This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๖

本册其他条目

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิภังคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ ปฏิปทาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิปัสสีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ สิขีสูตร - กัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ มหาศักยมุนีโคตมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อาหารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ผัคคุนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ กัจจานโคตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อเจลกัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ติมพรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ พาลปัณฑิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ปัจจัยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปนิสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อัญญติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภูมิชสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ปัจจยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ภูตมิทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ กฬารขัตติยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ นตุมหากํสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ทุกขนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ญาติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อัญญตรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ชาณุสโสณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกายติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑. ปริวีมังสนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๒. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๓. ปฐมสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๔. ทุติยสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๕. ปฐมมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๖. ทุติยมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๗. ตรุณรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๘. นามรูปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๙. วิญญาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑๐. นิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ ปุตตมังสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัตถิราคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สัมมสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นฬาลาปิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ โกสัมพีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อุปยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สุสิมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ สมณพราหมณวรรคที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อันตรไปยยาลที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ โปกขรณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัมผัสสสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนเวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ พาหิรธาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัญญาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ผัสสสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนผัสสสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สัตติมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สนิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คิญชกาวสถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ หีนาธิมุตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จังกมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สตาปารัทธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อหิริกมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อโนตตัปปมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัปปสุตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กุสิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อสมาหิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทุสสีลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ สัตตกัมมปถสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสกัมมปถสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อัฏฐังคิกสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสังคิกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ จตัสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อจริสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ โนเจทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อภินันทนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อุปปาทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ติณกัฏฐสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัสสุสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขีรสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปัพพตสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาสปสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาวกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ คงคาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทัณฑสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปุคคลสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ทุคคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุขิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ติงสมัตตาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มาตุสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปิตุสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภคินีสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปุตตสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ธีตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ เวปุลลปัพพตสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สันตุฏฐสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ อโนตตัปปิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จันทูปมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ กุลูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ชิณณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ฌานาภิญญาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ภิกขุนูปัสสยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จีวรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ปรัมมรณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สัทธรรมปฏิรูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สุทธกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ พฬิสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ กุมมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทีฆโลมสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เอฬกสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสนิสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทิฏฐิสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สิคาลสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวรัมภสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สคัยหกสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณปาติสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ รูปิยปาติสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณนิกขสูตร สุวัณณนิกขสตสูตร<br>สิงคินิกขสูตร สิงคินิกขสตสูตร ปฐวีสูตร<br>อามิสกิญจิกขสูตร ชีวิตสูตร<br>ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ปุตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๔. เอกธีตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ รัชชุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ภินทิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มูลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปักกันตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ รถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มาตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปิตุสูตร ภาตุสูตร ภคินิสูตร ปุตตสูตร ธีตุสูตร ปชาปติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ จักขุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ รูปสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ วิญญาณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เจตนาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ตัณหาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จักขุสูตรที่ ๑ ... ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อนุสยสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อปคตสูตรที่ ๑๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เปสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปิณฑสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ นิจฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อุสุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัณฑภารีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กูปนิมุคคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คูถขาทิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ นิจฉวิตถีสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มังคุฬิตถีสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ โอกิลินีสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สีสัจฉินนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุนีสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สิกขมานาสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรีสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กูฏาคารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กุลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ โอกขาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ ธนุคคหสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ อาณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กลิงครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นาคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ วิฬารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ โกลิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ อุปติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ฆฏสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นวสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ สุชาตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ภัททีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ วิสาขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นันทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ เถรนามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ กัปปินสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ๑๒. สหายสูตร

经典

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ กัปปินสูตร

อรรถกถาแปลไทย

53 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถากัปปินสูตรที่ ๑๑

ในกัปปินสูตรที่ ๑๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า มหากปฺปิโน ความว่า พระมหาเถระผู้อยู่ในจำนวนพระมหาสาวก ๘๐ องค์ ผู้บรรลุกำลังแห่งอภิญญามีชื่ออย่างนี้.

ได้ยินว่า พระมหาเถระนั้น ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ได้ครองราชสมบัติมีอาณาเขตประมาณ ๓๐๐ โยชน์ในกุกกุฏวดีนคร แต่เพราะในภพสุดท้ายได้เที่ยวเงี่ยโสตสดับคำสั่งสอนเห็นปานนั้น. ต่อมาวันหนึ่ง ทรงแวดล้อมไปด้วยอำมาตย์ ๑,๐๐๐ คน ได้ไปทรงกรีฑาในพระราชอุทยาน.

ก็ในคราวนั้น พ่อค้าเดินทางจากมัชฌิมประเทศไปนครนั้น เก็บสินค้าแล้วคิดจักเฝ้าพระราชา ต่างถือเครื่องบรรณาการไปพระราชทวาร สดับว่าพระราชาเสด็จไปพระราชอุทยาน จึงไปยังพระราชอุทยานยืนอยู่ที่ประตู ได้แจ้งแก่คนเฝ้าประตู ครั้นกราบทูลให้พระราชาทรงทราบ พระราชารับสั่งให้เรียกมา ตรัสถามพวกเขาผู้มอบเครื่องบรรณาการถวายบังคมยืนอยู่ว่า พ่อทั้งหลาย พวกท่านมาแต่ไหน. พ่อค้าเหล่านั้นกราบทูลว่า มาแต่กรุงสาวัตถี พระเจ้าข้า.

ร. แว่นแคว้นของพวกท่านมีภิกษาหาได้ง่ายไหม. พระเจ้าแผ่นดินทรงธรรมไหม.

พ. ขอเดชะ พระเจ้า.

ร. ก็ในประเทศของพวกท่านมีศาสนาอะไร.

พ. มี พระเจ้าข้า แต่ผู้มีปากมีเศษอาหารไม่สามารถจะพูดได้.

พระราชาได้พระราชทานน้ำด้วยพระเต้าทอง.

พ่อค้าเหล่านั้นบ้วนปากแล้ว ผินหน้าต่อพระทศพลประคองอัญชลีแล้วกราบทูลว่า ขอเดชะ ชื่อว่าพระพุทธรัตนะได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศของข้าพระองค์. พอพระราชาทรงสดับว่า พุทโธ ปีติเกิดแผ่ไปทั่วพระวรกายของพระราชา. ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสว่า พ่อทั้งหลาย ท่านจงกล่าวว่า พุทโธ เถิด. พระราชารับสั่งให้พวกพ่อค้ากล่าวขึ้น ๓ ครั้ง อย่างนี้ว่า ขอเดชะ ข้าพระองค์ทั้งหลายกล่าวว่าพุทโธ ดังนี้ จึงตรัสว่า บทว่า พุทฺโธ มีคุณหาประมาณมิได้ ใครๆ ไม่อาจทำปริมาณแห่งบทว่า พุทโธ นั้นได้จึงเลื่อมใสในพระพุทธเจ้านั้นนั่นแล. แล้วได้ประทานทรัพย์แสนหนึ่งแล้ว ตรัสถามอีกว่า ศาสนาอื่นมีไหม.

พ. มี พระเจ้าข้า คือชื่อธรรมรัตนะเกิดขึ้นแล้ว.

พระราชาทรงสดับแม้ดังนั้นแล้ว จึงทรงรับปฏิญญาถึง ๓ ครั้งเหมือนอย่างนั้น แล้วพระราชทานทรัพย์แสนหนึ่งอีก ตรัสถามอีกว่า ศาสนาอะไรอื่นมีไหม.

พ. มี พระเจ้าข้า คือพระสังฆรัตนะเกิดขึ้นแล้ว.

พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงรับปฏิญญา ๓ ครั้งเหมือนอย่างนั้น พระราชทานทรัพย์แสนหนึ่งอีก ทรงลิขิตความที่พระราชทานทรัพย์ไว้ในพระราชสาสน์แล้วส่งไปด้วยพระดำรัสสั่งว่า พ่อทั้งหลาย พวกท่านจงไปสำนักของพระเทวี. เมื่อพวกพ่อค้าเหล่านั้นไปแล้ว ท้าวเธอได้ตรัสถามอำมาตย์ทั้งหลายว่า พ่อทั้งหลาย พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้ว พวกท่านจักกระทำอะไร.

อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลว่า พระเจ้า พระองค์ประสงค์จะทำอะไร.

ร. เราจักบวช.

อ. แม้พวกข้าพระองค์ก็จักบวช.

เขาเหล่านั้นทั้งหมดไม่เยื่อใยเรือนหรือขุมทรัพย์ จึงพากันออกบวชพร้อมด้วยเหล่าม้าที่มีคนขี่ขับไป.

พวกพ่อค้าไปสำนักพระอโนชาเทวีแสดงพระราชสาสน์ พระเทวีทรงอ่านแล้วตรัสสอบถามว่า พระราชาพระราชทานกหาปณะแก่พวกท่านเป็นอันมาก พวกท่านกระทำอะไรให้เล่า พ่อ.

พ. พวกข้าพระองค์นำพระราชสาสน์ที่น่ารักมา พระเจ้าข้า.

เท. พวกท่านพอจะเล่าให้พวกเราฟังบ้างได้ไหม.

พ. ได้ พระเจ้าข้า แต่ผู้มีปากมีเศษอาหารไม่อาจจะกล่าวได้.

พระนางได้ให้ประทานน้ำด้วยพระเต้าทอง. พวกพ่อค้าเหล่านั้นบ้วนปากแล้ว กราบทูลโดยนัยที่ได้กราบทูลแด่พระราชา. แม้พระนางได้สดับแล้วทรงเกิดความปราโมทย์ ทรงรับปฏิญญา ๓ ครั้ง ในบทหนึ่งๆ โดยนัยนั้นแล ได้พระราชทานทรัพย์เก้าแสนแบ่งเป็น ๓ ส่วนตามจำนวนปฏิญญา. พวกพ่อค้าได้ทรัพย์ทั้งหมดหนึ่งล้านสองแสน.

ลำดับนั้น พระเทวีตรัสถามพวกพ่อค้าว่า พระราชาประทับอยู่ที่ไหน พ่อ.

พวกพ่อค้าทูลว่า พระราชาเสด็จออกผนวชแล้ว พระเจ้าข้า.

พระเทวีทรงส่งพวกพ่อค้าเหล่านั้นไปด้วยพระดำรัสว่า ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงไปเถิดพ่อ แล้วมีรับสั่งให้เรียกหาภริยาของพวกอำมาตย์ที่ตามเสด็จ ตรัสถามว่า พวกเธอรู้สถานที่ที่สามีของตนไปหรือแม่.

ภริยาเหล่านั้นทูลว่า ทราบ พระแม่เจ้า พวกเขาตามเสด็จประพาสพระราชอุทยาน.

พระเทวีมีพระดำรัสว่า พวกเขาไปดีแล้ว แม่ทั้งหลาย เมื่อพวกเขาไปในสวนนั้น ได้ฟังว่า พระพุทธเจ้าเกิดแล้ว พระธรรมเกิดแล้ว พระสงฆ์เกิดแล้ว จึงพากันไปบวชในสำนักพระทศพล พวกเธอจักทำอย่างไร. ภริยาเหล่านั้นทูลว่า ก็พระแม่เจ้าเล่า ประสงค์จะทำอย่างไร.

พระนางตรัสว่า เราจักบวช เราจักไม่วางอาเจียนที่เขาเหล่านั้นคายแล้วไว้ที่ปลายลิ้น. ภริยาเหล่านั้นทูลว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น แม้พวกหม่อมฉันก็จักบวช. ภริยาทั้งหมดพากันเทียมรถออกไป.

ฝ่ายพระราชาพร้อมด้วยอำมาตย์พันหนึ่งเสด็จถึงฝั่งแม่น้ำคงคา ในเวลานั้นแม่น้ำคงคาเต็มเปี่ยม. ลำดับนั้น พวกเขาเห็นดังนั้นจึงคิดว่า แม่น้ำคงคานี้เต็มเปี่ยม คลาคล่ำไปด้วยปลาร้าย และพวกทาสหรือมนุษย์ที่มากับพวกเรา ที่จะทำเรือแพให้พวกเราก็ไม่มี ก็ขึ้นชื่อว่าคุณของพระศาสดานี้ แผ่ไปเบื้องล่างถึงอเวจี เบื้องบนถึงภวัคคพรหม ถ้าพระศาสดานี้เป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ขอให้หลังกีบม้าเหล่านี้จงอย่าเปียก ดังนี้แล้วจึงให้ม้าวิ่งไปบนผิวน้ำ. แม้เพียงหลังกีบม้าตัวหนึ่งก็ไม่เปียก.

พวกเขาเหมือนไปตามทางที่เสด็จถึงฝั่งข้างโน้น แล้วถึงแม่น้ำใหญ่สายอื่นข้างหน้า. ในที่นั้นไม่มีสัจกิริยาอย่างอื่น พวกเขาข้ามแม่น้ำกว้างกึ่งโยชน์แม้นั้นด้วยสัจกิริยานั้นเอง.

ลำดับนั้น พวกเขาถึงแม่น้ำใหญ่สายที่ ๓ ชื่อจันทภาคา ได้ข้ามแม่น้ำนั้นด้วยสัจกิริยานั้นนั่นเอง.

วันนั้นเวลาใกล้รุ่ง พระศาสดาเสด็จออกจากมหากรุณาสมาบัติ ทรงตรวจดูสัตวโลก ทรงเห็นว่า วันนี้พระเจ้ามหากัปปินะทรงละราชอาณาจักรสามร้อยโยชน์ แวดล้อมไปด้วยอำมาตย์พันหนึ่งมาเพื่อบวชในสำนักของเรา มีพระดำริว่า เราควรต้อนรับพวกเขา ทรงชำระพระวรกายแต่เช้าตรู่ มีภิกษุสงฆ์เป็นบริวาร เสด็จบิณฑบาต ณ กรุงสาวัตถี หลังจากเสวยพระกระยาหารแล้วเสด็จกลับจากบิณฑบาต พระองค์เองทรงถือบาตรและจีวร เสด็จเหาะไปประทับนั่งขัดสมาธิ ดำรงพระสติมั่นเปล่งพระพุทธฉัพพรรณรังสี ณ ที่ต้นไทรใหญ่ซึ่งมีอยู่ในที่ตรงท่าข้ามของพวกเขาเหล่านั้น ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา. ตรงท่านั้น พวกเขาแลดูพระพุทธฉัพพรรณรังสีซึ่งเปล่งปลั่งวูบวาบแวววาว เห็นพระพักตร์ของพระทศพล มีสิริดังจันทร์เพ็ญ จึงตกลงใจด้วยการเห็นนั่นแหละว่า พระศาสดาที่พวกเราบวชอุทิศนั้นเป็นองค์นี้แน่ จึงน้อมกายลงถวายบังคมตั้งแต่ที่เห็น พากันมาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว.

พระราชาทรงจับข้อพระพุทธบาททั้งสองถวายบังคมแล้วประทับนั่ง ณ ที่ควรแห่งหนึ่งพร้อมด้วยอำมาตย์พันหนึ่ง. พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่พระราชาและอำมาตย์เหล่านั้น. เวลาจบเทศนา พวกเขาทั้งหมดตั้งอยู่ในพระอรหัต ทูลขอบรรพชากะพระศาสดา.

พระศาสดาทรงทราบว่า พวกนี้ถือจีวรของตนมาทีเดียว เพราะเคยถวายจีวรทาน จึงทรงเหยียดพระหัตถ์ซึ่งมีวรรณะดั่งทอง ตรัสว่า จงเป็นภิกษุเถิด ธรรมเรากล่าวดีแล้ว จงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้สิ้นสุดกองทุกข์โดยชอบเถิด. เป็นอันท่านผู้มีอายุเหล่านั้นได้บรรพชาและอุปสมบทแล้ว. ท่านเหล่านั้นเป็นเหมือนพระเถระมีพรรษา ๖๐ แวดล้อมพระศาสดา.

ฝ่ายพระอโนชาเทวีมีรถพันหนึ่งเป็นบริวารเสด็จถึงฝั่งแม่น้ำคงคา มิได้เห็นเรือหรือแพที่มาเป็นประโยชน์แก่พระราชา โดยที่พระนางเป็นหญิงฉลาด จึงมีพระดำริว่า พระราชาจักทรงทำสัจกิริยาเสด็จไป ก็พระศาสดานั้นมิได้ทรงบังเกิดเพื่อประโยชน์แก่พระราชาและอำมาตย์เหล่านั้นพวกเดียวเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้ ถ้าพระศาสดานั้นเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ขอให้รถทั้งหลายของพวกเราอย่าได้จมน้ำ ดังนี้แล้วให้รถแล่นไปบนผิวน้ำ. แม้เพียงกงรถก็ไม่เปียก. แม้แม่น้ำสายที่ ๒ และที่ ๓ พระนางก็ข้ามได้ด้วยสัจกิริยานั้นนั่นเอง. เมื่อกำลังข้ามแม่น้ำอยู่นั่นแล พระนางได้ทอดพระเนตรเห็นพระศาสดาที่โคนต้นไทร.

พระศาสดามีพระดำริว่า เมื่อหญิงเหล่านี้เห็นสามีของตนฉันทราคะจะเกิดขึ้นทำอันตรายต่อมรรคผล แต่ฉันทราคะนั้นจักไม่อาจทำอันตรายอย่างนี้ได้ ได้ทรงกระทำโดยวิธีที่พวกเขาจะเห็นกันและกันไม่ได้. หญิงเหล่านั้นทั้งหมดขึ้นจากท่า นั่งถวายบังคมพระทศพล.

พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่หญิงเหล่านั้น. เวลาจบเทศนา หญิงทั้งหมดดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้วจึงได้เห็นกันและกัน.

พระศาสดาทรงพระดำริว่า ขออุบลวรรณาจงมา.

พระอุบลวรรณาเถรีมาแล้ว ให้หญิงทั้งหมดบรรพชาแล้วพาไปสำนักนางภิกษุณี. พระศาสดาพาภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปเหาะไปพระเชตวัน.

ท่านหมายเอาพระมหากัปปินะนี้ จึงได้กล่าวคำนี้ว่า มหากปฺปิโนติ เอวํนามโก อภิญฺญาพลปฺปตฺโต อสีติมหาสาวกานํ อพฺภนฺตโร มหาเถโร ดังนี้.

บทว่า ชเนตสฺมึ แปลว่า ในชุมชนผู้ให้กำเนิด. อธิบายว่า ในหมู่สัตว์.

บทว่า เย โคตฺตปฏิสาริโน ความว่า บรรดาผู้ที่ยึดถือคือปฏิบัติญาณโคตรว่า พวกเราเป็นวาเสฏฐโคตร ดังนี้เป็นต้น กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุด.

บทว่า วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยวิชชา ๘ ประการ และจรณธรรม ๑๕ ประเภท.

บทว่า ตปติ แปลว่า ย่อมไพโรจน์.

บทว่า ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ ความว่า พราหมณ์ผู้เป็นขีณาสพเพ่งฌานสองอย่างย่อมไพโรจน์ยิ่ง ก็ขณะนั้น พระกาฬุทายีเถระนั่งเพ่งฌานสองอย่างอยู่ในที่ไม่ไกล.

บทว่า พุทฺโธ ตปติ ความว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้าย่อมไพโรจน์.

ได้ยินว่า นี้เป็นมงคลคาถาทั้งหมด.

เล่ากันว่า พระเจ้าภาติกราชให้ทำการบูชาอย่างหนึ่งแล้ว ตรัสกะผู้เป็นอาจารย์ว่า ขอท่านจงบอกชัยมงคลอย่างหนึ่งที่ไม่พ้นจากพระรัตนตรัย.

ผู้เป็นอาจารย์พิจารณาถึงพระพุทธพจน์คือพระไตรปิฏก เมื่อจะกล่าวมงคลคาถานี้ กล่าวว่า ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ พระอาทิตย์สว่างในกลางวัน ดังนี้แล้ว ประคองอัญชลีแก่พระอาทิตย์ที่ตกไปอยู่ กล่าวว่า รตฺติมาภาติ จนฺทิมา พระจันทร์ที่สว่างในกลางคืน ดังนี้แล้วประคองอัญชลีแก่พระจันทร์ที่กำลังขึ้น กล่าวว่า สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ กษัตริย์ทรงสวมเกราะย่อมงามสง่า ดังนี้แล้วประคองอัญชลีแก่พระราชา กล่าวว่า ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ พราหมณ์ผู้เพ่งฌานย่อมรุ่งเรือง ดังนี้แล้วประคองอัญชลีแก่ภิกษุสงฆ์ กล่าวว่า พุทฺโธ ตปติ เตชสา พระพุทธเจ้าย่อมรุ่งเรืองด้วยเดช ดังนี้แล้วประคองอัญชลีแก่มหาเจดีย์.

ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะท่านผู้เป็นอาจารย์ว่า ท่านอย่าลดมือลง แล้วทรงมอบทรัพย์พันหนึ่งไว้ในมือที่ยกขึ้นนั่นแล.

จบอรรถกถากัปปินสูตรที่ ๑๑ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร