ศาสนา · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๕
๗. อรหันตวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อรหันตวรรค หมวดว่าด้วยพระอรหันต์ ๑. ชีวกวัตถุ เรื่องหมอชีวก (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่หมอชีวก ดังนี้)
ผู้บรรลุจุดหมายปลายทางแล้ว ไร้ความโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลสเครื่องร้อยรัด ได้หมด ย่อมไม่มีความเร่าร้อน @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๓๔/๓๓-๓๔, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๖๙/๓๐๔-๓๐๖ @ ผู้บรรลุจุดหมายปลายทาง หมายถึงพระขีณาสพผู้ถึงที่สุดแห่งสังสารวัฏ (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๔) @ ธรรมทั้งปวง หมายถึงธรรมทั้งหลายมีขันธ์ ๕ เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๔) @ กิเลสเครื่องร้อยรัด หมายถึงกิเลส ๔ อย่าง คือ (๑) อภิชฌา ความเพ่งเล็งอยากได้ของคนอื่น @(๒) พยาบาท ความคิดร้ายผู้อื่น (๓) สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลและวัตร (๔) อิทังสัจจาภินิเวส @ความถือมั่นว่านี้เท่านั้นจริง (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๕) และดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๙/๑๑๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๗. อรหันตวรรค ๓. เพฬัฏฐสีสเถรวัตถุ ๒. มหากัสสปเถรวัตถุ เรื่องพระมหากัสสปเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ผู้มีสติ หมั่นประกอบความเพียร ไม่ติดในที่อยู่ ละความห่วงอาลัยไป เหมือนหงส์ละเปือกตมไป ฉะนั้น ๓. เพฬัฏฐสีสเถรวัตถุ เรื่องพระเพฬัฏฐสีสเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ผู้ไม่มีการสั่งสม กำหนดรู้อาหารก่อนแล้วจึงบริโภค มีสุญญตวิโมกข์ และอนิมิตตวิโมกข์ เป็นอารมณ์ ไม่ทิ้งทางไว้ให้เป็นที่รู้ได้ เหมือนนกไม่ทิ้งทางไว้ในอากาศ ฉะนั้น @เชิงอรรถ : @ ผู้มีสติ หมั่นประกอบความเพียร ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพผู้มีสติไพบูลย์ หมั่นประกอบในคุณธรรมมี @ฌานและวิปัสสนา เป็นต้น ที่ตนได้บรรลุแล้วโดยการนึก การเข้า การออก การอธิษฐาน และการพิจารณา @(ขุ.ธ.อ. ๔/๕๘) @ การสั่งสม มี ๒ อย่าง คือ (๑) กัมมสันนิจยะ การสั่งสมกรรมคือกุศลและอกุศล (๒) ปัจจยสันนิจยะ @การสั่งสมปัจจัย ๔ (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๙) @ สุญญตวิโมกข์ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้น เพราะว่างจาก ราคะ โทสะ โมหะ @อนิมิตตวิโมกข์ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้น เพราะไม่มีนิมิต คือ ราคะ เป็นต้น @ในคาถาที่ ๙๒-๙๓ นี้ หมายรวมถึงอัปปณิหิตวิโมกข์ ได้แก่ สภาวะที่หลุดพ้น เพราะไม่มีที่ตั้งคือกิเลส @มีราคะเป็นต้นด้วย วิโมกข์ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นชื่อของนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๙-๖๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๗. อรหันตวรรค ๕. มหากัจจายนเถรวัตถุ ๔. อนุรุทธเถรวัตถุ เรื่องพระอนุรุทธเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ท่านผู้สิ้นอาสวะแล้ว ไม่ติดในอาหาร มีสุญญตวิโมกข์ และอนิมิตตวิโมกข์ เป็นอารมณ์ ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้เป็นที่รู้ได้ เหมือนนกไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศ ฉะนั้น ๕. มหากัจจายนเถรวัตถุ เรื่องพระมหากัจจายนเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ผู้ใดฝึกอินทรีย์ ให้สงบได้ เหมือนม้าที่นายสารถีฝึกดีแล้ว ผู้นั้นย่อมละมานะได้ ไม่มีอาสวะ คงที่ แม้ทวยเทพทั้งหลายก็รักใคร่ @เชิงอรรถ : @ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๒/๓๓๗ @ อินทรีย์ หมายถึงตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ (ขุ.