๙. ปรามาสโคจฉกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปรามาสโคจฉกะ ๑. ปรามาสทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นปรามาส เป็นไฉน ทิฏฐิปรามาสเกิดขึ้นในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นปรามาส
สภาวธรรมที่ไม่เป็นปรามาส เป็นไฉน อกุศลที่เหลือ เว้นปรามาส กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นปรามาส๒. ปรามัฏฐทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาส เป็นไฉน กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมดสภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของปรามาส
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส เป็นไฉน มรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๔. อัฏฐกถากัณฑ์] ทุกอัตถุทธาระ ปรามาสโคจฉกะ ๓. ปรามาสสัมปยุตตทุกะ
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส เป็นไฉน จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ เว้นปรามาสที่เกิดขึ้นในจิตตุปบาทนี้สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าสัมปยุตด้วยปรามาส
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาส เป็นไฉน จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สรหคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากปรามาส ปรามาสกล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาส ๔. ปรามาสปรามัฏฐทุกะ
สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส เป็นไฉน ปรามาสนั้นนั่นแหละชื่อว่าเป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส เป็นไฉน อกุศลที่เหลือ เว้นปรามาส กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสกล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส๕. ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส เป็นไฉน จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะ วิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัส ๒ จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ อัพยากตกิริยาในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๓๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๔. อัฏฐกถากัณฑ์] ทุกอัตถุทธาระ มหันตรทุกะ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสเป็นไฉน มรรค ๔ ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สามัญญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและสัมปยุตด้วยปรามาสกล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสปรามาสโคจฉกะ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ ปรามาสโคจฉกะ
กตเม ธมฺมา ปรามาสา ทิฏฺฐิปรามาโส จตูสุ ทิฏฺฐิคต- สมฺปยุตฺเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชติ อิเม ธมฺมา ปรามาสา ฯ กตเม ธมฺมา โนปรามาสา ฐเปตฺวา ปรามาสํ อวเสสํ อกุสลํ จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา โนปรามาสา ฯ
ปรามาสธรรม เป็นไฉน? ทิฏฐิปรามาสะ บังเกิดในจิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ปรามาสธรรม. ธรรมไม่เป็นปรามาสะ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นปรามาสะเสีย กุศลในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นปรามาสะ.
กตเม ธมฺมา ปรามฏฺฐา ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ อกุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา ปรามฏฺฐา ฯ กตเม ธมฺมา อปรามฏฺฐา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา อปรามฏฺฐา ฯ
ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นไฉน? กุศลในภูมิ ๓ อกุศล วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ. ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ.
กตเม ธมฺมา ปรามาสสมฺปยุตฺตา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตา จิตฺตุปฺปาทา เอตฺถุปฺปนฺนํ ปรามาสํ ฐเปตฺวา อิเม ธมฺมา ปรามาสสมฺปยุตฺตา ฯ กตเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เทฺว โทมนสฺสสหคตา จิตฺตุปฺปาทา วิจิกิจฺฉาสหคโต จิตฺตุปฺปาโท อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท จตูสุ ภูมีสุ กุสลํ จตูสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ รูปญฺจ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ฯ ปรามาโส น วตฺตพฺโพ ปรามาสสมฺปยุตฺโตติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺโตติปิ ฯ
ธรรมสัมปยุตด้วยปรามาสะ เป็นไฉน? จิตตุปบาทที่สัมปยุตด้วยทิฏฐิ ๔ ดวง เว้นปรามาสะที่บังเกิดในจิตตุปบาทเหล่านี้เสียสภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยปรามาสะ. ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ เป็นไฉน? จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะวิปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทสหรคตด้วยโทมนัสสเวทนา๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๔วิบากในภูมิ ๔ วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ รูปและนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ. ปรามาสธรรม จะกล่าวว่า สัมปยุตด้วยปรามาสะก็ไม่ได้ ว่าวิปปยุตจากปรามาสะก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา ปรามาสาเจวปรามฏฺฐาจ โสเอว ปรามาโส ปรามาโสเจวปรามฏฺโฐจ ฯ กตเม ธมฺมา ปรามฏฺฐาเจวโนจปรามาสา ฐเปตฺวา ปรามาสํ อวเสสํ อกุสลํ ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา ปรามฏฺฐาเจวโนจปรามาสา ฯ อปรามฏฺฐา ธมฺมา น วตฺตพฺพา ปรามาสาเจวปรามฏฺฐาจาติปิ ปรามฏฺฐาเจวโนจปรามาสาติปิ ฯ
ธรรมเป็นปรามาสะ และเป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นไฉน? ปรามาสธรรมนั้นแล ชื่อว่า ธรรมปรามาสะ และเป็นอารมณ์ของปรามาสะ. ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ แต่ไม่เป็นปรามาสะ เป็นไฉน? อกุศลที่เหลือ เว้นปรามาสะเสีย กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ แต่ไม่เป็นปรามาสะ. ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ จะกล่าวว่า ธรรมเป็นปรามาสะและเป็นอารมณ์ของปรามาสะก็ไม่ได้ ว่าธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ แต่ไม่เป็นปรามาสะก็ไม่ได้.
กตเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ปรามฏฺฐา จตฺตาโร ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตา จิตฺตุปฺปาทา เทฺว โทมนสฺสสหคตา จิตฺตุปฺปาทา วิจิกิจฺฉาสหคโต จิตฺตุปฺปาโท อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท ตีสุ ภูมีสุ กุสลํ ตีสุ ภูมีสุ วิปาโก ตีสุ ภูมีสุ กิริยาพฺยากตํ สพฺพญฺจ รูปํ อิเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ปรามฏฺฐา ฯ กตเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา อปรามฏฺฐา จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา จตฺตาริ จ สามญฺญผลานิ นิพฺพานญฺจ อิเม ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา อปรามฏฺฐา ฯ ปรามาสา จ ปรามาสสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา น วตฺตพฺพา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ปรามฏฺฐาติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตา อปรามฏฺฐาติปิ ฯ --------------
ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ แต่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นไฉน? จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโลภะวิปปยุตจากทิฏฐิ ๔ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยโทมนัสส-*เวทนา ๒ ดวง จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา จิตตุปบาทที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ กุศลในภูมิ ๓ วิบากในภูมิ ๓ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปทั้งหมด สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าธรรมวิปยุตจากปรามาสะ แต่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ. ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ และไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ เป็นไฉน? มรรค ๔ ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ และไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ. ธรรมเป็นปรามาสะและสัมปยุตด้วยปรามาสะ จะกล่าวว่า ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสะก็ไม่ได้ ว่าธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ และไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะก็ไม่ได้. ปรามาสโคจฉกะ จบ -----------------------------------------------------