ศาสนา · เล่ม ๒๕
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ศาสนา · เล่ม ๒๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๑๒. มุนิสูตร ว่าด้วยลักษณะของมุนี (พระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้)
๒๐๙ภัยเกิดจากความเชยชิด ธุลีคือราคะ โทสะ และโมหะ เกิดจากอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งกิเลส ความไม่มีกิเลส ไม่มีความเชยชิด นั้นแล เป็นลักษณะของมุนี
๒๑๐บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้ที่ตัดกิเลสที่เกิดขึ้นได้ ไม่ปลูกกิเลสให้เกิดขึ้นอีก เมื่อกิเลสเกิดขึ้นก็ไม่พึงให้ไหลเข้าอีก ว่า เป็นมุนีผู้เที่ยวไปอยู่ พระมุนีนั้นผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้ทรงเห็นสันติบทแจ้งชัดแล้ว @เชิงอรรถ : @ ความเชยชิด หมายถึงตัณหาและทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๐๙/๒๘๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๔๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๑๒. มุนิสูตร
๒๑๑ผู้กำหนดรู้ที่ตั้งแห่งกิเลส กำจัดพืช ได้เด็ดขาด ไม่ให้ยางพืชไหลเข้าไปได้อีก ชื่อว่า เป็นมุนีผู้มีปกติเห็นภาวะที่สิ้นสุดการเกิด ละอกุศลวิตกได้ จึงไม่ถึงการนับอีกต่อไป
๒๑๒ผู้รู้แจ้งภพเป็นที่อาศัยอยู่ทั้งหมด ไม่ปรารถนาภพเหล่านั้นแม้สักภพเดียว ชื่อว่า เป็นมุนีผู้ปราศจากความยึดติด ไม่มีความยึดมั่น ย่อมไม่ก่อกรรมใดๆ อีก เพราะเป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว
๒๑๓ผู้ครอบงำธรรมทั้งปวง รู้ธรรมทั้งปวง มีปัญญา มิได้แปดเปื้อนในธรรมทั้งปวง ละธรรมทั้งปวงได้ หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๑๔ผู้มีกำลังคือปัญญา ถึงพร้อมด้วยศีลและวัตร มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ หลุดพ้นจากกิเลสเครื่องข้องแล้ว ไม่มีกิเลสดุจตะปูตรึงใจ ปราศจากอาสวะ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี @เชิงอรรถ : @ ที่ตั้งแห่งกิเลส ในที่นี้หมายถึงขันธ์ อายตนะ และธาตุ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑๑/๒๘๙) @ พืช ในที่นี้หมายถึงอภิสังขารวิญญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑๑/๒๘๙) @ ความยึดติด หมายถึงตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑๒/๒๙๐) @ ในที่นี้ ศีล หมายถึงปาริสุทธิศีล ๔ ประการ วัตร หมายถึงธุดงควัตร ๑๓ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑๔/๒๙๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๑๒. มุนิสูตร
๒๑๕ผู้เที่ยวไปผู้เดียว มีปัญญา ไม่ประมาท ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและสรรเสริญ ไม่สะดุ้งเพราะเสียง เหมือนราชสีห์ ไม่ติดข่าย เหมือนลม ไม่เปียกน้ำ เหมือนบัว เป็นผู้แนะนำผู้อื่น ไม่ใช่ผู้อื่นแนะนำ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๑๖ผู้ไม่ยินดียินร้ายคำสรรเสริญหรือนินทาของคนอื่น ดุจเสาที่เขาฝังปักไว้ที่ท่าน้ำ ปราศจากราคะ มีอินทรีย์ตั้งมั่นดีแล้ว นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๑๗ผู้ตั้งตนไว้ชอบ ซื่อตรงดุจกระสวย รังเกียจบาปกรรมทั้งหลาย พิจารณาเห็นกรรมที่เสมอและไม่เสมอ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๑๘ผู้ยังอยู่ในวัยหนุ่ม วัยสาว หรือวัยกลางคน สำรวมตนแล้ว ไม่ทำบาป เป็นมุนี มีจิตห่างจากบาป ไม่โกรธง่าย ไม่ว่าร้ายใครๆ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี @เชิงอรรถ : @ ข่าย ในที่นี้หมายถึงตัณหาและทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑๕/๒๙๕) @ กระสวย หมายถึงเครื่องบรรจุด้ายสำหรับทอผ้าหรือเย็บผ้า (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๕๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๑๒. มุนิสูตร
๒๑๙ผู้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่ผู้อื่นให้ ได้อาหารดีเลิศ ก็ไม่กล่าวประจบยกย่องผู้ให้ ได้อาหารปานกลางหรือเลวก็ไม่ติเตียนเขาให้เสียน้ำใจ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๒๐ผู้มีปัญญา เที่ยวไปอยู่ผู้เดียว มีจิตเว้นขาดจากเมถุนธรรมคือ ไม่ผูกจิตรักใคร่ในหญิงสาวเลยแม้สักคนเดียว เว้นขาดจากความมัวเมา ประมาท เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๒๑ผู้รู้แจ้งโลก เห็นปรมัตถธรรม ข้ามโอฆะ และสมุทร ได้ เป็นผู้คงที่ ตัดกิเลสเครื่องร้อยรัดได้เด็ดขาด ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย ปราศจากอาสวะ นักปราชญ์ทั้งหลายประกาศว่า เป็นมุนี
๒๒๒คฤหัสถ์และบรรพชิต ๒ จำพวกนี้ มีที่อยู่และการดำรงชีวิตห่างไกลกัน คือ คฤหัสถ์ทำงานเลี้ยงบุตรภรรยา ส่วนบรรพชิตไม่ยึดถือสิ่งต่างๆ ว่าเป็นของตน มีวัตรงาม คฤหัสถ์ไม่สำรวม เพราะเบียดเบียนสัตว์อื่น @เชิงอรรถ : @ โลก ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒๑/๓๐๗) @ เห็นปรมัตถธรรม หมายถึงทำให้แจ้งนิโรธสัจ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒๑/๓๐๗) @ สมุทร ในที่นี้หมายถึงอายตนะ ๑๒ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒๑/๓๐๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] รวมพระสูตรที่มีในวรรค ส่วนบรรพชิตที่ชื่อว่าเป็นมุนี สำรวมเป็นนิตย์ รักษาสัตว์มีชีวิตไว้
๒๒๓ภิกษุเป็นมุนี เป็นผู้สงบ เพ่งพินิจอยู่ในป่า คฤหัสถ์จะทำตามอย่างท่านไม่ได้ เหมือนนกยูงมีสร้อยคอสีเขียว ถึงจะบินไปในอากาศได้ ก็ยังสู้ความเร็วของหงส์ไม่ได้ตลอดกาล ฉะนั้น มุนิสูตรที่ ๑๒ จบ อุรควรรคที่ ๑ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อุรคสูตร ๒. ธนิยสูตร ๓. ขัคควิสาณสูตร ๔. กสิภารทวาชสูตร ๕. จุนทสูตร ๖. ปราภวสูตร ๗. วสลสูตร ๘. เมตตสูตร ๙. เหมวตสูตร ๑๐. อาฬวกสูตร ๑๑. วิชยสูตร ๑๒. มุนิสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๕๒}