Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๓๓
๙. ธัมมรุจิเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระธัมมรุจิเถระ (พระธัมมรุจิเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๖๔ในเวลาที่พระพุทธชินเจ้าพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์สุเมธดาบสว่า ในกัปนับประมาณมิได้จากกัปนี้ไป ดาบสนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า
๑๖๕พระมารดาผู้ให้กำเนิดดาบสนี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ ดาบสนี้จักมีนามว่าโคดม
๑๖๖ดาบสนี้จักตั้งความเพียรบำเพ็ญทุกรกิริยาแล้ว จักเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน
๑๖๗พระอุปติสสเถระและพระโกลิตเถระจักเป็นพระอัครสาวก พระอุปัฏฐากชื่อว่าพระอานนท์ จักอุปัฏฐากพระชินเจ้านี้
๑๖๘เขมาภิกษุณีและอุบลวรรณาภิกษุณีจักเป็นพระอัครสาวิกา จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุบาสก
๑๖๙ขุชชุตตราอุบาสิกาและนันทมารดาอุบาสิกาเป็นอัครอุบาสิกา ต้นไม้เป็นสถานที่ตรัสรู้ของนักปราชญ์ผู้นี้ ชาวโลกเรียกกันว่าต้นอัสสัตถพฤกษ์
๑๗๐มนุษย์และเทวดาได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งจะหาใครเสมอเหมือนมิได้ ต่างเป็นผู้เบิกบานประนมมือนมัสการ
๑๗๑ข้าแต่พระมหามุนี ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นมาณพชื่อเมฆะ ศึกษามาดีแล้ว ได้สดับคำพยากรณ์อันประเสริฐของสุเมธดาบส
๑๗๒ข้าพเจ้าเป็นผู้คุ้นเคยกับสุเมธดาบส ผู้มีความกรุณา และรีบออกบวชตามสุเมธดาบส ผู้มีความเพียร ซึ่งบวชอยู่
๑๗๓เป็นผู้สำรวมในปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ มีอาชีวะหมดจด มีสติ เป็นนักปราชญ์ กระทำตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้า
๑๗๔ข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ถูกปาปมิตรบางคนชักนำในความประพฤติเลวทราม ถูกขจัดออกจากหนทางที่ชอบแล้ว
๑๗๕เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตก จึงหลีกออกจากศาสนา ภายหลังถูกปาปมิตรนั้นชักชวนให้ฆ่ามารดา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน
๑๗๖ข้าพเจ้ามีจิตชั่วร้ายได้ทำอนันตริยกรรมฆ่ามารดา จุติจากภพนั้นแล้วไปเกิดในอเวจีมหานรกที่แสนจะทารุณ
๑๗๗ข้าพเจ้าตกนรกประสบความลำบากเวียนว่ายตายเกิดอยู่นาน ไม่ได้เห็นสุเมธดาบส ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้ประเสริฐกว่านรชน
๑๗๘ในกัปนี้ ข้าพเจ้าเกิดเป็นปลาติมิงคละอยู่ในมหาสมุทร เห็นเรือในสมุทรสาคร จึงเข้าไปเพื่อจะกิน
๑๗๙พวกพ่อค้าเห็นข้าพเจ้าก็กลัว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ข้าพเจ้าได้ยินเสียงกึกก้องว่า โคตมะ ที่พ่อค้าเหล่านั้นเปล่งขึ้น
๑๘๐จึงนึกถึงสัญญาเก่าขึ้นมาได้ จากนั้นก็เสียชีวิตแล้ว ไปเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่มั่งคั่ง ในกรุงสาวัตถี
๑๘๑ข้าพเจ้าชื่อว่าธัมมรุจิ เป็นผู้เกลียดบาปกรรมทุกอย่าง พออายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้พบพระพุทธองค์ผู้ส่องโลกให้โชติช่วง
๑๘๒ข้าพเจ้าจึงได้ไปยังพระเชตวันมหาวิหาร แล้วบวชเป็นบรรพชิต เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ๓ ครั้ง ต่อคืนและวัน
๑๘๓ครั้งนั้น พระองค์ผู้เป็นมุนี ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าเข้าจึงตรัสว่า ธัมมรุจิ ท่านจงระลึกถึงเรา ลำดับนั้น ข้าพเจ้ากราบทูลบุพกรรมอย่างแจ่มแจ้ง กับพระพุทธเจ้าว่า
๑๘๔นานมาแล้ว ข้าพระองค์ไม่ได้พบพระองค์ ผู้ทรงบุญลักษณะตั้ง ๑๐๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ผู้ทรงมีเหตุปัจจัยบริสุทธิ์ในชาติปางก่อน บัดนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระสรีระของพระองค์ นับว่าเป็นการเห็นที่ประเสริฐแท้ ไม่มีสิ่งเปรียบ
๑๘๕ความมืดคือโมหะ พระองค์ขจัดได้สิ้นเชิงหนอ ข้าพเจ้าชมเชยพระองค์แล้ว แม่น้ำคือตัณหา อันพระองค์ผู้มีอินทรีย์อันรักษาไว้ดีแล้ว ให้เหือดแห้งไปโดยสิ้นเชิง พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน อันพระองค์ทรงชำระดีแล้ว สิ้นกาลนาน ข้าแต่พระมหามุนี พระองค์บรรลุนัยนา ที่สำเร็จด้วยญาณสิ้นกาลนาน
๑๘๖ข้าพระองค์พินาศไปในระหว่างตลอดกาลนาน ข้าแต่พระโคดม แต่วันนี้ ข้าพระองค์ได้พบพระองค์ การพบเป็นต้นที่ได้ทำไว้จักไม่พินาศไปอีก
๑๘๗กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๑๘๘การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว @เชิงอรรถ : @ พระนิพพานที่ไม่มีมลทิน หมายถึงบรรลุนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑) @ บรรลุนัยนา หมายถึงทิพพจักขุ (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๕-๘๖/๒๖๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๖๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๙. ปังสุกูลวรรค] ๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน
๑๘๙คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระธัมมรุจิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ธัมมรุจิเถราปทานที่ ๙ จบ