ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๒๖ · ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
๑. เรวตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรคาถาย จุทฺทสกนิปาโต
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา จุททสกนิบาต ๑. เรวตเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระเรวตเถระ
|๓๘๑.๖๔๕| ๑ ยทา อหํ ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ นาภิชานามิ สงฺกปฺปํ อนริยํ โทสสํหิตํ ฯ |๓๘๑.๖๔๖| อิเม หญฺญนฺตุ วชฺฌนฺตุ ทุกฺขํ ปปฺโปนฺตุ ปาณิโน สงฺกปฺปํ นาภิชานามิ อิมสฺมึ ทีฆมนฺตเร ฯ |๓๘๑.๖๔๗| เมตฺตญฺจ อภิชานามิ อปฺปมาณํ สุภาวิตํ อนุปุพฺพํ ปริจิตํ ยถา พุทฺเธน เทสิตํ ฯ |๓๘๑.๖๔๘| สพฺพมิตฺโต สพฺพสโข สพฺพภูตานุกมฺปโก เมตฺตํ จิตฺตญฺจ ภาเวมิ อพฺยาปชฺฌรโต สทา ฯ |๓๘๑.๖๔๙| อสํหีรํ อสํกุปฺปํ จิตฺตํ อาโมทยามหํ พฺรหฺมวิหารํ ภาเวมิ อกาปุริสเสวิตํ ฯ |๓๘๑.๖๕๐| อวิตกฺกํ สมาปนฺโน สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก อริเยน ตุณฺหีภาเวน อุเปโต โหติ ตาวเท ฯ |๓๘๑.๖๕๑| ยถาปิ ปพฺพโต เสโล อจโล สุปฺปติฏฺฐิโต เอวํ โมหกฺขยา ภิกฺขุ ปพฺพโตว น เวธติ ฯ |๓๘๑.๖๕๒| อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส อพฺภมตฺตํว ขายติ ฯ |๓๘๑.๖๕๓| นครํ ยถา ปจฺจนฺตํ คุตฺตํ สนฺตรพาหิรํ เอวํ โคเปถ อตฺตานํ ขโณ โว มา อุปจฺจคา ฯ |๓๘๑.๖๕๔| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ |๓๘๑.๖๕๕| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโต ฯ |๓๘๑.๖๕๖| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๘๑.๖๕๗| ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต สพฺพสํโยชนกฺขโย ฯ |๓๘๑.๖๕๘| สมฺปาเทถปฺปมาเทน เอสา เม อนุสาสนี หนฺทาหํ ปรินิพฺพิสฺสํ วิปฺปมุตฺโตมฺหิ สพฺพธีติ ฯ เรวโต เถโร ฯ
นับแต่เราออกบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ไม่รู้สึกถึงความดำริอันไม่ประเสริฐ ประกอบด้วยโทษเลย ในระยะกาลนานที่เราบวชอยู่นี้ เราไม่รู้สึกถึง ความดำริว่า ขอให้สัตว์เหล่านั้น จงถูกฆ่า ถูกเขาเบียดเบียน จงได้ รับทุกข์ เรารู้สึกแต่การเจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ อบรมสั่งสม ดีแล้วโดยลำดับ ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แล้ว เราได้เป็นมิตร เป็นสหายของสัตว์ทั้งปวง เป็นผู้อนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง ยินดีแล้วใน การไม่เบียดเบียน เจริญเมตตาจิตอยู่ทุกเมื่อ เรายังจิตอันไม่ง่อนแง่น ไม่กำเริบให้บันเทิงอยู่ เจริญพรหมวิหารอันบุรุษผู้เลวทรามไม่ซ่องเสพ สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เข้าทุติยฌานอันไม่มีวิตกวิจาร ประกอบด้วยความเป็นผู้นิ่งเป็นอริยะ โดยแท้จริง ภูเขาศิลาล้วนไม่หวั่น ไหว ตั้งอยู่คงที่ แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น ย่อมไม่หวั่นไหวดุจบรรพต เพราะสิ้นโมหะ ความชั่วแม้มีประมาณเท่าปลายขนทราย ย่อมปรากฏ เหมือนประมาณท่าหมอกเมฆ แก่ท่านผู้ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ผู้แสวง หาความสะอาดเป็นนิตย์ เมืองหน้าด่านเป็นเมืองอันเขาคุ้มครองแล้ว ทั้งภายในและภายนอก ฉันใด ท่านทั้งหลายจงคุ้มครองตนฉันนั้นเถิด ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย เราไม่ยินดีต่อความตาย ไม่ เพลิดเพลินต่อความเป็นอยู่ แต่เรารอเวลาตาย เหมือนลูกจ้างคอยให้ หมดเวลาทำงานฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็น อยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะ รอท่าเวลาตาย พระศาสดาเราคุ้นเคยแล้ว เราทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวช เป็นบรรพชิตต้องการแล้ว บรรลุถึงความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง ท่านทั้ง หลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี้เป็นคำสอนของเรา เรา จักอำลาท่านทั้งหลายปรินิพพานในบัดนี้ เพราะเราเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว จากกิเลสทั้งปวง.