คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก ·

เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตร๒. อัชฌัตติกทุกขสูตร๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตร๔. พาหิรอนิจจสูตร๕. พาหิรทุกขสูตร๖. พาหิรอนัตตสูตร๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตร๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตร๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตร๑๐. พาหิรสูตร๑. สัมโพธสูตร ที่ ๑๒. สัมโพธสูตร ที่ ๒๓. อัสสาทสูตร ที่ ๑๔. อัสสาทสูตร ที่ ๒๕. โนอัสสาทสูตร ที่ ๑๖. โนอัสสาทสูตร ที่ ๒๗. อภินันทสูตร ที่ ๑๘. อภินันทสูตร ที่ ๒๙. อุปปาทสูตร ที่ ๑๑๐. อุปปาทสูตร ที่ ๒๑. สัพพสูตร๒. ปหานสูตร ที่ ๑๓. ปหานสูตร ที่ ๒๔. ปริชานสูตร ที่ ๑๕. ปริชานสูตร ที่ ๒๖. อาทิตตปริยายสูตร๗. อันธภูตสูตร๘. สารูปสูตร๙. สัปปายสูตร ที่ ๑๑๐. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. ชาติธรรมวรรค๕. อนิจจวรรค๑. อวิชชาสูตร๒. สังโยชนสูตร ที่ ๑๓. สังโยชนสูตร ที่ ๒๔. อาสวสูตร ที่ ๑๕. อาสวสูตร ที่ ๒๖. อนุสัยสูตร ที่ ๑๗. อนุสัยสูตร ที่ ๒๘. ปริญญาสูตร๙. ปริยาทานสูตร ที่ ๑๑๐. ปริยาทานสูตร ที่ ๒๑. มิคชาลสูตร ที่ ๑๒. มิคชาลสูตร ที่ ๒๓. สมิทธิสูตร ที่ ๑๔. สมิทธิสูตร ที่ ๒๕. สมิทธิสูตร ที่ ๓๖. สมิทธิสูตร ที่ ๔๗. อุปเสนสูตร๘. อุปวาณสูตร๙. ผัสสายตนสูตร ที่ ๑๑๐. ผัสสายตนสูตร ที่ ๒๑๑. ผัสสายตนสูตร ที่ ๓๑. คิลานสูตร ที่ ๑๒. คิลานสูตร ที่ ๒๓. ราธสูตร ที่ ๑๔. ราธสูตร ที่ ๒๕. ราธสูตร ที่ ๓๖. อวิชชาสูตร ที่ ๑๗. อวิชชาสูตร ที่ ๒๘. ภิกขุสูตร๙. โลกสูตร๑๐. ผัคคุณสูตร๑. ปโลกสูตร๒. สุญญสูตร๓. สังขิตสูตร๔. ฉันนสูตร๕. ปุณณสูตร๖. พาหิยสูตร๗. เอชสูตร ที่ ๑๘. เอชสูตร ที่ ๒๙. ทวยสูตร ที่ ๑๑๐. ทวยสูตร ที่ ๒๑. สังคัยหสูตร ที่ ๑๒. สังคัยหสูตร ที่ ๒๓. ปริหานสูตร๔. ปมาทวิหารีสูตร๕. สังวรสูตร๖. สมาธิสูตร๗. ปฏิสัลลีนสูตร๘. นตุมหากสูตร ที่ ๑๙. นตุมหากสูตร ที่ ๒๑๐. อุทกสูตร๑. โยคักเขมีสูตร๒. อุปาทายสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. เสยยสูตร๖. สังโยชนสูตร๗. อุปาทานสูตร๘. อปริชานสูตร ที่ ๑๙. อปริชานสูตร ที่ ๒๑๐. อุปัสสุติสูตร๑. มารปาสสูตร ที่ ๑๒. มารปาสสูตร ที่ ๒๓. โลกกามคุณสูตร ที่ ๑๔. โลกกามคุณสูตร ที่ ๒๕. สักกสูตร๖. ปัญจสิขสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. ราหุลสูตร๙. สังโยชนสูตร๑๐. อุปาทานสูตร๑. เวสาลีสูตร๒. วัชชีสูตร๓. นาฬันทสูตร๔. ภารทวาชสูตร๕. โสณสูตร๖. โฆสิตสูตร๗. หาลิททกานิสูตร๘. นกุลปิตุสูตร๙. โลหิจจสูตร๑๐. เวรหัญจานีสูตร๑. เทวทหสูตร๒. ขณสูตร๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑๔. ปัคคัยหสูตร ที่ ๒๕. อัคคัยหสูตร ที่ ๑๖. อัคคัยหสูตร ที่ ๒๗. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๑๘. เหตุอัชฌัตตสูตร ที่ ๒๙. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๑๑๐. เหตุพาหิรสูตร ที่ ๒๑. กรรมสูตร๒. สัปปายสูตร ที่ ๑๓. สัปปายสูตร ที่ ๒๔. สัปปายสูตร ที่ ๓๕. สัปปายสูตร ที่ ๔๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร๙. อินทรียสูตร๑๐. ธรรมกถิกสูตร๑. นันทิขยสูตร ที่ ๑๒. นันทิขยสูตร ที่ ๒๓. นันทิขยสูตร ที่ ๓๔. นันทิขยสูตร ที่ ๔๕. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๑๖. ชีวกัมพวนสูตร ที่ ๒๗. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๑๘. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๒๙. มหาโกฏฐิกสูตร ที่ ๓๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร๑. ฉันทสูตร ที่ ๑ ๒. ราคสูตร ที่ ๑ ๓. ฉันทราคสูตร ที่ ๑๔. ฉันทสูตร ที่ ๒ ๕. ราคสูตร ที่ ๒ ๖. ฉันทราคสูตร ที่ ๒๗. ฉันทสูตร ที่ ๓ ๘. ราคสูตร ที่ ๓ ๙. ฉันทราคสูตร ที่ ๓๑๐. ฉันทสูตร ที่ ๔ ๑๑. ราคสูตร ที่ ๔ ๑๒. ฉันทราคสูตร ที่ ๔๑๓. ฉันทสูตร ที่ ๕ ๑๔. ราคสูตร ที่ ๕ ๑๕. ฉันทราคสูตร ที่ ๕๑๖. ฉันทสูตร ที่ ๖ ๑๗. ราคสูตร ที่ ๖ ๑๘. ฉันทราคสูตร ที่ ๖๑๙. อตีตสูตร ที่ ๑๒๐. อนาคตสูตร ที่ ๑๒๑. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๑๒๒. อตีตสูตร ที่ ๒ ๒๓. อนาคตสูตร ที่ ๒ ๒๔. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๒๒๕. อตีตสูตร ที่ ๓ ๒๖. อนาคตสูตร ที่ ๓ ๒๗. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๓๒๘. อตีตสูตร ที่ ๔ ๒๙. อนาคตสูตร ที่ ๔ ๓๐. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๔๓๑. อตีตสูตร ที่ ๕ ๓๒. อนาคตสูตร ที่ ๕ ๓๓. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๕๓๔. อตีตสูตร ที่ ๖ ๓๕. อนาคตสูตร ที่ ๖ ๓๖. ปัจจุปันนสูตร ที่ ๖๓๗. อนิจจสูตร ที่ ๑๓๘. อนิจจสูตร ที่ ๒๓๙. อนิจจสูตร ที่ ๓๔๐. ทุกขสูตร ที่ ๑ ๔๑. ทุกขสูตร ที่ ๒ ๔๒. ทุกขสูตร ที่ ๓๔๓. อนัตตสูตร ที่ ๑ ๔๔. อนัตตสูตร ที่ ๒ ๔๕. อนัตตสูตร ที่ ๓๔๖. อนิจจสูตร ที่ ๔ ๔๗. อนิจจสูตร ที่ ๕ ๔๘. อนิจจสูตร ที่ ๖๔๙. ทุกขสูตร ที่ ๔ ๕๐. ทุกขสูตร ที่ ๕ ๕๑. ทุกขสูตร ที่ ๖๕๒. อนัตตสูตร ที่ ๔ ๕๓. อนัตตสูตร ที่ ๕ ๕๔. อนัตตสูตร ที่ ๖๕๕. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๑๕๖. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๒๕๗. อัชฌัตตายตนสูตร ที่ ๓๕๘. พาหิรายตนสูตร ที่ ๑๕๙. พาหิรายตนสูตร ที่ ๒๖๐. พาหิรายตนสูตร ที่ ๓๑. สมุทรสูตร ที่ ๑๒. สมุทรสูตร ที่ ๒๓. พาลิสิกสูตร๔. ขีรรุกขสูตร๕. โกฏฐิกสูตร๖. กามภูสูตร๗. อุทายีสูตร๘. อาทิตตปริยายสูตร๙. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๑๑๐. หัตถปาทปัพพสูตร ที่ ๒๑. อาสีวิสสูตร๒. รถสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทารุขันธสูตร ที่ ๑๕. ทารุขันธสูตร ที่ ๒๖. อวัสสุตสูตร๗. ทุกขธรรมสูตร๘. กึสุกสูตร๙. วีณาสูตร๑๐. ฉัปปาณสูตร๑๑. ยวกลาปิสูตร ๑๒. เทวาสุรสังคามสูตร๑. สมาธิสูตร๒. สุขสูตร๓. ปหานสูตร๔. ปาตาลสูตร๕. ทัฏฐัพพสูตร๖. สัลลัตถสูตร๗. เคลัญญสูตร ที่ ๑๘. เคลัญญสูตร ที่ ๒๙. อนิจจสูตร๑๐. ผัสสมูลกสูตร๑. รโหคตสูตร๒. วาตสูตร ที่ ๑๓. วาตสูตร ที่ ๒๔. นิวาสสูตร๕. อานันทสูตร ที่ ๑๖. อานันทสูตร ที่ ๒๗. สัมพหุลสูตร ที่ ๑๘. สัมพหุลสูตร ที่ ๒๙. ปัญจกังคสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. สิวกสูตร๒. อัฏฐสตปริยายสูตร๓. ภิกขุสูตร๔. ปุพพสูตร๕. ญาณสูตร๖. ภิกขุสูตร๗. สมณพราหมณสูตร ที่ ๑๘. สมณพราหมณสูตร ที่ ๒๙. สมณพราหมณสูตร ที่ ๓๑๐. สุทธิกสูตร๑๑. นิรามิสสูตร๑. อมนาปสูตร๒. มนาปสูตร๓. อาเวณิกสูตร๔. มาตุคามสูตร๕. อนุรุทธสูตร๖. อุปนาหีสูตร๗. อิสสุกีสูตร๘. มัจฉรีสูตร๙. อติจารีสูตร๑๐. ทุสสีลสูตร๑๑. อัปปัสสุตสูตร๑๒. กุสีตสูตร๑๓. มุฏฐัสสติสูตร๑๔. ปัญจเวรสูตรอนุรุทธสูตรอนุปนาหีสูตรอนิสสุกีสูตรอมัจฉรีสูตรปัญจสีลสูตร๑. วิสารทสูตร๒. ปัสสัยหสูตร๓. อภิภุยยสูตร๔. อังคสูตร๕. นาสยิตถสูตร๖. เหตุสูตร๗. ฐานสูตร ๘. วิสารทสูตร๙. ปัญจเวรสูตร๑๐. วัฑฒิสูตรชัมพุขาทกสังยุตต์สามัณฑกสังยุตต์โมคคัลลานสังยุตต์๑. สังโยชนสูตร๒. อิสิทัตตสูตร ที่ ๑๓. อิสิทัตตสูตร ที่ ๒๔. มหกสูตร๕. กามภูสูตร ที่ ๑๖. กามภูสูตร ที่ ๒๗. โคทัตตสูตร๘. นิคัณฐสูตร๙. อเจลสูตร๑๐. คิลานสูตร๑. จัณฑสูตร๒. ตาลปุตตสูตร๓. โยธาชีวสูตร๔. หัตถาโรหสูตร๕. อัสสาโรหสูตร๖. ภูมกสูตร๗. เทศนาสูตร๘. อสังขาสูตร๙. กุลสูตร๑๐. มณิจูฬกสูตร๑๑. คันธภกสูตร๑๒. ราสิยสูตร๑๓. ปาฏลิยสูตรวรรคที่ ๑วรรคที่ ๒๑. เขมาเถรีสูตร๒. อนุราธสูตร๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๑๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๒๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๓๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตร ที่ ๔๗. โมคคัลลานสูตร๘. วัจฉสูตร๙. กุตุหลสาลาสูตร๑๐. อานันทสูตร๑๑. สภิยสูตร

