คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๕

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. สรณคมน์๒. ทสสิกขาบท๓. ทวัตติงสาการ๔. สามเณรปัญหา๕. มงคลสูตร๖. รตนสูตร๗. ติโรกุฑฑสูตร๘. นิธิกัณฑสูตร๙. เมตตสูตร๑. ยมกวรรค๒. อัปปมาทวรรค๓. จิตตวรรค๔. ปุปผวรรค๕. พาลวรรค๖. ปัณฑิตวรรค๗. อรหันตวรรค๘. สหัสสวรรค๙. ปาปวรรค๑๐. ทัณฑวรรค๑๑. ชราวรรค๑๒. อัตตวรรค๑๓. โลกวรรค๑๔. พุทธวรรค๑๕. สุขวรรค๑๖. ปิยวรรค๑๗. โกธวรรค๑๘. มลวรรค๑๙. ธัมมัฏฐวรรค๒๐. มัคควรรค๒๑. ปกิณณกวรรค๒๒. นิรยวรรค๒๓. นาควรรค๒๔. ตัณหาวรรค๒๕. ภิกขุวรรค๒๖. พราหมณวรรค๑. ปฐมโพธิสูตร๒. ทุติยโพธิสูตร๓. ตติยโพธิสูตร๔. นิหุหุงกสูตร๕. พราหมณสูตร๖. มหากัสสปสูตร๗. อชกลาปกสูตร๘. สังคามชิสูตร๙. ชฏิลสูตร๑๐. พาหิยสูตร๑. มุจจลินทสูตร๒. ราชสูตร๓. ทัณฑสูตร๔. สักการสูตร๕. อุปาสกสูตร๖. คัพภินีสูตร๗. เอกปุตตกสูตร๘. สุปปวาสาสูตร๙. วิสาขาสูตร๑๐. ภัททิยสูตร๑. กัมมวิปากชสูตร๒. นันทสูตร๓. ยโสชสูตร๔. สารีปุตตสูตร๕. มหาโมคคัลลานสูตร๖. ปิลินทวัจฉสูตร๗. สักกุทานสูตร๘. ปิณฑปาติกสูตร๙. สิปปสูตร๑๐. โลกสูตร๑. เมฆิยสูตร๒. อุทธตสูตร๓. โคปาลกสูตร๔. ยักขปหารสูตร๕. นาคสูตร๖. ปิณโฑลสูตร๗. สารีปุตตสูตร๘. สุนทรีสูตร๙. อุปเสนสูตร๑๐. สารีปุตตอุปสมสูตร๑. ปิยตรสูตร๒. อัปปายุกสูตร๓. สุปปพุทธกุฏฐิสูตร๔. กุมารกสูตร๕. อุโปสถสูตร๖. โสณสูตร๗. กังขาเรวตสูตร๘. สังฆเภทสูตร๙. สธายมานสูตร๑๐. จูฬปันถกสูตร๑. อายุสังขาโรสสัชชนสูตร๒. สัตตชฏิลสูตร๓. ปัจจเวกขณสูตร๔. ปฐมนานาติตถิยสูตร๕. ทุติยนานาติตถิยสูตร๖. ตติยนานาติตถิยสูตร๗. สุภูติสูตร๘. คณิกาสูตร๙. อุปาติธาวันติสูตร๑๐. อุปปัชชันติสูตร๑. ปฐมลกุณฏกภัททิยสูตร๒. ทุติยลกุณฏกภัททิยสูตร๓. ปฐมสัตตสูตร๔. ทุติยสัตตสูตร๕. อปรลกุณฏกภัททิยสูตร๖. ตัณหาสังขยสูตร๗. ปปัญจักขยสูตร๘. กัจจานสูตร๙. อุทปานสูตร๑๐. อุเทนสูตร๑. ปฐมนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๒. ทุติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๓. ตติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๔. จตุตถนิพพานปฏิสังยุตตสูตร๕. จุนทสูตร๖. ปาฏลิคามิยสูตร๗. ทวิธาปถสูตร๘. วิสาขาสูตร๙. ปฐมทัพพสูตร๑๐. ทุติยทัพพสูตร๑. โลภสูตร๒. โทสสูตร๓. โมหสูตร๔. โกธสูตร๕. มักขสูตร๖. มานสูตร๗. สัพพปริญญาสูตร๘. มานปริญญาสูตร๙. โลภปริญญาสูตร๑๐. โทสปริญญาสูตร๑. โมหปริญญาสูตร๒. โกธปริญญาสูตร๓. มักขปริญญาสูตร๔. อวิชชานีวรณสูตร๕. ตัณหาสังโยชนสูตร๖. ปฐมเสขสูตร๗. ทุติยเสขสูตร๘. สังฆเภทสูตร๙. สังฆสามัคคีสูตร๑๐. ปทุฏฐจิตตสูตร๑. ปสันนจิตตสูตร๒. เมตตสูตร๓. อุภยัตถสูตร๔. อัฏฐิปุญชสูตร๕. มุสาวาทสูตร๖. ทานสูตร๗. เมตตาภาวนาสูตร๑. ทุกขวิหารสูตร๒. สุขวิหารสูตร๓. ตปนียสูตร๔. อตปนียสูตร๕. ปฐมสีลสูตร๖. ทุติยสีลสูตร๗. อาตาปีสูตร๘. ปฐมนกุหนสูตร๙. ทุติยนกุหนสูตร๑๐. โสมนัสสสูตร๑. วิตักกสูตร๒. เทสนาสูตร๓. วิชชาสูตร๔. ปัญญาปริหีนสูตร๕. สุกกธัมมสูตร๖. อชาตสูตร๗. นิพพานธาตุสูตร๘. ปฏิสัลลานสูตร๙. สิกขานิสังสสูตร๑๐. ชาคริยสูตร๑๑. อาปายิกสูตร๑๒. ทิฏฐิคตสูตร๑. มูลสูตร๒. ธาตุสูตร๓. ปฐมเวทนาสูตร๓. ปฐมเวทนาสูตร๕. ปฐมเอสนาสูตร๖. ทุติยเอสนาสูตร๗. ปฐมอาสวสูตร๘. ทุติยอาสวสูตร๙. ตัณหาสูตร๑๐. มารเธยยสูตร๑. ปุญญกิริยาวัตถุสูตร๒. จักขุสูตร๓. อินทริยสูตร๔. อัทธาสูตร๕. ทุจจริตสูตร๖. สุจริตสูตร๗. โสเจยยสูตร๘. โมเนยยสูตร๙. ปฐมราคสูตร๑๐. ทุติยราคสูตร๑. มิจฉาทิฏฐิกสูตร๒. สัมมาทิฏฐิกสูตร๓. นิสสรณิยสูตร๔. สันตตรสูตร๕. ปุตตสูตร๖. อวุฏฐิกสูตร๗. สุขปัตถนาสูตร๘. ภิทุรสูตร๙. ธาตุโสสังสันทนสูตร๑๐. ปริหานสูตร๑. วิตักกสูตร๒. สักการสูตร๓. เทวสัททสูตร๔. ปัญจปุพพนิมิตตสูตร๕. พหุชนหิตสูตร๖. อสุภานุปัสสีสูตร๗. ธัมมานุธัมมปฏิปันนสูตร๘. อันธกรณสูตร๙. อันตรามลสูตร๑๐. เทวทัตตสูตร๑. อัคคัปปสาทสูตร๒. ชีวกสูตร๓. สังฆาฏิกัณณสูตร๔. อัคคิสูตร๕. อุปปริกขสูตร๖. กามูปปัตติสูตร๗. กามโยคสูตร๘. กัลยาณสีลสูตร๙. ทานสูตร๑๐. เตวิชชสูตร๑. พราหมณธัมมยาคสูตร๒. สุลภสูตร๓. อาสวักขยสูตร๔. สมณพราหมณสูตร๕. สีลสัมปันนสูตร๖. ตัณหุปปาทสูตร๗. สพรหมกสูตร๘. พหุการสูตร๙. กุหสูตร๑๐. นทีโสตสูตร๑๑. จรสูตร๑๒. สัมปันนสีลสูตร๑๓. โลกสูตร๑. อุรคสูตร๒. ธนิยสูตร๓. ขัคควิสาณสูตร๔. กสิภารทวาชสูตร๕. จุนทสูตร๖. ปราภวสูตร๗. วสลสูตร๘. เมตตสูตร๙. เหมวตสูตร๑๐. อาฬวกสูตร๑๑. วิชยสูตร๑๒. มุนิสูตร๑. รตนสูตร๒. อามคันธสูตร๓. หิริสูตร๔. มงคลสูตร๕. สูจิโลมสูตร๖. ธัมมจริยสูตร๗. พราหมณธัมมิกสูตร๘. นาวาสูตร๙. กิงสีลสูตร๑๐. อุฏฐานสูตร๑๑. ราหุลสูตร๑๒. วังคีสสูตร๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร๑๔. ธัมมิกสูตร๑. ปัพพัชชาสูตร๒. ปธานสูตร๓. สุภาสิตสูตร๔. สุนทริกภารทวาชสูตร๕. มาฆสูตร๖. สภิยสูตร๗. เสลสูตร๘. สัลลสูตร๙. วาเสฏฐสูตร๑๐. โกกาลิกสูตร๑๑. นาลกสูตร๑๒. ทวยตานุปัสสนาสูตร๑. กามสูตร๒. คุหัฏฐกสูตร๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร๔. สุทธัฏฐกสูตร๕. ปรมัฏฐกสูตร๖. ชราสูตร๗. ติสสเมตเตยยสูตร๘. ปสูรสูตร๙. มาคันทิยสูตร๑๐. ปุราเภทสูตร๑๑. กลหวิวาทสูตร๑๒. จูฬวิยูหสูตร๑๓. มหาวิยูหสูตร๑๔. ตุวฏกสูตร๑๕. อัตตทัณฑสูตร๑๖. สารีปุตตสูตรวัตถุกถา๑. อชิตมาณวกปัญหา๒. ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหา๓. ปุณณกมาณวกปัญหา๔. เมตตคูมาณวกปัญหา๕. โธตกมาณวกปัญหา๖. อุปสีวมาณวกปัญหา๗. นันทมาณวกปัญหา๘. เหมกมาณวกปัญหา๙. โตเทยยมาณวกปัญหา๑๐. กัปปมาณวกปัญหา๑๑. ชตุกัณณิมาณวกปัญหา๑๒. ภัทราวุธมาณวกปัญหา๑๓. อุทยมาณวกปัญหา๑๔.โปสาลมาณวกปัญหา๑๕. โมฆราชมาณวกปัญหา๑๖. ปิงคิยมาณวกปัญหา

อรรถกถา

ศาสนา

๒๒. นิรยวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๑๔ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒๒. นิรยวรรค หมวดว่าด้วยคนทำกรรมชั่วตกนรก ๑. สุนทรีปริพาชิกาวัตถุ เรื่องปริพาชิกาชื่อสุนทรี (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ข้อ ๓๐๖

คนที่ชอบกล่าวคำไม่จริง หรือคนที่ทำความชั่วแล้วกล่าวว่า ‘ฉันไม่ได้ทำ’ ต่างก็ตกนรก คน ๒ จำพวกนั้น ต่างก็มีกรรมชั่ว ตายไปแล้ว มีคติเท่าเทียมกันในโลกหน้า @เชิงอรรถ : @ คำว่า “นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว” มิใช่หมายถึงการอยู่ตามลำพัง แต่หมายถึงการอยู่อย่างไม่ละการมนสิการ @กัมมัฏฐาน เมื่อทำได้อย่างนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางหมู่ภิกษุพันรูป ก็ชื่อว่า นั่งผู้เดียว นอนผู้เดียว @(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๑๘) @ ดู อุทาน ข้อ ๓๘ หน้า ๒๔๘, อิติวุตตกะ ข้อ ๔๘ หน้า ๓๙๙, สุตตนิบาต ข้อ ๖๖๗ หน้า ๖๕๙ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๑๒๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๒๒. นิรยวรรค ๔. เขมเสฏฐิปุตตวัตถุ ๒. ทุกขปีฬิตสัตตวัตถุ เรื่องสัตว์ถูกทุกข์เบียดเบียน (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ข้อ ๓๐๗

ภิกษุชั่วจำนวนมากมีผ้ากาสาวะพันที่คอ มีธรรมเลวทราม ไม่สำรวม ย่อมตกนรกเพราะบาปกรรมทั้งหลาย ๓. วัคคุมุทาตีริยภิกขุวัตถุ เรื่องภิกษุอยู่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา (พระผู้มีพระภาคทรงปรารภภิกษุผู้อยู่ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา พูดอวดอุตตริมนุสสธรรม ที่ไม่มีในตนของกันและกันแก่คฤหัสถ์เพื่อปากท้อง จึงตรัสพระคาถาแก่ภิกษุเหล่านั้นดังนี้)

ข้อ ๓๐๘

การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิง ยังดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีล ไม่สำรวม บริโภคอาหารที่ชาวบ้านเขาถวาย ๔. เขมเสฏฐิปุตตวัตถุ เรื่องบุตรเศรษฐีชื่อเขมกะ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นายเขมกะผู้ชอบเป็นชู้กับภรรยาของคนอื่นดังนี้)

ข้อ ๓๐๙

นรชนที่ประมาท ชอบเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่น ย่อมถึงฐานะ ๔ ประการ คือ @เชิงอรรถ : @ ข้อความคาถานี้หมายถึงการที่บุคคลกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนดุจเปลวเพลิงนั้นส่งผลให้ได้รับทุกขเวทนา @ถึงตาย เพียงชาตินี้เท่านั้น แต่การที่ภิกษุผู้ทุศีลบริโภคข้าวที่ชาวบ้านถวายด้วยศรัทธานั้น ทำให้ตกนรก @หลายร้อยชาติ ดังนั้น การกลืนกินก้อนเหล็กแดงที่ร้อนนั้นจึงดีกว่าการที่ภิกษุผู้ทุศีลบริโภคข้าวชาวบ้าน @(ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๔-๑๒๕) @ ฐานะ ในที่นี้หมายถึงเหตุแห่งทุกข์ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๑๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๒๒. นิรยวรรค ๕. ทุพพจภิกขุวัตถุ (๑) ได้บาป (๒) นอนไม่เป็นสุข (๓) ถูกนินทา (๔) ตกนรก

ข้อ ๓๑๐

เพราะการได้บาป ๑ การได้คติที่เลว ๑ หญิงชายที่ต่างสะดุ้งกลัวมีความสนุกนิดหน่อย ๑ ถูกพระราชาลงพระอาชญาอย่างหนัก ๑ นรชนจึงไม่ควรเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่น ๕. ทุพพจภิกขุวัตถุ เรื่องภิกษุผู้ว่ายาก (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้ว่ายาก ดังนี้)

ข้อ ๓๑๑

หญ้าคาที่บุคคลจับไม่ดี ย่อมบาดมือได้ ฉันใด ความเป็นสมณะที่บุคคลปฏิบัติไม่ดี ย่อมฉุดเข้าไปในนรก ฉันนั้น

ข้อ ๓๑๒

กรรมที่ย่อหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง วัตรที่เศร้าหมอง และพรหมจรรย์ที่พึงระลึกถึงด้วยความระแวงสงสัย ทั้ง ๓ นั้น ไม่มีผลมาก

ข้อ ๓๑๓

หากภิกษุพึงทำกรรมใด ก็ควรทำกรรมนั้นให้จริงจัง ควรบากบั่นทำกรรมนั้นให้มั่นคง เพราะธรรมเครื่องละเว้น ที่ประพฤติอย่างย่อหย่อน รังแต่จะเกลี่ยธุลี ลงใส่ตัว @เชิงอรรถ : @ ความเป็นสมณะที่บุคคลปฏิบัติไม่ดี หมายถึงภาวะแห่งความเป็นสมณะ กล่าวคือสมณธรรมที่ภิกษุ @ปฏิบัติไม่ดีเพราะเป็นผู้ทุศีล เป็นต้น ย่อมส่งผลให้สัตว์ไปเกิดในนรก (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘) @ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๘๙/๙๔, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๒๗๗/๓๘๔ @ ธรรมเครื่องละเว้น ในที่นี้หมายถึงสมณธรรม (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘) @ ธุลี หมายถึงกิเลสมีราคะเป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๑๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๒๒. นิรยวรรค ๗. อาคันตุกภิกขุวัตถุ ๖. อิสสาปกติอิตถีวัตถุ เรื่องหญิงขี้หึง (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่หญิงขี้หึงและแก่บริษัท ๔ ดังนี้)

ข้อ ๓๑๔

ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า เพราะระลึกถึงความชั่ว บุคคลย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ส่วนความดี ทำไว้เถิดดีกว่า เพราะทำแล้วระลึกถึงภายหลังบุคคลย่อมไม่เดือดร้อน ๗. อาคันตุกภิกขุวัตถุ เรื่องภิกษุอาคันตุกะ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุอาคันตุกะผู้อยู่ในเมืองชายแดน ดังนี้)

ข้อ ๓๑๕

เมืองชายแดนได้รับการคุ้มครองทั้งภายในและภายนอก ฉันใด เธอทั้งหลายจงคุ้มครองตนให้ได้ ฉันนั้น ขณะ อย่าได้ล่วงเลยเธอทั้งหลายไปเสีย เพราะเหล่าชนที่ปล่อยให้ขณะล่วงเลยไป ย่อมเศร้าโศก แออัดอยู่ในนรก @เชิงอรรถ : @ ขณะ หมายถึงเวลา หรือสมัย มี ๔ คือ (๑) ขณะแห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า (๒) ขณะแห่งการเกิด @ในมัชฌิมประเทศ (๓) ขณะแห่งการได้สัมมาทิฏฐิ (๔) ขณะแห่งอายตนะทั้ง ๖ ไม่วิกลวิกาล (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓๑) @ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๖๕๓/๔๕๒, ๑๐๐๔/๕๐๔ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๑๓๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท ๒๒. นิรยวรรค ๙. ติตถิยสาวกวัตถุ ๘. นิคัณฐวัตถุ เรื่องนิครนถ์ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

ข้อ ๓๑๖

สัตว์ทั้งหลายผู้ละอายในสิ่งที่ไม่ควรละอาย และไม่ละอายในสิ่งที่ควรละอาย ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ

ข้อ ๓๑๗

สัตว์ทั้งหลายผู้เห็นสิ่งที่ไม่ควรกลัวว่าควรกลัว และเห็นสิ่งที่ควรกลัวว่าไม่ควรกลัว ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ ๙. ติตถิยสาวกวัตถุ เรื่องสาวกเดียรถีย์ (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่สาวกของเดียรถีย์ ดังนี้)

ข้อ ๓๑๘

สัตว์ทั้งหลายผู้เห็นสิ่งที่ไม่มีโทษว่ามีโทษ และเห็นสิ่งที่มีโทษว่าไม่มีโทษ ชื่อว่าถือมั่นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไปสู่ทุคติ

ข้อ ๓๑๙

สัตว์ทั้งหลายผู้รู้สิ่งที่มีโทษว่ามีโทษ และรู้สิ่งที่ไม่มีโทษว่าไม่มีโทษ ชื่อว่าถือมั่นสัมมาทิฏฐิ ย่อมไปสู่สุคติ นิรยวรรคที่ ๒๒ จบ @เชิงอรรถ : @ เห็นสิ่งที่ไม่มีโทษว่ามีโทษ หมายถึงเห็นสัมมาทิฏฐิ ๑๐ ประการ ว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ๑๐ ประการ และ @เห็นธรรมที่ส่งเสริมสัมมาทิฏฐิว่าเป็นธรรมที่ส่งเสริมมิจฉาทิฏฐิ (ขุ.ธ.อ. ๗/๑๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๑๓๒}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้