๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๑. สภาวธรรมมีขันธ์เป็นต้น ๑๔. จุททสมนัย ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส ๑. สภาวธรรมมีขันธ์เป็นต้น
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากรูปขันธ์ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ มนายตนะ มนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะจักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากจักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๒. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑ ๒. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากทุกขสัจ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสมุทยสัจ มัคคสัจ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากนิโรธสัจ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๒. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอุเปกขินทรีย์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์อวิชชา สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๒. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอุปปัตติภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากกามภพ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๕ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๓
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากรูปภพ อสัญญาภพ เอกโวการภพปริเทวะ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุ- โวการภพ โสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ ๓. ผัสสาทิสัตตกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิตมนสิการ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากอธิโมกข์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑ ๔. ติกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาสภาวธรรมที่เป็นวิบาก สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาว-ธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึด ถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วย ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติ-มรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคลสภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ไม่เป็น เหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน สภาวธรรมที่ไม่เป็นของเสขบุคคล และอเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นปริตตะ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมชั้นประณีต สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมชั้นกลาง สภาวธรรมที่ให้ผล ไม่แน่นอน สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๔. ติกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เกิดขึ้น สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอน สภาวธรรมที่เป็นอดีต สภาว-ธรรมที่เป็นอนาคต สภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน สภาวธรรมที่เป็นภายในตน สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ ๕. ทุกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาว-ธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีเหตุ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาว-ธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่เห็นได้ สภาวธรรมที่กระทบได้สภาวธรรมที่เป็นรูป สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นโลกิยะ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่ เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่ เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาส สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสสภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ สภาวธรรม ที่เป็นจิต สภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็น สมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับ จิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาว-ธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรม ที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรม ที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้า หมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาว-ธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสสภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสสภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดา-ปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดา- ปัตติมรรค สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มี เหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นกามาวจร สภาวธรรม ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังหิตปทนิทเทส ๕. ทุกะ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาว-ธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าสภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ สภาวธรรมเหล่านั้น เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้วสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร สภาวธรรม ที่ไม่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอน สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๔. จุททสมนัย] รวมบทธรรมที่ไม่ได้ในจุททสมนัย ๔๗ บท รวมบทธรรมที่ไม่ได้ในจุททสมนัย ๔๗ บท ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ นามรูป ๑ สฬายตนะ ๑ ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ ธรรม ๒ บท จากติกะ (อัชฌัตตพหิทธะและอนิทัสสนอัปปฏิฆะ) ในจูฬันตรทุกะแรก ๗ บท ในโคจฉกะ ๑๐ บท ในมหันตรทุกะถัดมา ๑๔ บท ในปิฏฐิทุกะสุดท้าย ๖ บท สภาวธรรม ๔๗ ประการเหล่านี้ ย่อมไม่ได้ในสมุจเฉทนัย (จุททสมนัย) และใน (อัฏฐมนัยที่ชื่อว่า) โมฆปุจฉกะ วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทสที่ ๑๔ จบ ปกรณ์ที่ชื่อว่าธาตุกถา จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๓๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทนิทฺเทโส
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ ๑๔. วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สญฺญากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สงฺขารกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิญฺญาณกฺขนฺเธน เย ธมฺมา มนายตเนน เย ธมฺมา มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ มนายตนะ มนินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
จกฺขฺวายตเนน เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตเนน เย ธมฺมา จกฺขุธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุยา เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยจักขวายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา โสตวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ฆานวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา กายวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา มโนธาตุยา เย ธมฺมา มโนวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยจักขุวิญญาณธาตุ โสต-*วิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุมโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
ทุกฺขสจฺเจน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทุกขสัจ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
สมุทยสจฺเจน เย ธมฺมา มคฺคสจฺเจน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสมุทยสัจ มัคคสัจ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
นิโรธสจฺเจน เย ธมฺมา จกฺขุนฺทฺริเยน เย ธมฺมา โสตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ฆานินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ชิวฺหินฺทฺริเยน เย ธมฺมา กายินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อิตฺถินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปุริสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนิโรธสัจ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมนินทรีย์ ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
สุขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ทุกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โสมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา โทมนสฺสินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อุเปกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
สทฺธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิริยินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สมาธินฺทฺริเยน เย ธมฺมา ปญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อญฺญาตาวินฺทฺริเยน เย ธมฺมา อวิชฺชาย เย ธมฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาเรหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์ อวิชชา สังขารเพราะอวิชชาเป็นปัจจัยธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน เย ธมฺมา ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขาร-*เป็นปัจจัย ผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็น-*ปัจจัย ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
เวทนาปจฺจยา ตณฺหาย เย ธมฺมา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาเนน เย ธมฺมา กมฺมภเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยตัณหาเพราะเวทนาเป็น-*ปัจจัย อุปาทานเพราะตัณหาเป็นปัจจัย กรรมภพ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อุปปตฺติภเวน เย ธมฺมา สญฺญาภเวน เย ธมฺมา ปญฺจโวการภเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปปัตติภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
กามภเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกามภพ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๕. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๓
รูปภเวน เย ธมฺมา อสญฺญาภเวน เย ธมฺมา เอกโวการภเวน เย ธมฺมา ปริเทเวน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปภพ อสัญญาภพ เอกโวการภพ ปริเทวะ ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
อรูปภเวน เย ธมฺมา เนวสญฺญานาสญฺญาภเวน เย ธมฺมา จตุโวการภเวน เย ธมฺมา โสเกน เย ธมฺมา ทุกฺเขน เย ธมฺมา โทมนสฺเสน เย ธมฺมา อุปายาเสน เย ธมฺมา สติปฏฺฐาเนน เย ธมฺมา สมฺมปฺปธาเนน เย ธมฺมา อิทฺธิปาเทน เย ธมฺมา ฌาเนน เย ธมฺมา อปฺปมญฺญาย เย ธมฺมา ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ เย ธมฺมา ปญฺจหิ พเลหิ เย ธมฺมา สตฺตหิ โพชฺฌงฺเคหิ เย ธมฺมา อริเยน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญา-*นาสัญญาภพ จตุโวการภพ โสกะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐานสัมมัปปธาน อิทธิบาท ฌาน อัปปมัญญา อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗อริยมรรคมีองค์ ๘ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
ผสฺเสน เย ธมฺมา เวทนาย เย ธมฺมา สญฺญาย เย ธมฺมา เจตนาย เย ธมฺมา จิตฺเตน เย ธมฺมา มนสิกาเรน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต มนสิการ ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
อธิโมกฺเขน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอธิโมกข์ ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อกุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อพฺยากเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัพยากตธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปาเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอทุกขมสุขเวทนาสัม-*ปยุตตธรรม วิปากธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
วิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยวิปากธัมมธรรม สังกิลิฏฐ-*สังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปาทินฺนานุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเนววิปากนวิปากธัมม- *ธรรม อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อนุปาทินนานุปาทานิยธรรม อสัง-*กิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
อุปาทินฺนุปาทานิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทินนุปาทานิยธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๕
อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิลิฏฐสังกิเลสิก- *ธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
สวิตกฺกสวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสวิตักกสวิจารธรรมธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
อวิตกฺกวิจารมตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกวิจารมัตตธรรมปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อวิตกฺกาวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอวิตักกาวิจารธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๕
อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺสเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อเสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มหคฺคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุก-*ธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรม อเสกขธรรมมหัคคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เนวาจยคามีหิ นาปจยคามีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เนวเสกฺขานาเสกฺเขหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปริตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพ-*ธรรม เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม เนวาจยคามีนา-*ปจยคามีธรรม เนวเสกขานาเสกขธรรม ปริตตธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
อปฺปมาเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปณีเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัปปมาณธรรม ปณีต- *ธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
ปริตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปริตตารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
มหคฺคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา หีเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺมตฺตนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา มคฺคาธิปตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมหัคคตารัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรม มิจฉัตตนิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรมมัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรม มัคคาธิบดีธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
มชฺฌิเมหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยมัชฌิมธรรม อนิยตธรรมธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
อุปฺปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปฺปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุปฺปาทีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อตีเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนาคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา พหิทฺธาธมฺเมหิ เย ธมฺมา สนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปปันนธรรม อนุปปันน- *ธรรม อุปปาทีธรรม อตีตธรรม อนาคตธรรม ปัจจุปปันนธรรมอัชฌัตตธรรม พหิทธาธรรม สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อนิทัสสนสัปปฏิฆ-*ธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
อตีตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนาคตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา พหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ ทฺวาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปัจจุปปันนารัมมณธรรมอัชฌัตตพหิทธารัมมณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๖
เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว สเหตุเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สเหตุเกหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตูหิ เจว เหตุสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺเตหิ เจว น จ เหตูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น เหตูหิ สเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยเหตุธรรม สเหตุกธรรมเหตุสัมปยุตตธรรม เหตุสเหตุกธรรม สเหตุกนเหตุธรรม เหตุเหตุ-*สัมปยุตตธรรม เหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้นยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นเหตูอเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอเหตุกธรรม เหตุ- *วิปปยุตตธรรม นเหตุอเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
อปฺปจฺจเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺขเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สนิทสฺสเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สปฺปฏิเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา รูปีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โลกุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอัปปัจจยธรรม อสังขต-*ธรรม สนิทัสสนธรรม สัปปฏิฆธรรม รูปีธรรม โลกุตตรธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
โลกิเยหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยโลกิยธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสวสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว สาสเวหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสเวหิ เจว อาสวสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอาสวธรรม อาสวสัม-*ปยุตตธรรม อาสวสาสวธรรม อาสวอาสวสัมปยุตตธรรม อาสววิปปยุตต-*โนอาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
สาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สาสเวหิ เจว โน จ อาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ เจว สาสเวหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสาสวธรรม อาสว- *วิปปยุตตธรรม สาสวโนอาสวธรรม อาสววิปปยุตตสาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺเตหิ อนาสเวหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอนาสวธรรม อาสว- *วิปปยุตตอนาสวธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
สญฺโญชเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา คนฺเถหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โอเฆหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา โยเคหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นีวรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาเสหิ เจว ปรามฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัญโญชนธรรม คันถธรรมโอฆธรรม โยคธรรม นีวรณธรรม ปรามาสธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรมปรามาสปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
ปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามฏฺเฐหิ เจว โน จ ปรามาเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺเตหิ ปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปรามัฏฐธรรม ปรามาส-*วิปปยุตตธรรม ปรามัฏฐโนปรามาสธรรม ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐ-*ธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๖
อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺเตหิ อปรามฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยปรามัฏฐธรรม ปรามาส-*วิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
สารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เจตสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา เอเกน ขนฺเธน เอกาทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสารัมมณธรรม จิตตธรรมเจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐ-*สมุฏฐานธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุ-*ปริวัตติธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗
อนารมฺมเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตวิสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุปาเทหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุปาทินฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม จิตต- *วิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม อุปาทาธรรม อนุปาทินนธรรมธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ธาตุ ๑๐
อุปาทินฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทินนธรรม ธรรม เหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕
อุปาทาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิเลสิเกหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว สงฺกิลิฏฺเฐหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิลิฏฺเฐหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลเสหิ เจว กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ จ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺเตหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุปาทานธรรม กิเลส- *ธรรม สังกิลิฏฐธรรม กิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลสสังกิเลสิกธรรม กิเลส-*สังกิลิฏฐธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสกิเลสสัมปยุตตธรรม กิเลส-*สัมปยุตตโนกิเลสธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
สงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สงฺกิเลสิเกหิ เจว โน จ กิเลเสหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ สงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสังกิเลสิกธรรม อสัง- *กิลิฏฐธรรม กิเลสวิปปยุตตธรรม สังกิเลสิกโนกิเลสธรรม กิเลสวิปปยุตต-*สังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺเตหิ อสงฺกิเลสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอสังกิเลสิกธรรม กิเลส-*วิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุก-*ธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
น ทสฺสเนน ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนทัสสนปหาตัพพธรรม นภาวนาปหาตัพพธรรม นทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม นภาวนา-*ปหาตัพพเหตุกธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
สวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสวิตักกธรรม สวิจารธรรมธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๗. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
สปฺปีติเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปีติสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สุขสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยสัปปีติกธรรม ปีติสหคต-*ธรรม สุขสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ธาตุ ๑๓. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์อายตนะ อะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
กามาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ปริยาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สอุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยกามาวจรธรรม ปริยา-*ปันนธรรม สอุตตรธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖
น กามาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อปริยาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนุตฺตเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนกามาวจรธรรม อปริยา-*ปันนธรรม อนุตตรธรรม ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ธาตุ ๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐
รูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อรูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยฺยานิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา นิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ อฏฺฐารสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ น กาหิจิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยรูปาวจรธรรม อรูปาวจร-*ธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม สรณธรรม ธรรมเหล่านั้น ยกเว้นอสังขตะออกจากขันธ์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุอะไรๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้
น รูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา น อรูปาวจเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิยฺยานิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อนิยเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อสรเณหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ ทฺวีหายตเนหิ ทฺวีหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา ฯ กตีหิ อสงฺคหิตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา ฯ ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ อถ ชีวิตํ นามรูปํ สฬายตนชาติโย ชรา มตญฺจ เทฺว จ ติเก น ลพฺภเร ปฐมนฺตเร สตฺต โคจฺฉเก ทส อปรนฺเต จุทฺทส ฉ จ มตฺถเก อิจฺเจเต สตฺตจตฺตาลีสธมฺมา สมุจฺเฉเทน จ ลพฺภนฺติ โมฆปุจฺฉเกน จาติ ฯ วิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ ธาตุกถาปกรณํ สมตฺตํ ฯ ---------
ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยนรูปาวจรธรรม นอรูปา-*วจรธรรม อนิยยานิกธรรม อนิยตธรรม อสรณธรรม ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ สรุปข้อธรรมดังกล่าวมาแล้ว ธัมมายตนะ ธัมมธาตุ ชีวิตินทรีย์ นามรูป สฬายตนะ ชาติชรา และมรณะ ไม่ได้ ๒ ติกะ ในหมวดแรก ได้ธรรม ๗ และ ๑๐ ในหมวดถัดมาได้ธรรม ๑๔ในหมวดสุดท้าย ได้ธรรม ๖ ธรรม ๔๗ เหล่านี้ ดังพรรณนามาฉะนี้ ย่อมได้โดยสมุจเฉท และโดยโมฆปุจฉกะ ฉะนี้แล วิปปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส จบ ธาตุกถาปกรณ์ จบบริบูรณ์ -----------------------------------------------------