อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๔๒

อินทรีย์ ๒๒ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๒–๒๕๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 13 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ปัญหาปุจฉกะ

ข้อ ๒๔๒

พาวีสตินฺทฺริยานิ จกฺขุนฺทฺริยํ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ สุขินฺทฺริยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อญฺญินฺทฺริยํ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ ฯ พาวีสตินฺทฺริยานํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา กติ อรณา ฯ

อินทรีย์ ๒๒ คือ ๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์ ๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์ ๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์ ๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์ ๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์ ๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒. โสมนัสสินทรีย์ ๑๓. โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์ ๑๕. สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์ ๑๗. สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์ ๑๙. ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ๒๑. อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา บรรดาอินทรีย์ ๒๒ อินทรีย์ไหนเป็นกุศล อินทรีย์ไหนเป็นอกุศลอินทรีย์ไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ อินทรีย์ไหนเป็นสรณะ อินทรีย์ไหนเป็นอรณะติกมาติกาวิสัชนา

ข้อ ๒๔๓

ทสินฺทฺริยา อพฺยากตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ อกุสลํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ กุสลํ จตฺตารินฺทฺริยา สิยา กุสลา สิยา อพฺยากตา ฉ อินฺทฺริยา สิยา กุสลา สิยา อกุสลา สิยา อพฺยากตา ฯ {๒๔๓.๑} ทฺวาทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ฉ อินฺทฺริยา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ตีณินฺทฺริยา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ สิยา น วตฺตพฺพํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตนฺติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตนฺติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตนฺติปิ ฯ สตฺตินฺทฺริยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ตีณินฺทฺริยา วิปากา ทฺวินฺทฺริยา วิปากธมฺมธมฺมา อญฺญินฺทฺริยํ สิยา วิปากํ สิยา วิปากธมฺมธมฺมํ นวินฺทฺริยา สิยา วิปากา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ฯ นวินฺทฺริยา อุปาทินฺนุปาทานิยา โทมนสฺสินฺทฺริยํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ตีณินฺทฺริยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา นวินฺทฺริยา สิยา อุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา ฯ {๒๔๓.๒} นวินฺทฺริยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกํ ตีณินฺทฺริยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ตีณินฺทฺริยา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฉ อินฺทฺริยา สิยา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฯ {๒๔๓.๓} นวินฺทฺริยา อวิตกฺกอวิจารา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สวิตกฺกสวิจารํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ สิยา อวิตกฺกอวิจารํ เอกาทสินฺทฺริยา สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา ฯ เอกาทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ โสมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา ปิติสหคตํ น สุขสหคตํ น อุเปกฺขาสหคตํ สิยา น วตฺตพฺพํ ปีติสหคตนฺติ ฉ อินฺทฺริยา สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา จตฺตารินฺทฺริยา สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา เนวทสฺสเนนนภาวนาย- ปหาตพฺพา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพํ สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกํ สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺเหตุกา สิยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ {๒๔๓.๔} ทสินฺทฺริยา เนวอาจยคามิโนนอปจยคามิโน โทมนสฺสินฺทฺริยํ อาจยคามิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อปจยคามิ อญฺญินฺทฺริยํ สิยา อปจยคามิ สิยา เนวอาจยคามินอปจยคามิ นวินฺทฺริยา สิยา อาจยคามิโน สิยา อปจยคามิโน สิยา เนวอาจยคามิโน- นอปจยคามิโน ฯ ทสินฺทฺริยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ทฺวินฺทฺริยา เสกฺขา อญฺญาตาวินฺทฺริยํ อเสกฺขํ นวินฺทฺริยา สิยา เสกฺขา สิยา อเสกฺขา สิยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ฯ {๒๔๓.๕} ทสินฺทฺริยา ปริตฺตา ตีณินฺทฺริยา อปฺปมาณา นวินฺทฺริยา สิยา ปริตฺตา สิยา มหคฺคตา สิยา อปฺปมาณา ฯ สตฺตินฺทฺริยา อนารมฺมณา ทฺวินฺทฺริยา ปริตฺตารมฺมณา ตีณินฺทฺริยา อปฺปมาณารมฺมณา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา ปริตฺตารมฺมณํ สิยา มหคฺคตารมฺมณํ น อปฺปมาณารมฺมณํ สิยา น วตฺตพฺพํ ปริตฺตารมฺมณนฺติปิ มหคฺคตารมฺมณนฺติปิ นวินฺทฺริยา สิยา ปริตฺตารมฺมณา สิยา มหคฺคตารมฺมณา สิยา อปฺปมาณารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณาติปิ มหคฺคตารมฺมณาติปิ อปฺปมาณารมฺมณาติปิ ฯ นวินฺทฺริยา มชฺฌิมา โทมนสฺสินฺทฺริยํ หีนํ ตีณินฺทฺริยา ปณีตา ตีณินฺทฺริยา สิยา มชฺฌิมา สิยา ปณีตา ฉ อินฺทฺริยา สิยา หีนา สิยา มชฺฌิมา สิยา ปณีตา ฯ {๒๔๓.๖} ทสินฺทฺริยา อนิยตา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ สมฺมตฺตนิยตํ จตฺตารินฺทฺริยา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา มิจฺฉตฺตนิยตํ สิยา อนิยตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา มิจฺฉตฺตนิยตา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา ฯ {๒๔๓.๗} สตฺตินฺทฺริยา อนารมฺมณา จตฺตารินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ น มคฺคารมฺมณํ สิยา มคฺคเหตุกํ สิยา มคฺคาธิปติ สิยา น วตฺตพฺพํ มคฺคเหตุกนฺติปิ มคฺคาธิปตีติปิ อญฺญินฺทฺริยํ น มคฺคารมฺมณํ สิยา มคฺคเหตุกํ สิยา มคฺคาธิปติ สิยา น วตฺตพฺพํ มคฺคเหตุกนฺติปิ มคฺคาธิปตีติปิ นวินฺทฺริยา สิยา มคฺคารมฺมณา สิยา มคฺคเหตุกา สิยา มคฺคาธิปติโน สิยา น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ ฯ {๒๔๓.๘} ทสินฺทฺริยา สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน น วตฺตพฺพา อนุปฺปนฺนาติ ทฺวินฺทฺริยา สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา น วตฺตพฺพา อุปฺปาทิโนติ ทสินฺทฺริยา สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน ฯ สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา ฯ สตฺตินฺทฺริยา อนารมฺมณา ทฺวินฺทฺริยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ ทสินฺทฺริยา สิยา อตีตารมฺมณา สิยา อนาคตารมฺมณา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ ฯ สิยา อชฺฌตฺตา สิยา พหิทฺธา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ฯ {๒๔๓.๙} สตฺตินฺทฺริยา อนารมฺมณา ตีณินฺทฺริยา พหิทฺธารมฺมณา จตฺตารินฺทฺริยา สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา อฏฺฐินฺทฺริยา สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อชฺฌตฺตารมฺมณาติปิ พหิทฺธารมฺมณาติปิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณาติปิ ฯ ปญฺจินฺทฺริยา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา สตฺตรสินฺทฺริยา อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ฯ

