Scripture · เล่ม ๓๓
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Scripture · เล่ม ๓๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน ๕๑. กณิการวรรค หมวดว่าด้วยกรรณิการ์วิมานเป็นต้น ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระตีณิกณิการปุปผิยเถระ (พระตีณิกณิการปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ตรัสรู้เอง ทรงประสงค์วิเวก จึงเสด็จเข้าไปยังป่าหิมพานต์
๒ครั้นเสด็จเข้าไปยังป่าหิมพานต์แล้ว พระองค์ผู้เป็นมุนี ผู้เลิศ ทรงประกอบด้วยพระกรุณา เป็นบุรุษผู้สูงสุด ก็ประทับนั่งขัดสมาธิ
๓ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นวิทยาธรสัญจรไปในอากาศ ข้าพเจ้าถือหอกอันคม ซึ่งทำไว้ดีแล้ว เหาะไปในท้องฟ้า
๔พระพุทธเจ้าทรงทำป่าใหญ่ให้สว่างไสว เหมือนไฟบนยอดภูเขา เหมือนดวงจันทร์ในวันเพ็ญ และเหมือนต้นพญาไม้สาละซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง
๕ข้าพเจ้าเห็นพุทธรังสี มีสีคล้ายเปลวไฟ ที่ไหม้ไม้อ้อ พวยพุ่งออกจากป่า จึงทำจิตให้เลื่อมใส
๖ข้าพเจ้าเลือกเก็บดอกไม้อยู่ ได้เห็นดอกกรรณิการ์ที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นทิพย์ จึงเก็บมา ๓ ดอก ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๘๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน
๗ครั้งนั้น ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ดอกไม้ของข้าพเจ้าทั้ง ๓ ดอก กลับขั้วขึ้นหันกลีบดอกลงทำเป็นร่มเงาเพื่อพระศาสดา
๘ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๙ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น มีวิมานสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ ซึ่งบุญกรรมสร้างขึ้นอย่างสวยงามเพื่อข้าพเจ้า รู้จักกันว่ากรรณิการ์วิมาน
๑๐ปราสาท ๗ ชั้น สูง ๑,๐๐๐ ชั่วลูกธนู สะพรั่งไปด้วยธง พราวไปด้วยแก้วมณีสีเขียว และป้อม ๑๐๐,๐๐๐ ป้อม ปรากฏในวิมานของข้าพเจ้า
๑๑บัลลังก์ทองคำ บัลลังก์แก้วมณี บัลลังก์แก้วทับทิม และบัลลังก์แก้วผลึก เกิดขึ้นตามปรารถนาตามประสงค์
๑๒ที่นอนมีราคามาก ยัดด้วยนุ่น มีลวดลายต่างๆ มีขนตั้งขึ้นด้านเดียวและหมอนพร้อม
๑๓ข้าพเจ้ามีหมู่เทวดาห้อมล้อม ออกจากวิมานเที่ยวจาริกไปในเทวโลก ในเวลาที่ปรารถนาจะไป
๑๔ยืนอยู่ภายใต้ดอกไม้ ข้าพเจ้ามีดอกไม้เป็นเครื่องมุงบังอยู่เบื้องบน สถานที่ประมาณ ๑๐๐ โยชน์มุงบังไปด้วยดอกกรรณิการ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๘๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน
๑๕เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น บรรเลงกล่อมข้าพเจ้า ทั้งเช้าและเย็น ไม่หยุดหย่อน แวดล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์ ตลอดคืนตลอดวัน
๑๖ในวิมานนั้นข้าพเจ้ารื่นรมย์ด้วยการฟ้อน การขับร้อง การเคาะกังสดาล และการประโคม เป็นผู้หมกมุ่นในกาม บันเทิงอยู่ด้วยความยินดีในการเล่น
๑๗ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบริโภคและดื่มอยู่ในวิมานนั้น บันเทิงอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ข้าพเจ้าพร้อมด้วยหมู่นางอัปสรบันเทิงอยู่ในวิมานอันอุดม
๑๘ข้าพเจ้าครองเทวสมบัติตลอด ๕๐๐ ชาติ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ชาติ และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
๑๙เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมได้โภคะมากมาย ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๐ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์ คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๑ข้าพเจ้าเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ ตระกูลต่ำข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๘๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน
๒๒ยานคือช้าง ยานคือม้า วอ และคานหาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๓หมู่ทาสหญิง ทาสชาย และเหล่านารี ที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๔ผ้าไหม ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ และผ้าฝ้าย ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๕ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะที่มีรสเลิศใหม่ๆ ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๖(คำเชื้อเชิญเช่นนี้ว่า) เชิญเคี้ยวกินสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๗ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เขาบูชาในที่ทุกสถาน มียศสูงส่ง มีพวกมาก มีบริวารไม่แตกแยกกันทุกเมื่อ บรรดาญาติทั้งหลาย ข้าพเจ้าเป็นผู้ประเสริฐที่สุด นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๒๘ข้าพเจ้าไม่รู้จักความหนาว ความร้อน ทั้งไม่มีความเร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจก็ไม่มีในหทัยของข้าพเจ้า
๒๙ข้าพเจ้าเป็นผู้มีผิวพรรณดุจทองคำ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๘๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน ความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๐ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลก มาเกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี
๓๑ข้าพเจ้าได้ละกามคุณ ๕ ออกบวชเป็นบรรพชิต มีอายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
๓๒พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ ทรงทราบคุณวิเศษของข้าพเจ้า จึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท ข้าพเจ้ายังมีอายุน้อยก็ได้เป็นปูชนียบุคคล นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๓ทิพยจักษุของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ ข้าพเจ้าฉลาดในสมาธิ ถึงความสำเร็จในอภิญญา นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๔ข้าพเจ้าบรรลุปฏิสัมภิทา ฉลาดในอิทธิบาท ถึงความสำเร็จในพระสัทธรรม นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๕ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
๓๖กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๑. กณิการวรรค] ๒. เอกปัตตทายกเถราปทาน
๓๗การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๓๘คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระตีณิกณิการปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ จบ