อวิชชาวิชชาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต อวิชชาวิชชาสูตร
อวิชฺชา ภิกฺขเว ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อนฺวเทว อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ อวิชฺชาคตสฺส ภิกฺขเว อวิทฺทสุโน มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปโหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิกสฺส มิจฺฉาสงฺกปฺโป ปโหติ มิจฺฉาสงฺกปฺปสฺส มิจฺฉาวาจา ปโหติ มิจฺฉาวาจสฺส มิจฺฉากมฺมนฺโต ปโหติ มิจฺฉากมฺมนฺตสฺส มิจฺฉาอาชีโว ปโหติ มิจฺฉาอาชีวสฺส มิจฺฉาวายาโม ปโหติ มิจฺฉาวายามสฺส มิจฺฉาสติ ปโหติ มิจฺฉาสติสฺส มิจฺฉาสมาธิ ปโหติ มิจฺฉาสมาธิสฺส มิจฺฉาญาณํ ปโหติ มิจฺฉาญาณิสฺส มิจฺฉาวิมุตฺติ ปโหติ ฯ {๑๐๕.๑} วิชฺชา ภิกฺขเว ปุพฺพงฺคมา กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อนฺวเทว หิโรตฺตปฺปํ วิชฺชาคตสฺส ภิกฺขเว วิทฺทสุโน สมฺมาทิฏฺฐิ ปโหติ สมฺมาทิฏฺฐิกสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหติ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส สมฺมาวาจา ปโหติ สมฺมาวาจสฺส สมฺมากมฺมนฺโต ปโหติ สมฺมากมฺมนฺตสฺส สมฺมาอาชีโว ปโหติ สมฺมาอาชีวสฺส สมฺมาวายาโม ปโหติ สมฺมาวายามสฺส สมฺมาสติ ปโหติ สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิ ปโหติ สมฺมาสมาธิสฺส สมฺมาญาณํ ปโหติ สมฺมาญาณิสฺส สมฺมาวิมุตฺติ ปโหติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อวิชชาเป็นประธานแห่งการเข้าถึงอกุศลธรรมทั้งหลาย ความไม่ละอายบาป ความไม่กลัวบาป เป็นของมีมาตามอวิชชานั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีอวิชชาไม่เห็นแจ้ง ย่อมมีความเห็นผิด ผู้มีความเห็นผิด ย่อมมีความดำริผิด ผู้มีความดำริผิด ย่อมมีวาจาผิด ผู้มีวาจาผิด ย่อมมีการงานผิด ผู้มีการงานผิด ย่อมมีการเลี้ยงชีพผิด ผู้มีการเลี้ยงชีพผิด ย่อมมีความพยายามผิด ผู้มีความพยายามผิด ย่อมมีความระลึกผิด ผู้มีความระลึกผิดย่อมมีความตั้งใจมั่นผิด ผู้มีความตั้งใจมั่นผิด ย่อมมีความรู้ผิด ผู้มีความรู้ผิด ย่อมมีความหลุดพ้นผิด ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วิชชาเป็นประธานแห่งการเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลายหิริและโอตตัปปะเป็นของมีมาตามวิชชานั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีวิชชาเห็นแจ้งย่อมมีความเห็นชอบ ผู้มีความเห็นชอบ ย่อมมีความดำริชอบ ผู้มีความดำริชอบ ย่อมมีวาจาชอบ ผู้มีวาจาชอบ ย่อมมีการงานชอบ ผู้มีการงานชอบ ย่อมมีการเลี้ยงชีพชอบผู้มีการเลี้ยงชีพชอบ ย่อมมีความพยายามชอบ ผู้มีความพยายามชอบ ย่อมมีความระลึกชอบ ผู้มีความระลึกชอบ ย่อมมีความตั้งใจมั่นชอบ ผู้มีความตั้งใจมั่นชอบ ย่อมมีความรู้ชอบ ผู้มีความรู้ชอบ ย่อมมีความหลุดพ้นชอบ ฯ จบสูตรที่ ๕
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สมณสัญญาวรรค ๕. วิชชาสูตร ๕. วิชชาสูตร ว่าด้วยวิชชา
ภิกษุทั้งหลาย อวิชชา(ความไม่รู้แจ้ง)เป็นประธานแห่งการเข้าถึง อกุศลธรรม อหิริ(ความไม่อายบาป) อโนตตัปปะ(ความไม่กลัวบาป) ก็มีตามมาด้วย ๑. ผู้มีอวิชชาไม่เห็นแจ้ง ย่อมมีมิจฉาทิฏฐิ ๒. ผู้มีมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีมิจฉาสังกัปปะ ๓. ผู้มีมิจฉาสังกัปปะ ย่อมมีมิจฉาวาจา ๔. ผู้มีมิจฉาวาจา ย่อมมีมิจฉากัมมันตะ ๕. ผู้มีมิจฉากัมมันตะ ย่อมมีมิจฉาอาชีวะ ๖. ผู้มีมิจฉาอาชีวะ ย่อมมีมิจฉาวายามะ ๗. ผู้มีมิจฉาวายามะ ย่อมมีมิจฉาสติ ๘. ผู้มีมิจฉาสติ ย่อมมีมิจฉาสมาธิ ๙. ผู้มีมิจฉาสมาธิ ย่อมมีมิจฉาญาณะ ๑๐. ผู้มีมิจฉาญาณะ ย่อมมีมิจฉาวิมุตติ ภิกษุทั้งหลาย วิชชา(ความรู้แจ้ง)เป็นประธานแห่งการเข้าถึงกุศลธรรมทั้งหลายหิริ(ความอายบาป)และโอตตัปปะ(ความกลัวบาป) ก็มีตามมาด้วย ๑. ผู้มีวิชชาเห็นแจ้ง ย่อมมีสัมมาทิฏฐิ ๒. ผู้มีสัมมาทิฏฐิ ย่อมมีสัมมาสังกัปปะ ๓. ผู้มีสัมมาสังกัปปะ ย่อมมีสัมมาวาจา ๔. ผู้มีสัมมาวาจา ย่อมมีสัมมากัมมันตะ ๕. ผู้มีสัมมากัมมันตะ ย่อมมีสัมมาอาชีวะ ๖. ผู้มีสัมมาอาชีวะ ย่อมมีสัมมาวายามะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๒๔๗}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๑. สมณสัญญาวรรค ๖. นิชชรสูตร ๗. ผู้มีสัมมาวายามะ ย่อมมีสัมมาสติ ๘. ผู้มีสัมมาสติ ย่อมมีสัมมาสมาธิ ๙. ผู้มีสัมมาสมาธิ ย่อมมีสัมมาญาณะ ๑๐. ผู้มีสัมมาญาณะ ย่อมมีสัมมาวิมุตติ วิชชาสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอวิชชาวิชชาสูตรที่ ๕
อวิชชาวิชชาสูตรที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
อวิชชา ชื่อว่าเป็นหัวหน้า เพราะอรรถว่าดำเนินไปก่อน.
บทว่า อนฺวเหว ได้แก่ ติดตามไป.
จบอรรถกถาอวิชชาวิชชาสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------