในอนิมิตตสมาธิ มีความชำนาญ(ในญาณ)
๓มีพระทัยไม่เกี่ยวข้องในอารมณ์ ไม่มีตัณหาแปดเปื้อน ไม่คลุกคลีในตระกูล ในหมู่คณะ ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงเป็นนักปราชญ์ ทรงฉลาดในอุบายสำหรับแนะนำ
๔ทรงขวนขวายในกิจของผู้อื่น ทรงแนะนำทั้งมนุษย์และเทวดา ทรงแนะนำทางไปสู่พระนิพพาน อันสามารถยังเปือกตมคือคติให้เหือดแห้ง @เชิงอรรถ : @ ธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า ได้แก่ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ (ที.ม.อ. ๒/๓๕๘/๓๓๖) @ อนิมิตตสมาธิ ในที่นี้หมายถึงอนิมิตตวิโมกข์ (ขุ.อป.อ. ๑/๑๓๓/๒๔๕, ๕๑๖/๓๔๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๔. เอกวิหาริวรรค] ๑. เอกวิหาริยเถราปทาน
๕และทรงแนะนำพระนิพพานอันเป็นอมตะ มีความแช่มชื่นอย่างยิ่ง เป็นธรรมเครื่องกั้นความแก่และความตาย พระองค์ประทับนั่ง ท่ามกลางบริษัทใหญ่ ทรงช่วยสัตว์โลกให้ข้ามพ้น
๖ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง มีพระสุรเสียงไพเราะ เหมือนเสียงนกการเวก มีพระสุรเสียงก้องดังเสียงพรหม ทรงถอนเวไนยสัตว์ผู้จะฉิบหาย เพราะขาดผู้แนะนำขึ้นจากมหันตทุกข์
๗ข้าพเจ้าได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้ทรงแสดงธรรมที่ปราศจากธุลีคือกิเลส ได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว จึงออกบวชเป็นภิกษุ
๘ครั้นบวชแล้วในกาลนั้น ข้าพเจ้าถูกความคลุกคลี บีบคั้น คิดถึงคำสอนของพระชินเจ้า จึงได้ไปอยู่ในป่าที่น่ารื่นรมย์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
๙การดับแห่งสักกายทิฏฐิอันเป็นเหตุแห่งความยึดมั่น เกิดแก่ข้าพเจ้าผู้มีความวิเวกแห่งจิต ผู้เห็นภัยในความเกี่ยวข้อง
๑๐กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ @เชิงอรรถ : @ ความคลุกคลี มี ๕ อย่าง คือ (๑) คลุกคลีด้วยการเห็น (๒) คลุกคลีด้วยการฟัง (๓) คลุกคลีด้วยการสัมผัส @ทางกาย (๔) คลุกคลีด้วยการเจรจาปราศรัย (๕) คลุกคลีด้วยการกินอยู่ร่วมกัน (ขุ.อป.อ. ๑/๙๒/๑๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๔. เอกวิหาริวรรค] ๒. เอกสังขิยเถราปทาน
๑๒การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๑๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกวิหาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ เอกวิหาริยเถราปทานที่ ๑ จบ