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอัพยากฤต โทมนัสสินทรีย์ เป็นอกุศล อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นกุศล อินทรีย์ ๔ เป็นกุศลก็มี เป็นอัพยากฤตก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากฤตก็มี อินทรีย์ ๑๒กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสุขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขม-*สุขเวทนาสัมปยุตก็มี อินทรีย์ ๓ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี ชีวิตินทรีย์ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสุขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นเนววิปากธัมมธรรม อินทรีย์ ๓ เป็นวิบาก อินทรีย์ ๒เป็นวิปากธัมมธรรม อัญญินทรีย์ เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี อินทรีย์ ๙เป็นวิบากก็มี เป็นวิปากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมก็มี อินทรีย์ ๙เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ อินทรีย์ ๓เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทิน-*นุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเล-*สิกะ โทมนัสสินสินทรีย์ เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นอสังกิลิฏฐาสัง-*กิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอวิตักกาวิจาระ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิตักกสวิจาระ อุเปกขินทรีย์ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มีอินทรีย์ ๑๑ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี อินทรีย์ ๑๑ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะ แม้เป็นสุขสหคตะ แม้เป็นอุเปกขาสหคตะ โสมนัสสินทรีย์ เป็นปีติสหคตะ เป็นนสุขสหคตะ เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปีติสหคตะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี อินทรีย์ ๔ เป็นปีติสหคตะก็มีเป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะแม้เป็นสุขสหคตะ แม้เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นเนวทัสสน-*นภาวนาปหาตัพพะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็นภาวนา-*ปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มีเป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหา-*ตัพพเหตุกะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นภาวนาปหา-*ตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพ-*เหตุกะก็มี เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี โทมนัสสินทรีย์ เป็นอาจยคามี อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นอปจยคามี อัญญินทรีย์ เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามินาปจยคามีก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นอาจยคามีก็มี เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามินาปาจยคามีก็มีอินทรีย์ ๑๐ เป็นเนวเสกขนาเสกขะ อินทรีย์ ๒ เป็นเสกขะ อัญญาตาวินทรีย์เป็นอเสกขะ อินทรีย์ ๙ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นปริตตะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณะ อินทรีย์ ๙ เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะอินทรีย์ ๒ เป็นปริตตารัมมณะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณารัมมณะ โทมนัส-*สินทรีย์ เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี ไม่เป็นอัปปมาณา-*รัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะ แม้เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นมัชฌิมะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นหีนะอินทรีย์ ๓ เป็นปณีตะ อินทรีย์ ๓ เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี อินทรีย์ ๖เป็นหีนะก็มี เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นอนิยตะ อนัญญา-*ตัญญัสสามิตินทรีย์ เป็นสัมมัตตนิยตะ อินทรีย์ ๔ เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี โทมนัสสินทรีย์ เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๖เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะแม้เป็นมัคคาธิปติ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคค-*เหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มี อัญญินทรีย์ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มีอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอนุปปันนะอินทรีย์ ๒ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปปาทีอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี อินทรีย์ ๒๒เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะอินทรีย์ ๒ เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตา-*รัมมณะ แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มี เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะ แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนา-*รัมมณะก็มี อินทรีย์ ๒๒ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๓ เป็นพหิทธารัมมณะ อินทรีย์ ๔เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มีอินทรีย์ ๘ เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธา-*รัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอัชฌัตตารัมมณะ แม้เป็นพหิทธารัมมณะแม้เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๕ เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๑๗เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๔๔

จตฺตารินฺทฺริยา เหตู อฏฺฐารสินฺทฺริยา น เหตู ฯ สตฺตินฺทฺริยา สเหตุกา นวินฺทฺริยา อเหตุกา ฉ อินฺทฺริยา สิยา สเหตุกา สิยา อเหตุกา ฯ สตฺตินฺทฺริยา เหตุสมฺปยุตฺตา นวินฺทฺริยา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฉ อินฺทฺริยา สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา สิยา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฯ จตฺตารินฺทฺริยา เหตู เจว สเหตุกา จ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติปิ สเหตุกา เจว น จ เหตูติปิ ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติ สเหตุกา เจว น จ เหตู ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติ สิยา สเหตุกา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา สเหตุกา เจว น จ เหตูติ ฯ จตฺตารินฺทฺริยา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติปิ ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู สิยา น วตฺตพฺพา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติ ฯ นวินฺทฺริยา น เหตู อเหตุกา ตีณินฺทฺริยา น เหตู สเหตุกา จตฺตารินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา น เหตู สเหตุกาติปิ น เหตู อเหตุกาติปิ ฉ อินฺทฺริยา สิยา น เหตู สเหตุกา สิยา น เหตู อเหตุกา ฯ

อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุ อินทรีย์ ๑๘ เป็นนเหตุ อินทรีย์ ๗ เป็นสเหตุกะ อินทรีย์ ๙ เป็นอเหตุกะ อินทรีย์ ๖ เป็นสเหตุกะก็มี เป็นอเหตุกะก็มีอินทรีย์ ๗ เป็นเหตุสัมปยุต อินทรีย์ ๙ เป็นเหตุวิปปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นเหตุ-*สัมปยุตก็มี เป็นเหตุวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุสเหตุกะ อินทรีย์ ๙กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นสเหตุกนเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ-*สเหตุกะ เป็นสเหตุกนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสเหตุกนเหตุก็มี อินทรีย์ ๔เป็นเหตุเหตุสัมปยุต อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุเหตุสัมปยุต แม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นเหตุ-*สัมปยุตตนเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นเหตุสัมป-*ยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นนเหตุ-*อเหตุกะ อินทรีย์ ๓ เป็นนเหตุสเหตุกะ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุ-*สเหตุกะ แม้เป็นนเหตุอเหตุกะ อินทรีย์ ๖ เป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุ-*อเหตุกะก็มี ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา

ข้อ ๒๔๕

สปฺปจฺจยา สงฺขตา อนิทสฺสนา ฯ ปญฺจินฺทฺริยา สปฺปฏิฆา สตฺตรสินฺทฺริยา อปฺปฏิฆา ฯ สตฺตินฺทฺริยา รูปา จุทฺทสินฺทฺริยา อรูปา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา รูปํ สิยา อรูปํ ฯ ทสินฺทฺริยา โลกิยา ตีณินฺทฺริยา โลกุตฺตรา นวินฺทฺริยา สิยา โลกิยา สิยา โลกุตฺตรา ฯ เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นสัปปัจจยะ เป็นสังขตะ เป็นอนิทัสสนะ อินทรีย์ ๕ เป็นสัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๑๗ เป็นอัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๗ เป็นรูปอินทรีย์ ๑๔ เป็นอรูป ชีวิตินทรีย์ เป็นรูปก็มี เป็นอรูปก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มีอินทรีย์ ๒๒ เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ ๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๔๖

โน อาสวา ฯ ทสินฺทฺริยา สาสวา ตีณินฺทฺริยา อนาสวา นวินฺทฺริยา สิยา สาสวา สิยา อนาสวา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา อาสววิปฺปยุตฺตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ อาสวสมฺปยุตฺตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติ สาสวา เจว โน จ อาสวา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติปิ สาสวา เจว โน จ อาสวาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติ สิยา สาสวา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา สาสวา เจว โน จ อาสวาติ ฯ {๒๔๖.๑} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺตญฺจาติ อาสวสมฺปยุตฺตญฺเจว โน จ อาสโว ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติ ฯ นวินฺทฺริยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา ตีณินฺทฺริยา อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ อาสววิปฺปยุตฺตสาสวนฺติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวนฺติปิ ตีณินฺทฺริยา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา ฉ อินฺทฺริยา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา สิยา อาสววิปฺปยุตฺต- อนาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวาติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนอาสวะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสาสวะ อินทรีย์ ๓เป็นอนาสวะ อินทรีย์ ๙ เป็นสาสวะก็มี เป็นอนาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นอาสว-*วิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นอาสวสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นอาสวสัมปยุตก็มีเป็นอาสววิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสว-*โนอาสวะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะอินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสาสวโนอาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุตแม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสว-*สัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสว-*สัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสัมปยุตตโน-*อาสวะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ อินทรีย์ ๓ เป็นอาสววิปปยุตต-*อนาสวะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ อินทรีย์ ๓ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสว-*วิปปยุตตอนาสวะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสว-*วิปปยุตตอนาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี ๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๔๗

โน สญฺโญชนา ฯ ทสินฺทฺริยา สญฺโญชนิยา ตีณินฺทฺริยา อสญฺโญชนิยา นวินฺทฺริยา สิยา สญฺโญชนิยา สิยา อสญฺโญชนิยา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติ สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติปิ สญฺโญนิชยา เจว โน จ สญฺโญชนาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติ สิยา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนาติ ฯ {๒๔๗.๑} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺจาติ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตญฺเจว โน จ สญฺโญชนํ ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชน- สมฺปยุตฺตา จาติ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนาติ ฯ {๒๔๗.๒} นวินฺทฺริยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา ตีณินฺทฺริยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยา โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยนฺติปิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺต- อสญฺโญชนิยนฺติปิ ตีณินฺทฺริยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺต- สญฺโญชนิยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยา ฉ อินฺทฺริยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺต- อสญฺโญชนิยา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยาติปิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสัญโญชนิยะอินทรีย์ ๓ เป็นอสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นสัญโญชนิยะก็มี เป็นอสัญโญ-*ชนิยะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นสัญโญชนวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นสัญโญชน-*สัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นสัญโญชนสัมปยุตก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตก็มีอินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญ-*โญชนะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญ-*ชนิยโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต แม้เป็นสัญโญ-*ชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญ-*ชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นสัญโญชน-*วิปปยุตตสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ โทมนัส-*สินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญ-*ชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะก็มีเป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นสัญโญชนวิปปยุตต-*สัญโญชนิยะก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี๕. คันถโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๔๘

โน คนฺถา ฯ ทสินฺทฺริยา คนฺถนิยา ตีณินฺทฺริยา อคนฺถนิยา นวินฺทฺริยา สิยา คนฺถนิยา สิยา อคนฺถนิยา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ คนฺถสมฺปยุตฺตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติ คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติปิ คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติ สิยา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถาติ ฯ {๒๔๘.๑} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจาติ คนฺถสมฺปยุตฺตญฺเจว โน จ คนฺโถ ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถาติ ฯ นวินฺทฺริยา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา ตีณินฺทฺริยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยนฺติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยนฺติปิ ตีณินฺทฺริยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา ฉ อินฺทฺริยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺต- คนฺถนิยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยาติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนคันถะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นคันถนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอคันถนิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นคันถนิยะก็มี เป็นอคันถนิยะก็มีอินทรีย์ ๑๕ เป็นคันถวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นคันถสัมปยุต อินทรีย์ ๖เป็นคันถสัมปยุตก็มี เป็นคันถวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถ-*คันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถนิยะแม้เป็นคันถนิยโนคันถะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี อินทรีย์ ๑๕กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถสัมปยุต แม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะ โทมนัส-*สินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะอินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นคันถวิปปยุตตคันถ-*นิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ แม้เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ อินทรีย์ ๓เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี อินทรีย์ ๖เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ แม้เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี๖, ๗, ๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา

ข้อ ๒๔๙

โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ฯ ทสินฺทฺริยา นีวรณิยา ตีณินฺทฺริยา อนีวรณิยา นวินฺทฺริยา สิยา นีวรณิยา สิยา อนีวรณิยา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา นีวรณวิปฺปยุตฺตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ นีวรณสมฺปยุตฺตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณิยา จาติ นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณิยา จาติปิ นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณิยา จาติ สิยา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณาติ ฯ {๒๔๙.๑} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺตญฺเจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณาติ ฯ นวินฺทฺริยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา ตีณินฺทฺริยา นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยา โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ นีวรณ- วิปฺปยุตฺตนีวรณิยนฺติปิ นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยนฺติปิ ตีณินฺทฺริยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยา ฉ อินฺทฺริยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺต- อนีวรณิยา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยาติปิ นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนโยคะฯลฯ อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนนีวรณะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอนีวรณิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นนีวรณิยะก็มี เป็นอนีวรณิยะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนีวรณวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นนีวรณสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นนีวรณ-*สัมปยุตก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณียะ แม้เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณ-*นีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโน-*นีวรณะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุตเป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะโทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณ-*วิปปยุตตอนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปป-*ยุตตอนีวรณิยะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปป-*ยุตตอนีวรณิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี ๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๕๐

โน ปรามาสา ฯ ทสินฺทฺริยา ปรามฏฺฐา ตีณินฺทฺริยา อปรามฏฺฐา นวินฺทฺริยา สิยา ปรามฏฺฐา สิยา อปรามฏฺฐา ฯ โสฬสินฺทฺริยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ฉ อินฺทฺริยา สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺตา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติปิ ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ สิยา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสาติ ฯ ทสินฺทฺริยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา ตีณินฺทฺริยา ปรามาสวิปฺปยุตฺต- อปรามฏฺฐา ตีณินฺทฺริยา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐา ฉ อินฺทฺริยา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐาติปิ ปรามาส- วิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนปรามาสะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นปรามัฏฐะอินทรีย์ ๓ เป็นอปรามัฏฐะ อินทรีย์ ๙ เป็นปรามัฏฐะก็มี เป็นอปรามัฏฐะก็มีอินทรีย์ ๑๖ เป็นปรามาสวิปปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี อินทรีย์ ๑๐เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ อินทรีย์ ๓ เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะอินทรีย์ ๓ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรา-*มัฏฐะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามาส-*วิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี ๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา

ข้อ ๒๕๑

สตฺตินฺทฺริยา อนารมฺมณา จุทฺทสินฺทฺริยา สารมฺมณา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา สารมฺมณํ สิยา อนารมฺมณํ ฯ เอกวีสตินฺทฺริยา โน จิตฺตา มนินฺทฺริยํ จิตฺตํ ฯ เตรสินฺทฺริยา เจตสิกา อฏฺฐินฺทฺริยา อเจตสิกา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา เจตสิกํ สิยา อเจตสิกํ ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสมฺปยุตฺตา สตฺตินฺทฺริยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสมฺปยุตฺตํ สิยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตํ มนินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ จิตฺเตน สมฺปยุตฺตนฺติปิ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺตนฺติปิ ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสํสฏฺฐา สตฺตินฺทฺริยา จิตฺตวิสํสฏฺฐา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐํ สิยา จิตฺตวิสํสฏฺฐํ มนินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ จิตฺเตน สํสฏฺฐนฺติปิ จิตฺเตน วิสํสฏฺฐนฺติปิ ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสมุฏฺฐานา อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตสมุฏฺฐานา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ สิยา โน จิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ {๒๕๑.๑} เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสหภุโน อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตสหภุโน ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสหภู สิยา โน จิตฺตสหภู ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตานุปริวตฺติโน อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตานุปริวตฺติโน ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานํ ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานสหภู สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภู ฯ เตรสินฺทฺริยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน อฏฺฐินฺทฺริยา โน จิตฺตสํสฏฺฐ- สมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ ฯ ฉ อินฺทฺริยา อชฺฌตฺติกา โสฬสินฺทฺริยา พาหิรา ฯ สตฺตินฺทฺริยา อุปาทา จุทฺทสินฺทฺริยา นุปาทา ชีวิตินฺทฺริยํ สิยา อุปาทา สิยา นุปาทา ฯ นวินฺทฺริยา อุปาทินฺนา จตฺตารินฺทฺริยา อนุปาทินฺนา นวินฺทฺริยา สิยา อุปาทินฺนา สิยา อนุปาทินฺนา ฯ

อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๑๔ เป็นสารัมมณะ ชีวิตินทรีย์ เป็นสารัมมณะก็มี เป็นอนารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๒๑ เป็นโนจิตตะมนินทรีย์เป็นจิตตะ อินทรีย์ ๑๓ เป็นเจตสิกะ อินทรีย์ ๘ เป็นอเจตสิกะ ชีวิ-*ตินทรีย์ เป็นเจตสิกะก็มี เป็นอเจตสิกะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสัมปยุตอินทรีย์ ๗ เป็นจิตตวิปปยุต ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสัมปยุตก็มี เป็นจิตตวิปปยุตก็มีมนินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต อินทรีย์ ๑๓เป็นจิตตสังสัฏฐะ อินทรีย์ ๗ เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสังสัฏฐะก็มีเป็นจิตตวิสังสัฏฐะก็มี มนินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสมุฏฐานะ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสมุฏฐานะชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตตสมุฏฐานะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสหภู อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสหภู ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสหภูก็มี เป็นโน-*จิตตสหภูก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตานุปริวัตติชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตานุปริวัตติก็มี เป็นโนจิตตานุปริวัตติก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ ชีวิตินทรีย์เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู ชีวิ-*ตินทรีย์ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มีอินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานานุปริวัตติ ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นอัชฌัตติกะ อินทรีย์ ๑๖เป็นพาหิระ อินทรีย์ ๗ เป็นอุปาทา อินทรีย์ ๑๔ เป็นนอุปาทา ชีวิตินทรีย์ เป็นอุปาทาก็มี เป็นนอุปาทาก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทินนะ อินทรีย์ ๔ เป็นอนุปา-*ทินนะ อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทินนะก็มี เป็นอนุปาทินนะก็มี๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๕๒

นุปาทานา ฯ ทสินฺทฺริยา อุปาทานิยา ตีณินฺทฺริยา อนุปาทานิยา นวินฺทฺริยา สิยา อุปาทานิยา สิยา อนุปาทานิยา ฯ โสฬสินฺทฺริยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ฉ อินฺทฺริยา สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ฯ ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติ อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติปิ อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติ สิยา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานาติ ฯ {๒๕๒.๑} โสฬสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทาน- สมฺปยุตฺตา จาติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานาติปิ ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทาน- สมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานาติ ฯ ทสินฺทฺริยา อุปาทานวิปฺปยุตฺต- อุปาทานิยา ตีณินฺทฺริยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา ตีณินฺทฺริยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยา สิยา อุปาทาน- วิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา ฉ อินฺทฺริยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺต- อุปาทานิยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยาติปิ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นนอุปาทานะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปาทานิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอนุปาทานิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทานิยะก็มีอินทรีย์ ๑๖ เป็นอุปาทานวิปปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นอุปาทานสัมปยุตก็มี เป็นอุปาทาน-*วิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ เป็นอุปาทานิยโน-*อุปาทานะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ แม้เป็นอุปาทา-*นิยะโนอุปาทานะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ เป็นอุปาทา-*นิยโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี อินทรีย์ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทานสัมปยุตตโน-*อุปาทานะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต เป็นอุปาทาน-*สัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มีอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอุปาทานวิปปยุตต-*อนุปาทานิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทาน-*วิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานวิปปยุตต-*อุปาทานิยะแม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี ๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๕๓

โน กิเลสา ฯ ทสินฺทฺริยา สงฺกิเลสิกา ตีณินฺทฺริยา อสงฺกิเลสิกา นวินฺทฺริยา สิยา สงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิเลสิกา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา อสงฺกิลิฏฺฐา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สงฺกิลิฏฺฐํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา สงฺกิลิฏฺฐา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา กิเลสวิปฺปยุตฺตา โทมนสฺสินฺทฺริยํ กิเลสสมฺปยุตฺตํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ฯ {๒๕๓.๑} ทสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา ตีณินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติปิ สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสาติปิ นวินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สิยา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสาติ ฯ {๒๕๓.๒} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติปิ สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺฐญฺจาติ สงฺกิลิฏฺฐญฺเจว โน จ กิเลโส ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติ สิยา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสาติ ฯ {๒๕๓.๓} ปณฺณรสินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสาติปิ โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺตญฺจาติ กิเลสสมฺปยุตฺตญฺเจว โน จ กิเลโส ฉ อินฺทฺริยา น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสาติ ฯ {๒๕๓.๔} นวินฺทฺริยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา ตีณินฺทฺริยา กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกา โทมนสฺสินฺทฺริยํ น วตฺตพฺพํ กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกนฺติปิ กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกนฺติปิ ตีณินฺทฺริยา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺต- อสงฺกิเลสิกา ฉ อินฺทฺริยา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสวิปฺปยุตฺต- สงฺกิเลสิกาติปิ กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกาติปิ ฯ

อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนกิเลสะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นอสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๙ เป็นสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิเลสิกะ-*ก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นอสังกิลิฏฐะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสังกิลิฏฐะ อินทรีย์ ๖เป็นสังกิลิฏฐะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นกิเลสวิปปยุต โทมนัส-*สินทรีย์ เป็นกิเลสสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นกิเลสสัมปยุตก็มี เป็นกิเลสวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะอินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ แม้เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะอินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ แม้เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิลิฏฐ-*โนกิเลสะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต แม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นกิเลสวิปปยุตต-อสังกิเลสิกะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะก็มีเป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะก็มีเป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี ๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา

ข้อ ๒๕๔

ปณฺณรสินฺทฺริยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สตฺตินฺทฺริยา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา น ภาวนาย ปหาตพฺพา สตฺตินฺทฺริยา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สตฺตินฺทฺริยา สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สตฺตินฺทฺริยา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ฯ นวินฺทฺริยา อวิตกฺกา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สวิตกฺกํ ทฺวาทสินฺทฺริยา สิยา สวิตกฺกา สิยา อวิตกฺกา ฯ นวินฺทฺริยา อวิจารา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สวิจารํ ทฺวาทสินฺทฺริยา สิยา สวิจารา สิยา อวิจารา ฯ เอกาทสินฺทฺริยา อปฺปีติกา เอกาทสินฺทฺริยา สิยา สปฺปีติกา สิยา อปฺปีติกา ฯ เอกาทสินฺทฺริยา น ปีติสหคตา เอกาทสินฺทฺริยา สิยา ปีติสหคตา สิยา น ปีติสหคตา ฯ {๒๕๔.๑} ทฺวาทสินฺทฺริยา น สุขสหคตา ทสินฺทฺริยา สิยา สุขสหคตา สิยา น สุขสหคตา ฯ ทฺวาทสินฺทฺริยา น อุเปกฺขาสหคตา ทสินฺทฺริยา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น อุเปกฺขาสหคตา ฯ ทสินฺทฺริยา กามาวจรา ตีณินฺทฺริยา น กามาวจรา นวินฺทฺริยา สิยา กามาวจรา สิยา น กามาวจรา ฯ เตรสินฺทฺริยา น รูปาวจรา นวินฺทฺริยา สิยา รูปาวจรา สิยา น รูปาวจรา ฯ จุทฺทสินฺทฺริยา น อรูปาวจรา อฏฺฐินฺทฺริยา สิยา อรูปาวจรา สิยา น อรูปาวจรา ฯ {๒๕๔.๒} ทสินฺทฺริยา ปริยาปนฺนา ตีณินฺทฺริยา อปริยาปนฺนา นวินฺทฺริยา สิยา ปริยาปนฺนา สิยา อปริยาปนฺนา ฯ เอกาทสินฺทฺริยา อนิยฺยานิกา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ นิยฺยานิกํ ทสินฺทฺริยา สิยา นิยฺยานิกา สิยา อนิยฺยานิกา ฯ ทสินฺทฺริยา อนิยตา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ นิยตํ เอกาทสินฺทฺริยา สิยา นิยตา สิยา อนิยตา ฯ ทสินฺทฺริยา สอุตฺตรา ตีณินฺทฺริยา อนุตฺตรา นวินฺทฺริยา สิยา สอุตฺตรา สิยา อนุตฺตรา ฯ ปณฺณรสินฺทฺริยา อรณา โทมนสฺสินฺทฺริยํ สรณํ ฉ อินฺทฺริยา สิยา สรณา สิยา อรณาติ ฯ ปญฺหาปุจฺฉกํ ฯ อินฺทฺริยวิภงฺโค สมตฺโต ฯ -----------

อินทรีย์ ๑๕ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ อินทรีย์ ๗ เป็นทัสสน- ปหาตัพพะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนภาวนาปหาตัพพะอินทรีย์ ๗ เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะ อินทรีย์ ๗ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ อินทรีย์ ๗เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอวิตักกะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิตักกะ อินทรีย์ ๑๒ เป็นสวิตักกะก็มีเป็นอวิตักกะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอวิจาระ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิจาระ อินทรีย์ ๑๒เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี อินทรีย์ ๑๑ เป็นอัปปีติกะ อินทรีย์ ๑๑เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี อินทรีย์ ๑๑ เป็นนปีติสหคตะ อินทรีย์ ๑๑เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี อินทรีย์ ๑๒ เป็นนสุขสหคตะ อินทรีย์ ๑๐เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี อินทรีย์ ๑๒ เป็นนอุเปกขาสหคตะอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๓ เป็นนกามาวจร อินทรีย์ ๙ เป็นกามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นนรูปาวจร อินทรีย์ ๙ เป็นรูปาวจรก็มี เป็นนรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๔ เป็นนอรูปาวจร อินทรีย์ ๘ เป็นอรูปาวจรก็มีเป็นนอรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นปริยาปันนะ อินทรีย์ ๓ เป็นอปริยาปันนะอินทรีย์ ๙ เป็นปริยาปันนะก็มี เป็นอปริยาปันนะก็มี อินทรีย์ ๑๑ เป็นอนิยยานิกะอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นนิยยานิกะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นนิยยานิกะก็มี เป็นอนิยยานิกะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นอนิยตะ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นนิยตะ อินทรีย์ ๑๑ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นสอุตตระอินทรีย์ ๓ เป็นอนุตตระ อินทรีย์ ๙ เป็นสอุตตระก็มี เป็นอนุตตระก็มี อินทรีย์ ๑๕เป็นอรณะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสรณะ อินทรีย์ ๖ เป็นสรณะก็มี เป็นอรณะก็มีฉะนี้แล ปัญหาปุจฉกะ จบ อินทริยวิภังค์ จบบริบูรณ์

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปัญหาปุจฉกะ

ข้อ ๒๒๑

อินทรีย์ ๒๒ คือ ๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์ ๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์ ๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์ ๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์ ๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์ ๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒. โสมนัสสินทรีย์ ๑๓. โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์ ๑๕. สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์ ๑๗. สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์ ๑๙. ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ๒๑. อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา

ข้อ ๒๒๒

บรรดาอินทรีย์ ๒๒ อินทรีย์เท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไร เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้@เชิงอรรถ : @ หมายถึงอรหัตตผล (อภิ.สงฺ.อ. ๕๕๓/๓๕๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑. กุสลติกวิสัชนา

ข้อ ๒๒๓

อินทรีย์ ๑๐ เป็นอัพยากฤต โทมนัสสินทรีย์เป็นอกุศล อนัญญาตัญ- ญัสสามีตินทรีย์เป็นกุศล อินทรีย์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี อินทรีย์ ๖ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ๒. เวทนาติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๒ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาหรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี อินทรีย์ ๓ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ชีวิตินทรีย์ที่สัมปยุตด้วยสุข-เวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขม-สุขเวทนาก็มี ๓. วิปากติกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อินทรีย์ ๓ เป็นวิบากอินทรีย์ ๒ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อัญญินทรีย์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี อินทรีย์ ๙ ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ๔. อุปาทินนติกวิสัชนา อินทรีย์ ๙ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โทมนัสสินทรีย์กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๙ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๕. สังกิลิฏฐติกวิสัชนา อินทรีย์ ๙ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส โทมนัสสินทรีย์กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี๖. สวิตักกติกวิสัชนา อินทรีย์ ๙ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร โทมนัสสินทรีย์มีทั้งวิตกและวิจาร อุเปกขินทรีย์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี อินทรีย์ ๑๑ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี๗. ปีติติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๑ กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขา โสมนัสสินทรีย์ ที่สหรคตด้วยปีติแต่ไม่สหรคตด้วยสุขและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติก็มี อินทรีย์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อินทรีย์ ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติสหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ๘. ทัสสนติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๕ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ โทมนัสสินทรีย์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน๓ ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๙. ทัสสนเหตุติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓โทมนัสสินทรีย์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มีที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดา-ปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ๑๐. อาจยคามิติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน โทมนัสสินทรีย์เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน อัญญินทรีย์ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี อินทรีย์ ๙ ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี ๑๑. เสกขติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล อินทรีย์ ๒ เป็นของเสข-บุคคล อัญญาตาวินทรีย์เป็นของอเสขบุคคล อินทรีย์ ๙ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มีที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี ๑๒. ปริตตติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ เป็นปริตตะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี ๑๓. ปริตตารัมมณติกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๒ มีปริตตะเป็นอารมณ์ อินทรีย์ ๓ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ โทมนัสสินทรีย์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์แต่ไม่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีปริตตะเป็นอารมณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา หรือมีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี อินทรีย์ ๙ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีปริตตะเป็นอารมณ์มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ หรือมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ๑๔. หีนติกวิสัชนา อินทรีย์ ๙ เป็นชั้นกลาง โทมนัสสินทรีย์เป็นชั้นต่ำ อินทรีย์ ๓ เป็นชั้นประณีตอินทรีย์ ๓ ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี อินทรีย์ ๖ ที่เป็นชั้นต่ำก็มีที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี ๑๕. มิจฉัตตติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์มี สภาวะชอบและให้ผลแน่นอน อินทรีย์ ๔ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี โทมนัสสินทรีย์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มีที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี อินทรีย์ ๖ ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มีที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี ๑๖. มัคคารัมมณติกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดี อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี อัญญินทรีย์ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี อินทรีย์ ๙ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑๗. อุปปันนติกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า ยังไม่เกิดขึ้น อินทรีย์ ๒ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า จักเกิดขึ้นแน่นอนอินทรีย์ ๑๐ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ๑๘. อตีตติกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ๑๙. อตีตารัมมณติกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๒ มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ อินทรีย์ ๑๐ ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคต-ธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ๒๐. อัชฌัตตติกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๓ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ อินทรีย์ ๔ ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มีที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี อินทรีย์ ๘ ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ หรือมีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ๒๒. สนิทัสสนติกวิสัชนา อินทรีย์ ๕ เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ อินทรีย์ ๑๗ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา

ข้อ ๒๒๔

อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุ อินทรีย์ ๑๘ ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๗ มีเหตุ อินทรีย์ ๙ ไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี อินทรีย์ ๗ สัมปยุตด้วยเหตุ อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่ สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุและมีเหตุ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุหรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อินทรีย์ ๖กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี อินทรีย์ ๙ ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ อินทรีย์ ๔กล่าวไม่ได้ว่าไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ อินทรีย์ ๖ ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี ๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ มีปัจจัยปรุงแต่ง อินทรีย์ ๒๒ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อินทรีย์ ๒๒ เห็นไม่ได้ อินทรีย์ ๕ กระทบได้ อินทรีย์ ๑๗ กระทบไม่ได้ อินทรีย์ ๗ เป็นรูป อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นรูป ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่เป็นรูปก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นโลกิยะก็มีที่เป็นโลกุตตระก็มี อินทรีย์ ๒๒ จิตบางดวงรู้ได้ อินทรีย์ ๒๒ จิตบางดวงรู้ไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากอาสวะ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยอาสวะ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๙กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นสังโยชน์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยสังโยชน์ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๙กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ๕. คันถโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นคันถะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากคันถะ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยคันถะ อินทรีย์ ๖ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยนิวรณ์ อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นปรามาส อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสอินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี อินทรีย์ ๑๖ วิปปยุตจากปรามาส อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี อินทรีย์ ๑๐ วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มีที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา อินทรีย์ ๗ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อินทรีย์ ๑๔ รับรู้อารมณ์ได้ ชีวิตินทรีย์ที่รับรู้อารมณ์ได้ก็มี ที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ก็มี อินทรีย์ ๒๑ ไม่เป็นจิต มนินทรีย์เป็นจิต อินทรีย์ ๑๓ เป็นเจตสิก อินทรีย์ ๘ ไม่เป็นเจตสิก ชีวิตินทรีย์ที่เป็นเจตสิกก็มี ที่ไม่เป็นเจตสิกก็มี อินทรีย์ ๑๓ สัมปยุตด้วยจิต อินทรีย์ ๗ วิปปยุตจากจิต ชีวิตินทรีย์ที่ สัมปยุตด้วยจิตก็มี ที่วิปปยุตจากจิตก็มี มนินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยจิตหรือวิปปยุตจากจิต อินทรีย์ ๑๓ ระคนกับจิต อินทรีย์ ๗ ไม่ระคนกับจิต ชีวิตินทรีย์ที่ระคนกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตก็มี มนินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน อินทรีย์ ๘ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ชีวิตินทรีย์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี อินทรีย์ ๑๓ เกิดพร้อมกับจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เกิดพร้อมกับจิต ชีวิตินทรีย์ ที่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อมกับจิตก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นไปตามจิต อินทรีย์ ๘ ไม่เป็นไปตามจิต ชีวิตินทรีย์ที่เป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่เป็นไปตามจิตก็มี อินทรีย์ ๑๓ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน อินทรีย์ ๘ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ชีวิตินทรีย์ที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี อินทรีย์ ๑๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต อินทรีย์ ๘ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ชีวิตินทรีย์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี อินทรีย์ ๑๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต อินทรีย์ ๘ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ชีวิตินทรีย์ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นภายใน อินทรีย์ ๑๖ เป็นภายนอก อินทรีย์ ๗ เป็นอุปาทายรูป อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นอุปาทายรูป ชีวิตินทรีย์ที่เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี อินทรีย์ ๙ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ อินทรีย์ ๔ กรรม อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ อินทรีย์ ๙ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๖ วิปปยุตจากอุปาทาน อินทรีย์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๐ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือ สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๑๐ วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อินทรีย์ ๓ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่าวิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา อินทรีย์ ๒๒ ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๑๐ เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๙ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อินทรีย์ ๑๕ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง โทมนัสสินทรีย์กิเลสทำให้เศร้าหมอง อินทรีย์ ๖ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี อินทรีย์ ๑๕ วิปปยุตจากกิเลส โทมนัสสินทรีย์สัมปยุตด้วยกิเลส อินทรีย์ ๖ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มีที่กล่าวไม่ได้ว่า กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี อินทรีย์ ๙ วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์ ๓ วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส โทมนัสสินทรีย์กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา แต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อินทรีย์๓ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อินทรีย์ ๖ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา อินทรีย์ ๑๕ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค อินทรีย์ ๗ ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี อินทรีย์ ๑๕ ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อินทรีย์ ๗ ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี อินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค อินทรีย์ ๗ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี อินทรีย์ ๑๕ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อินทรีย์ ๗ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน๓ ก็มี อินทรีย์ ๙ ไม่มีวิตก โทมนัสสินทรีย์มีวิตก อินทรีย์ ๑๒ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี อินทรีย์ ๙ ไม่มีวิจาร โทมนัสสินทรีย์มีวิจาร อินทรีย์ ๑๒ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี อินทรีย์ ๑๑ ไม่มีปีติ อินทรีย์ ๑๑ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี อินทรีย์ ๑๑ ไม่สหรคตด้วยปีติ อินทรีย์ ๑๑ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๕. อินทริยวิภังค์] ๒. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อินทรีย์ ๑๒ ไม่สหรคตด้วยสุข อินทรีย์ ๑๐ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยสุขก็มี อินทรีย์ ๑๒ ไม่สหรตด้วยอุเบกขา อินทรีย์ ๑๐ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๓ ไม่เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๙ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๓ ไม่เป็นรูปาวจร อินทรีย์ ๙ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นอรูปาวจร อินทรีย์ ๘ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็น อรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๐ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อินทรีย์ ๓ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อินทรีย์๙ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี อินทรีย์ ๑๑ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อินทรีย์ ๑๐ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี อินทรีย์ ๑๐ ให้ผลไม่แน่นอน อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ให้ผลแน่นอน อินทรีย์ ๑๑ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี อินทรีย์ ๑๐ มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อินทรีย์ ๓ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อินทรีย์ ๙ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี อินทรีย์ ๑๕ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ โทมนัสสินทรีย์เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ อินทรีย์ ๖ ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ปัญหาปุจฉกะ จบ อินทริยวิภังค์ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๒๑๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

