This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๖

本册其他条目

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิภังคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ ปฏิปทาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิปัสสีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ สิขีสูตร - กัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ มหาศักยมุนีโคตมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อาหารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ผัคคุนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ กัจจานโคตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อเจลกัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ติมพรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ พาลปัณฑิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ปัจจัยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปนิสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อัญญติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภูมิชสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ปัจจยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ภูตมิทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ กฬารขัตติยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ นตุมหากํสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ทุกขนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ญาติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อัญญตรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ชาณุสโสณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกายติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑. ปริวีมังสนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๒. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๓. ปฐมสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๔. ทุติยสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๕. ปฐมมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๖. ทุติยมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๗. ตรุณรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๘. นามรูปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๙. วิญญาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑๐. นิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ ปุตตมังสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัตถิราคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สัมมสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นฬาลาปิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ โกสัมพีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อุปยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สุสิมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ สมณพราหมณวรรคที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อันตรไปยยาลที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ โปกขรณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัมผัสสสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนเวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ พาหิรธาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัญญาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ผัสสสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนผัสสสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สัตติมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สนิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คิญชกาวสถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ หีนาธิมุตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จังกมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สตาปารัทธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อหิริกมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อโนตตัปปมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัปปสุตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กุสิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อสมาหิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทุสสีลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ สัตตกัมมปถสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสกัมมปถสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อัฏฐังคิกสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสังคิกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ จตัสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อจริสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ โนเจทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อภินันทนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อุปปาทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ติณกัฏฐสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัสสุสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขีรสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปัพพตสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาสปสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาวกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ คงคาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทัณฑสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปุคคลสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ทุคคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุขิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ติงสมัตตาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มาตุสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปิตุสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภคินีสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปุตตสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ธีตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ เวปุลลปัพพตสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สันตุฏฐสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ อโนตตัปปิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จันทูปมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ กุลูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ชิณณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ฌานาภิญญาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ภิกขุนูปัสสยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จีวรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ปรัมมรณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สัทธรรมปฏิรูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สุทธกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ พฬิสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ กุมมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทีฆโลมสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เอฬกสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสนิสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทิฏฐิสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สิคาลสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวรัมภสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สคัยหกสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณปาติสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ รูปิยปาติสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณนิกขสูตร สุวัณณนิกขสตสูตร<br>สิงคินิกขสูตร สิงคินิกขสตสูตร ปฐวีสูตร<br>อามิสกิญจิกขสูตร ชีวิตสูตร<br>ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ปุตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๔. เอกธีตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ รัชชุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ภินทิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มูลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปักกันตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ รถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มาตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปิตุสูตร ภาตุสูตร ภคินิสูตร ปุตตสูตร ธีตุสูตร ปชาปติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ จักขุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ รูปสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ วิญญาณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เจตนาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ตัณหาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จักขุสูตรที่ ๑ ... ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อนุสยสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อปคตสูตรที่ ๑๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เปสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปิณฑสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ นิจฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อุสุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัณฑภารีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กูปนิมุคคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คูถขาทิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ นิจฉวิตถีสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มังคุฬิตถีสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ โอกิลินีสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สีสัจฉินนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุนีสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สิกขมานาสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรีสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กูฏาคารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กุลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ โอกขาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ ธนุคคหสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ อาณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กลิงครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นาคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ วิฬารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ โกลิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ อุปติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ฆฏสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นวสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ สุชาตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ภัททีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ วิสาขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นันทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ เถรนามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ กัปปินสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ๑๒. สหายสูตร

经典

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สัทธรรมปฏิรูปกสูตร

อรรถกถาแปลไทย

62 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถาสัทธรรมปฏิรูปกสูตรที่ ๑๓

พึงทราบวินิจฉัยในสัทธรรมปฏิรูปกสูตรที่ ๑๓ ดังต่อไปนี้.

บทว่า อญฺญาย สณฺฐหึสุ ภิกษุตั้งอยู่ในพระอรหัตผล.

บทว่า สทฺธมฺมปฏิรูปกํ ได้แก่ สัทธรรมปฏิรูป ๒ คือ สัทธรรมปฏิรูปคืออธิคม ๑ สัทธรรมปฏิรูปคือปริยัติ ๑.

ในสัทธรรมปฏิรูปกะนั้น

ฐานะ ๑๐ เหล่านี้ คือจิตย่อมหวั่นไหวด้วยฐานะ

เหล่าใด คือหวั่นไหวในโอภาส ญาณ ปีติ ปัสสัทธิ

สุข และหวั่นไหวในอธิโมกข์ ปัคคาหะ อุปัฏฐานะ

อุเบกขาอาวัชชนะ อุเบกขานิกันติ ปัญญาอันผู้ใด

อบรมแล้ว ผู้นั้นเป็นผู้ฉลาดในความฟุ้งซ่านใน

ธรรม จะไม่ถึงความลุ่มหลง ดังนี้.

นี้ชื่อว่าอธิคม คือสัทธรรมปฏิรูปกะ อันเป็นอุปกิเลสแห่งวิปัสสนาญาณ.

ส่วนคำมิใช่พระพุทธพจน์มีคุฬหวินัย คุฬหเวสสันดร คุฬหมโหสถ วัณณปิฎก อังคุลิมาลปิฎก พระรัฐบาลคัชชิตะ ความกระหึ่มของอาฬวกคัชชิตะ เวทัลลปิฏกเป็นต้น นอกจากกถาวัตถุ ๔ เหล่านี้ คือ ธาตุกถา อารัมมณกถา อสุภกถา ญาณวัตถุกถา วิชชากรัณฑกะ ซึ่งยังไม่ยกขึ้นสู่สังคายนาทั้ง ๓ ครั้ง ชื่อว่าสัทธรรมปฏิรูป คือปริยัติ.

บทว่า ชาตรูปปฏิรูปกํ ความว่า ทองคำทำด้วยทองเหลืองอันนายช่างทองเจียระไนออกเป็นเครื่องประดับ. ก็ในเวลามีมหรสพ คนทั้งหลายไปร้านค้า ด้วยคิดว่า เราจักรับเครื่องอาภรณ์ ดังนี้. ครั้งนั้น พ่อค้าพูดกับพวกเขาอย่างนี้ว่า ถ้าท่านต้องการอาภรณ์เชิญรับอาภรณ์เหล่านี้. เพราะอาภรณ์เหล่านี้หนา สีงาม ราคาก็ถูกด้วย. คนเหล่านั้นฟังพ่อค้าเหล่านั้น รับเอาอาภรณ์เหล่านั้นไปด้วยคิดว่า พ่อค้าเหล่านี้บอกเหตุว่า ท่านใช้อาภรณ์เหล่านี้เล่นนักษัตรได้ งามก็งาม ทั้งราคาก็ถูก ดังนี้. ทองคำธรรมชาติ เขาไม่ขาย ฝังเก็บเอาไว้. เมื่อทองเทียมเกิดขึ้น ทองคำธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่าหายไปอย่างนี้.

บทว่า อถ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ ได้แก่ สัทธรรมแม้ ๓ อย่างคือ อธิคมสัทธรรม ปฏิบัติสัทธรรม ปริยัติสัทธรรม ย่อมอันตรธาน.

ก็ครั้งปฐมโพธิกาล พวกภิกษุได้เป็นผู้ถึงปฏิสัมภิทา. ครั้นเมื่อกาลล่วงไป ถึงปฏิสัมภิทาไม่ได้ แต่ก็ได้อภิญญา ๖ ต่อมาเมื่อถึงอภิญญา ๖ ไม่ได้ ก็ถึงวิชชา ๓. เมื่อล่วงมาบัดนี้ เมื่อถึงวิชชา ๓ ไม่ได้ จักถึงซึ่งเพียงความสิ้นไปแห่งอาสวะ เมื่อถึงแม้ความสิ้นอาสวะไม่ได้ ก็จักบรรลุอนาคามิผล เมื่อบรรลุแม้อนาคามิผลนั้นไม่ได้ ก็จักบรรลุสกทาคามิผล เมื่อแม้บรรลุสกทาคามิผลนั้นไม่ได้ ก็จักบรรลุแม้โสดาปัตติผล. เมื่อเวลาผ่านไป จักบรรลุแม้โสดาปัตติผลก็ไม่ได้.

ครั้งนั้นในกาลใด วิปัสสนาจักเริ่มเศร้าหมองด้วยอุปกิเลสเหล่านี้ ในกาลนั้น อธิคมสัทธรรมของพวกภิกษุเหล่านั้น จักชื่อว่าเสื่อมหายไป.

ครั้งปฐมโพธิกาล พวกภิกษุยังการปฏิบัติอันสมควรแก่ปฏิสัมภิทา ๔ ให้บริบูรณ์ เมื่อกาลล่วงไป เมื่อปฏิบัติข้อนั้นไม่ได้ ก็ปฏิบัติอันสมควรแก่อภิญญา ๖ ได้บริบูรณ์ เมื่อปฏิบัติข้อนั้นแม้ไม่ได้ก็ปฏิบัติอันสมควรแก่วิชชา ๓ ได้บริบูรณ์ เมื่อปฏิบัติข้อนั้นไม่ได้ก็ปฏิบัติอันสมควรแก่พระอรหัตผลได้บริบูรณ์ เมื่อกาลล่วงไป เมื่อปฏิบัติอันสมควรแก่พระอรหัตไม่ได้บริบูรณ์ ก็จักปฏิบัติอันสมควรแก่พระอนาคามิผลได้บริบูรณ์ ปฏิบัติแม้ข้อนั้นไม่ได้ ก็จักปฏิบัติอันสมควรแก่พระสกทาคามิผลได้บริบูรณ์ เมื่อปฏิบัติแม้ข้อนั้นไม่ได้ ก็จักปฏิบัติอันสมควรแก่โสดาปัตติผลได้บริบูรณ์.

ส่วนในกาลใด เมื่อปฏิบัติอันสมควรแม้แก่พระโสดาปัตติผลไม่ได้บริบูรณ์ ก็จักตั้งอยู่เพียงศีลอันบริสุทธิ์. ในกาลนั้น ปฏิบัติสัทธรรมจักชื่อว่าเสื่อมหายไป.

จะกล่าวว่า ศาสนาไม่อันตรธานตลอดเวลาที่พระไตรปิฏกพุทธพจน์ยังเป็นไปอยู่ ดังนี้ก็ควร. อีกอย่างหนึ่ง ๓ ปิฏกยังดำรงอยู่ เมื่ออภิธรรมปิฏกเสื่อมหายไป ปิฏก ๒ นอกนี้ก็ยังเป็นไปอยู่ ไม่ควรกล่าวว่า ศาสนาอันตรธานแล้วดังนี้.

เมื่อปิฏก ๒ เสื่อมหายไป ก็ยังดำรงอยู่เพียงวินัยปิฏก แม้ในวินัยปิฏกนั้นเมื่อขันธกบริวารเสื่อมหายไป ก็ยังดำรงอยู่เพียงอุภโตวิภังค์ เมื่อมหาวินัยเสื่อมหายไป เมื่อปาติโมกข์สองยังเป็นไปอยู่ ศาสนาอันตรธานก็หามิได้แล. แต่เมื่อใดปาติโมกข์สองจักเสื่อมหายไป เมื่อนั้นปริยัติสัทธรรมจักอันตรธาน. เมื่อปริยัติสัทธรรมนั้นเสื่อมหายไป ศาสนาชื่อว่าอันตรธานแล้ว. ด้วยว่าเมื่อปริยัติเสื่อมหายไป การปฏิบัติก็เสื่อมหายไป เมื่อการปฏิบัติเสื่อมหายไป อธิคมก็เสื่อมหายไป.

ถามว่า เพราะเหตุไร.

ตอบว่า ปริยัตินี้เป็นปัจจัยแก่การปฏิบัติ การปฏิบัติเป็นปัจจัยแก่อธิคม. แต่เมื่อว่าโดยการปฏิบัติกำหนดปริยัติเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้.

ถามว่า ในสมัยกัสสปสัมมาสัมพุทธะ อนาจารภิกษุ ชื่อกบิล จับพัดนั่งบนอาสนะด้วยคิดว่า เราจักสวดปาติโมกข์ดังนี้ จึงถามว่า ในที่นี้ผู้สวดปาติโมกข์ได้มีอยู่หรือ.

____________________________

ม. อนาราธกภิกฺขุ = ภิกษุผู้มิได้รับอาราธนา.

ครั้งนั้น ภิกษุแม้เหล่าใดสวดปาฏิโมกข์ได้ก็จริง ถึงกระนั้นภิกษุเหล่านั้นก็ไม่พูดว่า พวกเราสวดได้ แต่พูดว่า พวกเราสวดไม่ได้ ดังนี้ เพราะกลัวแต่ภิกษุนั้น เธอวางพัดลุกจากอาสนะไปแล้ว.

ถามว่า ในกาลนั้น ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธะเสื่อมแล้วมิใช่หรือ.

ตอบว่า เสื่อมแม้ก็จริง ถึงกระนั้นก็กำหนดปริยัติโดยส่วนเดียว. เปรียบเหมือนสระน้ำใหญ่ มีขอบมั่งคั่ง ไม่พึงกล่าวว่าน้ำจักไม่ขังอยู่ดังนี้ เมื่อมีน้ำ ไม่พึงกล่าวว่า ดอกไม้มีดอกปทุมเป็นต้นจักไม่บาน ดังนี้ฉันใด ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อมีพระไตรปิฎกคือพุทธพจน์ เป็นเช่นขอบอันมั่นคงของสระน้ำใหญ่ ไม่พึงกล่าวว่าไม่มี กุลบุตรยังปฏิบัติให้บริบูรณ์ได้ เป็นเช่นน้ำในสระน้ำใหญ่ ดังนี้. แต่กำหนดถึงปริยัติ โดยส่วนเดียวอย่างนี้ว่า เมื่อกุลบุตรเหล่านั้นมีอยู่ ไม่พึงกล่าวว่า พระอริยบุคคลมีพระโสดาบันเป็นต้น ไม่มี เหมือนดอกไม้มีดอกปทุมเป็นต้นในสระน้ำใหญ่ ไม่มีฉะนั้น.

บทว่า ปฐวีธาตุ ได้แก่ มหาปฐพีหนาได้สองแสนสี่หมื่นนหุต.

บทว่า อาโปธาตุ ได้แก่ น้ำอันยังกัปให้พินาศ เริ่มต้นแต่แผ่นดินท่วมสูงขึ้นไปจนถึงพรหมโลกชั้นสุภกิณหา.

บทว่า เตโชธาตุ ได้แก่ ไฟอันยังกัปให้พินาศ เริ่มแต่แผ่นดินไหม้ขึ้นไปจนถึงพรหมโลกช้นอาภัสสรา.

บทว่า วาโยธาตุ ได้แก่ ลมอันยังกัปให้พินาศ เริ่มต้นแต่แผ่นดินพัดขึ้นไปจนถึงพรหมโลกชั้นเวหัปผลา ในธรรมมีปฐวีธาตุเป็นต้นเหล่านั้น แม้ธรรมอย่างหนึ่ง ไม่สามารถจะยังสัตถุศาสน์ให้อันตรธานได้ เพราะฉะนั้น พระองค์จึงตรัสอย่างนี้.

บทว่า อิเธว เต อุปฺปชฺชนฺติ โมฆบุรุษเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นในศาสนาของเรานี้นี่แหละ เหมือนสนิมเกิดแต่เหล็ก กัดกร่อนเหล็กฉะนั้น.

บทว่า โมฆปุริสา คือ บุรุษเปล่า.

ในบทว่า อาทิเกเนว โอปิลาวติ ได้แก่ ด้วยต้นหน คือด้วยการถือ ได้แก่จับ.

บทว่า โอปิลาวติ คือ อับปาง.

มีอธิบายว่า เรืออยู่ในน้ำ บรรทุกสิ่งของย่อมอับปางฉันใด พระสัทธรรมย่อมไม่อันตรธานไป เพราะเต็มด้วยปริยัติเป็นต้นฉันนั้น. เพราะเมื่อปริยัติเสื่อม ปฏิบัติก็เสื่อม. เมื่อปฏิบัติเสื่อม อธิคมก็เสื่อม เมื่อปฏิบัติยังบริบูรณ์อยู่ บุคคลผู้ทรงปริยัติก็ยังปฏิบัติให้บริบูรณ์ได้ ผู้ปฏิบัติให้บริบูรณ์ได้ก็ยังอธิคม (ปฏิเวธ) ให้บริบูรณ์ได้. ท่านแสดงว่า เมื่อปริยัติเป็นต้นเจริญอยู่ ศาสนาของเรายังเจริญ เหมือนดวงจันทร์ส่องแสงอยู่ฉะนั้น.

บัดนี้ เมื่อทรงแสดงธรรมเป็นเหตุอันตรธาน และความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม จึงตรัสคำเป็นต้นว่า ปญฺจ โข ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า โอกฺกมนียา ความว่า ความก้าวลง คือเหตุฝ่ายต่ำ.

บทว่า อคารวา ในบทว่า สตฺถริ อคารวา เป็นต้น ได้แก่ เว้นความเคารพ.

บทว่า อปฺปติสฺสา ได้แก่ ความไม่ยำเกรง คือไม่ประพฤติถ่อมตน.

ในความไม่เคารพนั้น ภิกษุใดขึ้นสู่ลานพระเจดีย์ กั้นร่ม สวมรองเท้า แลดูแต่ที่อื่น เดินคุยกันไป. ภิกษุนี้ ชื่อว่าไม่มีความเคารพในพระศาสดา.

ภิกษุใด เมื่อเขาประกาศเวลาฟังธรรม อันภิกษุหนุ่มและสามเณรนั่งห้อมล้อม หรือกำลังทำนวกรรมเป็นต้นอย่างอื่น นั่งหลับในโรงฟังธรรม หรือเป็นผู้ฟุ้งซ่าน นั่งคุยเรื่องอื่น ภิกษุนี้ ชื่อว่าไม่มีความเคารพในพระธรรม.

ส่วนภิกษุใดไปสู่ที่บำรุงของพระเถระ นั่งไม่ไหว้ เอามือรัดเข่า ทำการบิดผ้า ก็หรือคะนองมือและเท้าอย่างอื่น มิได้รับการกล่าวเชื้อเชิญในสำนักของพระเถระผู้แก่ ภิกษุนี้ ชื่อว่าไม่มีความเคารพในพระสงฆ์.

ส่วนผู้ไม่ยังสิกขา ๓ ให้บริบูรณ์ เป็นผู้ชื่อว่าไม่มีความเคารพในสิกขา. ผู้ไม่ยังสมาบัติ ๘ ให้เกิด หรือไม่ทำความเพียร เพื่อความเกิดสมาบัติเหล่านั้น ชื่อว่าไม่มีความเคารพในสมาธิ.

ธรรมฝ่ายขาว พึงทราบโดยตรงกันข้ามกับคำที่กล่าวแล้วแล ด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาสัทธรรมปฏิรูปกสูตรที่ ๑๓ จบอรรถกถากัสสปสังยุตที่ ๔ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สันตุฏฐสูตร

๒. อโนตตัปปิสูตร

๓. จันทูปมสูตร

๔. กุลูปกสูตร

๕. ชิณณสูตร

๖. โอวาทสูตรที่ ๑

๗. โอวาทสูตรที่ ๒

๘. โอวาทสูตรที่ ๓

๙. ฌานาภิญญาสูตร

๑๐. ภิกขุนูปัสสยสูตร

๑๑. จีวรสูตร

๑๒. ปรัมมรณสูตร

๑๓. สัทธรรมปฏิรูปกสูตร ฯ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สัทธรรมปฏิรูปกสูตร 注释 · 第16册