๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๗. สัตตมนัย] ๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส ๗. สัตตมนัย ๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์ มนายตนะ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุมโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยมนินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยวิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็น ปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๗. สัตตมนัย] ๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต มนสิการ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยอธิโมกข์ สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุข-เวทนา สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นจิต สภาวธรรมที่เป็น เจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาว- ธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมี จิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็น สมุฏฐานและเป็นไปตามจิต สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๗. สัตตมนัย] รวมบทธรรมในสัตตมนัย ๓๗ บท สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑
สภาวธรรมเหล่าใดสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรมเหล่าใดวิปปยุตจากสภาวธรรมเหล่านั้น สภาวธรรมเหล่านั้นวิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่ วิปปยุตจากธาตุ ๕ รวมบทธรรมในสัตตมนัย ๓๗ บท ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ อินทรีย์ ๒ ปฏิจจสมุปบาท ๓ สภาวธรรมทั้งหลายที่มีผัสสะเป็นที่ ๕ อธิโมกข์ ๑ มนสิการ ๑ ในติกะ ๓ บท ในมหันตรทุกะ ๗ บท ๒ บทที่สัมปยุตกับจิต คือ สวิตักกสวิจาระ ๑ และที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา ๑ สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทสที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๘๑}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทโส
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ ๗. สัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส
เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สญฺญากฺขนฺเธน เย ธมฺมา สงฺขารกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิญฺญาณกฺขนฺเธน เย ธมฺมา มนายตเนน เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ มนายตนะ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา ฯเปฯ มโนธาตุยา เย ธมฺมา มโนวิญฺญาณธาตุยา เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้นไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
มนินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย มนินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
อุเปกฺขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อุเปกขินทรีย์ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาเณน เย ธมฺมา สฬายตนปจฺจยา ผสฺเสน เย ธมฺมา ผสฺสปจฺจยา เวทนาย เย ธมฺมา ผสฺเสน เย ธมฺมา เวทนาย เย ธมฺมา สญฺญาย เย ธมฺมา เจตนาย เย ธมฺมา จิตฺเตน เย ธมฺมา มนสิกาเรน เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยวิญญาณเพราะสังขารเป็นปัจจัย ผัสสะเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาเพราะผัสสะเป็นปัจจัยธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต มนสิการธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
อธิโมกฺเขน เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อธิโมกข์ ธรรมเหล่าใดประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตต-*ธรรม อุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้นธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕
สวิตกฺกสวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย สวิตักกสวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
จิตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา เจตสิเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺเฐหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐาเนหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภูหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺตีหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วย จิตตธรรม เจตสิกธรรม จิตตสัมปยุตตธรรม จิตตสังสัฏฐธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม จิตต-*สังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
สวิตกฺเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สวิจาเรหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสวิตักกธรรม สวิจารธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะอะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๑
อุเปกฺขาสหคเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา เต ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เต ธมฺมา น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ ขนฺธา จตุโร อายตนญฺจเมกํ ธาตูสุ สตฺต เทฺวปิจ อินฺทฺริยโต ตโย ปฏิจฺจ ตถริว ผสฺสปญฺจมา อธิมุจฺจนา มนสิ ติเกสุ ตีณิ สตฺตนฺตรา เทฺว จ มเนน ยุตฺตา วิตกฺกวิจารณาย อุเปกฺขาย จาติ ฯ สมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ
ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยอุเปกขาสหคตธรรม ธรรมเหล่าใด ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธรรมเหล่านั้น ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ไม่มีขันธ์ อายตนะ อะไรๆ ที่ประกอบไม่ได้ ประกอบไม่ได้ด้วยธาตุ ๕ สรุปข้อธรรม ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ อินทรีย์ ๒ ปฏิจจสมุปบาท ๓ธรรมมีผัสสะเป็นที่ ๕ อธิโมกขเจตสิก มนสิการเจตสิก ธรรม ๓ บทในติกะ ธรรม ๗ บทในมหันตรทุกะ ธรรมที่สัมปยุตด้วยมนายตนะอีก ๒ คือที่สัมปยุตด้วยวิตก วิจาร และที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาสัมปยุตเตนวิปปยุตตปทนิทเทส จบ