วรรณนาปัญหาปุจฉกะ

พึงทราบการจำแนกอินทรีย์ แม้ทั้งหมดในปัญหาปุจฉกะ ว่าเป็นกุศลเป็นต้น โดยทำนองแห่งนัยของพระบาลีนั่นแหละ. อนึ่ง ในอารัมมณติกะทั้งหลาย คำว่า อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะนั้น ตรัสหมายเอาจักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์ แต่ชีวิตินทรีย์ไม่มาในฐานะนี้ เพราะปะปนด้วยอรูป.

บทว่า ทฺวินฺทฺริยา ได้แก่ อินทรีย์ ๒ คำนี้ตรัสหมายเอาอินทรีย์ ๒ คือ สุขินทรีย์และทุกขินทรีย์ เพราะอินทรีย์ ๒ นั้นเป็นปริตตารัมมณะโดยส่วนเดียว.

คำว่า โทมนสฺสินฺทฺริยํ สิยา ปริตฺตารมฺมณํ สิยา มหคฺคตารมฺมณํ (โทมนัสสินทรีย์เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี) ความว่า ในเวลาปรารภกามาวจรธรรมเป็นไปก็เป็นปริตตารัมมณะ แต่ในเวลาที่ปรารภรูปาวจร อรูปาวจรเป็นไปก็เป็นมหัคคตารัมมณะ และในเวลาที่ปรารภบัญญัติเป็นไปก็เป็นนวัตตัพพารัมมณะ.

คำว่า นวินฺทฺริยา สิยา ปริตฺตารมฺมณา (อินทรีย์ ๙ แม้ปริตตารัมมณะก็มี) นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอามนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์และอินทรีย์หมวด ๕ มีสัทธินทรีย์เป็นต้น.

จริงอยู่ ชีวิตินทรีย์ แม้สงเคราะห์ในรูปธรรมซึ่งไม่มีอารมณ์เพราะระคนด้วยรูป และสงเคราะห์ในฝ่ายที่เป็นธรรมชาติมีอารมณ์ได้โดยส่วนแห่งอรูป.

คำว่า จตฺตาริ อินฺทฺริยานิ (อินทรีย์ ๔) ได้แก่ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์และอัญญาตาวินทรีย์ เพราะอินทรีย์ ๔ เหล่านั้นไม่รวมอยู่ในมัคคารัมมณติกะ.

บทว่า มคฺคเหตุกํ (เป็นมรรคเหตุกะ) นี้ ตรัสไว้หมายเอาเหตุที่เป็นสหชาตะ ในเวลาที่วิริยะหรือวิมังสาเป็นใหญ่ เป็นมัคคาธิปติ แต่ในเวลาที่ฉันทะหรือจิตเป็นใหญ่ ก็เป็นนวัตตัพพธรรม.

คำว่า ทสินฺทฺริยา สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน (อินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอุปาทีก็มี) นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอารูปอินทรีย์ ๗ และวิปากอินทรีย์ ๓ อินทรีย์ ๑๐ ตรัสไว้ในหนหลังพร้อมทั้งโทมนัสสินทรีย์ในอินทรีย์ ๑๐ เหล่านั้น โทมนัสสินทรีย์ ในเวลาที่ปรารภบัญญัติเป็นไปก็เป็นนวัตตัพพารัมมณะ อินทรีย์ที่เหลือ แม้ในเวลาที่พิจารณานิพพานก็เป็นนวัตตัพพารัมมณะ.

คำว่า ตีณินฺทฺริยานิ พหิทฺธารมฺมณานิ (อินทรีย์ ๓ เป็นพหิทธารัมมณะ) ได้แก่ อินทรีย์ ๓ ที่เป็นโลกุตรินทรีย์.

บทว่า จตฺตาริ ได้แก่ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ เพราะอินทรีย์ ๔ เหล่านั้น ปรารภเป็นไปในอัชฌัตตธรรมบ้าง ในพหิทธาธรรมบ้าง.

บทว่า อฏฺฐินฺทฺริยา (อินทรีย์ ๘) ได้แก่ มนินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อุเปกขินทรีย์และอินทรีย์หมวด ๕ มีศรัทธาเป็นต้น ในบรรดาอินทรีย์ ๘ เหล่านั้น ความเป็นนวัตตัพพารัมมณะ พึงทราบในเวลาแห่งอากิญจัญญายตนะ.

ในปัญหาปุจฉกะแม้นี้ อินทรีย์ ๑๐ เป็นกามาพจร อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตระ อินทรีย์ ๙ เป็นอินทรีย์ระคนกันทั้งโลกิยะและโลกุตระเป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยประการฉะนี้ ปัญหาปุจฉกะแม้นี้ ก็เป็นปริจเฉทอย่างเดียวกับอภิธรรมภาชนีย์นั่นเองก็อินทริยวิภังค์นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำออกจำแนกแสดงแล้ว ๒ ปริวรรต ด้วยประการฉะนี้.

วรรณนาอินทริยวิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา