เจ้าสำนักชอบที่จะยึดหน่วงเครื่องเดินทางหรือทรัพย์สินอย่างอื่น ของคนเดินทางหรือแขกอาศัยอันเอาไว้ในโรงแรม โฮเต็ลหรือสถานที่เช่นนั้นได้จนกว่าจะได้รับใช้ เงินบรรดาที่ค้างชำระแก่ตน เพื่อการพักอาศัยและการอื่นๆอันได้ทำให้แก่คนเดินทางหรือแขก อาศัยตามที่เขาพึงต้องการนั้น รวมทั้ารชดใช้เงินทั้งหลายที่ได้ออกแทนไปด้วย เจ้าสำนักจะเอาทรัพย์สินที่ได้ยึดหน่วงไว้เช่นว่านั้นออกขายทอดตลาดแล้วหักเอา เงินใช้จำนวนที่ค้างชำระแก่ตนรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดนั้นจาก เงินที่ขายทรัพย์สินนั้นก็ได้ แต่ท่านมิให้เจ้าสำนักใช้สิทธิดั่งว่านี้ จนเมื่อ (๑)ทรัพย์สินนั้นตกอยู่แก่ตนเป็นเวลานานถึงหกสัปดาห์ยังมิได้รับชำระหนี้สิน และ

(๒) อย่างน้อยเดือนหนึ่งก่อนวันขายทอดตลาด ตนได้ประกาศโฆษณาใน หนังสือพิมพ์ประจำท้องถิ่นฉบับหนึ่งแจ้งความจำนงที่จะขายทรัพย์สิน บอกลัษณะแห่งทรัพย์สิน ที่จะขายโดยย่อ กับถ้ารู้ชื่อเจ้าของ ก็บอกด้วย เมื่อขายทอดตลาดหักใช้หนี้ดั่งกล่าวแล้ว มีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใดต้องคืนให้แก่ เจ้าของ หรือฝากไว้ณสำนักงานฝากทรัพย์ตามบทบัญญัติในมาตรา๓๓๑และ๓๓๓

The citation link pins the edition with ?v=2468 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Where this text comes from

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:bd3b78a8a9ab · 2026-08-24