ในกรณีที่ผลการสืบสวนหรือพิจารณาตามมาตรา ๔๙ ปรากฏว่ากรณีมีมูล ความผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ดำเนินการทางวินัย โดยไม่แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนก็ได้ แต่หากปรากฏว่ากรณีมีมูลอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ พร้อมทั้งรับฟังคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อดำเนินการ สอบสวนแล้วเสร็จ ให้รายงานผลการสอบสวนและความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ ในกรณีผู้บังคับบัญชาตามมาตรา ๔๗ เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา ให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๕๑ หรือมาตรา ๕๒ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด จะดำเนินการทางวินัย โดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2566 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ที่มาของตัวบทนี้

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:6ac0783fcf72 · 2026-08-23

พระราชกฤษฎีการะเบียบข้าราชการพลเรือนกลาโหม พ.ศ. 2566 มาตรา ๕๐