ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๑๘ · สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
๗. อวิชชาสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อวิชชาสูตรที่ ๒
อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ ฯเปฯ อตฺถิ นุ โข ภนฺเต เอโก ธมฺโม ยสฺส ปหานา ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ อตฺถิ โข ภิกฺขุ เอโก ธมฺโม ยสฺส ปหานา ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ กตโม ปน ภนฺเต เอโก ธมฺโม ยสฺส ปหานา ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ อวิชฺชา โข ภิกฺขุ เอโก ธมฺโม ยสฺส ปหานา ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ {๙๖.๑} กถํ ปน ภนฺเต ชานโต กถํ ปสฺสโต ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ อิธ ภิกฺขุ ภิกฺขุโน สุตํ โหติ สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายาติ ฯ เอวญฺเจตํ ภิกฺขุ ภิกฺขุโน สุตํ โหติ สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายาติ ฯ โส สพฺพํ ธมฺมํ อภิชานาติ สพฺพํ ธมฺมํ อภิญฺญาย สพฺพํ ธมฺมํ ปริชานาติ สพฺพํ ธมฺมํ ปริญฺญาย สพฺพนิมิตฺตานิ อญฺญโต ปสฺสติ จกฺขุํ อญฺญโต ปสฺสติ รูเป จกฺขุวิญฺญาณํ จกฺขุสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อญฺญโต ปสฺสติ ฯเปฯ มนํ อญฺญโต ปสฺสติ ธมฺเม มโนวิญฺญาณํ มโนสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อญฺญโต ปสฺสติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขุ ชานโต เอวํ ปสฺสโต ภิกฺขุโน อวิชฺชา ปหิยฺยติ วิชฺชา อุปฺปชฺชตีติ ฯ สตฺตมํ ฯ
ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ฯลฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมข้อหนึ่ง ซึ่งภิกษุละได้แล้ว ย่อมละอวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น มีอยู่หรือหนอแล ฯ พ. ดูกรภิกษุ ธรรมข้อหนึ่งซึ่งภิกษุละได้แล้ว ย่อมละอวิชชาได้ วิชชา ย่อมเกิดขึ้น มีอยู่ ฯ ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมข้อหนึ่งซึ่งภิกษุละได้แล้ว ย่อมละ อวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น เป็นไฉน พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุ ธรรมข้อหนึ่ง คือ อวิชชาแล ซึ่งภิกษุละได้แล้ว ย่อมละ อวิชชาได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น ฯ ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เมื่อภิกษุรู้อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร จึงละ อวิชชาได้ วิชชาจึงเกิดขึ้น พระเจ้าข้า ฯ พ. ดูกรภิกษุ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ได้สดับว่า ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น เธอย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรม ทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมเห็นนิมิตทั้งปวงโดยประการอื่น คือ เห็นจักษุโดยประการอื่น เห็นรูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย โดยประการอื่น ฯลฯ เห็นใจ ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัส สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย โดยประการอื่น ดูกรภิกษุ เมื่อภิกษุรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล จึงละอวิชชาได้ วิชชา จึงเกิดขึ้น ฯ จบสูตรที่ ๗