พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมตามพ.ร.บ.สิทธิบัตร(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๓๕ และพ.ร.บ.สิทธิบัตร(ฉบับที่๓)พ.ศ.๒๕๔๒ ภูมิพลอดุลยเดชป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๑๑มีนาคมพ.ศ.๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์และการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาดังต่อไปนี้
All sections
以列表显示- Section ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า"พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒"
- Section ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- หมวด ๑ บททั่วไป2 条
- Section ๓
ในพระราชบัญญัตินี้ "สิทธิบัตร"หมายความว่าหนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดในหมวด ๒และหมวด ๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ "อนุสิทธิบัตร"หมายความว่าหนังสือสำคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ตามที่ กำหนดในหมวด ๓ทวิแห่งพระราชบัญญัตินี้ "การประดิษฐ์"หมายความว่าการคิดค้นหรือคิดทำขึ้นอันเป็นผลให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีใดขึ้นใหม่หรือการกระทำใดๆที่ทำให้ดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี "กรรมวิธี"หมายความว่าวิธีการกระบวนการหรือกรรมวิธีในการผลิตหรือการเก็บรักษา ให้คงสภาพหรือให้มีคุณภาพดีขึ้นหรือการปรับสภาพให้ดีขึ้นซึ่งผลิตภัณฑ์และรวมถึงการใช้ กรรมวิธีนั้นๆด้วย "แบบผลิตภัณฑ์"หมายความว่ารูปร่างของผลิตภัณฑ์หรือองค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์อันมีลักษณะพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมได้ "ผู้ทรงสิทธิบัตร"หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิบัตร "ผู้ทรงอนุสิทธิบัตร"หมายความรวมถึงผู้รับโอนอนุสิทธิบัตร "คณะกรรมการ"หมายความว่าคณะกรรมการสิทธิบัตร "พนักงานเจ้าหน้าที่"หมายความว่าผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นี้ "อธิบดี"หมายความว่าอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่ง อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย "รัฐมนตรี"หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มี อำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราตามบัญชีท้าย พระราชบัญญัตินี้ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
- หมวด ๒ สิทธิบัตรการประดิษฐ์
- ส่วนที่๑ การขอรับสิทธิบัตร20 条
- Section ๕
ภายใต้บังคับมาตรา ๙การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วย ลักษณะดังต่อไปนี้ (๑)เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (๒)เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและ (๓)เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม
- Section ๖
การประดิษฐ์ขึ้นใหม่ได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว งานที่ปรากฏอยู่แล้วให้หมายความถึงการประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ด้วย (๑)การประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๒)การประดิษฐ์ที่ได้มีการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตรและไม่ว่าการเปิดเผยนั้น จะกระทำโดยเอกสารสิ่งพิมพ์ การนำออกแสดงหรือการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วยประการใดๆ (๓)การประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรแล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักร ก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๔)การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา เกินสิบแปดเดือนก่อนวันขอรับสิทธิบัตรแต่ยังมิได้มีการออกสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรให้ (๕)การประดิษฐ์ที่มีผู้ขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรไว้แล้วไม่ว่าในหรือนอก ราชอาณาจักรและได้ประกาศโฆษณาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักร การเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดที่เกิดขึ้นหรือเป็นผลมาจากการกระทำอันมิชอบ ด้วยกฎหมายหรือการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดโดยผู้ประดิษฐ์รวมทั้งการแสดงผลงาน ของผู้ประดิษฐ์ในงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศหรือในงานแสดงต่อสาธารณชนของทางราชการ และการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดดังกล่าวได้กระทำภายในสิบสองเดือนก่อนที่จะมีการ ขอรับสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดตาม(๒)
- Section ๗
การประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นได้แก่การประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์ โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญสำหรับงานประเภทนั้น
- Section ๘
การประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรมได้แก่การประดิษฐ์ที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตทางอุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรมเกษตรกรรมและพาณิช ยกรรม
- Section ๙
การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ (๑)จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติสัตว์พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช (๒)กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (๓)ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ (๔)วิธีการวินิจฉัยบำบัดหรือรักษาโรคมนุษย์หรือสัตว์ (๕)การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอนามัยหรือสวัสดิภาพของ ประชาชน
- Section ๑๐
ผู้ประดิษฐ์เป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตรและมีสิทธิที่จะได้รับการระบุชื่อว่าเป็นผู้ ประดิษฐ์ในสิทธิบัตรสิทธิขอรับสิทธิบัตรย่อมโอนและรับมรดกกันได้ การโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน
- Section ๑๑
สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ซึ่งลูกจ้างได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยการ ทำงานตามสัญญาจ้างหรือโดยสัญญาจ้างที่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการประดิษฐ์ย่อมตกได้แก่นายจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้างที่ทำการประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดด้วยการใช้ วิธีการสถิติหรือรายงานซึ่งลูกจ้างสามารถใช้หรือล่วงรู้ได้เพราะการเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างนั้น แม้ว่าสัญญาจ้างจะมิได้เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์
- Section ๑๒
เพื่อส่งเสริมให้มีการประดิษฐ์และเพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างในกรณีที่การ ประดิษฐ์ของลูกจ้างตามมาตรา ๑๑วรรคหนึ่งถ้านายจ้างได้รับประโยชน์จากการประดิษฐ์หรือนำ สิ่งประดิษฐ์นั้นไปใช้ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษจากนายจ้างนอกเหนือจากค่าจ้างตามปกติ ได้ ให้ลูกจ้างที่ทำการประดิษฐ์ตามมาตรา ๑๑วรรคสองมีสิทธิได้รับบำเหน็จพิเศษจาก นายจ้าง สิทธิที่จะได้รับบำเหน็จพิเศษจะถูกตัดโดยสัญญาจ้างหาได้ไม่ การขอรับสิทธิตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้ยื่นต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวงและให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดบำเหน็จพิเศษให้แก่ลูกจ้างตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงค่าจ้างความสำคัญในการประดิษฐ์ประโยชน์ที่นายจ้างได้รับหรือจะได้รับจากการ ประดิษฐ์ดังกล่าวและเงื่อนไขอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๓
เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการประดิษฐ์ของข้าราชการหรือพนักงาน องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจให้ถือว่าข้าราชการหรือพนักงานองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจมี สิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างตามความในมาตรา ๑๒เว้นแต่ระเบียบของทางราชการหรือองค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจนั้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- Section ๑๔
บุคคลซึ่งจะขอรับสิทธิบัตรได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑)มีสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (๒)มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย (๓)มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่ง ใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทยขอรับสิทธิบัตรในประเทศนั้นได้ (๔)มีภูมิลำเนา หรืออยู่ในระหว่างการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่าง แท้จริงและจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่าง ประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
- Section ๑๕
ถ้ามีบุคคลหลายคนทำการประดิษฐ์ร่วมกันบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิขอรับ สิทธิบัตรร่วมกัน ในกรณีผู้ประดิษฐ์ร่วมคนใดไม่ยอมร่วมขอรับสิทธิบัตรหรือติดต่อไม่ได้หรือไม่มีสิทธิขอรับ สิทธิบัตรผู้ประดิษฐ์คนอื่นจะขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่ได้ทำร่วมกันนั้นในนามของ ตนเองก็ได้ ผู้ประดิษฐ์ร่วมซึ่งไม่ได้ร่วมขอรับสิทธิบัตรจะขอเข้าเป็นผู้ร่วมขอรับสิทธิบัตรเมื่อใดก็ได้ก่อนมีการ ออกสิทธิบัตรเมื่อได้รับคำขอแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนไปยังผู้ขอรับ สิทธิบัตรในการนี้ให้ส่งสำเนาคำขอไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วมขอรับสิทธิบัตรคนอื่นด้วย ในการสอบสวนตามวรรคสามพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วม ขอรับสิทธิบัตรมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการสอบสวนและอธิบดีได้วินิจฉัยแล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ร่วม ขอรับสิทธิบัตร
- Section ๑๖
ในกรณีบุคคลหลายคนต่างทำการประดิษฐ์อย่างเดียวกันโดยไม่ได้ร่วมกันให้ บุคคลซึ่งได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้ก่อนเป็นผู้มีสิทธิรับสิทธิบัตรถ้ายื่นคำขอรับสิทธิบัตรในวัน เดียวกันให้ทำความตกลงกันว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้เดียวหรือให้มีสิทธิร่วมกันถ้าตกลงกัน ไม่ได้ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดให้คู่กรณีนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้น ระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดดังกล่าวให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นละ ทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๑๗
การขอรับสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวง คำขอรับสิทธิบัตรให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑)ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ (๒)ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ (๓)รายละเอียดการประดิษฐ์ที่มีข้อความสมบูรณ์รัดกุมและชัดแจ้งอันจะทำให้ผู้มีความ ชำนาญในระดับสามัญในศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องสามารถทำและปฏิบัติการตามการ ประดิษฐ์นั้นได้และต้องระบุวิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีท่ีสุดที่ผู้ประดิษฐ์จะพึงทราบได้ (๔)ข้อถือสิทธิโดยชัดแจ้ง (๕)รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งความตกลงหรือความร่วมมือระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสิทธิบัตรหากคำขอรับสิทธิบัตรเป็นไปตามที่กำหนดในความตกลงหรือความร่วมมือ ระหว่างประเทศดังกล่าวให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอรับสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๘
คำขอรับสิทธิบัตรแต่ละฉบับให้ขอได้เฉพาะการประดิษฐ์อย่างเดียวคำขอรับ สิทธิบัตรเพื่อการประดิษฐ์หลายอย่างในคำขอฉบับเดียวกันจะกระทำได้ต่อเมื่อการประดิษฐ์หลาย อย่างนั้นมีความเกี่ยวพันอันอาจถือได้ว่าเป็นการประดิษฐ์อย่างเดียวกัน
- Section ๑๙
บุคคลใดแสดงการประดิษฐ์หรือสิ่งประดิษฐ์ในงานแสดงต่อสาธารณชนซึ่ง หน่วยงานของรัฐเป็นผู้จัดหรืออนุญาตให้มีขึ้นในราชอาณาจักรถ้าได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับ การประดิษฐ์นั้นภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเปิดงานแสดงต่อสาธารณชนให้ถือว่าได้ยื่นคำขอ นั้นในวันเปิดงานแสดงนั้น
- Section ๑๙ ทวิ
บุคคลตามมาตรา ๑๔ที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ไว้ นอกราชอาณาจักรถ้ายื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นในราชอาณาจักรภายในสิบสอง เดือนนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกบุคคลนั้นจะขอให้ระบุว่า วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักรก็ได้
- Section ๒๐
ผู้ขอรับสิทธิบัตรอาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับสิทธิบัตรได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวงแต่การแก้ไขเพิ่มเติมนั้นต้องไม่เป็นการเพิ่มเติมสาระสำคัญของ การประดิษฐ์
- Section ๒๑
ห้ามมิให้เจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการขอรับสิทธิบัตรเปิดเผยรายละเอียด การประดิษฐ์หรือยอมให้บุคคลใดตรวจหรือคัดสำเนารายละเอียดการประดิษฐ์ไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ก่อนมีการประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับ สิทธิบัตร
- Section ๒๒
ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งรู้อยู่ว่าการประดิษฐ์นั้นได้มีผู้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้ แล้วเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์ไม่ว่าโดยวิธีใดๆหรือกระทำโดยประการอื่นที่อาจจะ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรก่อนมีการประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘เว้นแต่จะ ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับสิทธิบัตร
- Section ๒๓
ในกรณีอธิบดีเห็นว่าการประดิษฐ์ตามคำขอรับสิทธิบัตรใดเป็นการประดิษฐ์ที่ ต้องรักษาไว้เป็นความลับเพื่อประโยชน์แก่ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรอธิบดีมีอำนาจสั่งให้ ปกปิดสาระสำคัญและรายละเอียดการประดิษฐ์นั้นไว้เป็นความลับจนกว่าจะสั่งเป็นอย่างอื่น ห้ามมิให้บุคคลใดรวมทั้งผู้ขอรับสิทธิบัตรเปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดการประดิษฐ์โดย รู้อยู่ว่าอธิบดีได้สั่งให้ปกปิดไว้เป็นความลับตามวรรคหนึ่งเว้นแต่จะมีอำนาจทำได้โดยชอบด้วย กฎหมาย
- ส่วนที่๒ การออกสิทธิบัตร9 条
- Section ๒๔
ในการออกสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการ ตรวจสอบดังนี้ (๑)ตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรให้ถูกต้องตามมาตรา ๑๗ (๒)ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาออกสิทธิบัตรอธิบดีอาจขอให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐหรือองค์การของรัฐหรือสำนักงานหรือองค์การสิทธิบัตรของรัฐต่างประเทศ หรือระหว่างประเทศตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕มาตรา ๖มาตรา ๗มาตรา ๘และ มาตรา ๙หรือรายละเอียดการประดิษฐ์ตามมาตรา ๑๗(๓)ตามคำขอรับสิทธิบัตรได้และอธิบดีอาจ ให้ถือว่าการปฏิบัติงานในการตรวจสอบนั้นเป็นการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ มาตรา ๒๖ในการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าคำขอรับ สิทธิบัตรใดมีการประดิษฐ์หลายอย่างที่ไม่มีความเกี่ยวพันกันจนอาจถือได้ว่าเป็นการประดิษฐ์อย่าง เดียวกันให้แจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแยกคำขอสำหรับการประดิษฐ์แต่ละอย่าง ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้แยก ตามวรรคหนึ่งภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถือว่าได้ยื่นคำ ขอนั้นในวันยื่นคำขอรับสิทธิบัตรครั้งแรก การแยกคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ขอรับสิทธิบัตร จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่ออธิบดีภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันเมื่ออธิบดีได้วินิจฉัยและมี คำสั่งแล้ว ให้คำสั่งของอธิบดีเป็นที่สุด
- Section ๒๗
ในการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอรับ สิทธิบัตรมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วนอกราชอาณาจักรให้ผู้ขอรับ สิทธิบัตรส่งผลการตรวจสอบการประดิษฐ์หรือรายละเอียดการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ในกรณีที่จะต้องส่งเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรส่งเอกสารนั้นพร้อม ด้วยคำแปลเป็นภาษาไทย ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งหรือไม่ส่ง เอกสารตามวรรคสองภายในกำหนดเวลาเก้าสิบวันให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตรเว้นแต่ในกรณี ที่มีเหตุจำเป็นอธิบดีอาจขยายกำหนดเวลาดังกล่าวให้ตามที่เห็นสมควร
- Section ๒๘
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายงานการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรต่ออธิบดี แล้ว (๑)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ถูกต้องตามมาตรา ๑๗หรือการประดิษฐ์ นั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๙ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรนั้นและให้พนักงาน เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือโดย วิธีการอื่นที่อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง (๒)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรถูกต้องตามมาตรา ๑๗และการประดิษฐ์นั้น ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๙ให้อธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรนั้นทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวงและก่อนการประกาศโฆษณาให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขอรับสิทธิบัตรโดยวิธีการที่อธิบดีกำหนดหรือโดยมีหนังสือแจ้งโดยทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับเพื่อให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาหากผู้ขอรับ สิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือ ได้รับหนังสือแจ้งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้ง ผู้ขอรับสิทธิบัตรโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอีกครั้งหนึ่งและหากผู้ขอรับสิทธิบัตรยังไม่ ชำระค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวอีก ให้ถือว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๒๙
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องยื่นคำขอให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ว่าเป็นการประดิษฐ์ตามมาตรา ๕ภายในห้าปีนับแต่วัน ประกาศโฆษณาในกรณีที่มีการคัดค้านและมีการอุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีตามมาตรา ๓๓และ มาตรา ๓๔ให้ยื่นคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คำวินิจฉัยชี้ขาดถึงที่สุดแล้วแต่ระยะเวลาใดจะ สิ้นสุดลงทีหลังถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำขอภายในเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับ สิทธิบัตร ในกรณีที่อธิบดีขอให้ส่วนราชการหน่วยงานของรัฐหรือองค์การของรัฐหรือสำนักงาน หรือองค์การสิทธิบัตรของรัฐต่างประเทศหรือระหว่างประเทศตรวจสอบการประดิษฐ์ตามมาตรา ๒๕ถ้ามีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการประดิษฐ์นั้นให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าใช้จ่ายนั้นต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบถ้าผู้ขอรับ สิทธิบัตรไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร
- Section ๓๐
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วถ้าปรากฏว่าคำขอรับสิทธิบัตรไม่ ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับ สิทธิบัตรและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอรับสิทธิบัตรรวมทั้งผู้คัดค้านในกรณีที่มีการ คัดค้านตามมาตรา ๓๑และให้ประกาศโฆษณาคำสั่งนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๓๑
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘แล้วบุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิรับ สิทธิบัตรดีกว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือเห็นว่าคำขอรับสิทธิบัตรใดไม่ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙ มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔จะยื่นคำคัดค้านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ต้องยื่นภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งให้ส่งสำเนาคำคัดค้านไปยังผู้ขอรับ สิทธิบัตรให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำโต้แย้งภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้รับ สำเนาคำคัดค้านถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ยื่นคำโต้แย้งให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร คำคัดค้านและคำโต้แย้งให้ยื่นพร้อมทั้งแสดงหลักฐาน
- Section ๓๒
ในการพิจารณาคำคัดค้านและคำโต้แย้งผู้คัดค้าน หรือผู้โต้แย้งจะนำ พยานหลักฐานมาแสดงหรือแถลงหรือแถลงเพิ่มเติมก็ได้ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด เมื่ออธิบดีได้วินิจฉัยและมีคำสั่งตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยและคำสั่งไป ยังผู้คัดค้านและผู้โต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผล มาตรา ๓๓เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์ตาม มาตรา ๒๙และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบตามมาตรา ๒๔แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำรายงานการตรวจสอบเสนออธิบดี เมื่ออธิบดีพิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุขัดข้องในการออกสิทธิบัตรและเป็นกรณีที่ไม่มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๑หรือในกรณีที่ มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๑แต่อธิบดีได้วินิจฉัยว่าผู้ขอรับสิทธิบัตรเป็นผู้มีสิทธิ ให้อธิบดีสั่งให้รับ จดทะเบียนการประดิษฐ์และออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้ง ให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรชำระค่าธรรมเนียมการออกสิทธิบัตรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เมื่อผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ชำระค่าธรรมเนียมตามวรรคสองแล้วให้จดทะเบียนการประดิษฐ์ และออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับชำระค่าธรรมเนียมแต่ ต้องไม่ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ตามมาตรา ๗๒ถ้าผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายใน ระยะเวลาตามวรรคสองให้ถือว่าละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตร สิทธิบัตรให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๓๔
ในกรณีที่มีผู้คัดค้านตามมาตรา ๓๑และอธิบดีได้วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านเป็นผู้มี สิทธิรับสิทธิบัตรให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตร ในกรณีที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรมิได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดีหรือได้อุทธรณ์คำสั่งของอธิบดี และคณะกรรมการหรือศาลได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วถ้าผู้คัดค้านได้ยื่นคำขอรับ สิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันมีคำสั่งของอธิบดีหรือนับ แต่วันที่คณะกรรมการหรือศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่กรณีให้ถือว่าผู้คัดค้านได้ยื่น คำขอนั้นในวันเดียวกับวันที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรยื่นคำขอรับสิทธิบัตรและให้ถือว่าการประกาศ โฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรของผู้ถูกคัดค้านตามมาตรา ๒๘เป็นประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร ของผู้คัดค้านด้วยในกรณีเช่นนี้ผู้ใดจะยื่นคำคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรของผู้คัดค้านเพราะเหตุตนมี สิทธิดีกว่านั้นไม่ได้ ในการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้คัดค้านนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบคำขอรับ สิทธิบัตรและตรวจสอบการประดิษฐ์ของผู้คัดค้านตามมาตรา ๒๔และให้นำมาตรา ๒๙มาใช้ บังคับแก่ผู้คัดค้านด้วย
- ส่วนที่๓ สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร9 条
- Section ๓๕
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ให้มีอายุยี่สิบปีนับแต่วันขอรับสิทธิบัตรใน ราชอาณาจักรในกรณีที่มีการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๑๖มาตรา ๗๔หรือมาตรา ๗๗ฉมิให้ นับระยะเวลาในระหว่างการดำเนินคดีดังกล่าวเป็นอายุของสิทธิบัตรนั้น มาตรา ๓๕ทวิการกระทำที่ขัดต่อมาตรา ๓๖ก่อนวันออกสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรเว้นแต่จะเป็นการกระทำต่อการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรและได้มี การประกาศโฆษณาคำขอดังกล่าวตามมาตรา ๒๘แล้วโดยบุคคลผู้กระทำรู้ว่าการประดิษฐ์นั้นได้ มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วหรือได้รับคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการประดิษฐ์นั้นได้มี การยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วในกรณีเช่นนี้ผู้ขอรับสิทธิบัตรมีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากบุคคล ผู้ฝ่าฝืนสิทธินั้น การเรียกค่าเสียหายดังกล่าวให้ยื่นฟ้องต่อศาลหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตร ให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว
- Section ๓๖
ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (๑)ในกรณีสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์สิทธิในการผลิตใช้ขายมีไว้เพื่อขายเสนอขายหรือนำเข้า มาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตร (๒)ในกรณีสิทธิบัตรกรรมวิธีสิทธิในการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรผลิตใช้ขายมีไว้เพื่อ ขายเสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตร ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ (๑)การกระทำใดๆเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทดลองหรือวิจัยทั้งนี้ ต้องไม่ขัด ต่อการใช้ประโยชน์ตามปกติของผู้ทรงสิทธิบัตรและไม่ทำให้เสื่อมเสียต่อประโยชน์อันชอบธรรม ของผู้ทรงสิทธิบัตรเกินสมควร (๒)การผลิตผลิตภัณฑ์หรือใช้กรรมวิธีดังที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้จดทะเบียนไว้ซึ่งผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์หรือผู้ใช้กรรมวิธีดังกล่าวได้ประกอบกิจการหรือมีเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประกอบ กิจการดังกล่าวโดยสุจริตก่อนวันยื่นขอรับสิทธิบัตรในราชอาณาจักรโดยผู้ผลิตหรือผู้ใช้กรรมวิธี ไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ถึงการจดทะเบียนนั้นทั้งนี้ โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๙ทวิ (๓)การเตรียมยาเฉพาะรายตามใบสั่งแพทย์โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ ประกอบโรคศิลปะรวมทั้งการกระทำต่อผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าว (๔)การกระทำใดๆเกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนยาโดยผู้ขอมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิต จำหน่ายหรือนำเข้าซึ่งผลิตภัณฑ์ยาตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรดังกล่าวสิ้นอายุลง (๕)การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับตัวเรือเครื่องจักรหรือ อุปกรณ์อื่นของเรือของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ การคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยในกรณีที่เรือดังกล่าวได้เข้ามาใน ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือโดยอุบัติเหตุและจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับเรือนั้น (๖)การใช้อุปกรณ์ซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการสร้างการทำงาน หรืออุปกรณ์อื่นของอากาศยานหรือยานพาหนะของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตก ลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิบัตรซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยในกรณีที่อากาศ ยานหรือยานพาหนะดังกล่าวได้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวหรือโดยอุบัติเหตุ (๗)การใช้ขายมีไว้เพื่อขายเสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณา-จักรซึ่งผลิตภัณฑ์ตาม สิทธิบัตรหากผู้ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาตหรือยินยอมให้ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว
- Section ๓๖ ทวิ
สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๖ในการประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรมี ขอบเขตดังระบุในข้อถือสิทธิในการวินิจฉัยขอบเขตของการประดิษฐ์ตามข้อถือสิทธิให้พิจารณา ลักษณะของการประดิษฐ์ที่ระบุในรายละเอียดการประดิษฐ์และรูปเขียนประกอบด้วย ขอบเขตของการประดิษฐ์ที่ได้รับความคุ้มครองย่อมคลุมถึงลักษณะของการประดิษฐ์ที่แม้จะมิได้ ระบุในข้อถือสิทธิโดยเฉพาะเจาะจงแต่เป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติประโยชน์ใช้สอยและทำให้เกิดผล ทำนองเดียวกับลักษณะของการประดิษฐ์ที่ระบุไว้ในข้อถือสิทธิตามความเห็นของบุคคลที่มีความ ชำนาญในระดับสามัญในศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์นั้น
- Section ๓๗
ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิใช้คำว่า“สิทธิบัตรไทย”หรืออักษรสบท.หรืออักษร ต่างประเทศที่มีความหมายเช่นเดียวกันให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของ ผลิตภัณฑ์หรือในการโฆษณาการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตร การใช้คำหรืออักษรตามวรรคหนึ่งต้องระบุหมายเลขสิทธิบัตรไว้ด้วย
- Section ๓๘
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตนตามมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗หรือจะโอนสิทธิบัตรให้แก่บุคคลอื่นก็ได้
- Section ๓๙
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา ๓๘นั้น (๑)ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นการ จำกัดการแข่งขันโดยไม่ชอบธรรมไม่ได้เงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็น การจำกัดการแข่งขันโดยไม่ชอบธรรมตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรจะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรชำระค่าตอบแทน สำหรับการใช้การประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรหลังจากสิทธิบัตรหมดอายุตามมาตรา ๓๕ไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิหรือค่าตอบแทนที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรานี้เป็น โมฆะ
- Section ๔๐
ภายใต้บังคับมาตรา ๔๒ในกรณีที่มีผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมกันถ้ามิได้ตกลงกันไว้ เป็นอย่างอื่นผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมแต่ละคนมีสิทธิใช้สิทธิตามมาตรา ๓๖และมาตรา ๓๗โดยไม่ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมคนอื่นแต่การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรือ การโอนสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมทุกคน
- Section ๔๑
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและการโอนสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘ต้อง ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนด โดยกฎกระทรวง ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าข้อความใดในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรขัดต่อบทบัญญัติแห่ง มาตรา ๓๙ให้อธิบดีเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยว่าสัญญานั้นขัด ต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓๙ให้อธิบดีสั่งไม่รับจดทะเบียนสัญญานั้นเว้นแต่คู่สัญญาจะมีเจตนาให้ ส่วนที่สมบูรณ์แห่งสัญญานั้นแยกจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ในกรณีนั้นอธิบดีจะสั่งรับจดทะเบียน สัญญาบางส่วนก็ได้ (ความในวรรคสามถูกยกเลิก)
- Section ๔๒
การขอจดทะเบียนการรับโอนสิทธิบัตรโดยทางมรดกให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- ส่วนที่๔ การชำระค่าธรรมเนียมรายปี2 条
- Section ๔๓
ผู้ทรงสิทธิบัตรต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามที่กำหนดในกฎกระทรวงเริ่มแต่ ปีที่ห้าของอายุสิทธิบัตรและต้องชำระภายในหกสิบวันนับแต่วันเริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ห้านั้น และของทุกๆปีต่อไป ถ้าสิทธิบัตรออกภายหลังวันเริ่มต้นระยะเวลาของปีที่ห้าแห่งอายุสิทธิบัตรการชำระค่าธรรมเนียม รายปีสำหรับปีที่ห้าถึงปีที่ออกสิทธิบัตรให้ชำระภายในหกสิบวันนับแต่วันออกสิทธิบัตร ถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปีภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรค สองต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละสามสิบของเงินค่าธรรมเนียมรายปีโดยต้องชำระ ค่าธรรมเนียมรายปีพร้อมทั้งค่าธรรมเนียมเพิ่มภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลา ชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เมื่อครบกำหนดเวลาตามวรรคสามแล้วถ้าผู้ทรงสิทธิบัตรยังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมเพิ่มให้อธิบดีทำรายงานต่อคณะกรรมการเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรนั้น ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิบัตรร้องขอต่อคณะกรรมการภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบ คำสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรว่ามีเหตุจำเป็นไม่อาจชำระค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมเพิ่มภายใน กำหนดเวลาตามวรรคสามได้คณะกรรมการอาจขยายกำหนดเวลาหรือเพิกถอนคำสั่งเพิกถอน สิทธิบัตรนั้นตามที่เห็นสมควรก็ได้
- Section ๔๔
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอชำระค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าโดยชำระทั้งหมดในคราวเดียว แทนการชำระค่าธรรมเนียมเป็นรายปีก็ได้ ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิบัตรได้ชำระค่าธรรมเนียมรายปีล่วงหน้าไปแล้วแต่ได้มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียมรายปีหรือผู้ทรงสิทธิบัตรขอคืนสิทธิบัตรหรือมีการเพิกถอนสิทธิบัตรนั้นผู้ ทรงสิทธิบัตรไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่มเติมหรือไม่มีสิทธิได้รับคืนค่าธรรมเนียมรายปีที่ ได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้วนั้น
- ส่วนที่๕9 条
- Section ๔๖
เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันออกสิทธิบัตรหรือสี่ปีนับแต่วันยื่นขอรับ สิทธิบัตรแล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงทีหลังบุคคลอื่นจะยื่นคำขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้นต่อ อธิบดีก็ได้ถ้าปรากฏว่าในขณะที่ยื่นคำขอมีพฤติการณ์แสดงว่าผู้ทรงสิทธิบัตรไม่ใช้สิทธิโดยชอบ ดังต่อไปนี้ (๑)ไม่มีการผลิตผลิตภัณฑ์หรือไม่มีการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรภายในราชอาณาจักรโดย ไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือ (๒)ไม่มีการขายผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรหรือมี การขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในราคาสูงเกินควรหรือไม่พอสนองความต้องการของประชาชนภายใน ราชอาณาจักรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตาม(๑)หรือ(๒)ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าผู้ขอได้พยายามขอ อนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรงสิทธิบัตรโดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอ ตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๖ ทวิ
ยกเลิกทั้งมาตรา
- Section ๔๗
ถ้าการใช้สิทธิตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรใดอาจมีผลเป็นการละเมิดข้อถือ สิทธิในสิทธิบัตรอื่นผู้ทรงสิทธิบัตรซึ่งประสงค์จะใช้สิทธิดังกล่าวจะยื่นคำขอใช้สิทธิตาม สิทธิบัตรอื่นต่ออธิบดีก็ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)การประดิษฐ์ของผู้ขอใช้สิทธิเป็นการประดิษฐ์ที่มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญทาง เทคโนโลยีซึ่งเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่ขอใช้ (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิที่จะใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของผู้ขอใช้สิทธิภายใต้เงื่อนไขที่ เหมาะสมในการขอใช้สิทธินั้น (๓)ผู้ขอใช้สิทธิไม่อาจโอนการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่จะเป็นการโอนไป พร้อมกับสิทธิบัตรของตน ทั้งนี้ ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าได้พยายามขออนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรง สิทธิบัตรนั้นโดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่ สามารถตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๗ ทวิ
ถ้าการใช้สิทธิตามข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตามมาตรา ๔๖อาจ มีผลเป็นการละเมิดข้อถือสิทธิในสิทธิบัตรของบุคคลอื่นอีกผู้ขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖จะยื่นคำขอ ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรอื่นนั้นต่ออธิบดีก็ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)การประดิษฐ์ของผู้ขอใช้สิทธิเป็นการประดิษฐ์ที่มีความก้าวหน้าอย่างสำคัญทาง เทคโนโลยีซึ่งเป็นผลดีทางด้านเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับการประดิษฐ์ของสิทธิบัตรที่ขอใช้ (๒)ผู้ขอใช้สิทธิไม่อาจโอนการใช้สิทธิดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ ผู้ขอใช้สิทธิจะต้องแสดงว่าได้พยายามขออนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตรจากผู้ทรงสิทธิบัตรนั้น โดยได้เสนอเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่เพียงพอตามพฤติการณ์แห่งกรณีแล้วแต่ไม่สามารถตกลง กันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร การขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดโดย กฎกระทรวง
- Section ๔๘
ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗และมาตรา ๔๗ทวิ สำหรับผู้ได้รับอนุญาตแต่เพียงผู้เดียวให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘มีสิทธิ ได้รับค่าตอบแทนในการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิได้ในกรณีนี้ผู้ ทรงสิทธิบัตรไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน
- Section ๔๙
ในการยื่นคำขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิผู้ขอใช้ สิทธิต้องเสนอค่าตอบแทนเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรง สิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองพร้อมกับคำ ขอใช้สิทธิสำหรับกรณีการขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๗ผู้ขอใช้สิทธิต้องยินยอมอนุญาตให้ผู้ทรง สิทธิบัตรที่ตนขอใช้สิทธิเป็นผู้มีสิทธิใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตนเป็นการตอบแทนด้วย เมื่อได้รับคำขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิแล้วให้พนักงาน เจ้าหน้าที่แจ้งกำหนดวันสอบสวนคำขอไปยังผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองในการนี้ให้ส่งสำเนาคำขอไปยังผู้ทรงสิทธิบัตร และผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองด้วย ในการสอบสวนตามวรรคสองพนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรหรือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองมาให้ถ้อยคำชี้แจงให้ส่ง เอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนและอธิบดีได้วินิจฉัย แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอใช้สิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรง สิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสอง คำวินิจฉัยของอธิบดีตามวรรคสามคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น
- Section ๕๐
เมื่ออธิบดีวินิจฉัยว่าผู้ขอใช้สิทธิตามมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิ เป็นผู้สมควรได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรได้ให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทนเงื่อนไขใน การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของ ผู้ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองตามที่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ได้รับอนุญาตได้ตกลงกันและ ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดให้อธิบดีกำหนดค่าตอบแทน เงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิดังกล่าวตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควร ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑)ขอบเขตและระยะเวลาที่อนุญาตต้องไม่เกินกว่าพฤติการณ์อันจำเป็น (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิที่จะอนุญาตให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรของตน ด้วยก็ได้ (๓)ผู้รับอนุญาตไม่มีสิทธิโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลอื่นเว้นแต่จะโอนกิจการหรือ ชื่อเสียงในทางการค้าโดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธินั้นด้วย (๔)การอนุญาตจะต้องมุ่งสนองความต้องการของประชาชนภายในราชอาณาจักรเป็น สำคัญ (๕)ค่าตอบแทนที่กำหนดจะต้องเพียงพอต่อพฤติการณ์แห่งกรณี เมื่ออธิบดีได้กำหนดค่าตอบแทนเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและข้อจำกัดสิทธิดังกล่าว แล้วให้อธิบดีสั่งให้ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้น คำสั่งของอธิบดีตามวรรคหนึ่งคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้น การออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรตามวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๕๐ทวิใบอนุญาตให้ใช้สิทธิที่ออกให้ด้วยเหตุตามมาตรา ๔๖อาจยกเลิกได้หาก ปรากฏว่าเหตุแห่งการอนุญาตได้หมดสิ้นไปและไม่อาจเกิดขึ้นได้อีกและการยกเลิกดังกล่าวจะไม่ กระทบกระเทือนสิทธิหรือผลประโยชน์ที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิได้รับตามใบอนุญาตให้ใช้สิทธิ นั้น การขอให้ยกเลิกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวงและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๙วรรคสองและวรรคสามและมาตรา ๕๐มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
- Section ๕๑
เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณูปโภคหรือการอันจำเป็น ในการป้องกันประเทศหรือการสงวนรักษาหรือการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม หรือป้องกันหรือบรรเทำการขาดแคลนอาหารยาหรือสิ่งอุปโภคบริโภคอย่างอื่นอย่างรุนแรงหรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นกระทรวงทบวงกรมอาจใช้สิทธิตามสิทธิบัตรอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา ๓๖โดยกระทำการดังกล่าวเองหรือให้บุคคลอื่นกระทำแทนในการใช้สิทธิดังกล่าว กระทรวงทบวงกรมจะต้องเสียค่าตอบแทนแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ ทรงสิทธิบัตรตามมาตรา ๔๘วรรคสองและจะต้องแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตรทราบเป็นหนังสือโดยไม่ ชักช้าทั้งนี้ โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับเงื่อนไขมาตรา ๔๖มาตรา ๔๗และมาตรา ๔๗ทวิ ในการนี้ให้ยื่นคำขอเสนอค่าตอบแทนและเงื่อนไขในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรต่ออธิบดี การกำหนดค่าตอบแทนให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างกระทรวงทบวงกรมซึ่งประสงค์ใช้สิทธิ ตามสิทธิบัตรกับผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและให้นำ มาตรา ๕๐มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๕๒
ในภาวะสงครามหรือในภาวะฉุกเฉินนายกรัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจ ออกคำสั่งใช้สิทธิตามสิทธิบัตรใดๆก็ได้เพื่อการอันจำเป็นในการป้องกันประเทศและรักษาความ มั่นคงแห่งชาติโดยเสียค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรและต้องแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิบัตร ทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้า ผู้ทรงสิทธิบัตรมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหรือจำนวนค่าตอบแทนต่อศาลภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น
- ส่วนที่๖ การคืนสิทธิบัตรการเลิกข้อถือสิทธิและการเพิกถอนสิทธิบัตร3 条
- Section ๕๓
ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอคืนสิทธิบัตรหรือเลิกข้อถือสิทธิบางข้อก็ได้โดยทำตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง การขอคืนสิทธิบัตรหรือเลิกข้อถือสิทธิบางข้อตามวรรคหนึ่งถ้ามีผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ทรงสิทธิบัตรร่วมทุกคนหรือถ้ามีการอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิตาม สิทธิบัตรตามมาตรา ๓๘มาตรา ๔๕มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗หรือมาตรา ๔๗ทวิต้องได้รับความ ยินยอมจากบุคคลนั้นด้วย
- Section ๕๔
สิทธิบัตรใดได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๕มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔ให้ถือว่าสิทธิบัตรนั้นไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่งบุคคลใดจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการจะฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรนั้นก็ได้
- Section ๕๕
อธิบดีอาจขอให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑)ในกรณีที่มีการออกใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรใดตามมาตรา ๕๐แล้วปรากฏ ว่าเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตดังกล่าวผู้ทรงสิทธิบัตรผู้รับอนุญาต จากผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรมิได้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ หรือไม่มีการใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรนั้นในราชอาณาจักรโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือในขณะ นั้นไม่มีผู้ใดขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายซึ่งผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหรือผลิตภัณฑ์ที่ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีตามสิทธิบัตรนั้นหรือมีการขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในราคาสูงเกินควรและ อธิบดีเห็นว่ามีเหตุอันควรที่จะเพิกถอนสิทธิบัตรดังกล่าว (๒)ผู้ทรงสิทธิบัตรได้อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยฝ่าฝืนมาตรา ๔๑ ก่อนการขอให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรให้อธิบดีมีคำสั่งให้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และแจ้งคำสั่งให้ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรทราบเพื่อยื่นคำแถลง แสดงเหตุผลของตนการยื่นคำแถลงดังกล่าวต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง อธิบดีจะเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่ออธิบดีได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรให้เพิกถอนสิทธิบัตร ให้อธิบดีทำรายงานการสอบสวนเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตร
- ส่วนที่๗ (ถูกยกเลิก)
- หมวดที่๓ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์19 条
- Section ๕๖
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะขอรับสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัตินี้ได้ต้องเป็น การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออุตสาหกรรมรวมทั้งหัตถกรรม
- Section ๕๗
การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ (๑)แบบผลิตภัณฑ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๒)แบบผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการเปิดเผยภาพสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือ สิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๓)แบบผลิตภัณฑ์ที่เคยมีประกาศโฆษณาตามมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๒๘ มาแล้วก่อนวันขอรับสิทธิบัตร (๔)แบบผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกับแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใน(๑)(๒)หรือ(๓)จนเห็นได้ว่า เป็นการเลียนแบบ
- Section ๕๘
การออกแบบผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ขอรับสิทธิบัตรไม่ได้ (๑)แบบผลิตภัณฑ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (๒)แบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
- Section ๕๙
การขอรับสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดย กฎกระทรวง คำขอรับสิทธิบัตรให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑)ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ (๒)ข้อความระบุผลิตภัณฑ์ที่จะใช้กับแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตร (๓)ข้อถือสิทธิโดยชัดแจ้ง (๔)รายการอื่นตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๖๐
คำขอรับสิทธิบัตรแต่ละฉบับให้ขอได้เฉพาะแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ อย่างเดียว การกำหนดผลิตภัณฑ์ตามวรรคหนึ่งให้รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- Section ๖๐ ทวิ
บุคคลตามมาตรา ๑๔ที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ไว้นอกราชอาณาจักรถ้ายื่นขอรับสิทธิบัตรสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นใน ราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก บุคคลนั้นจะขอให้ระบุว่าวันที่ได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเป็นวันที่ได้ ยื่นคำขอในราชอาณาจักรก็ได้
- Section ๖๑
เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๒๘แล้วแต่ก่อนที่ อธิบดีสั่งให้รับจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์และออกสิทธิบัตรถ้าปรากฏว่าคำขอรับ สิทธิบัตรไม่ชอบด้วยมาตรา ๕๖มาตรา ๕๘หรือมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๑๐มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๔ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรและให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอรับ สิทธิบัตรและผู้คัดค้านตามมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๓๑พร้อมทั้งปิดสำเนาคำสั่งไว้ณ สถานที่รับคำขอรับสิทธิบัตรด้วย ในกรณีอธิบดีมีคำสั่งยกคำขอรับสิทธิบัตรตามวรรคหนึ่งและมีผู้คัดค้านตามมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๓๑ให้อธิบดีพิจารณาคำคัดค้านของผู้คัดค้านต่อไปตามมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๓๒ มาตรา ๖๒สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุสิบปีนับแต่วันขอรับสิทธิบัตรใน ราชอาณาจักรในกรณีที่มีการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๑๖หรือ มาตรา ๗๔มิให้นับระยะเวลาในระหว่างการดำเนินคดีดังกล่าวเป็นอายุของสิทธิบัตรนั้น มาตรา ๖๒ทวิการกระทำที่ขัดต่อมาตรา ๖๓ก่อนวันออกสิทธิบัตรมิให้ถือว่าเป็นการ ละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรเว้นแต่จะเป็นการกระทำต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับ สิทธิบัตรและได้มีการประกาศโฆษณาคำขอดังกล่าวตามมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๒๘แล้ว โดยบุคคลผู้กระทำรู้ว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วหรือได้รับคำ บอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตรไว้แล้วใน กรณีเช่นนี้ผู้ขอรับสิทธิบัตรมีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากบุคคลผู้ฝ่าฝืนสิทธินั้น การเรียกค่าเสียหาย ดังกล่าวให้ยื่นฟ้องต่อศาลหลังจากที่ได้มีการออกสิทธิบัตรให้แก่ผู้ขอรับสิทธิบัตรแล้ว
- Section ๖๓
ผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้นมีสิทธิใช้แบบผลิตภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรหรือ ขายหรือมีไว้เพื่อขายหรือเสนอขายหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้แบบ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเว้นแต่การใช้แบบผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหรือวิจัย
- Section ๖๔
สิทธิบัตรใดได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๕๖มาตรา ๕๘หรือมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๑๐มาตรา ๑๑และมาตรา ๑๔ให้ถือว่าสิทธิบัตรนั้นไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่งบุคคลใดจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือ พนักงานอัยการจะฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรนั้นก็ได้
- Section ๖๕
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๐มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒มาตรา ๑๓มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๙มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๒๗มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙มาตรา ๓๑มาตรา ๓๒มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๓๗มาตรา ๓๘มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๔และมาตรา ๕๓ในหมวด ๒ว่าด้วย สิทธิบัตรการประดิษฐ์มาใช้บังคับในหมวด ๓ว่าด้วยสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์โดยอนุโลม หมวด ๓ทวิ อนุสิทธิบัตร
- Section ๖๕ ทวิ
การประดิษฐ์ที่ขอรับอนุสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้ (๑)เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ (๒)เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม
- Section ๖๕ ตรี
บุคคลใดจะขอรับทั้งอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์อย่าง เดียวกันไม่ได้
- Section ๖๕ จัตวา
ผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรหรือผู้ขอรับสิทธิบัตรมีสิทธิขอเปลี่ยนแปลงประเภท ของสิทธิที่จะขอรับจากอนุสิทธิบัตรเป็นสิทธิบัตรหรือจากสิทธิบัตรเป็นอนุสิทธิบัตรได้ก่อนการ จดทะเบียนการประดิษฐ์และออกอนุสิทธิบัตรหรือก่อนการประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตรตาม มาตรา ๒๘แล้วแต่กรณีและผู้ขอมีสิทธิให้ถือเอาวันยื่นคำขอเดิมเป็นวันยื่นคำขอทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๖๕ เบญจ
ในการจดทะเบียนการประดิษฐ์และออกอนุสิทธิบัตรให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอรับอนุสิทธิบัตรให้ถูกต้องตามมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๑๗ และตรวจสอบว่าการประดิษฐ์นั้นได้รับการคุ้มครองตามมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๙ หรือไม่และทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่ออธิบดี (๑)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับอนุสิทธิบัตรไม่ถูกต้องตามมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๑๗หรือการประดิษฐ์นั้นไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๙ให้อธิบดีสั่งยกคำขอรับอนุสิทธิบัตรนั้นและให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือ แจ้งคำสั่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรหรือโดยวิธีการอื่นที่ อธิบดีกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่ง (๒)ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าคำขอรับอนุสิทธิบัตรถูกต้องตามมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๑๗และการประดิษฐ์นั้นได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วย มาตรา ๙ให้อธิบดีมีคำสั่งให้จดทะเบียนการประดิษฐ์และออกอนุสิทธิบัตรและก่อนการจด ทะเบียนการประดิษฐ์และออกอนุสิทธิบัตรให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรเพื่อให้ผู้ ขอรับอนุสิทธิบัตรชำระค่าธรรมเนียมการออกอนุสิทธิบัตรและค่าธรรมเนียมการประกาศโฆษณา ตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๒๘(๒) อนุสิทธิบัตรให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๖๕ ฉ
ภายในหนึ่งปีนับจากวันประกาศโฆษณาการจดทะเบียนการประดิษฐ์และ ออกอนุสิทธิบัตรบุคคลผู้มีส่วนได้เสียอาจขอให้ตรวจสอบว่าการประดิษฐ์ที่ได้รับอนุสิทธิบัตรมี ลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา ๖๕ทวิหรือไม่ก็ได้ เมื่อได้รับคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ การประดิษฐ์และทำรายงานการตรวจสอบเสนอต่ออธิบดี เมื่ออธิบดีพิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสองแล้วเห็นว่า การประดิษฐ์นั้นมีลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา ๖๕ทวิให้อธิบดีแจ้งให้ผู้ขอให้ตรวจสอบและผู้ ทรงอนุสิทธิบัตรทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำวินิจฉัย ในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าการประดิษฐ์นั้นไม่มีลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา ๖๕ทวิให้ อธิบดีมีคำสั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริงและแจ้งคำสั่งให้ผู้ทรงอนุสิทธิบัตรทราบเพื่อยื่นคำแถลง แสดงเหตุผลของตนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งและอธิบดีจะเรียกให้บุคคลใดมา ให้ถ้อยคำชี้แจงหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้และเมื่อได้สอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว ถ้าอธิบดีพิจารณาเห็นว่าการประดิษฐ์นั้นไม่มีลักษณะตามที่กำหนดในมาตรา ๖๕ทวิให้อธิบดีทำ รายงานการสอบสวนเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อสั่งเพิกถอนอนุสิทธิบัตรนั้นและแจ้งให้ผู้ขอให้ ตรวจสอบและผู้ทรงอนุสิทธิบัตรทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำสั่ง
- Section ๖๕ สัตต
อนุสิทธิบัตรให้มีอายุหกปีนับแต่วันขอรับอนุสิทธิบัตรในราช-อาณาจักร ในกรณีที่มีการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๑๖มาตรา ๗๔หรือ มาตรา ๗๗ฉมิให้นับระยะเวลาในระหว่างการดำเนินคดีดังกล่าวเป็นอายุของอนุสิทธิบัตรนั้น ผู้ทรงอนุสิทธิบัตรอาจขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรได้สองคราวมีกำหนดคราวละสองปีโดยให้ ยื่นคำขอต่ออายุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุภายใน กำหนดเวลาดังกล่าวแล้วให้ถือว่าอนุสิทธิบัตรนั้นยังคงจดทะเบียนอยู่จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะ มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น การขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
- Section ๖๕ อัฏฐ
ผู้ทรงอนุสิทธิบัตรมีสิทธิใช้คำว่า“อนุสิทธิบัตรไทย”หรืออักษรอสบท. หรืออักษรต่างประเทศที่มีความหมายเช่นเดียวกันให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อ ของผลิตภัณฑ์หรือในการโฆษณาการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตร การใช้คำหรืออักษรตามวรรคหนึ่งต้องระบุหมายเลขอนุสิทธิบัตรไว้ด้วย
- Section ๖๕ นว
อนุสิทธิบัตรใดได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๕ทวิมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑หรือมาตรา ๑๔ให้ถือว่าอนุสิทธิบัตรนั้นไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่งบุคคลใดจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสีย หรือ พนักงานอัยการจะฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรนั้นก็ได้
- Section ๖๕ ทศ
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๖มาตรา ๘มาตรา ๙มาตรา ๑๐มาตรา ๑๑มาตรา ๑๒มาตรา ๑๓มาตรา ๑๔มาตรา ๑๕มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๑๘มาตรา ๑๙มาตรา ๑๙ทวิ มาตรา ๒๐มาตรา ๒๑มาตรา ๒๒มาตรา ๒๓มาตรา ๒๕มาตรา ๒๖มาตรา ๒๗มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๕ทวิมาตรา ๓๖มาตรา ๓๖ทวิมาตรา ๓๘มาตรา ๓๙มาตรา ๔๐มาตรา ๔๑มาตรา ๔๒มาตรา ๔๓มาตรา ๔๔มาตรา ๔๕มาตรา ๔๖มาตรา ๔๗มาตรา ๔๗ทวิมาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๐ทวิมาตรา ๕๑มาตรา ๕๒มาตรา ๕๓และมาตรา ๕๕ในหมวด ๒ว่า ด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์มาใช้บังคับในหมวด ๓ทวิว่าด้วยอนุสิทธิบัตรโดยอนุโลม
- หมวดที่๔ คณะกรรมการสิทธิบัตร8 条
- Section ๖๖
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า“คณะกรรมการสิทธิบัตร”ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์อุตสาหกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตรศาสตร์เภสัชศาสตร์ เศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์อีกไม่เกินสิบสองคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยในจำนวนนี้ให้ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนไม่น้อยกว่าหกคน คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
- Section ๖๗
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งหรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นใน ระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ได้ รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้ แล้ว กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
- Section ๖๘
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระเมื่อ (๑)ตาย (๒)ลาออก (๓)คณะรัฐมนตรีให้ออก (๔)เป็นบุคคลล้มละลาย (๕)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือ (๖)ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้ กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- Section ๖๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุมถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- Section ๗๐
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้ (๑)ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ (๒)วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีเกี่ยวกับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรตาม มาตรา ๔๑มาตรา ๔๕มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๕มาตรา ๖๕ฉหรือมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๔๕มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๗๒ (๓)ปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (๔)พิจารณาเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบัตรหรือนุสิทธิบัตรตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
- Section ๗๑
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเสนอความเห็น ต่อคณะกรรมการและให้นำความในมาตรา ๖๙มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการ โดยอนุโลม มาตรา ๗๒ในกรณีที่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีตามมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๒๘มาตรา ๓๐มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๖๑หรือมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๒๘มาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔หรือมาตรา ๖๕เบญจ หรือมาตรา ๖๕ฉหรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๑๒มาตรา ๑๕มาตรา ๔๙หรือมาตรา ๕๐ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตราดังกล่าวมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีถ้าไม่อุทธรณ์ภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของอธิบดีเป็นที่สุด การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ถ้ามีคู่กรณีให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่ง สำเนาอุทธรณ์ไปยังคู่กรณีด้วย
- Section ๗๓
ในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีหรือพิจารณารายงาน การสอบสวนของอธิบดีตามมาตรา ๕๕หรือมาตรา ๖๕ฉหรือรายงานของอธิบดีตามมาตรา ๔๓ หรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๔๓เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร คณะกรรมการจะให้ผู้คัดค้านหรือผู้โต้แย้งหรือผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรหรือผู้ ขอให้ตรวจสอบอนุสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรือตามอนุสิทธิบัตร แล้วแต่กรณีนำพยานหลักฐานมาแสดงหรือแถลงเพิ่มเติมก็ได้ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการ กำหนด
- Section ๗๔
เมื่อคณะกรรมการได้วินิจฉัยหรือมีคำสั่งตามมาตรา ๔๑มาตรา ๔๓มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐มาตรา ๕๕หรือมาตรา ๖๕ฉหรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๔๑มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐หรือมาตรา ๕๕หรือมาตรา ๗๒แล้วให้แจ้งคำวินิจฉัยหรือคำสั่งพร้อมด้วย เหตุผลไปยังผู้อุทธรณ์และคู่กรณีหรือผู้ ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรหรือผู้ได้รับอนุญาต ให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรือตามอนุสิทธิบัตรแล้วแต่กรณีคู่กรณีฝ่ายใดไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย หรือคำสั่งนั้น มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยหรือคำสั่ง ถ้าไม่ดำเนินคดีภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำวินิจฉัยหรือคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามพระราชบัญญัตินี้ห้ามมิให้ศาลสั่งให้คณะกรรมการ หรืออธิบดีเสียค่าฤชาธรรมเนียมแทนฝ่ายอื่น
- หมวด ๕ เบ็ดเตล็ด4 条
- Section ๗๕
ห้ามมิให้บุคคลใดซึ่งไม่มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ใช้คำว่า“สิทธิบัตรไทย” “อนุสิทธิบัตรไทย”หรืออักษรสบท.หรืออสบท.หรืออักษรต่างประเทศที่มีความหมาย เช่นเดียวกันหรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบ ห่อของผลิตภัณฑ์หรือในการโฆษณาการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ใดๆ มาตรา ๗๖ห้ามมิให้บุคคลใดใช้คำว่า“รอรับสิทธิบัตร”หรือ“รอรับอนุสิทธิบัตร”หรือคำ อื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันให้ปรากฏที่ผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อของผลิตภัณฑ์ หรือในการโฆษณาการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ใดๆเว้นแต่เป็นผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือ อนุสิทธิบัตรและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคำขอนั้น มาตรา ๗๗ในกรณีที่ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรในกรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ ฟ้องผู้ฝ่าฝืนสิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรของตนเป็นคดีแพ่งหากผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรง อนุสิทธิบัตรพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่จำเลยผลิตมีลักษณะเช่นเดียวกันหรือคล้ายกันกับผลิตภัณฑ์ที่ ผลิตโดยใช้กรรมวิธีของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยได้ใช้ กรรมวิธีของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรเว้นแต่จำเลยจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น มาตรา ๗๗ทวิในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระทำหรือกำลังจะกระทำการอย่าง ใดอย่างหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืนสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๖หรือ มาตรา ๖๓หรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๓๖ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรอาจ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวระงับหรือละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้การที่ศาลมีคำสั่ง ดังกล่าวไม่ตัดสิทธิผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรที่จะเรียกค่าเสียหายตามมาตรา ๗๗ตรี มาตรา ๗๗ตรีในกรณีที่มีการฝ่าฝืนสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรตาม มาตรา ๓๖หรือมาตรา ๖๓หรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๓๖ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืน ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรโดย คำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหายรวมทั้งการสูญเสียประโยชน์และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการ บังคับตามสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรด้วย มาตรา ๗๗จัตวาบรรดาสินค้าที่อยู่ในครอบครองของผู้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนสิทธิ ของผู้ทรงสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตรตามมาตรา ๓๖หรือมาตรา ๖๓หรือมาตรา ๖๕ทศ ประกอบด้วยมาตรา ๓๖ให้ริบเสียทั้งสิ้น ในกรณีที่ศาลเห็นสมควรอาจมีคำสั่งให้ทำลายสินค้า ดังกล่าวหรือดำเนินการอย่างอื่นเพื่อป้องกันมิให้มีการนำเอาสินค้าดังกล่าวออกจำหน่ายอีกก็ได้ มาตรา ๗๗เบญจบุคคลใดขอรับหรือร่วมขอรับทั้งสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรสำหรับการ ประดิษฐ์อย่างเดียวกันโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๕ตรีให้ถือว่าบุคคลนั้นขอรับอนุสิทธิบัตรสำหรับ การประดิษฐ์นั้น มาตรา ๗๗ฉในกรณีบุคคลหลายคนต่างทำการประดิษฐ์อย่างเดียวกันโดยไม่ได้ร่วมกัน และมีบุคคลฝ่ายหนึ่งได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรแต่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งได้ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตร (๑)ให้บุคคลซึ่งได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรหรือคำขอรับอนุสิทธิบัตรไว้ก่อนเป็นผู้มีสิทธิรับ สิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้น (๒)ถ้ามีการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในวันเดียวกันกับการยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรให้ พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรและผู้ขอรับอนุสิทธิบัตรทราบเพื่อให้ทำความตกลงกัน ว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้เดียวหรือให้มีสิทธิร่วมกันและจะให้คำขอรับสิทธิบัตรหรือคำขอรับ อนุสิทธิบัตรเป็นคำขอสำหรับการประดิษฐ์นั้นถ้าตกลงกันไม่ได้ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดให้ คู่กรณีนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดถ้าไม่นำ คดีไปสู่ศาลภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นละทิ้งคำขอรับสิทธิบัตรและละทิ้งคำ ขอรับอนุสิทธิบัตร มาตรา ๗๗สัตตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๘หรือวัน ประกาศโฆษณาการจดทะเบียนการประดิษฐ์และออกอนุสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ใดผู้ขอรับ อนุสิทธิบัตรผู้ทรงอนุสิทธิบัตรผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือผู้ทรงสิทธิบัตรผู้ใดเห็นว่าการจดทะเบียน การประดิษฐ์และออกสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นอาจไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๕ตรีเพราะการประดิษฐ์นั้นเป็นการประดิษฐ์อย่างเดียวกันกับของตนและตนได้ยื่นคำขอรับอนุ สิทธิบัตรหรือยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไว้ในวันเดียวกันกับการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรหรือการยื่นคำ ขอรับอนุสิทธิบัตรดังกล่าวผู้นั้นมีสิทธิขอให้ตรวจสอบว่าการประดิษฐ์นั้นได้ยื่นขอรับสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตรโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๕ตรีหรือไม่ เมื่อได้รับคำขอให้ตรวจสอบตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและทำรายงานการ ตรวจสอบเสนออธิบดี เมื่ออธิบดีพิจารณารายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสองแล้วเห็นว่า การจดทะเบียนการประดิษฐ์และออกสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นจะไม่ชอบ ด้วยมาตรา ๖๕ตรีเพราะการประดิษฐ์นั้นเป็นการประดิษฐ์อย่างเดียวกันและวันยื่นคำขอรับ สิทธิบัตรหรือวันยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเป็นวันเดียวกันกับวันยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรหรือวันยื่น คำขอรับสิทธิบัตรของผู้ขอให้ตรวจสอบให้อธิบดีแจ้งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรหรือผู้ทรงอนุสิทธิบัตร และผู้ขอให้ตรวจสอบทราบเพื่อให้ทำความตกลงกันว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้เดียวหรือให้มี สิทธิร่วมกันถ้าตกลงกันไม่ได้ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดให้ถือว่าบุคคลเหล่านั้นมีสิทธิร่วมกันใน การประดิษฐ์นั้น มาตรา ๗๗อัฏฐสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรใดได้ออกไปโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๕ตรี ให้ถือว่าสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรนั้นไม่สมบูรณ์ ความไม่สมบูรณ์ตามวรรคหนึ่งบุคคลใดจะกล่าวอ้างขึ้นก็ได้ ในกรณีการจดทะเบียนการประดิษฐ์และออกสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรโดยไม่ชอบด้วย มาตรา ๖๕ตรีและได้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์นั้นในวันเดียวกัน ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ทรงอนุสิทธิบัตรหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นหรือพนักงานอัยการอาจขอให้อธิบดี เรียกให้ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ทรงอนุสิทธิบัตรนั้นทำความตกลงกันว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้ เดียวหรือให้มีสิทธิร่วมกันและต้องทำความตกลงกันว่าจะเลือกให้การประดิษฐ์นั้นเป็นการ ประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรอย่างใดอย่างหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียวถ้าตกลงกันไม่ได้ ภายในเวลาที่อธิบดีกำหนดให้ถือว่าผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ทรงอนุสิทธิบัตรมีสิทธิร่วมกันและให้ถือ ว่าการประดิษฐ์นั้นเป็นการประดิษฐ์ที่ได้รับอนุสิทธิบัตร
- Section ๗๘
สิทธิบัตรอนุสิทธิบัตรหรือใบอนุญาตให้ใช้สิทธิของผู้ใดสูญหายหรือชำรุด ในสาระสำคัญให้เจ้าของขอรับใบแทนสิทธิบัตรใบแทนอนุสิทธิบัตรหรือใบแทนใบอนุญาตให้ ใช้สิทธินั้นได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
- Section ๗๙
บรรดาคำขอคำคัดค้านคำโต้แย้งและคำอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ แบบพิมพ์และมีสำเนาตามที่อธิบดีกำหนด
- Section ๘๐
บรรดาคำขอรับสิทธิบัตรคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประกาศโฆษณาคำขอรับ สิทธิบัตรคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์คำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตรคำขอจดทะเบียนสัญญา อนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรคำขอจดทะเบียนรับโอนสิทธิบัตรหรืออนุ สิทธิบัตรคำขอเปลี่ยนแปลงสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรคำขอต่ออายุอนุสิทธิบัตรคำขอบันทึกคำ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรคำขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุ สิทธิบัตรใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรคำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของ อธิบดีใบแทนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิคำขออื่นๆการคัดสำเนา เอกสารและการรับรองสำเนาเอกสารให้เสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- หมวดที่๖ ความผิดและกำหนดโทษ10 条
- Section ๘๑
เจ้าพนักงานผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๑หรือมาตรา ๒๓วรรคสองหรือมาตรา ๖๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๑หรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๒๑หรือมาตรา ๒๓วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๘๒
บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒หรือมาตรา ๖๕ประกอบด้วยมาตรา ๒๒หรือ มาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๒๒ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินสอง หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๘๓
บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๓วรรคสองหรือมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๒๓วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๘๓ ทวิ
ยกเลิก
- Section ๘๓ ตรี
ยกเลิก
- Section ๘๓ จัตวา
ยกเลิก
- Section ๘๔
บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๕หรือมาตรา ๗๖ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๘๕บุคคลใดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๓๖หรือมาตรา ๖๓โดยไม่ได้รับ อนุญาตจากผู้ทรงสิทธิบัตรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่แสนบาทหรือทั้ง จำทั้งปรับ
- Section ๘๖
บุคคลใดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๖๕ทศประกอบด้วยมาตรา ๓๖ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ทรงอนุสิทธิบัตรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสอง แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๘๗
บุคคลใดยื่นขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์หรืออนุ สิทธิบัตรโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ไปซึ่งสิทธิบัตรหรืออนุ สิทธิบัตรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๘๘
ในกรณีท่ีผู้กระทำผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคลผู้ ดำเนินกิจการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วยเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย ------------------------------------- ผู้สนองพระราชโองการ ส.โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี บัญชีอัตราค่าธรรมเนียม* ๑,๐๐๐บาท ๑.คำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ ๒.คำขอรับสิทธิบัตรสำหรับแบบผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกันและยื่นขอใน ๑๐,๐๐๐บาท คราวเดียวกันตั้งแต่๑๐คำขอขึ้นไป ๓.การประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร ๕๐๐บาท ๔.คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ฉบับละ ๕๐๐บาท ๕.คำคัดค้านการขอรับสิทธิบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐บาท ๖.สิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐บาท ๗.ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๕ ๔,๐๐๐บาท ปีที่ ๖ ๖,๐๐๐บาท ปีที่ ๗ ๘,๐๐๐บาท ปีที่ ๘ ๑๐,๐๐๐บาท ปีที่ ๙ ๑๒,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๐ ๑๔,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๑ ๑๖,๐๐๐บาท ปีที่ ๑๒ ปีที่ ๑๓ ปีที่ ๑๔ ปีที่ ๑๕ ปีที่ ๑๖ ปีที่ ๑๗ ปีที่ ๑๘ ปีที่ ๑๙ ปีที่ ๒๐ หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว ๘.ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ปีที่ ๕ ปีที่ ๖ ปีที่ ๗ ปีที่ ๘ ปีที่ ๙ ปีที่ ๑๐ หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว ๙.ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับอนุสิทธิบัตร ปีที่ 5 ปีที่ 6 หรือชำระทั้งหมดในคราวเดียว ๑๐.ค่าธรรมเนียมการต่ออายุอนุสิทธิบัตร ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ๑๑.คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุ สิทธิบัตรฉบับละ ๑๒.คำขอจดทะเบียนรับโอนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ ๑๓.คำขอเปลี่ยนแปลงคำขอรับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ ๑๔.ใบอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรฉบับละ ๑๕.ใบแทนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรหรือใบแทนใบอนุญาตให้ใช้สิทธิ ฉบับละ ๑๘,๐๐๐บาท ๒๐,๐๐๐บาท ๓๐,๐๐๐บาท ๔๐,๐๐๐บาท ๕๐,๐๐๐บาท ๖๐,๐๐๐บาท ๗๐,๐๐๐บาท ๘๐,๐๐๐บาท ๔๐๐,๐๐๐บาท ๑,๐๐๐บาท ๒,๐๐๐บาท ๓,๐๐๐บาท ๔,๐๐๐บาท ๕,๐๐๐บาท ๖,๐๐๐บาท ๒๐,๐๐๐บาท ๒,๐๐๐บาท ๔,๐๐๐บาท ๖,๐๐๐บาท ๑๔,๐๐๐บาท ๒๒,๐๐๐บาท ๕๐๐บาท ๕๐๐บาท ๕๐๐บาท ๑,๐๐๐บาท ๑๐๐บาท ๑๖.คำอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของอธิบดีฉบับละ ๑,๐๐๐บาท ๑๗.การคัดสำเนาเอกสารหน้าละ ๑๐บาท ๑๘.การรับรองสำเนาเอกสารเอกสารเกิน๑๐หน้าฉบับละ ๑๐๐บาท เอกสารไม่เกิน๑๐หน้าหน้าละ ๑๐บาท ๑๙.คำขออื่นๆฉบับละ ๑๐๐บาท บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมนี้แก้ไขใหม่โดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร(ฉบับที่๓)พ.ศ. ๒๕๔๒มาตรา ๔๒ดังข้อความที่ปรากฏนี้แล้ว หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือเพื่อส่งเสริมให้มีการ ค้นคว้าวิจัยและประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีใดขึ้นใหม่และการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ เป็นประโยชน์และเป็นการก้าวหน้าทางเทคนิคในเกษตรกรรมอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมใน ประเทศและเพื่อให้ผู้ประดิษฐ์และผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้รับการคุ้มครองการประดิษฐ์หรือการ ออกแบบผลิตภัณฑ์โดยห้ามมิให้บุคคลอื่นลอกเลียนหรือเลียนการประดิษฐ์หรือการออกแบบ ผลิตภัณฑ์นี้โดยมิได้ค่าตอบแทนจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม๙๖ ตอนที่๓๕ลงวันที่๑๖มีนาคม๒๕๒๒ ฉบับที่สองพ.ศ.๒๕๓๕ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๐๙ตอนที่๓๔ลงวันที่๓ เมษายน๒๕๓๕และ ฉบับที่สามพ.ศ.๒๕๔๒ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๑๖ตอนที่๒๒กลงวันที่ ๓๑มีนาคม๒๕๔๒ หมายเหตุ:- เนื่องจากพระราชบัญญัติสิทธิบัตร(ฉบับที่๓)พ.ศ.๒๕๔๒โดยผลของมาตรา ๒ของ พระราชบัญญัตินี้จะทำให้บทบัญญัติต่างๆมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป(ประกาศในวันที่๓๑มีนาคพ.ศ.๒๕๔๒)นั้น เป็น พระราชบัญญัติที่ออกมาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒โดยแก้ไขเพียง บางมาตราและมิได้ยกเลิกทั้งฉบับดังนั้นข้อความใดที่แก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกหรือเพิ่มเติมขึ้น ใหม่โดยเพิ่มเข้าไปในมาตราเดิมหรือเพิ่มเป็นมาตราใหม่ได้นำข้อความดังกล่าวมาใส่ไว้แทน ข้อความเดิมในมาตราต่างๆโดยได้ทำหมายเหตุ(footnote)กำกับไว้เพื่อให้เป็นที่สะดวกแก่ผู้ใช้ไว้ เรียบร้อยแล้วส่วนข้อความในบางมาตราของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร(ฉบับที่๓)พ.ศ.๒๕๔๒ที่ ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกหรือเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยเพิ่มเข้าไปในมาตราเดิมหรือ เพิ่มเป็นมาตราใหม่แต่เป็นบทบัญญัติเฉพาะกาลสำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้นำมาตรา ดังกล่าวมาแสดงต่อท้ายหมายเหตุนี้ด้วยแล้ว มาตรา ๔๓สิทธิบัตรที่ออกให้ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒หรือที่ออกให้ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร(ฉบับที่ ๒)พ.ศ.๒๕๓๕ให้ถือว่าเป็นสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ.๒๕๒๒ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้แต่ให้สิทธิบัตรมีอายุต่อไปได้เพียงเท่าที่มีเหลืออยู่ตามสิทธิบัตรนั้น มาตรา ๔๔คำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้ บังคับและอธิบดียังไม่มีคำสั่งตามมาตรา ๓๓หรือมาตรา ๓๔ผู้ขอมีสิทธิเปลี่ยนแปลงเป็นคำขอรับ อนุสิทธบัตรได้ภายในหกสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๔๕ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้”
附注与脚注
การใช้สิทธิตามสิทธิบัตร มาตรา ๔๕ผู้ทรงสิทธิบัตรจะขอให้บันทึกคำยินยอมให้บุคคลอื่นใช้สิทธิตามสิทธิบัตร ของตนลงในทะเบียนสิทธิบัตรตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงก็ได้ เมื่อได้บันทึกคำยินยอมลงในทะเบียนสิทธิบัตรแล้วและมีผู้มาขอใช้สิทธิบัตรนั้นให้อธิบดีอนุญาต ให้บุคคลซึ่งขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรนั้นใช้สิทธิบัตรได้ตามเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิและค่าตอบแทน ในการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรที่ผู้ทรงสิทธิบัตรและผู้ขอใช้สิทธิตามสิทธิบัตรตกลงกันหากทั้งสอง ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนดให้อธิบดีกำหนดเงื่อนไขข้อจำกัดสิทธิและ ค่าตอบแทนตามที่อธิบดีพิจารณาเห็นสมควร คำวินิจฉัยของอธิบดีตามวรรคสองคู่กรณีอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยนั้นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด การขอใช้สิทธิและการอนุญาตตามวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้มีการบันทึกคำยินยอมตามวรรคหนึ่งให้ลดค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับสิทธิบัตรนั้น ลงตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมรายปี
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2522.pdf30 pp.
- File checksum
- sha256:4e9d18d077e79eb9ad802b4473e42c0ac33cd1da764a62770c13169a6d665b59Pulled at 2026-08-24T07:53:29.216Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证