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๖. สัลลัตถสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๓๖๙–๓๗๓พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค๕ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สัลลัตถสูตร

ข้อ ๓๖๙อรรถกถา

อสฺสุตวา ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน สุขมฺปิ เวทนํ เวทยติ ทุกฺขมฺปิ เวทนํ เวทยติ อทุกฺขมสุขมฺปิ เวทนํ เวทยติ ฯ สุตวา ภิกฺขเว อริยสาวโก สุขมฺปิ เวทนํ เวทยติ ทุกฺขมฺปิ เวทนํ เวทยติ อทุกฺขมสุขมฺปิ เวทนํ เวทยติ ฯ ตตฺร ภิกฺขเว โก วิเสโส โก อธิปฺปายโส กึ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนนาติ ฯ ภควํมูลกา โน ภนฺเต ธมฺมา ฯเปฯ อสฺสุตวา ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬ กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ โส เทฺว เวทนา เวทยติ กายิกญฺจ เจตสิกญฺจ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมเสวยสุขเวทนา บ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว ก็ย่อม เสวยสุขเวทนาบ้าง ทุกขเวทนาบ้าง อทุกขมสุขเวทนาบ้าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ใน ชน ๒ จำพวกนั้น อะไรเป็นความพิเศษ เป็นความแปลก เป็นเครื่องทำให้ต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของพวกข้าพระองค์มีพระผู้มีพระภาคเป็นรากฐาน ฯลฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ อันทุกขเวทนา ถูกต้องแล้ว ย่อมเศร้าโศก ร่ำไร รำพัน ทุบอก คร่ำครวญ ย่อมถึงความ งมงาย เขาย่อมเสวยเวทนา ๒ อย่าง คือเวทนาทางกายและเวทนาทางใจ ฯ

ข้อ ๓๗๐

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริสํ สลฺเลน วิชฺเฌยฺยุํ ตเมนํ ทุติเยน สลฺเลน อนุเวธํ วิชฺเฌยฺยุํ เอวํ หิ โส ภิกฺขเว ปุริโส เทฺว สลฺเลน เวทนา เวทยติ กายิกญฺจ เจตสิกญฺจ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ โส เทฺว เวทนา เวทยติ กายิกญฺจ เจตสิกญฺจ ฯ ตสฺสาเยว โข ปน ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆวา โหติ ตเมนํ ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆวนฺตํ โย ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย โส อนุเสติ โส ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน กามสุขํ อภินนฺทติ ฯ {๓๗๐.๑} ตํ กิสฺส เหตุ ฯ น หิ ภิกฺขเว ปชานาติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อญฺญตฺร กามสุขา ทุกฺขาย เวทนาย นิสฺสรณํ ฯ ตสฺส กามสุขํ อภินนฺทโต โย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย โส อนุเสติ โส ตาสํ เวทนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ ฯ ตสฺส ตาสํ เวทนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อปฺปชานโต โย อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อวิชฺชานุสโย โส อนุเสติ โส สุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สญฺญุตฺโต นํ เวทยติ ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สญฺญุตฺโต นํ เวทยติ อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ สญฺญุตฺโต นํ เวทยติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน สญฺญุตฺโต ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ สญฺญุตฺโต ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนนายขมังธนู พึงยิงบุรุษด้วย ลูกศร ยิงซ้ำบุรุษนั้นด้วยลูกศรดอกที่ ๒ อีก ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ บุรุษนั้นย่อมเสวย เวทนาเพราะลูกศร ๒ อย่าง คือ ทางกายและทางใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชน ผู้ไม่ได้สดับ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมเศร้าโศก ร่ำไร รำพัน ทุบอกคร่ำครวญ ย่อมถึงความงมงาย เขาย่อมเสวยเวทนา ๒ อย่าง คือ เวทนาทางกายและเวทนาทางใจ อนึ่ง เขาเป็นผู้มีความขัดเคืองเพราะทุกขเวทนา นั้น ปฏิฆานุสัยเพราะทุกขเวทนานั้น ย่อมนอนตามเขาผู้มีความขัดเคืองเพราะ ทุกขเวทนา เขาเป็นผู้อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมเพลิดเพลินกามสุข ข้อนั้น เพราะเหตุอะไร เพราะปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่รู้อุบายเครื่องสลัดออกจาก ทุกขเวทนานอกจากกามสุข และเมื่อเขาเพลิดเพลินกามสุขอยู่ ราคานุสัยเพราะ สุขเวทนานั้นย่อมนอนเนื่อง เขาย่อมไม่รู้เหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบาย เป็นเครื่องสลัดออกแห่งเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง เมื่อเขาไม่รู้เหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งเวทนาเหล่านั้น ตาม ความเป็นจริง อวิชชานุสัยเพราะอทุกขมสุขเวทนาย่อมนอนเนื่อง เขาย่อมเสวยสุข เวทนา เป็นผู้ประกอบด้วยกิเลสเสวยสุขเวทนานั้น ย่อมเสวยทุกขเวทนา เป็น ผู้ประกอบด้วยกิเลสเสวยทุกขเวทนานั้น และย่อมเสวยอทุกขมสุขเวทนา เป็น ผู้ประกอบด้วยกิเลสเสวยอทุกขมสุขเวทนานั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้ สดับนี้ เราเรียกว่า เป็นผู้ประกอบด้วยชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสและอุปายาส เรากล่าวว่า เป็นผู้ประกอบด้วยทุกข์ ฯ

ข้อ ๓๗๑

สุตวา จ โข ภิกฺขเว อริยสาวโก ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ โส เอกํ เวทนํ เวทยติ กายิกํ น เจตสิกํ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายอริยสาวกผู้ได้สดับ อันทุกขเวทนาถูก ต้องแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ร่ำไร ไม่รำพัน ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความ งมงาย เธอย่อมเสวยเวทนาทางกายอย่างเดียว ไม่ได้เสวยเวทนาทางใจ ฯ

ข้อ ๓๗๒

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริสํ สลฺเลน วิชฺเฌยฺยุํ น ตเมนํ ทุติเยน สลฺเลน อนุเวธํ วิชฺเฌยฺยุํ ฯ เอวํ หิ โส ภิกฺขเว ปุริโส เอกสลฺเลน เวทนํ เวทยติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ น สมฺโมหํ อาปชฺชติ โส เอกํ เวทนํ เวทยติ กายิกํ น เจตสิกํ ตสฺสาเยว โข ปน ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆวา น โหติ ตเมนํ ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆวนฺตํ โย ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย โส นานุเสติ โส ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน กามสุขํ นาภินนฺทติ ฯ {๓๗๒.๑} ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ปชานาติ โส ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก อญฺญตฺร กามสุขา ทุกฺขาย เวทนาย นิสฺสรณํ ฯ ตสฺส กามสุขํ นาภินนฺทโต โย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย โส นานุเสติ โส ตาสํ เวทนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ ตสฺส ตาสํ เวทนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย อทุกฺขมสุขาย เวทนาย อวิชฺชานุสโย โส นานุเสติ โส สุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวทยติ วิสญฺญุตฺโต นํ เวทยติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก วิสญฺญุตฺโต ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ วิสญฺญุตฺโต ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ อยํ โข ภิกฺขเว วิเสโส อยํ อธิปฺปายโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนนาติ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนนายขมังธนูพึงยิงบุรุษด้วย ลูกศร ยิงซ้ำบุรุษนั้นด้วยลูกศรดอกที่ ๒ ผิดไป ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ บุรุษนั้นย่อม เสวยเวทนาเพราะลูกศรดอกเดียว ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ ก็ฉัน นั้นเหมือนกัน ผู้อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ร่ำไร ไม่รำพัน ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความงมงาย เธอย่อมเสวยเวทนาทางกายอย่างเดียว ไม่ ได้เสวยเวทนาทางใจ อนึ่ง เธอย่อมไม่มีความขัดเคืองเพราะทุกขเวทนานั้น ปฏิฆานุสัยเพราะทุกขเวทนานั้น ย่อมไม่นอนตามเธอผู้ไม่มีความขัดเคืองเพราะ ทุกขเวทนา เธอผู้อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เพลิดเพลินกามสุข ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะอริยสาวกผู้ได้สดับนั้น ย่อมรู้ชัดซึ่งอุบายเป็นเครื่องสลัดออก จากทุกขเวทนา นอกจากกามสุข เมื่อเธอไม่เพลิดเพลินกามสุข ราคานุสัยเพราะ สุขเวทนาย่อมไม่นอนเนื่อง เธอย่อมรู้ชัดซึ่งเหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และ อุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง เมื่อเธอรู้ชัดซึ่ง เหตุเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งเวทนาเหล่านั้น ตามความเป็นจริง อวิชชานุสัยเพราะอทุกขมสุขเวทนาย่อมไม่นอนเนื่อง ถ้าเธอ เสวยสุขเวทนา ย่อมเป็นผู้ปราศจากกิเลสเสวยสุขเวทนานั้น ถ้าเสวยทุกขเวทนา ย่อมเป็นผู้ปราศจากกิเลสเสวยทุกขเวทนานั้น ถ้าเสวยอทุกขมสุขเวทนา ย่อม เป็นผู้ปราศจากกิเลสเสวยอทุกขมสุขเวทนานั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวก ผู้ได้สดับแล้วนี้ เราเรียกว่า เป็นผู้ปราศจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เราย่อมกล่าวว่า เป็นผู้ปราศจากทุกข์ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย นี้แลเป็นความพิเศษ เป็นความแปลกกัน เป็นเครื่องกระทำให้ต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ฯ

ข้อ ๓๗๓

น โส เวทนํ เวทยติ สปญฺโญ สุขมฺปิ ทุกฺขมฺปิ พหุสฺสุโตปิ อยํ จ ธีรสฺส ปุถุชฺชเนน อยํ วิเสโส กุสลสฺส โหติ ฯ สงฺขาตธมฺมสฺส พหุสฺสุตสฺส วิปสฺสโต โลกมิมํ ปรญฺจ อิฏฺฐสฺส ธมฺมา น มเถนฺติ จิตฺตํ อนิฏฺฐโต โน ปฏิฆาตเมติ ฯ ตสฺสานุโรธา อถ วา วิโรธา วิธมิกา อตฺถคตา น สนฺติ ปทญฺจ ญตฺวา วิรชํ อโสกํ สมฺมา ปชานาติ ภวสฺส ปารคูติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

อริยสาวกนั้นเป็นผู้มีปัญญา ทั้งเป็นพหูสูต ย่อมไม่ เสวยทั้งสุขเวทนา ทั้งทุกขเวทนา นี้แล เป็นความ แปลกกันระหว่างธีรชนผู้ฉลาดกับปุถุชน ธรรมส่วนที่ น่าปรารถนา ย่อมไม่ย่ำยีจิตของอริยสาวกนั้น ผู้มีธรรม อันรู้แจ้งแล้ว เป็นพหูสูตเห็นแจ้งโลกนี้และโลกหน้า อยู่ ท่านย่อมไม่ถึงความขัดเคืองเพราะอนิฏฐารมณ์ อนึ่ง เวทนาเป็นอันตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะอริยสาวกนั้นไม่ยินดี และไม่ยินร้าย อริยสาวกนั้นรู้ทางดำเนินอันปราศจากธุลี และหาความโศกมิได้ ย่อมเป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพรู้โดยชอบ ฯ จบสูตรที่ ๖

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย