พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
这是哪个版本
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
本法目录
Preamble
พระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๘ตุลาคมพ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นปีที่ ๔๖ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
All sections
以列表显示- Section ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔”
- Section ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- Section ๓
ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช๒๔๗๔ (๒) พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๐๔ บรรดาบทกฎหมายกฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติ นี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
- Section ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “เครื่องหมาย”๒ หมายความว่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คำ ข้อความ ตัวหนัสือตัวเลข ลายมือชื่อ กลุ่มของสี รูปร่ งหรือรูปทรงของวัตถุ เสีย หรือสิ่งเหล่านี้ อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่๑๙๙/ฉบับพิเศษหน้า ๗/๑๕พฤศจิกายน๒๕๓๔ มาตรา ๔นิยามคำว่ “เครื่องหมาย”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ “เครื่องหมายการค้า”หมายความว่า เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือ เกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้้นแตกต่างกับ สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น “เครื่องหมายบริการ” หมายความว่า เครื่องหมายที่ใช้หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือ เกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายบริการนั้นแตกต่างกับ บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น “เครื่องหมายรับรอง” หมายความว่า เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองใช้ หรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองเกี่ยวกับ แหล่งกำเนิด ส่วนประกอบวิธีการผลิต คุณภาพหรือคุณลักษณะอื่นใดของสินค้านั้น หรือเพื่อรับรอง เกี่ยวกับสภาพ คุณภาพชนิด หรือคุณลักษณะอื่นใดของบริการนั้น “เครื่องหมายร่วม”หมายความว่า เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้ หรือจะใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกันหรือโดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคลหรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน “ผู้ได้รับอนุญาต”หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้จาก เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ได้จดทะเบียนแล้ว ให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือ เครื่องหมายบริการนั้น “พนักงานเจ้าหน้าที่”๓ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน”หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียน เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี”๔ หมายความว่าอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า “รัฐมนตรี”หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่ เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่น ตลอดจนออก ประกาศ ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้๕ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับ ได้ มาตรา ๔นิยามคำว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่”เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับ ที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๔นิยามคำว่า “อธิบดี”แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙
- หมวด ๑ เครื่องหมายการค้า
- ส่วนที่ ๑ การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า24 条
- Section ๖
เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะ ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และ (๓) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่น ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
- Section ๗
เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ได้แก่ เครื่องหมายการค้าอันมี ลักษณะที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้านั้นทราบและเข้าใจได้ว่า สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้น แตกต่างไปจากสินค้าอื่น เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็น สาระสำคัญดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีลักษณะบ่ เฉพาะ (๑) ชื่อตัว ชื่อสกุลของบุคคลธรรมดาที่ไม่เป็นชื่อสกุลตามความหมายอันเข้าใจกัน โดยธรรมดา ชื่อเต็ของนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้ หรือชื่อในทางการค้ ที่แสดงโดย ลักษณะพิเศษและไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง (๒) คำหรือข้อความอัไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุ สมบัติของสินค้้นโดยตรง และ ไม่เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๓) คำที่ประดิษฐ์ขึ้น (๔) ตัวหนังสือหรือตัวเลขที่ประดิษฐ์ขึ้น (๕) กลุ่มของสีที่แสดงโดยลักษณะพิเศษ (๖) ลายมือชื่อของผู้ขอจดทะเบียนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของผู้ขอจด ทะเบียนหรือลายมือชื่อของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว (๗) ภาพของผู้ขอจดทะเบียนหรือของบุคคลอื่นโดยได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นแล้ว หรือในกรณีที่บุคคลนั้นตายแล้วโดยได้รับอนุญาตจากบุพการี ผู้สืบสันดาน และคู่สมรสของบุคคลนั้น ถ้ามี แล้ว (๘) ภาพที่ประดิษฐ์ขึ้น (๙) ภาพอันไม่ได้เล็งถึ ลัษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง และไม่เป็นภาพ แผนที่หรือภาพแสดงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด มาตรา ๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑๐) รูปร่างหรือรูปทรงอันไม่เป็นลักษณะโดยธรรมชาติของสินค้านั้นเอง หรือไม่ เป็นรูปร่างหรือรูปทรงที่จำเป็นต่อการทำงานทางเทคนิคของสินค้า้น หรือไม่เป็นรูปร่ งหรือรูปทรงที่ ทำให้สินค้านั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น (๑๑)เสียงอันไม่ได้เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้านั้นโดยตรง หรือเสียงที่ไม่ เป็นเสียงโดยธรรมชาติของสินค้านั้น หรือเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของสินค้านั้น เครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะตามวรรคสอง (๑) ถึง (๑๑) หากได้มีการจำหน่าย เผยแพร่ หรือโฆษณาสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นจนแพร่หลายแล้วตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดและพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์นั้นแล้ว ให้ถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะ
- Section ๘
เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้ บจดทะเบียน (๑) ตราแผ่นดิน พระราชลัญจกร ลัญจกรในราชการ ตราจักรี ตรา เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราประจำตำแหน่ ตราประจำกระทรวงทบวงกรมหรือตราประจำจังหวัด (๒) ธงชาติของประเทศไทยธงพระอิสริยยศ หรือธงราชการ (๓) พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ พระนามาภิไธยย่อ หรือ นามพระราชวงศ์ (๔) พระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือรัชทายาท (๕) ชื่อ คำ ข้อความ หรือเครื่องหมายใด อันแสดงถึงพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือพระราชวงศ์ (๖) ธงชาติหรือเครื่องหมายประจำชาติของรัฐต่างประเทศ ธงหรือเครื่องหมายของ องค์การระหว่างประเทศ ตราประจำประมุขของรัฐต่างประเทศ เครื่องหมายราชการและเครื่องหมาย ควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ หรือชื่อและชื่อย่อ ของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ของ รัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศนั้น (๗) เครื่องหมายราชการ เครื่องหมายกาชาด นามกาชาดหรือกาเจนีวา (๘) เครื่ องหมายที่ เหมือนหรือคล้ายกับเหรียญใบสำคัญหนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายอื่นใดอันได้รับเป็นรางวัลในการแสดงหรือประกวดสินค้าที่รัฐบาล ไทยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐของประเทศไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือ องค์การระหว่างประเทศได้จัดให้มีขึ้น เว้นแต่ผู้ขอจดทะเบียนจะได้รับเหรียญ ใบสำคัญ หนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายเช่นว่้น เป็นรางวัลสำหรับสิ ค้านั้น และใช้เป็ส่วนหนึ่งของ เครื่องหมายการค้านั้น แต่ทั้งนี้ต้องระบุปีปฏิทินที่ได้รับรางวัลด้วย (๙) เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐ ประศาสโนบาย (๑๐) เครื่ องหมายที่ เหมือนกับเครื่องหมายที่ี ชื่อเสียงแพร่หลายทั่ วไป ตาม หลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือคล้ายกับเครื่องหมายดังกล่าวจนอาจทำให้สาธารณชน มาตรา ๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม (๑๑)เครื่องหมายที่คล้ายกับ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) (๑๒)สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (๑๓)เครื่องหมายอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- Section ๙
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น จะขอจดทะเบียนสำหรับสินค้า เฉพาะอย่างในจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันก็ได้ แต่ต้องระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับ ความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง วรรคสอง๘ (ยกเลิก) การกำหนดจำพวกสินค้า ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
- Section ๑๐
เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้นั้น ผู้ขอจดทะเบียนเพื่อเป็น เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน ต้องมีสำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อ ได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย
- Section ๑๑
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้ มครองเครื่ องหมายการค้ หากคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ เป็ไปตามที่ กำหนดในอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว ให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้๙
- Section ๑๒
ในการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ให้นายทะเบียนมี อำนาจดังต่อไปนี้ (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกผู้ขอจดทะเบียน มาให้ถ้อยคำ หรือทำคำชี้แจงเป็น หนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเกี่ ยวกับการขอจดทะเบียนเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อ ประกอบการพิจารณาได้ (๒) สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแปลเอกสารหรือหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการขอจด ทะเบียนที่เป็นภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยให้เสร็จและส่งภายในกำหนดเวลาที่เห็นสมควร (๓) เชิญบุคคลใดมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็หากผู้ขอจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตาม (๑) หรือ (๒) โดยไม่มี เหตุอันสมควร ให้ถือว่ ละทิ้งคำขอจดทะเบียน มาตรา ๙วรรคสองยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๑วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
- Section ๑๓
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียน ในกรณีที่ เห็นว่าเครื่องหมายการค้ ที่ขอจดทะเบียนนั้น (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะ อย่างเดียวกัน หรือ (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามี ลักษณะอย่างเดียวกัน
- Section ๑๔
(ยกเลิ )
- Section ๑๕
ถ้านายทะเบียนเห็นว่า (๑) ส่วนหนึ่งส่วนใดอันมิใช่สาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนราย ใดไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือ (๒) การขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดไม่ชอบด้วยมาตรา ๙หรือมาตรา ๑๐หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๑ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ารายนั้ นแก้ไข เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า๑๒
- Section ๑๖
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดทั้ง เครื่องหมายหรือส่วนหนึ่งส่วนใดอันเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้านั้น ไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ รายนั้น และมี หนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๑๗
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนรายใดหาก พิจารณาทั้งเครื่องหมายแล้ว มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖แต่เครื่องหมายการค้า รายนั้นมีส่วนหนึ่งส่วนใดหรือหลายส่วนเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือ บางจำพวก อันไม่ควรให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหนึ่งรายใดถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวก็ดี หรือมี ลักษณะไม่บ่งเฉพาะก็ดให้นายทะเบียนมี สั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑)๑๓ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธว่าไม่ขอถือเป็นสิทธิของตนแต่ผู้เดียวใน อันที่จะใช้ส่วนดังกล่ วของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น มาตรา ๑๓แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๕วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๗(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ (๒)๑๔ สั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนแสดงการปฏิเสธอย่างอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นว่า จำเป็นต่อการกำหนดสิทธิจากการจดทะเบียนของเจ้าของเครื่องหมายการค้ารายนั้น ทั้งนี้ ภายในหก สิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ายทะเบียนมีอำนาจประกาศกำหนด สิ่งที่นายทะเบียนเห็นว่า เป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจด ทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๑๘
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖และมาตรา ๑๗ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของ นายทะเบียนคำวิิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือ มาตรา ๑๗ถู ต้องแล้ว ให้ผู้ขอจดทะเบียนปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖หรือมาตรา ๑๗ไม่ถูกต้อง ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนรายนั้น ต่อไป
- Section ๑๙
ถ้าผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง และมิได้ ปฏิบัติตามคำสั่ ของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๕หรือมาตรา ๑๗แล้วแต่กรณี หรือถ้ ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ตามมาตรา ๑๘วรรคหนึ่ง แต่มิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๘วรรคสองให้ถือว่าผู้ขอ จดทะเบียนละทิ้งคำขอจดทะเบียน
- Section ๒๐
ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อ เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าเหล่านั้นมีลักษณะอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้ เป็นรายแรกและมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายหลังรอการพิจารณาดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าไว้ก่อน (๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน (๒) เป็เครื่องหมายการค้าที่ ล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดใน ความเป็นเจ้าของของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่าง จำพวกกันที่นายทะเบียนเห็นว่ามีลักษณะอย่างเดียวกัน มาตรา ๑๗(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๑๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๐แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้เป็นรายแรกไม่ได้รับการจดทะเบียน ให้นาย ทะเบียนพิจารณาดำเนิ การเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้เป็นรายถัดไป และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายนั้นและรายอื่นทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๒๑
ผู้ขอจดทะเบียนซึ่งเห็นว่าเครื่องหมายการค้าที่ตนขอจดทะเบียนมิได้ เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้ารายอื่นที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อน มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของ นายทะเบียนตามมาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๘มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๒๒
(ยกเลิก)
- Section ๒๓
(ยกเลิก)
- Section ๒๔
(ยกเลิก)
- Section ๒๕
(ยกเลิก)
- Section ๒๖
(ยกเลิก)
- Section ๒๗
ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๑๓หรือ มาตรา ๒๐วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ถ้านายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้านั้นเป็นเครื่องหมาย การค้าซึ่งต่างเจ้ ของต่ งได้ใช้าแล้วด้วยกันโดยสุจริต หรือมีพฤติารณ์พิเศษที่ายทะเบียน เห็นสมควรรับจดทะเบียน นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ดังกล่าวให้แก่เจ้าของหลายคนก็ได้ โดยจะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการใช้และเขตแห่งการใช้ เครื่องหมายการค้านั้น หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรกำหนดด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและเจ้าของเครื่องหมาย การค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด มาตรา ๒๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๒ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๓ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๕ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๖ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๗แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙
- Section ๒๘
บุคคลใดได้ยื่ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้ อก ราชอาณาจักร ถ้ายื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่ วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ นอกราชอาณาจัรเป็นครั้งแรก บุคคลนั้นจะขอให้ถือ ว่าวันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก เป็นวันที่ได้ยื่นคำขอ ในราชอาณาจักรก็ได้ หากบุคคลนั้นมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (๒) มีสัญชาติของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หรือ (๓) มีสัญชาติของประเทศที่ยินยอมให้สิทธิในทำนองเดียวกันแก่บุคคลสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่มี กงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (๔) มีภูมิลำเนา หรือประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศ ไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นเป็นครั้งแรกนอก ราชอาณาจักรถูกปฏิเสธ หรือผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งคำขอ บุคคลดังกล่าวจะขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งไม่ได้ ในกรณีที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ถูกปฏิเสธ หรือคำขอที่ผู้ยื่น คำขอจดทะเบียนถอนคืนหรือละทิ้งตามวรรคสองนอกราชอาณาจักรซ้ำอีกภายในระยะเวลาหกเดือน นับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกบุคคลซึ่งยื่นคำ ขอดังกล่าวจะขอใช้สิทธิตามวรรคหนึ่งได้ เมื่อ (๑)๒๖ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ตามวรรคสองยังมิได้มีการขอใช้สิทธิใน การระบุวันยื่นคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง และ (๒)๒๗คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคสองไม่อาจดำเนินการใดตาม กฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าในประเทศที่มีการยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ต่อไป และ (๓) การถูกปฏิเสธ ถอนคืนหรือถูกละทิ้งในครั้งแรกมิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน
- Section ๒๘ ทวิ
ในกรณีที่มีการนำสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าใดออกแสดงใน งานแสดงสินค้าระหว่างประเทศที่จัดขึ้นในประเทศไทยหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือ ความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้าซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย โดยส่วนราชการ รัฐวิาหกิจ หรือหน่วยงานอื่ ของรัฐของประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคี ดังกล่าวจัดขึ้น หรือรัฐบาลไทยรับรองการจัดงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศนั้น เจ้าของเครื่องหมาย มาตรา ๒๘แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๘วรรคสาม(๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๘วรรคสาม(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๘ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ การค้าดังกล่าวอาจขอใช้สิทธิตามมาตรา ๒๘วรรคหนึ่งได้ ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นยื่นคำขอ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสิ ค้ ที่นำออกแสดงในงานแสดงสิ ค้ ดักล่ วใน ราชอาณาจักรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ได้นำสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าวออกแสดง หรือ วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งแรกนอกราชอาณาจัแล้วแต่วันใดจะเกิดขึ้นก่อน แต่ทั้งนี้ การยื่นคำขอดังกล่าวต้องไม่เป็นการขยายระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ การจัดงานแสดงสินค้าที่จะถือเป็นงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศและการขอใช้ สิทธิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ส่วนที่ ๒ การรับจดทะเบียนและผลแห่งการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า19 条
- Section ๒๙
เมื่อนายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็ควรรับจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายใด ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น วรรคสอง(ยกเลิก) ๒๙ การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๓๐
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่ งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายใดตามมาตรา ๒๙วรรคหนึ่ง แล้ว หากปรากฏแก่นายทะเบียนในภายหลังว่า เครื่องหมายการค้ารายนั้ นไม่มีลักษณะอัพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖ก็ดหรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ อันจำเป็นจะต้อง เพิกถอนคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นก็ดี ถ้ายังมิได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้ารายนั้น ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ ขอจดทะเบียนทราบพร้อมด้วยเหตุผลโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามวรรคหนึ่งหลังจากที่ได้มีการประกาศ โฆษณาคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๒๙แล้ว ให้ประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนนั้นด้วยตามวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๓๑
ผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตาม มาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนาย ทะเบียน๓๐ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้อุทธรณ์คำสั่งตามวรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่ผู้ขอจด ทะเบียนได้อุทธรณ์ สั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนาย ทะเบียนถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อไปได้ มาตรา ๒๙วรรคสองยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๑วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้ นายทะเบียน (๑) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นต่อไป ใน กรณีที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐วรรคหนึ่ง ก่อนที่จะมีประกาศโฆษณาคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๒๙ (๒) ดำเนินการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นใหม่ ใน กรณีที่ได้มีการประกาศโฆษณาคำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐วรรคสองแล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองหรือวรรคสามให้เป็นที่สุด
- Section ๓๒
ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนตามมาตรา ๓๐หลังจากที่ได้มี การคัดค้านตามมาตรา ๓๕แล้ว ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้ คำสั่งเพิกถอนนั้นให้ผู้คัดค้ นทราบโดย ไม่ชักช้า
- Section ๓๓
ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนยังมิได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้าน นั้นให้รอการวินิจฉัยไว้ก่อนจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาการอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๑วรรคหนึ่ง หรือ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๑วรรคสองหรือวรรคสาม แล้วแต่ กรณี๓๑ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ถูกต้องแล้ว ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับคำคัดค้านนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบ โดยไม่ชักช้า คำสั่งเช่นว่ นี้ให้เป็นที่สุด ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า คำสั่งเพิกถอนของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๐ไม่ถูกต้อง ให้ายทะเบียนดำเนินการวินิจฉัยคำคัดค้านนั้นต่อไป
- Section ๓๔
ในกรณีตามมาตรา ๓๒ถ้านายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยคำคัดค้านนั้น แล้ว และมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๗ให้นายทะเบียนแจ้งให้ คณะกรรมการทราบและให้นำมาตรา ๓๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๓๕
เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดตาม มาตรา ๒๙แล้ว บุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้น หรือเห็น ว่าเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่มีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖หรือการขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ บุ คลนั้นจะยื่นคำ คัดค้านต่อนายทะเบียนก็ได้ แต่ต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๙ พร้อมทั้งแสดงเหตุแห่ การคัดค้าน๓๒ มาตรา ๓๓วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๕วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ การคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง
- Section ๓๖
ในกรณีที่มีการคัดค้านตามมาตรา ๓๕ให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำ คัดค้านไปยังผู้ขอจดทะเบียนโดยไม่ชักช้า ให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้านตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยแสดงเหตุที่ ตนอาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำ คัดค้าน และให้นายทะเบียนส่งสำเนาคำโต้แย้งนั้นไปยังผู้คัดค้านโดยไม่ชักช้า๓๔ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมิได้ดำเนินการตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ ขอจดทะเบียนละ ทิ้งคำขอจดทะเบียน ในการพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้าน นายทะเบียนจะมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียน และผู้คัดค้านมาให้ถ้อยคำ ทำคำชี้แจง หรือแสดงหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้ หากผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้ คัดค้ นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ คำสั่ ให้าย ทะเบียนพิจารณาและวินิจฉัยคำคัดค้านต่อไปตามหลักฐานที่มีอยู่๓๕
- Section ๓๗
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัย พร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ทั้งนี้ ให้ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า๓๖
- Section ๓๘
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำวินิจฉัยแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยพร้อม ด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำวิิจฉัยของคณะกรรมการ โดยฟ้อง คดีต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ การฟ้องคดีตามวรรคสอง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามมาตรา ๓๗ วรรคสองแล้ว
- Section ๓๙
ในกรณีที่มิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๗วรรคสอง หรือมิได้มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการภายใน มาตรา ๓๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๓๖วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓๖วรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๓๗วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดเวลาตามมาตรา ๓๘วรรคสองให้ถือว่าคำวินิจฉัยของนายทะเบียนหรือของคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี เป็นที่สุด
- Section ๔๐
ในกรณีที่ไม่มารคัดค้านตามมาตรา ๓๕ก็ดี หรือมีการคัดค้านตาม มาตรา ๓๕แต่ได้มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิจด ทะเบียนก็ดี ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ เมื่อได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนมี หนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ และให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลา ดังกล่าว ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียน๓๗ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๔๑
ในกรณีที่ผู้คัดค้านตามมาตรา ๓๕เป็นผู้ซึ่งได้ยื่ คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ตนคัดค้านนั้น และมีคำวินิจฉัยหรือคำ พิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้คัดค้านมีสิทธิดีกว่าผู้ถูกคัดค้านถ้าเครื่องหมายการค้าที่ผู้คัดค้านขอจด ทะเบียนนั้นมีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ตามมาตรา ๖และการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า นั้นถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ต้องประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ของผู้คัดค้านอีก
- Section ๔๒
เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนเป็วัที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนั้ สำหรับกรณีตามมาตรา ๒๘หรือ มาตรา ๒๘ทวิ ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนในราชอาณาจักร เป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้ารายนั้น
- Section ๔๓
เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้นายทะเบียนออกหนังสือ สำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้าหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย เจ้าของ เครื่องหมายการค้าจะยื่นคำขอรับใบแทนหนังสือสำคัญดังกล่าวต่อนายทะเบียนก็ได้ การออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ แบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๔๔
ภายใต้บัคับมาตรา ๒๗และมาตรา ๖๘เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ มาตรา ๔๐วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๔๒แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
- Section ๔๕
เครื่องหมายการค้าอันได้จดทะเบียนไว้โดยมิได้จำกัดสีั้น ให้ถือว่าได้ จดทะเบียนไว้ทุกสี
- Section ๔๖
บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าว ไม่ได้ บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จด ทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น
- Section ๔๗
การจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดใน การใช้โดยสุจริตซึ่งชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อสำนักงานการค้าของตนหรือของเจ้าของเดิมของกิจการของ ตนหรือไม่เป็นการขัดขวางบุคคลใดในการใช้คำบรรยายโดยสุจริตซึ่งลักษณะหรือคุ สมบัติแห่งสินค้า ของตน
- ส่วนที่ ๓ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า5 条
- Section ๔๘
สิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่ ไว้แล้ว ย่อมโอน หรือรับมรดกกันได้ ในกรณีที่มีการโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้โอนหรือผู้รับโอนแจ้ง ให้นายทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียน ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนตายให้ทายาทคนหนึ่งคนใดหรือผู้จัดการมรดกแจ้งให้นาย ทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียนเพื่อดำเนินการรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนนั้นต่อไป การโอนหรือการรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๔๙
สิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วย่อมโอนหรือรับมรดก กันได้ ทั้งนี้ จะเป็นการโอนหรือรับมรดกพร้อมกับกิจการที่เกี่ยวกับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือไม่ก็ได้ การโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง จะเป็นการโอนหรือ รับมรดกสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้๓๙
- Section ๕๐
(ยกเลิ ) มาตรา ๔๙วรรคสองเพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕๐ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕๑ การโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียน แล้วต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามหลัเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๕๑
ในกรณีที่ผู้โอน ผู้รับโอน หรือผู้รับมรดกตามมาตรา ๔๘หรือ มาตรา ๔๙ยื่นคำขอจดทะเบียนหรือรับโอนหรือรับมรดกสิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ที่นายทะเบียนเห็นว่าเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ผู้นั้นได้โอน ได้รับโอน หรือได้รับมรดก ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน ห้ามนายทะเบียนรับ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓หรือมาตรา ๒๐มาใช้บังคับโดย อนุโลม ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้รับโอนหรือผู้รับมรดก สิทธิในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ตามวรรคหนึ่งได้รบความยินยอมเป็หนังสือให้จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้จากผู้โอน ผู้รับโอน หรือผู้รับมรดกทุกราย แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าการ ขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้าดังกล่าวมีพฤติการณ์พิ เศษที่ นายทะเบียนจะรับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกันดังกล่าวให้แก่เจ้าของหลายรายก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๒๗มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๕๒
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจขอให้นายทะเบียน แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนได้เฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) ยกเลิกรายการสินค้าบางอย่างที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว (๒) ชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพของเจ้าของเครื่องหมายการค้ นั้น และของตัวแทน ถ้ามี (๓) กงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อได้ (๔) รายการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๒/๑๔๒ ในกรณีที่การขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิใน เครื่องหมายการค้าไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๑วรรคสองหรือการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจด ทะเบียนไม่เป็นไปตามมาตรา ๕๒ให้ายทะเบียนมีหนังสือแจ้ ให้ผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของ เครื่องหมายการค้าแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งนั้น หากผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้ ของเครื่องหมายการค้ามิได้ปฏิบัติตามหนัสือแจ้งของ นายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าละทิ้งคำขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิใน เครื่องหมายการค้า หรือคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนแล้วแต่กรณี มาตรา ๕๑/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕๒/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙
- ส่วนที่ ๔ การต่ออายุและการเพิ ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า15 条
- Section ๕๓
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียน ตามมาตรา ๔๒และอาจต่ออายุได้ตามมาตรา ๕๔ อายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง มิให้นับรวมระยะเวลาใน ระหว่างการดำเนินคดีทางศาลตามมาตรา ๓๘ด้วย
- Section ๕๔
เจ้าของเครื่องหมายการค้าใดประสงค์จะต่ออายุการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้ ของตนให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ ภายในสามเดือนก่อนวันสิ้นอายุ ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุตามวรรคหนึ่ง หากประสงค์ จะต่ออายุการจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุ และค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียน ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคสอง หรือเมื่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอ ต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ งหรือวรรคสองแล้ว แล้วแต่กรณี ให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้นยังคงจดทะเบียนอยู่จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งเป็น อย่างอื่น การขอต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๕๕
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และนาย ทะเบียนเห็นว่าการขอต่ออายุเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นายทะเบียนต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีกสิบปีนับแต่วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเดิม หรือนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียนที่ได้ต่อไว้ครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระค่าธรรมเนียมการ ต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แต่นายทะเบียนเห็นว่าการขอต่อ อายุไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๔วรรคสี่ ให้นาย ทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคำสั่งนั้น และมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้ ถ้าเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้นาย ทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น มาตรา ๕๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๕๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙
- Section ๕๖
ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้ามิได้ยื่นคำขอต่ออายุและชำระ ค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔วรรคสองให้ถือว่าเครื่องหมายการค้านั้น ได้ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว
- Section ๕๗
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วอาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ แต่ในกรณีที่มีการจดทะเบียน สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น การเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับอนุญาตด้วย เว้นแต่สัญญาอนุญาตดังกล่าวจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การขอเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๕๘
ในกรณีที่ปรากฏต่อนายทะเบียนว่า เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จด ทะเบียนแล้วฝ่ ฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่ อนไขหรือข้อจำกัดที่ายทะเบียนกำหนดในการรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้น
- Section ๕๙
ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว หรือตัวแทนเลิกตั้ง กงานหรือสถานที่ ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ในกรณีที่นายทะเบียนมีเหตุอัควรเชื่อว่ เจ้ ของเครื่องหมายการค้ ที่ได้จด ทะเบียนแล้วหรือตัวแทน เลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทยแล้ว ให้นาย ทะเบียนแจ้งเป็นหนัสือไปยังเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน สำนักงานหรือสถานที่ที่ได้ จดทะเบียนไว้ให้ชี้แจงเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากนายทะเบียน ถ้านายทะเบียนไม่ได้รับคำตอบภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ประกาศ โฆษณาว่าจะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ถ้านายทะเบียนยังไม่ได้รับคำตอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตาม วรรคสามให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น
- Section ๖๐
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๕๕วรรคสองมาตรา ๕๘หรือมาตรา ๕๙วรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้ คำสั่งดังกล่าว พร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นทราบโดยไม่ชักช้า เจ้ ของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิอุทธรณ์ สั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อ คณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๔๖ มาตรา ๕๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖๐วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด
- Section ๖๑
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าเครื่องหมายการค้านั้นในขณะที่จด ทะเบียน (๑) มิได้เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะตามมาตรา ๗ (๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ (๓)๔๘ เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน หรือ (๔)๔๙ เป็นเครื่องหมายการค้าที่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จด ทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้าธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็เจ้ ของของสินค้าหรือ แหล่งกำเนิดของสินค้า ไม่ว่าจะใช้กับสินค้าจำพวกเดียวกันหรือต่างจำพวกกันที่มีลักษณะอย่าง เดียวกัน
- Section ๖๒
บุคคลใดเห็นว่าเครื่องหมายการค้าใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย บุคคลนั้นอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้
- Section ๖๓
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้เพิก ถอนการจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้ ใดได้ หากพิสูจน์ได้ว่ ในขณะที่ขอจดทะเบีย เจ้ ของ เครื่องหมายการค้านั้นมิได้ตั้งใจโดยสุจริตที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และตามความจริ ก็ไม่เคยมีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับสินค้ ดังกล่าวเลย หรือใน ระหว่างสามปีก่อนที่จะมีคำร้องขอให้เพิกถอนมิได้มีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตสำหรับ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ทั้งนี้ เว้นแต่เจ้ ของเครื่องหมายการค้านั้นจะพิสูจน์ได้ว่า การที่มิได้ใช้ เครื่องหมายการค้านั้นมีสาเหตุมาจากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า และมิได้มีสาเหตุมาจากความ ตั้งใจที่จะไม่ใช้หรือจะละทิ้งเครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
- Section ๖๔
เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้ คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและผู้ได้รับอนุญาตถ้ามี ทราบเพื่อยื่นคำ ชี้แจงของตน คำชี้แจงดังกล่าวให้ยื่นต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จากคณะกรรมการ
- Section ๖๕
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งเพิ ถอนหรือไม่เพิกถอนการจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าตามมาตรา ๖๑มาตรา ๖๒หรือมาตรา ๖๓ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าว พร้อม มาตรา ๖๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๖๑(๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๖๑(๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ ด้วยเหตุผลให้ผู้ร้องขอให้เพิกถอนเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ได้รับอนุญาต ถ้ามี ทราบโดย ไม่ชักช้า ผู้ร้องขอให้เพิกถอน เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของคณะกรรมการถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการ เป็นที่สุด
- Section ๖๖
ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าใดได้ หากแสดงได้ว่าในขณะที่ร้องขอนั้ นเครื่องหมายการค้านั้นได้ กลายเป็นสิ่งที่ใช้กันสามัญในการค้าขายสำหรับสินค้าบางอย่างหรือบางจำพวก จนกระทั่งในวงการค้า หรือในสายตาของสาธารณชนเครื่องหมายการค้านั้นได้สูญเสียความหมายของการเป็เครื่องหมาย การค้าไปแล้ว
- Section ๖๗
ภายในห้าปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าใดตามมาตรา ๔๐ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอต่อศาลให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้านั้นได้ หากแสดงได้ว่าตนมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น ถ้าผู้ร้องแสดงได้แต่เพียงว่า ตนมีสิทธิดีกว่าเฉพาะสินค้าบางอย่างในจำพวกของ สินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำกัดสิทธิแห่งการจดทะเบียนให้อยู่เฉพาะสินค้าที่ผู้ร้องไม่ได้ แสดงว่าตนมีสิทธิดีกว่า
- ส่วนที่ ๕ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า12 条
- Section ๖๘
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ ขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (๑) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้ับอนุญาตที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (๒) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
- Section ๖๙
ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา ๖๘จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดและไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบายให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด๕๐ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด
- Section ๗๐
การใช้เครื่ องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น
- Section ๗๑
เจ้าของเครื่องหมายการค้ และผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา ๖๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๗๒
เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่ วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิ ถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า (๑) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบายหรือ มาตรา ๖๙วรรคสามแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ (๒) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริ อีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๗๓
เมื่อได้รับคำร้องขอตามมาตรา ๗๒วรรคสองหรือวรรคสามให้นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือผู้ได้รับ อนุญาตแล้วแต่กรณี ทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงของตนภายในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนหรือคณะกรรมการแล้วแต่กรณี ในการพิจารณาคำร้องขอตามมาตรา ๗๑หรือมาตรา ๗๒นายทะเบียนหรือ คณะกรรมการแล้วแต่กรณีจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องนำพยานหลัฐานมาแสดงหรือชี้แจงเพิ่มเติมก็ได้
- Section ๗๔
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสองแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่ง ดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน ตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าไม่ อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็นที่สุด๕๑ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสองให้เป็นที่สุด๕๒
- Section ๗๕
เมื่อคณะกรรมการได้มีคำสั่งตามมาตรา ๗๒วรรคสามแล้วให้มีหนังสือ แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ได้ับอนุญาตผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นผู้ร้องขอ และนายทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า คำสั่งดังกล่าวให้มีผลนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต่อศาลภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการ ถ้าไม่อุทธรณ์ภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของคณะกรรมการเป็นที่สุด
- Section ๗๖
ในกรณีที่มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใด การ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นย่อมสิ้นผลไปด้วย
- Section ๗๗
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น เจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นเสียเองหรือจะอนุญาตให้ บุคคลอื่นนอกจากผู้ได้รับอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกก็ได้ มาตรา ๗๔วรรคสองแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๔วรรคสามเพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
- Section ๗๘
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้ทั่วประเทศสำหรับสิ ค้ ทั้งหมดที่ได้จด ทะเบียนไว้ตลอดอายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น รวมทั้งในกรณีที่มีการต่ออายุการจด ทะเบียนด้วย
- Section ๗๙
ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้เป็น อย่างอื่น ผู้ได้รับอนุญาตจะโอนการอนุญาตตามสัญญาดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้และจะ อนุญาตช่วงให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นอีกทอดหนึ่งก็ไม่ได้ มาตรา ๗๙/๑๕๓ ในกรณีที่สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าย่อมไม่ะงับไปเพราะเหตุการโอนหรือการรับ มรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่มีการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หมวด ๑/๑ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด๕๔ มาตรา ๗๙/๒ ในหมวดนี้ “พิธีสารมาดริด”หมายความว่า พิธีสารที่เกี่ ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจด ทะเบียนระหว่างประเทศของเครื่องหมาย ซึ่งได้รับรอง ณกรุงมาดริด เมื่อวันที่ ๒๗มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒และที่แก้ไขเพิ่มเติม “คำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ”หมายความว่า คำขอเพื่อการจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมาย ร่วมที่ยื่นภายใต้พิธีสารมาดริด “สำนักระหว่างประเทศ”หมายความว่า สำนักระหว่างประเทศขององค์การ ทรัพย์สินทางปัญญาโลก “สำนักงานต้นทาง”หมายความว่า กงานที่รับคำขอจดทะเบียนหรือรับจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้เป็นฐานในการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ มาตรา ๗๙/๓ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด ให้เป็นไป ตามบทบัญญัติในหมวดนี้ และให้นำบทบัญญัติในหมวด ๑เครื่องหมายการค้า เว้นแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๔๐วรรคสองและมาตรา ๕๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๗๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ หมวด ๑/๑การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้พิธีสารมาดริด มาตรา ๗๙/๒ถึง มาตรา ๗๙/๑๕เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๗๙/๔ ผู้มีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรต้อง เป็ผู้ซึ่ ได้ยื่ คำขอจดทะเบียนหรือเป็ผู้ ซึ่ ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ ไว้แล้วใน ราชอาณาจักรและมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่มีส งานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือ (๒) มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือ (๓) มีสถานประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมและยังคงประกอบการอย่าง จริงจังในประเทศไทย มาตรา ๗๙/๕ ผู้ซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศในราชอาณาจักรมีสิทธิ ขอรับความคุ้มครองต่อภาคีอื่น และอาจขอรับความคุ้มครองเพิ่ มเติมภายหลังจากที่ได้รับการจด ทะเบียนระหว่างประเทศแล้วก็ได้ มาตรา ๗๙/๖ เมื่อได้รับแจ้งการขอจดทะเบียนระหว่างประเทศที่ระบุขอรับความ คุ้มครองในราชอาณาจักรจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ถือว่าเป็นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักรและให้นายทะเบียนดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่งไม่มีลักษณะอันพึงรับ จดทะเบียนได้ หรือการขอจดทะเบียนเครื่ องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธี และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าอาจมีการคัดค้านเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงตามวรรคสองให้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศภายในระยะเวลาและตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน เนื่องจากการคัดค้านนั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุแห่งการคัดค้านไปยังสำนัก ระหว่างประเทศภายในระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ไม่มีการแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใดไปยังสำนักระหว่างประเทศตามวรรคสอง หรือวรรคสามให้ถือว่านายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น โดยไม่ต้องประกาศโฆษณา ตามมาตรา ๒๙ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ให้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับความ คุ้มครองเช่นเดียวกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนในราชอาณาจักร มาตรา ๗๙/๗ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายใดแล้ว ให้ถือว่าวันที่ยื่นคำ ขอจดทะเบียนระหว่ งประเทศต่อสำนักงานต้ ทางเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เว้นแต่ ในกรณีที่สำนักระหว่างประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนดใน กฎกระทรวงให้ถือว่าวัที่สำนักระหว่ งประเทศได้รับคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศเป็นวันที่จด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้มีอายุสิบปีนับแต่วันที่จดทะเบียนตามวรรค หนึ่ง และอาจต่ออายุได้ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๘ ในกรณีที่ มีารระบุขอรับความคุ้ มครองในราชอาณาจัรภาย หลังจากที่สำนักระหว่างประเทศได้จดทะเบียนไว้แล้ว ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗๙/๖มาใช้บังคับโดย อนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ เครื่องหมายการค้านั้นได้รับความคุ้ ครองในราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่สำนัก ระหว่างประเทศได้บันทึกการขอรับความคุ้มครองในทะเบียนระหว่างประเทศ และให้วันสิ้นอายุการ จดทะเบียนเป็นวันเดียวกับวันสิ้นอายุในทะเบียนระหว่างประเทศนั้น และอาจต่ออายุได้ตาม พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗๙/๙ ในกรณีที่ เครื่องหมายการค้าที่ ได้รับการจดทะเบียนไว้แล้วใน ราชอาณาจักรเป็นเครื่องหมายเดียวกันกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับความคุ้มครองในราชอาณาจักรแล้ว และเป็นของเจ้ ของเดียวกัน เจ้าของเครื่องหมายการค้า นั้นอาจขอให้นายทะเบียนบันทึกว่าเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศมีผล แทนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างที่ ตรงกันก็ได้ บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบถึงสิทธิที่ได้มาจากการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าในราชอาณาจักรที่มีอยู่ก่อน มาตรา ๗๙/๑๐ ในกรณีที่คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้ ณสำนักงาน ต้นทางรวมถึงทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนตามคำขอดังกล่าว หรือทะเบียน เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ นักงานต้นทาง ซึ่งใช้เป็ฐานในการยื่ คำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้ารายใด ถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่ กรณีสำหรับสินค้ ทั้งหมดหรือบางอย่างภายในระยะเวลาที่ก หนดในกฎกระทรวงและเมื่อได้รับแจ้ง การเพิกถอนทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นจากสำนักระหว่างประเทศแล้ว ให้ ถือว่าคำขอจดทะเบียนหรือทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัถูกถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน แล้วแต่กรณี สำหรับสินค้าทั้งหมดหรือบางอย่างเช่นเดียวกัน ณวันที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอน บทบัญญัติตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่มีการดำเนินการเกี่ยวกับการถอนคืน ละทิ้ง ปฏิเสธ หรือเพิกถอน ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง แต่ผลของการ ดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากระยะเวลานั้นสิ้นสุดแล้วด้วย ในกรณีที่ประเทศไทยเป็นสำนักงานต้นทาง เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ายทะเบียนแจ้งไปยังสำนักระหว่ งประเทศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๑ ในกรณีที่ทะเบียนระหว่างประเทศสำหรับเครื่องหมายการค้าใดซึ่ง ระบุขอรับความคุ้มครองในราชอาณาจัรถูกเพิกถอนโดยสำนักระหว่างประเทศเนื่องจากเหตุตาม มาตรา ๗๙/๑๐เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ทะเบียนระหว่างประเทศถูกเพิกถอนอาจยื่นคำขอจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าเดียวกันได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นการยื่นภายใน ระยะเวลาและตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้ถือว่าวันที่จด ทะเบียนระหว่างประเทศตามมาตรา ๗๙/๗หรือวันที่บันทึกการขอรับความคุ้มครองภายหลังการจด ทะเบียนระหว่ งประเทศตามมาตรา ๗๙/๘ แล้วแต่ รณี เป็นวันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนใน ราชอาณาจักร มาตรา ๗๙/๑๒ หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศหรือเจ้าของทะเบียนระหว่างประเทศ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลอื่นใด เพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งไปยังสำนักระหว่างประเทศเพื่อแจ้งต่อไปให้บุคคลนั้นทราบ เว้นแต่เป็นกรณีที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ การส่งหนังสือดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อได้ส่งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่ง และเวลาได้ล่วง พ้นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงให้ถือว่าบุ คลตามวรรคหนึ่งได้รับหนังสือนั้นแล้ว มาตรา ๗๙/๑๓ การขอและการจดทะเบียนการขอบันทึกการจดทะเบียนระหว่าง ประเทศแทนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในราชอาณาจักรการขอรับความคุ้มครอง การแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนการอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนและการต่ออายุการจดทะเบียน รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๗๙/๑๔ การออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๗๙/๖มาตรา ๗๙/๗มาตรา ๗๙/๑๐มาตรา ๗๙/๑๑มาตรา ๗๙/๑๒และมาตรา ๗๙/๑๓ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับพิธีสาร มาดริด ค่ ดำเนินการในต่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริดให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศ ตามที่สำนักระหว่างประเทศกำหนด มาตรา ๗๙/๑๕ บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมแก่เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม ที่ขอจดทะเบียนระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด แล้วแต่กรณีด้วย
- หมวด ๒ เครื่องหมายบริการและเครื่องหมายรับรอง14 条
- Section ๘๐
ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมาย บริการโดยอนุโลม และให้คำว่า “สินค้า”ในบทบัญญัติดังกล่าวหมายความถึง “บริการ”
- Section ๘๑
เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในหมวดนี้ ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับ เครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมายรับรองโดยอนุโลม
- Section ๘๒
การขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้น นอกจากจะต้องเป็นไปตาม บทบัญญัติว่าด้วยการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ขอจดทะเบียนจะต้อ (๑) ยื่นข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย และ (๒) แสดงได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือ บริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับตาม (๑) ข้อบังคับตาม (๑) ต้องระบุถึงแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบวิธีการผลิต คุณภาพหรือ คุณลักษณะอื่นใดของสินค้าหรือบริการที่จะรับรอง ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น
- Section ๘๓
นายทะเบียนอาจมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรภายในหกสิบวัน บแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้นและมีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ ชักช้า ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙มาใช้บังคับแก่การอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนโดย อนุโลม
- Section ๘๔
ถ้านายทะเบียนเห็นว่า ผู้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองไม่มี ความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือบริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วย การใช้เครื่องหมายรับรองนั้น หรือเห็นว่าการรับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้นจะไม่เป็นประโยชน์ ต่อสาธารณชนให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองนั้นและมีหนังสือแจ้งคำสั่ง พร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๑๘และมาตรา ๑๙มาใช้ บังคับแก่การอุทธรณ์ำสั่งของนายทะเบียนโดยอนุโลม
- Section ๘๕
ในการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองให้นาย ทะเบียนระบุถึงสาระสำคัญของข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นด้วย
- Section ๘๖
เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้นก็ได้ แต่จะต้องไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ ของสาธารณชน การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๘๗
ถ้ นายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็ควรรับจดทะเบียนการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อบังคับตามมาตรา ๘๖ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียนและมีคำสั่งให้ประกาศ โฆษณาสาระสำคัญของข้อบังคับที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว เมื่อได้มีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้ง คำสั่งให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๘๘
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าไม่ควรรับจดทะเบียนการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับตามมาตรา ๘๖ให้นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน และมีหนังสือแจ้ คำสั่งพร้อมด้วย เหตุผลให้เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นทราบโดยไม่ชักช้า
- Section ๘๙
เจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้นหรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับหรือจะได้รับ ความเสียหายจากคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๗หรือมาตรา ๘๘มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๘๗หรือนับแต่วันที่ได้รับ หนังสือแจ้งคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๘๘แล้วแต่กรณี๕๕ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด
- Section ๙๐
เจ้าของเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะใช้เครื่องหมายนั้นกับ สินค้าหรือบริการของตนเองไม่ได้ และจะอนุญาตให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับรองโดยใช้เครื่องหมายนั้นก็ไม่ได้
- Section ๙๑
การอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายรับรองกับสินค้าหรือบริการของ บุคคลนั้นต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อเจ้าของเครื่องหมายรับรอง
- Section ๙๒
การโอนสิทธิในเครื่องหมายรับรองที่ได้จดทะเบียนแล้วจะกระทำได้ ต่อเมื่อ (๑) ได้ับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้วโดยผู้รับโอนสามารถแสดงต่อนายทะเบียน ได้ว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรองคุณลักษณะของสินค้าหรือบริการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับ ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนั้น (๒) ทำเป็นหนังสือ และ (๓) จดทะเบียนต่อนายทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตหรือไม่รับจดทะเบียนการโอนสิทธิตามวรรค หนึ่ง ให้นำมาตรา ๘๔มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขออนุญาตโอนสิทธิและการขอจดทะเบียนการโอนสิทธิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๙๓
สิทธิในเครื่องหมายรับรองสิ้นสุดลง เมื่อเจ้าของเครื่องหมายรับรองนั้น ตายหรือสิ้นสภาพบุคคล
- หมวด ๓ เครื่องหมายร่วม1 条
- Section ๙๔
ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้ามาใช้บังคับแก่เครื่องหมาย ร่วมโดยอนุโลมเว้นแต่บทบัญญัติในหมวด ๑ส่วนที่ ๕
- หมวด ๔ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า9 条
- Section ๙๕
ให้มีคณะกรรมการเรียกว่า “คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า” ประกอบด้วย อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการ กฤษฎีกาหรือผู้แทน อัยการสูงสุดหรือผู้แทน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย หรือการพาณิชย์ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือเครื่องหมายการค้าไม่น้อยกว่า แปดคนแต่ไม่เกินสิบสองคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง คณะกรรมการจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
- Section ๙๖
คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ (๒)๕๗ พิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้า เครื่องหมายบริก เครื่องหมายรับรองเครื่องหมายร่วม หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย การค้าหรือเครื่องหมายบริการตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) ให้คำแนะนำหรือคำปรึ ษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงหรือประกาศ ตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) พิจารณาเรื่องอื่น ๆตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
- Section ๙๗
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งซ่อมให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้วนั้น กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
- Section ๙๘
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙๗กรรมการซึ่ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้ จากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก มาตรา ๙๕แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๙๖(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
- Section ๙๙
การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่ง หนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการ คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุ ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ ขาด กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาตามมาตรา ๙๖(๑) หรือ(๒) ห้ามมิให้ กรรมการผู้นั้นเข้าร่วมประชุมในเรื่องดังกล่าว๕๘
- Section ๙๙ ทวิ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๙๖(๑) และ(๒) คณะกรรมการ มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และเมื่อดำเนินการแล้ว ให้รายงานต่อ คณะกรรมการเพื่อมีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยต่อไป ให้นำมาตรา ๙๙มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง โดยอนุโลม
- Section ๑๐๐
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือ ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ ให้นำมาตรา ๙๙มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
- Section ๑๐๑
การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนและคำร้องขอให้ เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง เครื่องหมายร่วม หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นต่อ นายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีกำหนด วิธีพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ ให้ เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา ๙๙วรรคสี่ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๙๙ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๑แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
- Section ๑๐๒
ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจมี หนัสือสอบถามหรือเรียกนายทะเบีย ผู้อุทธรณ์ หรือบุ คลอื่ นที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริ คำอธิบาย หรือความเห็น หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาก็ได้
- หมวด ๕ เบ็ดเตล็ด7 条
- Section ๑๐๓
ในระหว่างเวลาทำการ บุคคลใด ๆ มีสิทธิมาตรวจดูทะเบียน เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองและเครื่องหมายร่วมสารบบเครื่องหมาย ดังกล่าว ขอคัดสำเนาหรือขอให้รับรองสำเนาเอกสาร หรือขอคำรับรองจากนายทะเบียนเกี่ยวกับ รายการจดทะเบียนโดยเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
- Section ๑๐๔
หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด ที่มีถึงผู้ขอจดทะเบียน ผู้ คัดค้าน เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมที่ได้ จดทะเบียนแล้ว ผู้ได้รับอนุญาตหรือบุคคลอื่นใด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งโดยทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับณสำนักงานหรือสถานที่ที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียนหรือที่ได้จด ทะเบียนไว้ แล้วแต่กรณี ถ้าไม่สามารถส่งตามวิธีดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้ จะให้เจ้าพนักงานนำหนังสือนั้นไปส่ง หรือจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ในกรณีที่ให้เจ้าพนังานนำหนังสือนั้น ไปส่งถ้าไม่พบผู้รับจะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในสำนักงานหรือ สถานที่ดังกล่าว หรือจะปิดหนังสือนั้นไว้ในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย นักงานหรือสถานที่ดังกล่าวของผู้รับ นั้นก็ได้ เมื่อได้่งตามวิธีการดักล่าวในวรรคสองและเวลาได้ล่วงพ้นไปเจ็ดวัแล้ว ให้ถือว่า บุคคลนั้นได้รับหนังสือนั้นแล้ว
- Section ๑๐๕
เพื่อประโยชน์ในการฟ้องและดำเนินคดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วมตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ขอจด ทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าเครื่องหมายบริการเครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วม มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยให้ถือว่าสำนักงานหรือสถานที่ของบุคคลดังกล่าว หรือตัวแทน ตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียนหรือที่ได้จดทะเบียนไว้เป็นภูมิลำเนาของบุคคลดังกล่ ว
- Section ๑๐๖
ในกรณีที่นายทะเบียนร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิ ถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมหรือให้สั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ หรือเครื่องหมายบริ ให้นาย ทะเบียนได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๐๖ ทวิ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) เข้าไปในสถานที่ทำการ สถานที่ผลิต สถานที่จำหน่าย สถานที่รับซื้อ หรือ สถานที่เก็บสินค้าของผู้ประกอบธุรกิจหรือของบุคคลใดหรือสถานที่อื่นที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมี การฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือเข้าไปในยานพาหนะของบุคคลใดหรือสั่งเจ้าของหรือ ผู้ควบคุมยานพาหนะให้หยุดหรือจอด เพื่อตรวจสอบให้การเป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเพื่อ ตรวจค้นและยึดพยานหลักฐานหรือทรัพย์สินที่อาจริบได้ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือจับกุมผู้กระทำ ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ต้องมีหมายค้นในกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำในสถานที่หรือยานพาหนะ (ข) บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดซึ่งหน้าขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไป หรือมีเหตุอัน แน่นแฟ้นควรสงสัยว่ ได้ซุกซ่อนอยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะ (ค) เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าพยานหลักฐานหรือทรัพย์สินที่อาจริบได้ตาม พระราชบัญญัตินี้อยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะ ประกอบทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้า กว่าจะเอาหมายค้นมาได้พยานหลักฐานหรือทรัพย์สินจะถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำลาย หรือทำให้ เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม (ง) เมื่อผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าของสถานที่หรือยานพาหนะ และการจับนั้นมี หมายจับหรือจับได้โดยไม่ต้องมีหมาย ในการนี้ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือเรียกบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือ หลักฐานอื่นจากผู้ประกอบธุรกิจ เจ้าของ หรือผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือจากบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง ตลอดจนสั่งให้บุคคลดังกล่าวซึ่งอยู่ในสถานที่หรือยานพาหนะนั้นปฏิบัติการเท่าที่จำเป็ (๒) ในกรณีที่มีหลักฐานชัดแจ้งเป็นที่เชื่อถือได้ว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ให้ีอำนาจอายัดหรือยึดสินค้ายานพาหนะเอกสารหรือหลัฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การกระทำความผิดไปก่อนได้แต่ต้องรายงานต่ออธิบดีเพื่อให้ความเห็นชอบภายในสามวัน ทั้งนี้ ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
- Section ๑๐๖ ตรี
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ทวิ นายทะเบียนและ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
- Section ๑๐๖ จัตวา
ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ายทะเบียนและ พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
- หมวด ๖ บทกำหนดโทษ12 条
- Section ๑๐๗
บุคคลใดยื่นคำขอ คำคัดค้าน หรือเอกสารอื่นใดเกี่ยวกับการขอจด ทะเบียนการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการจดทะเบีย การต่ออายุารจดทะเบียนหรือการเพิ ถอนการจด ทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือการ อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่นาย ทะเบียนหรือคณะกรรมการต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๐๘
บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย รับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๐๙
บุคคลใดเลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมาย รับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชน หลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการเครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของ บุคคลอื่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๑๐๙/๑๖๔ บุคคลใดนำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่ว ของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจัรมาใช้ สำหรับสินค้าของตนเองหรือของบุคคลอื่นเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสินค้าของเจ้าของ เครื่องหมายการค้ หรือเครื่องหมายร่วม หรือเชื่อว่าเป็นสินค้ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๑๐
บุคคลใด (๑) นำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่ง สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘หรือที่ เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น ตามมาตรา ๑๐๙ หรือ (๒) ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘หรือที่เลียนเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือ เครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา ๑๐๙ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
- Section ๑๑๑
บุคคลใด มาตรา ๑๐๙/๑เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑) แสดงเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือ เครื่องหมายร่วมที่มิได้จดทะเบียนในราชอาณาจักรว่าเป็นเครื่องหมายดังกล่าวที่ได้จดทะเบียนใน ราชอาณาจักรแล้ว (๒) จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ ที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่ องหมาย รับรองหรือเครื่องหมายร่วมตาม (๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ หรือ (๓) ให้บริการหรือเสนอให้บริการโดยแสดงเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมตาม(๑) ที่ตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๑๒
บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา ๙๐ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
- Section ๑๑๒ ทวิ
ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ทวิ ต้องระวางโทษจำคุ ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๑๒ ตรี
ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน สองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- Section ๑๑๓
บุคคลใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อพ้น โทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้อีก ให้วางโทษทวีคูณ
- Section ๑๑๔
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิด ของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการ การกระทำหรือไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการอัเป็นหน้าที่ที่ต้อง กระทำของกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้อง รับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย
- Section ๑๑๕
บรรดาสินค้าที่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อ จำหน่ายอันเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่ จะมีผู้ถูกลงโทษตาม คำพิพากษาหรือไม่
- Section ๑๑๖
ในกรณีที่มีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่ามีผู้กระทำการหรือกำลังกระทำการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๑๐๘มาตรา ๑๐๙หรือมาตรา ๑๑๐เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม อาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลดังกล่าว ระงับหรือละเว้นการกระทำดังกล่าวนั้นได้ มาตรา ๑๑๒ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๑๒ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๑๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
- บทเฉพาะกาล7 条
- Section ๑๑๗
เครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔และยังคงจดทะเบียนอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้
- Section ๑๑๘
ให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปจนกว่าจะได้มี ณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- Section ๑๑๙
บรรดาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง คำขอจดทะเบียน คำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ได้จดทะเบียนแล้ว คำขอจดทะเบียน โอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า และคำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นไว้แล้วตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ถ้าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (๑) นายทะเบียนยังมิได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวให้ถือว่าเป็น คำขอที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้และให้ดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) นายทะเบียนได้มี สั่ อย่ งหนึ่ อย่ งใดเกี่ ยวกับคำขอดักล่ วแล้ว ดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด
- Section ๑๒๐
การขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ซึ่งเจ้าของได้ขอจดทะเบียนไว้สำหรับสินค้า จำพวกใดจำพวกหนึ่งทั้งจำพวก ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับ ความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง ในกรณีดังกล่าวนี้ให้นำมาตรา ๙มาใช้บังคับโดยอนุโลม
- Section ๑๒๑
การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนและการคัดค้านการ จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้อยู่ในบัคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔จนกว่าจะถึงที่สุด
- Section ๑๒๒
กำหนดเวลาในการอุทธรณ์ กำหนดเวลาในการคัดค้านการจด ทะเบียนกำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งที่อาศัยเป็หลักในการขอจดทะเบียนและ กำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าผู้ขอจดทะเบียนได้ตกลงกันแล้วหรือได้นำคดีไปสู่ศาล แล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เริ่มนับกำหนดเวลาดังกล่าวใหม่ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็น ต้นไป
- Section ๑๒๓
บรรดากฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่ ที่ออกตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม๖๘ (๑) คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม (ก) สินค้าหรือบริารแต่ละจำพวก ๑ถึง ๕อย่าง อย่างละ ๑,๐๐๐บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕อย่าง จำพวกละ ๙,๐๐๐บาท (๒) รูปเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วม ที่มีด้านกว้างหรือด้านยาวเกิน ๕เซนติเมตร ให้คิดเฉพาะส่วนที่เกิน เซนติเมตรละ ๒๐๐บาท เศษของเซนติเมตรให้คิดเป็นหนึ่งเซนติเมตร (๓) คำคัดค้านการขอจดทะเบียนตาม(๑) ฉบับละ ๒,๐๐๐บาท (๔) คำขอโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายการค้าเครื่องหมายบริ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม คำขอละ ๒,๐๐๐บาท (๕) การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม (ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ถึง ๕อย่าง อย่างละ ๖๐๐บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕อย่าง จำพวกละ ๕,๔๐๐บาท (๖) ใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ ๒๐๐บาท (๗) คำขอจดทะเบียนการโอนหรือการรับมรดกสิทธิ ในเครื่องหมายการค้ เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม คำขอละ ๒,๐๐๐บาท (๘) คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ การจดทะเบียนตาม(๕) คำขอละ ๔๐๐บาท (๙) การต่ออายุการจดทะเบียนตาม(๕) (ก) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก ๑ถึง ๕อย่าง อย่างละ ๒,๐๐๐บาท (ข) สินค้าหรือบริการแต่ละจำพวก มากกว่า ๕อย่าง จำพวกละ ๑๘,๐๐๐บาท (๑๐)คำร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอน การจดทะเบียนตาม(๕) ฉบับละ ๑,๐๐๐บาท (๑๑)คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการ คำขอละ ๑,๐๐๐บาท อัตราค่าธรรมเนียม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ (๑๒)การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้ หรือเครื่องหมายบริ สัญญาละ ๒,๐๐๐บาท (๑๓)คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการ การจดทะเบียนตาม(๑๒) คำขอละ ๔๐๐บาท (๑๔)คำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนตาม(๑๒) คำขอละ ๔๐๐บาท (๑๕)คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำขอจดทะเบียน ตาม(๑) (๗) หรือ(๑๑) คำขอละ ๒๐๐บาท (๑๖)คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับว่าด้วย การใช้เครื่องหมายรับรอง (ก) ก่อนการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง คำขอละ ๒๐๐บาท (ข) หลังการจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง คำขอละ ๔๐๐บาท (๑๗)คำอุทธรณ์ (ก) อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตาม มาตรา ๑๖มาตรา ๑๗มาตรา ๒๗ หรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๗ ฉบับละ ๔,๐๐๐บาท (ข) อุทธรณ์ตามมาตราอื่น ฉบับละ ๒,๐๐๐บาท (๑๘)การตรวจค้นข้อมูลทะเบียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการเครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม หรือสารบบเครื่องหมายดังกล่าว ชั่วโมงละ ๒๐๐บาท เศษของชั่วโมงให้คิดเป็นหนึ่งชั่วโมง (๑๙)การขอสำเนาทะเบียนเครื่องหมายการค้ เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมพร้อมคำรับรอง ฉบับละ ๔๐๐บาท (๒๐)การขอคัดสำเนาเอกสาร หน้าละ ๒๐บาท (๒๑)การขอให้รับรองสำเนาเอกสารเรื่องเดียวกัน (ก) เอกสารไม่เกิน ๔๐หน้า หน้าละ ๒๐บาท (ข) เอกสารเกิน ๔๐หน้า ฉบับละ ๘๐๐บาท (๒๒)การขอหนังสือรับรองรายการการจดทะเบียน ฉบับละ ๑๐๐บาท (๒๓)คำขออื่น ๆ คำขอละ ๒๐๐บาท (๒๔)การจัดเตรียมและจัดส่งคำขอจดทะเบียน ระหว่างประเทศและคำขออื่นภายใต้พิธีสารมาดริด (ก) บริการจัดเตรียมและจัดส่งคำขอจดทะเบียน คำขอละ ๒,๐๐๐บาท (ข) บริการจัดเตรียมและจัดส่งคำขอต่ออายุ คำขอโอน คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงและคำขออื่น ๆ คำขอละ ๑,๐๐๐บาท (ค) คำขอให้บันทึกการจดทะเบียนระหว่างประเทศ แทนการจดทะเบียนในราชอาณาจักร คำขอละ ๒,๐๐๐บาท หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติเครื่องหมาย การค้ พุทธศักราช ๒๔๗๔ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติต่างๆ จึ ล้าสมัยและไม่ สามารถคุ้มครองสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้เพียงพอ ประกอบทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับ เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมาย บริการ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายและได้รับความคุ้มครองในกฎหมายของต่างประเทศ หลาย ประเทศแล้ว ก็ยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย นอกจากนั้น พระราชบัญญัติดังกล่าวยังมี บทบัญญัติบางประการที่ ไม่เหมาะสม เช่น มิได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนและ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ตลอดจนสิทธิของผู้ขอจดทะเบียนไว้ให้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหา ในทางปฏิบัติอยู่มาก สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓๖๙ มาตรา ๒๗ บรรดาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำขอจดทะเบียน เครื่องหมายบริการ คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายรับรอง และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายร่วม ที่ได้ ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๒๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบ อุรุกวัยที่นานาประเทศได้ทำความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์ินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและจัดตั้ง องค์การการค้าโลกได้เสร็จสิ้นลงและมีผลใช้บังคับแล้ว ทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีสมาชิกองค์การ การค้าโลกมีพันธกรณีที่จะต้องออกกฎหมายอนุวัติการให้สอดคล้องกับความตกลงดักล่าวเพื่อให้การ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดลักษณะของเครื่องหมายและเครื่องหมายที่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียน เครื่องหมายการค้า การสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง การเก็บค่าธรรมเนียมในการโฆษณาคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และองค์ประกอบและ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า รวมทั้งเพิ่มเติมให้มีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กับเพิ่มเติมอำนาจของนายทะเบียนในส่วนของการ พิจารณาคำคัดค้าน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้ (ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๕๙๗๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่๒๙ก/หน้า ๑๑/๑เมษายน๒๕๔๓ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม๑๓๓/ตอนที่ ๓๘ก/หน้า ๒๓/๒๙เมษายน๒๕๕๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็ต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๓๑จะให้ใช้บังคับเมื่อใดให้ตราเป็นพระราช กฤษฎีกา มาตรา ๓๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๖ บรรดาคำขอที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดไว้แล้ว ให้การดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอดังกล่าวอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด (๒) ในกรณีที่ายทะเบียนยังมิได้มีคำสั่ อย่ งหนึ่ อย่ งใด ให้ารดำเนินการ เกี่ยวกับคำขอดังกล่าวอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การดำเนินการเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมสำหรับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้อยู่ในบังคับของ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ที่ มีคำสั่งให้จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายชุดไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นเครื่องหมาย การค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ที่มิได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเป็น เครื่องหมายชุดตามพระราชบัญญัติเครื่ องหมายการค้ พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่ เติ โดย พระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๖ ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนหลายรายต่างยื่นคำขอจดทะเบียนเป็น เจ้าของเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมไว้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และนายทะเบียนมีคำสั่งแล้วว่าเครื่องหมายดังกล่าวเป็นเครื่องหมายที่ เหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่ยังมิได้มีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนตกลงกันว่าจะให้รายหนึ่งรายใดเป็นผู้ขอ จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายนั้นแต่ผู้เดียว ให้การดำเนินการเฉพาะในกรณีดังกล่าวเป็นไปตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๓๗ คำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสำหรับเครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย บริ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่ องหมายร่ว ตามมาตรา ๕๘ และมาตรา ๕๙ แห่ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ที่นายทะเบียนได้มีคำสั่งก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้การดำเนิ การเกี่ยวกับคำสั่งเพิกถอนและค่าธรรมเนียมในเรื่องดังกล่าวอยู่ในบังคับของ บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่ จะมีการเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนการจดทะเบียนแล้วแต่ กรณี มาตรา ๓๘ บรรดากฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ จนกว่ จะมี ฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติ เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๓๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันการคุ้มครอง เครื่องหมายการค้าในระดับสากลได้มีการขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองไปยังเครื่องหมาย ประเภทใหม่ ๆซึ่งบทบัญญัติของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้ พ.ศ. ๒๕๓๔ยังไม่ครอบคลุม ประกอบกับประเทศไทยจะเข้าเป็นภาคีแห่งพิธีสารที่เกี่ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจดทะเบียน ระหว่างประเทศของเครื่องหมาย(พิธีสารมาดริด) ซึ่งพิธีสารดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็การกำหนดให้มี การยื่นคำขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และ เครื่องหมายร่วม ในประเทศภาคีแห่งพิธีสารมาดริด โดยการยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศ เพียงครั้งเดียวเพื่อขอรับความคุ้มครองไปยังประเทศต่าง ๆที่เป็นภาคีแห่งพิธีสารมาดริดได้ สมควร ขยายขอบเขตการให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า และแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับพิธีสารมาดริดดังกล่าว นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีการนำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดง เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วม ของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วมาใช้ ในลัษณะเป็การหลอกลวงซึ่ งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชนและเจ้ ของเครื่องหมาย ดังกล่าว สมควรกำหนดฐานความผิดและโทษทางอาญาสำหรับการกระทำดังกล่าว รวมทั้งสมควร ปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียนให้ีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น และ ปรับอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ กัญฑรัตน์/ปรับปรุง ๑๑กันยายน๒๕๕๘ จุฑามาศ/ปรับปรุง ๑๙พฤศจิกายน๒๕๕๘ กัญฑรัตน์/เพิ่มเติม ๓พฤษภาคม๒๕๕๙ - ๔๒-
附注与脚注
มาตรา ๘๙วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙
มาตรา ๑๐๖ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๑๐๖จัตวา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า(ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๔๓
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)主管机构网站
- 机构发布页面
- https://www.mfa.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://image.mfa.go.th/mfa/0/6p4M7ae5k9/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.2534.pdf43 pp.
- File checksum
- sha256:b669819e5c480f870ff7a836b55f8829767313dbc22b2dd6d4399339b6f6b3d8Pulled at 2026-08-24T07:37:31.980Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)通过 ai-law 检查:ToUnicode 修复 · 还原 ำ · 条文连续 · OCR 见证