ธ.อ. ๔/๖๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๗. อรหันตวรรค ๘. สารีปุตตเถรวัตถุ ๖. สารีปุตตเถรวัตถุ เรื่องพระสารีบุตรเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)
ภิกษุผู้คงที่ มีวัตรงาม ไม่ยินดียินร้าย เสมอด้วยแผ่นดิน เปรียบด้วยเสาเขื่อน (มีใจผ่องใส) เหมือนห้วงน้ำไร้เปือกตม สังสารวัฏย่อมไม่มีแก่ผู้เช่นนั้น ๗. โกสัมพีวาสีติสสเถรสามเณรวัตถุ เรื่องสามเณรของพระติสสเถระชาวเมืองโกสัมพี (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระติสสเถระชาวเมืองโกสัมพี ดังนี้)
ผู้หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ ผู้สงบ ผู้คงที่ ย่อมมีมโนกรรมที่สงบ วจีกรรมที่สงบ กายกรรมที่สงบ ๘. สารีปุตตเถรวัตถุ เรื่องพระสารีบุตรเถระ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้อยู่ในป่า ๓๐ รูป ดังนี้)
นรชนใด ผู้ไม่ต้องเชื่อใคร รู้จักนิพพานที่ปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้ @เชิงอรรถ : @ ไม่ต้องเชื่อใคร ในที่นี้หมายถึงรู้แจ้งธรรมอย่างประจักษ์ชัดด้วยตนเอง ไม่ต้องรอสดับธรรมจากผู้อื่น @(ขุ.ม.อ. ๘๘/๓๓๙-๓๔๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๗. อรหันตรรค ๑๐. อัญญตริตถีวัตถุ ตัดรอยต่อ แห่งการเกิดใหม่ ทำลายโอกาส แห่งการท่องเที่ยวไปในสงสาร คายความหวังแล้ว นรชนนั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด ๙. ขทิรวนิยเรวตเถรวัตถุ เรื่องพระเรวตเถระผู้อยู่ในป่าไม้ตะเคียน (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางวิสาขามิคารมาตา ดังนี้)
พระอรหันต์ทั้งหลายอยู่สถานที่ใด คือ จะเป็นบ้านก็ตาม ป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม สถานที่นั้น เป็นรมณียสถาน ๑๐. อัญญตริตถีวัตถุ เรื่องหญิงคนใดคนหนึ่ง (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง ดังนี้)
ท่านผู้ปราศจากราคะทั้งหลาย จะยินดีป่าทั้งหลาย อันน่ารื่นรมย์ ที่ชนผู้แสวงหากามไม่ยินดี เพราะท่านเหล่านั้นไม่แสวงหากาม อรหันตวรรคที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ รอยต่อ หมายถึงวัฏฏสนธิ (รอยต่อคือวัฏฏะ) สังสารสนธิ (รอยต่อคือสงสาร) (ขุ.ธ.อ. ๔/๗๓-๗๔) @ ทำลายโอกาส หมายถึงทำลายโอกาสที่จะเกิดอีกได้ เพราะสิ้นเชื้อพันธุ์คือกุศลกรรมและอกุศลกรรม @(ขุ.ธ.อ. ๔/๗๔) @ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๘๘/๒๗๕ @ ในคาถานี้มีนัยว่า แม้ในหมู่บ้านจะหาความสงบกายไม่ได้ก็จริง แต่พระอรหันต์ทั้งหลายก็ได้ความสงบใจ @เพราะอารมณ์ทั้งหลายหาทำจิตของท่านให้หวั่นไหวได้ไม่ ดังนั้น ที่ไหนก็ตามย่อมเป็นที่พระอรหันต์อยู่ได้ @และที่นั้นย่อมเป็นสถานที่รื่นรมย์ (ขุ.ธ.อ. ๔/๘๐) และดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๑/๕๐๒ @ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๒/๕๐๒ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๐}