๕. คันถโคจฉกะ ๖. โอฆโคจฉกะ ๗. โยคโคจฉกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๔. อัฏฐกถากัณฑ์] ทุกอัตถุทธาระ คันถโคจฉกะ ๕. คันถโคจฉกะ ๑. คันถทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นคันถะ เป็นไฉน คันถะ ๔ คือ ๑. อภิชฌากายคันถะ ๒. พยาปาทกายคันถะ ๓. สีลัพพตปรามาสกายคันถะ ๔. อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ อภิชฌากายคันถะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ พยาปาทกาย-คันถะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ สีลัพพตปรามาสกายคันถะและอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นคันถะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน อกุศลที่เหลือ เว้นคันถะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นคันถะ ๒. คันถนิยทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมดสภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของคันถะ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน มรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ๓. คันถสัมปยุตตทุกะ
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๔. อัฏฐกถากัณฑ์] ทุกอัตถุทธาระ คันถโคจฉกะ จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ และจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ เว้นโลภะที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทนี้ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒เว้นปฏิฆะที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทนี้ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าสัมปยุตด้วยคันถะ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ เป็นไฉน โลภะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ปฏิฆะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากคันถะ๔. คันถคันถนิยทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน คันถะเหล่านั้นนั่นแหละชื่อว่าเป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน อกุศลที่เหลือ เว้นคันถะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะหรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ๕. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน ทิฏฐิและโลภะเกิดขึ้นร่วมกัน ในสภาวธรรมเหล่าใด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ เว้น คันถะที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทนี้ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๔. อัฏฐกถากัณฑ์] ทุกอัตถุทธาระ โยคโคจฉกะ ๖. คันถวิปปยุตตคันถนิยทุกะ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน โลภะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ปฏิฆะเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะเป็นไฉน มรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะกล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ คันถโคจฉกะ จบ ๖. โอฆโคจฉกะ ๑. โอฆทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ เป็นไฉน ฯลฯ ๗. โยคโคจฉกะ ๑. โยคทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นโยคะ เป็นไฉน ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๖๗}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ คันถโคจฉกะ
กตเม ธมฺมา คนฺถา จตฺตาโร คนฺถา อภิชฺฌา กายคนฺโถ พฺยาปาโท กายคนฺโถ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ อภิชฺฌา กายคนฺโถ อฏฺฐสุ โลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาโท กายคนฺโถ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ สีลพฺพตปรามาโส กายคนฺโถ จ อิทํสจฺจาภินิเวโส กายคนฺโถ จ จตูสุ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชนฺติ อิเม ธมฺมา คนฺถา ฯ กตเม ธมฺมา โนคนฺถา ฐเปตฺวา คนฺเถ อวเสสํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา โนคนฺถา ฯ
คันถธรรม นั้นเป็นไฉน? คันธะ ๔ คือ อภิชฌากายคันถะ พยาบาทกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ อิทัง-*สัจจาภินิเวสกายคันถะ. อภิชฌากายคันถะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง พยาปาทกายคันถะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวง สีลัพพตปรามาสกายคันถะ และอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า คันถธรรม. ธรรมไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นคันถะทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นคันถะ.
กตเม ธมฺมา คนฺถนิยา ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา คนฺถนิยา ฯ กตเม ธมฺมา อคนฺถนิยา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา อคนฺถนิยา ฯ
ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมดสภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมที่เป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ
กตเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตา จิตฺตุปฺปาทา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เอตฺถุปฺปนฺนํ โลภํ ฐเปตฺวา เทฺว โทมนสฺสสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เอตฺถุปฺปนฺนํ ปฏิฆํ ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา จตูสุ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺโน โลโภ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺนํ ปฏิฆํ วิจิกิจฺฉาสหคโต จิตฺตุปฺปาโท อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน? จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง, จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะวิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ดวง เว้นโลภะที่บังเกิดในจิตตุปบาทนี้เสีย, จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวงเว้นปฏิฆะที่เกิดในจิตตุปบาทนี้เสีย สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ. ธรรมวิปปยุตจากคันถะ เป็นไฉน? โลภะที่บังเกิดขึ้นในจิตตุปบาท ที่สหรคตด้วยโลภะวิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง ปฏิฆะที่เกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสเวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพานสภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากคันถะ.
กตเม ธมฺมา คนฺถาเจวคนฺถนิยาจ เตว คนฺถา คนฺถาเจวคนฺถนิยาจ ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถนิยาเจวโนจคนฺถา ฐเปตฺวา คนฺเถ อวเสสํ อกุสลํ ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา คนฺถนิยาเจวโนจคนฺถา ฯ อคนฺถนิยา ธมฺมา น วตฺตพฺพา คนฺถาเจวคนฺถนิยาจาติปิ คนฺถนิยาเจวโนจคนฺถาติปิ ฯ
ธรรมเป็นคันถะ และเป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? คันถธรรมเหล่านั้นแล ชื่อว่า ธรรมเป็นคันถะ และเป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นคันถะทั้งหลายเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะ ธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นคันถะ และเป็นอารมณ์ของคันถะก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ ยตฺถ ทิฏฺฐิ จ โลโภ จ เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ อิเม ธมฺมา คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจ ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถา อฏฺฐ โลภสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เทฺว โทมนสฺสสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เอตฺถุปฺปนฺเน คนฺเถ ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา คนฺถสมฺปยุตฺตา- เจวโนจคนฺถา ฯ คนฺถวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา น วตฺตพฺพา คนฺถาเจวคนฺถสมฺปยุตฺตาจาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺตาเจวโนจคนฺถาติปิ ฯ
ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ เป็นไฉน? ทิฏฐิและโลภะบังเกิดร่วมกันในจิตตุปบาทใด สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ. ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะ เป็นไฉน? จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ดวง เว้นคันถะทั้งหลายที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทเหล่านี้เสีย สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะ. ธรรมวิปปยุตจากคันถะ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นคันถะ และสัมปยุตด้วยคันถะก็ไม่ได้ว่าธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา คนฺถนิยา จตูสุ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺโน โลโภ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปนฺนํ ปฏิฆํ วิจิกิจฺฉาสหคโต จิตฺตุปฺปาโท อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา คนฺถนิยา ฯ กตเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา อคนฺถนิยา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา คนฺถวิปฺปยุตฺตา อคนฺถนิยา ฯ คนฺถสมฺปยุตฺตา ธมฺมา น วตฺตพฺพา คนฺถวิปฺปยุตฺตา คนฺถนิยาติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตา อคนฺถนิยาติปิ ฯ ----------------
ธรรมวิปปยุตจากคันถะ แต่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? โลภะที่บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง ปฏิฆะที่บังเกิดในจิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมดสภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากคันถะ แต่เป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมวิปปยุตจากคันถะ และไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่าธรรมวิปปยุตจากคันถะ และไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ. ธรรมสัมปยุตด้วยคันถะ จะกล่าวว่า ธรรมวิปปยุตจากคันถะ แต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็ไม่ได้ ว่าธรรมวิปปยุตจากคันถะ และไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็ไม่ได้. คันถโคจฉกะ จบ -----------------------------------------------------
กตเม ธมฺมา โอฆา ฯเปฯ กตเม ธมฺมา โยคา ฯเปฯ กตเม ธมฺมา นีวรณา ฉ นีวรณานิ กามจฺฉนฺทนีวรณํ พฺยาปาทนีวรณํ ถีนมิทฺธนีวรณํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจนีวรณํ วิจิกิจฺฉานีวรณํ อวิชฺชานีวรณํ กามจฺฉนฺทนีวรณํ อฏฺฐสุ โลภสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ พฺยาปาทนีวรณํ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ ถีนมิทฺธนีวรณํ สสงฺขาริเกสุ อกุสเลสุ อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจนีวรณํ อุทฺธจฺจสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ กุกฺกุจฺจนีวรณํ ทฺวีสุ โทมนสฺสสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉานีวรณํ วิจิกิจฺฉาสหคเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ อวิชฺชานีวรณํ สพฺพากุสเลสุ อุปฺปชฺชติ อิเม ธมฺมา นีวรณา ฯ กตเม ธมฺมา โนนีวรณา ฐเปตฺวา นีวรเณ อวเสสํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา โนนีวรณา ฯ
โอฆธรรม เป็นไฉน ฯลฯ โยคธรรม เป็นไฉน ฯลฯ