อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๒๑

นิโรธวาร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๑–๖๘๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 166 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 166 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 79 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ นิโรธวาร

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และโสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ มีโสตะที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และโสตายตนะก็ย่อมดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีฆานะที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจิต ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และมานายตนะก็ย่อมดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และมนายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะในภูมิใดย่อมดับไป. (ในอุปาทวาร ก็ดี นิโรธวาร ก็ดี อุปาทนิโรธวาร ก็ดี คำว่า ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันในบททั้งปวง)

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ? ฯลฯ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมดับไปหรือ? (พึงขยายคำว่า ของสัตว์ใดในภูมิใด ให้พิสดารเช่นเดียวกัน)

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมา-*ยตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ย่อมดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ ไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะในภูมิใดของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป. คำว่า ของสัตว์ใดก็ดี ในภูมิใดของสัตว์ใดก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.

จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. อดีตปุจฉาในอุปาทวารก็ดี ในนิโรธวารก็ดี ในอุปาทนิโวธวารก็ดี แม้อนุโลมและปัจจนียะ ก็เช่นเดียวกัน.

จักขายตนะของสัตว์ใดจักดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดจักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์นั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และของเหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดจักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ถูกแล้ว

จักขายตนะของสัตว์ใดจักดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์ นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็จักดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดจักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และฆานายตนะก็จักดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดจักดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และฆานายตนะก็จักดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดจักดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดจักดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นจักดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะในภูมิใดจักดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไปหรือ ...? ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ฯลฯ กามาวจรสัตว์ ... ฯ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕ ฯ ... ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕ ฯ ... ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ อรูปสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป. ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ฯลฯ กามาวจรสัตว์ ฯ ... ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์อรูปาวจรสัตว์ ฯลฯ กามาวจรสัตว์.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไปหรือ? ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕ ฯ ... ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕ ฯ ... ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีขันธ์ ๔ ซึ่งมีขันธ์ ๕ จักดับไป และมนายตนะก็จักดับไป. สมเด็จพระผู้มีพระภาคทรงขยายอนาคตไว้ในอุปาทวาร ซึ่งประกอบด้วยคำว่า ยสฺส(แก่สัตว์ใด) และ ยตฺถ (ในภูมิใด) ฉันใด แม้ในนิโรธวาร พึงขายให้พิสดาร ฉันนั้น.

จักขายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับ หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็จักไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปา-*วจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

มนายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับ ไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะในภูมิใด จักไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็จักไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นเคยดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดเคยดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์ นั้นเคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะใดในภูมิใด ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ในภูมิใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไปแต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และโสตายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ จากรูปาวจรภูมิย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จากกามาวจรภูมิ ย่อมดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิเคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ เคยดับแล้วและจักขายตนะก็จักดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ เป็นอรูปาวจรสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมาย-*ตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติอยู่จากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูปที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูปที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไป จักขายตนะของสัตว์ นั้นย่อมไม่ดับไป. ไม่มี.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ไม่มี.

ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป. ไม่มี.

จักขายตนะในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้วแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ถูกแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นใน ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติอยู่จากอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาสไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไปและโสตายตนะก็ย่อมดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไปและรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นกามาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ย่อมดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด.

รูปายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์ นั้น จักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิย่อมดับไป. แต่ธัมมาย-*ตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูปที่กำลังจุติอยู่จักดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และมนายตนะก็จักดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป ฯลฯ.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป. จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติอยู่จากรูปาวจรภูมิ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไปและฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด. สมเด็จพระผู้มีพระภาค ทรงจำแนกวาระ ๓ ไว้พิสดาร แม้ในอดีตกับปัจจุบัน ฉันใดแม้วาระนี้ บัณฑิตก็พึงจำแนกให้พิสดาร ฉันนั้น.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ย่อมดับไปแต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ที่กำลังจุติอยู่จากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไปแต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่จักดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ภูมิจักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ย่อมดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ ย่อมดับไป และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับ มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ จักดับไปและมนายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น จัก ไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิและของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิจักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป หรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิจักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิจักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป. ย่อมดับไป.

จักขายตนะในภูมิใดย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นย่อมดับไป. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ก็จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะจักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไปและมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป. ย่อมดับไป.

จักขายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิก-*สัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว? ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และฆานายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิม-*ภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

มนายตนะ ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักดับ ไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ฯลฯ? ถูกแล้ว.

จักขายตนะในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จัก-*ขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และฆานาย-*ตนะก็จักดับไป. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? ถูกแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้วและรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นจักดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว? ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และจักขายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ จักดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ จักดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ จักดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป มนาตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะมนายตนะ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้วธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้วแต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไปและจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไปและฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไปแต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่ดับไปหรือ. มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไปแต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.

มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ? มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป. หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว. ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส จักไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว. นิโรธวาร จบ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและโสตายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังจุติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับแต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและจักขายตนะก็กำลังดับ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง ดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็กำลังดับ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็กำลังดับ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและมนายตนะก็กำลังดับ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๔

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับใช่ไหม (คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ซึ่งเหมือนกัน พึงขยายให้พิสดาร)ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับแต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและ รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและ บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๒๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๐

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด เหมือนกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด) ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมปุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ (ในอุปปาทวาร นิโรธวาร อุปปาทนิโรธวาร อตีตปุจฉา เหมือนกันทั้งอนุโลมและปฏิโลม) ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๓

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก ดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ จักขายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็จักดับ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๔

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็จักดับฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๕

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร

ข้อ ๑๓๖

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๗

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๘

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคล นั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ฯลฯ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๓๙

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฯลฯ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๐

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อูบัติอยู่ในปัญจโวการ-ภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๑

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ บุคคลผู้อุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ฯลฯ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ ปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็จักดับ (ในคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ในอุปปาทวาร อนาคตปุจฉาท่านขยายให้พิสดารแล้วฉันใด แม้ในนิโรธวาร ก็พึงขยายให้พิสดารฉันนั้น)ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับแต่จักขายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับแต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๔๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๔๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๖

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๗

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๘

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๔๙

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๐

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายนะของบุคคลนั้นก็เคย ดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

ข้อ ๑๕๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ

ข้อ ๑๕๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๕๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและมนายตนะก็กำลังดับอนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๕

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและโสตายตนะก็เคยดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและฆานายตนะก็เคยดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็เคยดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็เคยดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและจักขายตนะก็กำลังดับจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็กำลังดับ ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญ- สัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับบุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็เคยดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปายตนะก็กำลังดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็กำลังดับ รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๕๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมนายตนะก็กำลังดับปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๑

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๒

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-สัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับแต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาส-ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาส-ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและจักขายตนะไม่ใช่กำลังดับจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๓

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๔

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับบุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญ- สัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๖๕

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่เคยดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๖

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและโสตายตนะก็จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่จักขายตนะมิใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใด ฯลฯ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น ฯลฯ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้น ฯลฯ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๗

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก ดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและฆานายตนะก็กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลน ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๖๘

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังดับ

ข้อ ๑๖๙

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังดับ ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๑

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและโสตายตนะก็จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจร-ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับบุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ (สามวาระในปัจจุบันและอดีตท่านขยายให้พิสดารแล้วฉันใด แม้วาระนี้ก็พึงขยายให้พิสดารฉันนั้น)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็ กำลังดับ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๒

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ฯลฯ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังจุติฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๓

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจาก อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักดับ บุคคลนอกนี้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและมนายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็กำลังดับมนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๔

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง ดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังดับ บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังจุติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของบุคคล นั้น ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักเกิด ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็มิใช่จักไม่ดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า นั้น ไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๗๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติใน อรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและปัจฉิมภวิก-บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็มิใช่กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๗๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ แต่ รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ ธัมมายตนะมิใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๗๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๗๙

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๐

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง จุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ- สัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจร-ภูมิ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับบุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๑

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๒

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ- สัตตภูมิซึ่งกำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญ-สัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังจุติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังดับ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๓

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ๖. อตีตานาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๔

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก ดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและโสตายตนะก็จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจร-ภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๕

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๑๘๖

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่

ข้อ ๑๘๗

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและมนายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๘

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยดับ ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๘๙

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่โสตายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและโสตายตนะก็จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและฆานายตนะก็จักดับ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมนายตนะก็จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่จักขายตนะไม่เคยดับบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและจักขายตนะก็เคยดับ จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๐

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่รูปายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและรูปายตนะก็จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็เคยดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่ฆานายตนะไม่เคยดับ บุคคล(นอกนี้)ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและฆานายตนะก็เคยดับฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๑

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ- สัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่มนายตนะไม่ใช่จักดับบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและมนายตนะก็จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็เคยดับ อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่รูปายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและรูปายตนะก็เคยดับ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๒

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและธัมมายตนะก็จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่มนายตนะไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและมนายตนะก็เคยดับ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๓

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับ ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยดับธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๔

อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยดับ ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๕

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ อรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่คยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและจักขายตนะก็ไม่เคยดับ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๖

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและฆานายตนะก็ไม่เคยดับ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๗

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่มนายตนะมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและมนายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปายตนะก็ไม่เคยดับ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย

ข้อ ๑๙๘

อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่ดับบุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ จักดับ แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและมนายตนะก็ไม่เคยดับนิโรธวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๘๙}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๒๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอายตนยมก

บัดนี้ เป็นการวรรณนาอายตนยมก ที่ท่านรวบรวมไว้แม้ด้วยอำนาจอายตนะ ในธรรมมีกุศลเป็นต้นที่แสดงไว้ในมูลยมกนั่นเทียว แล้วแสดงไว้ในลำดับแห่งขันธยมก บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

ก็ในขันธยมกนั้น มหาวาระ ๓ อย่างคือ ปัณณัตติวาระ ปวัตติวาระ ปริญญาวาระย่อมมีฉันใด แม้ในอายตนยมกนี้ก็ย่อมมีฉันนั้น. แม้เนื้อความแห่งคำแห่งมหาวาระเหล่านั้นบัณฑิตพึงทราบตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั้นนั่นเอง.

ก็ในอายตนยมกนี้ ปัณณัตติวาระ ท่านกำหนดไว้แล้ว ๒ อย่างด้วยอำนาจอุทเทสและนิทเทส. วาระทั้งหลายนอกนี้ ท่านกำหนดไว้แล้วด้วยอำนาจนิทเทสนั่นเทียว. เพราะฉะนั้นในวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทำบทว่า ทฺวาทสายตนานิ (อายตนะ ๑๒) ให้เป็นต้นแล้วเพียงใด พึงทราบอุทเทสวาระแห่งปัณณัติวาระว่า มนายตนํ น มโน เพียงนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฺวาทสายตนานิ ความว่า นี้เป็นอุทเทสแห่งอายตนะทั้งหลายที่ควรถามด้วยอำนาจยมก.

บทว่า จกฺขฺวายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ ความว่า โดยประเภทนี้เป็นการกำหนดชื่อของอายตนะเหล่านั้นนั่นเทียว. ก็ในที่นี้ท่านกล่าวอัชฌัตตรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายใน) ทั้งหลายไว้แล้วตามลำดับก่อน เพื่อสะดวกแก่การถามด้วยอำนาจยมก. ภายหลังจึงกล่าวพาหิรรูปายตนะ (อายตนะที่เป็นรูปภายนอก) ทั้งหลาย. ในที่สุดจึงกล่าวมนายตนะและธัมมายตนะทั้งหลาย.

นัยวาระทั้งหลาย ๔ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ สุทธายตนวาระ สุทธายตนมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่งอายตนะทั้งหลายเหล่านี้ในที่นี้ ด้วยอำนาจแห่งขันธ์นั่นเทียวในภายหลัง. ก็ในอายตนยมกนี้ วาระหนึ่งๆ ย่อมมี ๒ อย่างนั่นเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมและปฏิโลม. เนื้อความแห่งวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.

บัณฑิตพึงทราบอุทเทสวาระ แห่งปัณณัตติวาระที่ประกอบด้วยยมก ๕๗๖ อย่าง การถาม ๑,๑๕๒ อย่างและอรรถ ๒,๓๐๔ อย่างในอายตนยมกนี้ อย่างนี้คือ ก็ในอนุโลมวาระแห่งปทโสธนวาระ ในขันธยมก ยมก ๕ อย่างมีอาทิว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ รูปํ ดังนี้ ย่อมมีฉันใดในอายตนยมกนี้ ยมก ๑๒ อย่างมีอาทิว่า จกฺขุํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขุํ ย่อมมีฉันนั้น.

แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มียมก ๑๒ อย่าง มีอาทิว่า น จกฺขํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขุํ. แต่ในอนุโลมวาระนี้แห่งปทโสธนมูลจักกวาระมียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๓๒ อย่างนั่นเทียว. ในอนุโลมวาระ แม้แห่งสุทธายตนวาระ มียมก ๑๒ อย่าง ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๒ อย่าง. ในอนุโลมแห่งสุทธายตนมูลจักกวาระ มียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่งๆ ให้เป็น ๑๑ อย่างๆ. แม้ในปฏิโลมวาระก็มี ๑๓๒ อย่างเหมือนกัน.

ก็ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในปัณณัติวาระนิทเทสแห่งขันธยมกในภายหลังนั่นเทียว. ในวาระอื่นย่อมมีความแปลกกัน.

ในอายตนยมกนั้น พึงทราบความแปลกกันดังต่อไปนี้.

บทว่า ทิพฺพจกฺขุ ได้แก่ ทุติยวิซชาญาณ.

บทว่า ปญฺญาจกฺขุ ได้แก่ ตติยวิชชาญาณ.

บทว่า ทิพฺพโสต ได้แก่ ทุติยอภิญญาญาณ.

ตัณหาเทียว ชื่อว่า ตัณหาโสตะ.

คำมีอาทิว่า นามกาย รูปกาย หัตถิกาย อัสสกาย ชื่อว่า อวเสโส กาโย กายที่เหลือ.

สองบทว่า อวเสสํ รูปํ ได้แก่ ภูตรูปอุปาทายรูปนั่นเทียว และปิยรูปสาตรูปที่เหลือจากรูปายตนะ.

คำว่า สีลคนฺโธ เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้นนั่นเทียว เพราะอรรถว่าฟุ้งไป แม้คำว่า อตฺถรโส เป็นต้น ก็เป็นชื่อของธรรมทั้งหลายมีอรรถเป็นต้น เพราะอรรถว่าไพเราะดี.

สองบทว่า อวเสโส ธมฺโม ได้แก่ ประเภทมิใช่หนึ่งแห่งธรรมมีปริยัติธรรมเป็นต้น นี้เป็นความแปลกกันในอายตนยมกนี้.

ก็ในอายตนยมกนี้ ในอันตรวาระ ๓ อย่างมีอุปปาทวาระเป็นต้น แห่งปวัตติวาระ มีประเภทแห่งกาล ๖ อย่างในประเภทแห่งกาลหนึ่งๆ นั่นเทียว. บรรดาประเภทแห่งกาลเหล่านั้น วาระทั้งหลายมีปุคคลวาระเป็นต้น ย่อมมีในกาลหนึ่งๆ. วาระเหล่านั้นแม้ทั้งหมดย่อมมี ๒ อย่างเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมนัยและปฏิโลมนัย.

ในวาระเหล่านั้น ในปัจจุบันกาล ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ยมก ๑๐ อย่าง ย่อมมีด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีก คือมูลแห่งรูปขันธ์ในขันธยมก ๔มูลแห่งเวทนาขันธ์ ๓ มูลแห่งสัญญาขันธ์ ๒ มูลแห่งสังขารขันธ์ ๑ ฉันใด มูลแห่งจักขุอายตนะ ๑๑ อย่าง ก็ย่อมมีฉันนั้นอย่างนี้คือ จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น

ก็หรือว่า ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.

โดยนัยมีอาทิว่า ยสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชติ จึงมียมก ๖๖ อย่าง ด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีกคือมูลแห่งโสตายตนะ ๑๐ มูลแห่งฆานายตนะ ๙ มูลแห่งชิวหายตนะ ๘ มูลแห่งกายายตนะ ๗ มูลแห่งรูปายตนะ ๖ มูลแห่งสัททายตนะ ๕มูลแห่งคันธายตนะ ๔ มูลแห่งรสายตนะ ๓ มูลแห่งโผฏฐัพพายตนะ ๒ มูลแห่งมนายตนะ ๑ ในอายตนะ ๑๑ อย่าง อันเป็นมูลแห่งจักขุอายตนะนั้นจักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด อายตนะ ๕ อย่างเหล่านี้นั่นเทียวคือ โสตายตนะ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อันท่านวิสัชนาแล้ว.

ในอายตนะเหล่านั้น อายตนะแรกควรวิสัชนาก่อน อายตนะแรกนั้นท่านวิสัชนาแล้ว.

อายตนะ ๒ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะแรกแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น อายตนะที่ ๒ ท่านก็วิสัชนาแล้วเพื่อห้ามความสงสัยว่าฆานายตนะ ไม่เป็นไรแล้ว โดยส่วนเดียวในที่ปวัตติกาลของจักขุโสตายตนะ อายตนะอย่างหนึ่ง พึงวิสัชนาอย่างไรหนอแล. ยมก ๓ อย่างกับรูปายตนะ มนายตนะและธัมมายตนะ ชื่อว่าท่านวิสัชนาแล้ว เพราะวิสัชนาไม่เหมือนกัน. ในอายตนะที่เหลือ ยมก ๒ อย่างกับชิวหายตนะและกายายตนะ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ อย่างเบื้องต้น.

การวิสัชนายมกนั่นเทียวกับด้วยอายตนะนั้น ย่อมไม่มีเพราะไม่เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะแห่งสัททายตนะ. อายตนะทั้งหลาย ท่านย่อไว้แล้ว เพื่อความเบาแห่งแบบแผนว่า ยมก ๓ อย่าง แม้กับคันธายตนะ รสายตนะและโผฏฐัพพายตนะย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะ ๒ เบื้องต้นนั่นเทียว. ในมูลแห่งโสตายตนะ อายตนะแม้อย่างหนึ่ง ไม่ขึ้นสู่พระบาลีแล้วว่า อายตนะใดอันบัณฑิตย่อมได้ อายตนะนั้นย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะทั้งหลายเบื้องต้น.

ในมูลแห่งฆานายตนะทั้งหลาย ยมกอย่างหนึ่งขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยรูปายตนะยมก ๒-๓ อย่างขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมกทั้งหลายที่เหลือไม่ขึ้นแล้ว (สู่พระบาลี) เพราะการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับฆานายตนยมก. มูลแห่งชิวหายตนะและกายายตนะก็อย่างนั้น.

ในมูลแห่งรูปายตนะทั้งหลาย ยมก ๒ อย่างนั่นเทียว ท่านวิสัชนาแล้ว พร้อมกับมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมก ๓ อย่าง พร้อมกับคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยรูปายตนะและมานายตนะ.

คำว่า สรูปกานํ อจิตฺตกานํ เป็นต้น ท่านกล่าวแล้วในภายหลังฉันใดนั่นเทียว แม้ในอายตนยมกนี้ก็ฉันนั้น พึงทราบการรวบรวมว่า สรูปกานํ อคนฺธกานํ อรสกานํ อโผฏฺฐพฺพกานํ ดังนี้.

ก็ความเป็นแห่งอายตนะทั้งหลายมีคันธะเป็นต้นนั่นแหละ ท่านประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในอายตนยมกนี้ ด้วยอำนาจแห่งอายตนะว่า สรูปกานํ สคนฺธายตนํ. มูลแห่งสัททายตนะทั้งหลาย ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลีนั่นเทียว เพราะไม่มีเนื้อความ. อายตนะอันเป็นมูลแห่งคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ๔, ๓ และ ๒ อย่าง ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลี เพราะวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วยอายตนะทั้งหลายอันมีในหนหลัง.

ยมก ๖๖ อย่างเหล่านี้ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าเป็นอันท่านวิสัชนาแล้ว ด้วยการวิสัชนายมก ๒-๓ อย่างนั้นเทียวในอนุโบมนัยแห่งปุคคลวาระในปัจจุบันกาล อย่างนี้ว่า มนายตนมูลกํ วิสชฺชิตเมว ดังนี้. ยมก ๑๙๘ อย่างย่อมมีในอนุโลมนัย ในวาระทั้งสาม ในปัจจุบันกาลว่า ก็ในปุคคลวาระมี ๖๖ ฉันใด แม้ในโอกาสวาระ แม้ในปุคคโลกาสวาระก็ฉันนั้น ดังนี้. ยมก ๓๙๖ อย่าง แม้ทั้งหมดย่อมมีในปัจจุบันกาลว่าก็ในอนุโลมนัย ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็ฉันนั้น ดังนี้. การถาม ๗๙๒ อย่างและเนื้อความ ๑,๕๘๔ อย่าง พึงทราบว่ามีอยู่ในยมกทั้งหลายเหล่านั้น. ยมก ๒,๓๗๖ แม้ทั้งหมดว่า ในการแยกกาล ๕ อย่างแม้ที่เหลือ ดังนี้ ย่อมมีอย่างนั้น.

นี้เป็นการกำหนดพระบาลี ในอุปปาทวาระนี้ว่า คำถามที่ทวีคูณจากยมกนั้น อรรถที่ทวีคูณจากคำถามนั้น ยมก ๒,๑๒๘ ย่อมมีในปวัตติวาระแม้ทั้งหมดว่าแม้ในนิโรธวาระและอุปปาทะนิโรธวาระ ก็มีนัยนี้. พึงทราบการถามทวีคูณจากยมกนั้น พึงทราบเนื้อความที่ทวีคูณจากคำถามนั้น. ก็พระบาลีท่านกล่าวคำเป็นต้นว่า มนายตนะและธัมมายตนะ ย่อมไม่มีความแตกต่างกันกับอายตนะหนึ่ง แต่ความสังเขปย่อมมีในวาระเบื้องบน ดังนี้แล้วจึงรวบรวมไว้ในอายตนะนั้นๆ. เพราะฉะนั้น คำใดท่านรวบรวมไว้แล้ในที่นั้นๆ คำนั้นทั้งหมดบุคคลผู้ไม่หลงลืมพึงกำหนดไว้.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความ พึงทราบนัยมุขในอายตนยมกนี้ ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะผู้หูหนวกโดยกำเนิดในอบาย. ก็ผู้มีจักขุนั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวแล้วว่า อายตนะ ๑๐ อย่างอื่นอีกของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๐ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะของพวกเปรตผู้โอปปาติกะ ของพวกอสูรผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ ของพวกคนหูหนวกแต่กำเนิด.

จักขุอายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏแก่พวกเปรตผู้โอปปาติกะ ฯลฯ แก่พวกคนหูหนวกมาแต่กำเนิด ในขณะอุบัติขึ้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอายตนะที่บริบูรณ์ในสุคติและทุคติ. และรูปพรหมผู้โอปปาติกะก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มีโสตเกิดขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้แล้วว่า อายตนะ ๑๑ อย่างของใครๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๑ อย่างย่อมปรากฏแก่พวกเทวดาชั้นกามาวจร พวกมนุษย์ปฐมกัป พวกเปรตผู้โอปปาติกะ พวกอสูรผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์มีอายตนะบริบูรณ์.

อายตนะ ๕ เหล่าไหน ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ อายตนะ ๕ เหล่านี้คือจักขุอายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งรูปธาตุ.

คำว่า อฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาพรหมมีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น.

ก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีฆานะเกิดขึ้น. ก็โอปปาติกะผู้ไม่มีฆานะ ย่อมไม่มีในกามธาตุ ถ้าพึงมีแก่ใครๆ ไซร์ ก็พึงกล่าวได้ว่า อายตนะก็ย่อมปรากฏ ก็ผู้นอนในครรภ์ใด พึงเป็นผู้ไม่มีฆานะ ผู้นอนในครรภ์นั้น ท่านไม่ประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะคำว่า สจกฺขุกานํ.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้มีอายตนะบริบูรณ์บ้าง.

คำว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดบ้าง ผู้หูหนวกมาแต่กำเนิดบ้าง.

คำว่า สจกฺขุกานํ สฆานสานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปาติกะสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์นั่นเทียว.

ผู้อื่นบ้าง ผู้นอนในครรภ์บ้าง อันบัณฑิตย่อมได้นั่นเทียว ในพวกโอปปาติกะสัตว์ผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดและหูหนวดมาแต่กำเนิด ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อจกฺขุกานํ. แม้ผู้ไม่มีรูปกับบุคคล ๓ จำพวกมีบุคคลผู้ตาบอดมาแต่กำเนิดเป็นต้น ที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อจกฺขุกานํ.

แม้พวกอสัญญสัตว์กับบุคคล ๔ จำพวกที่กล่าวแล้วในบทเบื้องต้น อันบัณฑิตย่อมได้ในบทแรกนี้ว่า อจกฺขุกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์ พวกอสัญญสัตว์และพวกรูปพรหมที่เหลือ อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สรูปกานํ อฆานกานํ. พวกคัพภเสยยกสัตว์และพวกรูปพรหม และอรูปพรหม อันบัณฑิตย่อมได้ในคำนี้ว่า สจิตฺตกานํ อฆานกานํ. พึงทราบบุคคลวิภาคในปุคคลวาระทั้งหมด โดยนัยนี้ว่า ก็พวกเอกโวการสัตว์และจตุโวการสัตว์เทียว อันบัณฑิตย่อมได้ในบททั้งหลายว่า อจิตฺตกานํ อรูปกานํ.

ในโอกาสวาระ คำว่า ยตฺถ จกฺขฺวายตนํ ได้แก่ ย่อมถามซึ่งโลกแห่งรูปพรหม เพราะเหตุนั้นนั่นแล ท่านจึงกล่าวว่า อามนฺตา. ก็อายตนะเหล่านั้น โดยนิยมในพื้นนั้น ย่อมเกิดในปฏิสนธิ. นี้เป็นนัยมุขในอายตนยมกนี้. พึงทราบเนื้อความในปวัตติวาระแม้ทั้งสิ้นโดยนัยมุขนี้. ปริญญาวาระพึงทราบว่า เป็นนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในขันธยมกนั่นแหละ.

อรรถกถาอายตนยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 9 จาก 166 ข้อ (ตั้งแต่ i545)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 9 จาก 166 ข้อ (ตั้งแต่ i545)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา