This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๑๖

本册其他条目

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิภังคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ ปฏิปทาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ วิปัสสีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ สิขีสูตร - กัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ พุทธวรรคที่ ๑ มหาศักยมุนีโคตมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อาหารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ผัคคุนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ กัจจานโคตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ อเจลกัสสปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ติมพรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ พาลปัณฑิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อาหารวรรคที่ ๒ ปัจจัยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ทสพลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปนิสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อัญญติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภูมิชสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ปัจจยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ภูตมิทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ กฬารขัตติยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ ญาณวัตถุสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ นตุมหากํสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ กฬารขัตติยวรรคที่ ๔ เจตนาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ทุกขนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกนิโรธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ญาติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อัญญตรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ ชาณุสโสณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ โลกายติกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ คหบดีวรรคที่ ๕ อริยสาวกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑. ปริวีมังสนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๒. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๓. ปฐมสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๔. ทุติยสังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๕. ปฐมมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๖. ทุติยมหารุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๗. ตรุณรุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๘. นามรูปสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๙. วิญญาณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรคที่ ๖ ๑๐. นิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัสสุตวตาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ ปุตตมังสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อัตถิราคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สัมมสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ นฬาลาปิยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ โกสัมพีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ อุปยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ มหาวรรคที่ ๗ สุสิมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ สมณพราหมณวรรคที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อันตรไปยยาลที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ โปกขรณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สัมเภชอุทกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ สมุททสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ อภิสมยวรรคที่ ๑๐ ปัพพตูปมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัมผัสสสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนเวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ พาหิรธาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนสัญญาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ ผัสสสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ นานัตตวรรคที่ ๑ โนผัสสสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สัตติมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สนิทานสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คิญชกาวสถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ หีนาธิมุตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จังกมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สตาปารัทธสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อหิริกมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อโนตตัปปมูลกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อัปปสุตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กุสิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อสมาหิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทุสสีลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ สัตตกัมมปถสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสกัมมปถสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ อัฏฐังคิกสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ ทสกัมมปถวรรคที่ ๓ ทสังคิกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ จตัสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อจริสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ โนเจทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อภินันทนสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ อุปปาทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ธาตุสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ติณกัฏฐสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปฐวีสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัสสุสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขีรสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปัพพตสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาสปสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สาวกสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ คงคาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทัณฑสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปุคคลสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ทุคคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุขิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ติงสมัตตาสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มาตุสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปิตุสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภาตุสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภคินีสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ปุตตสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ธีตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ เวปุลลปัพพตสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สันตุฏฐสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ อโนตตัปปิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จันทูปมสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ กุลูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ชิณณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ โอวาทสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ฌานาภิญญาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ภิกขุนูปัสสยสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ จีวรสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ ปรัมมรณสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค กัสสปสังยุตต์ สัทธรรมปฏิรูปกสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สุทธกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ พฬิสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ กุมมสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทีฆโลมสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เอฬกสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสนิสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ทิฏฐิสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สิคาลสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวรัมภสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สคัยหกสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณปาติสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ รูปิยปาติสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สุวัณณนิกขสูตร สุวัณณนิกขสตสูตร<br>สิงคินิกขสูตร สิงคินิกขสตสูตร ปฐวีสูตร<br>อามิสกิญจิกขสูตร ชีวิตสูตร<br>ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ชนปทกัลยาณีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ปุตตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๔. เอกธีตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ รัชชุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ ตติยวรรคที่ ๓ ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ภินทิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มูลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ธรรมสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปักกันตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ รถสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ มาตุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปิตุสูตร ภาตุสูตร ภคินิสูตร ปุตตสูตร ธีตุสูตร ปชาปติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ จักขุสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ รูปสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ วิญญาณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัมผัสสสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เวทนาสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัญญาสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เจตนาสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ตัณหาสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ธาตุสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ จักขุสูตรที่ ๑ ... ขันธสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อนุสยสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ราหุลสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ อปคตสูตรที่ ๑๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ เปสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ ปิณฑสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ นิจฉวิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อสิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อุสุสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ สูจิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อัณฑภารีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ กูปนิมุคคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ คูถขาทิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ นิจฉวิตถีสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ มังคุฬิตถีสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ โอกิลินีสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สีสัจฉินนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุสูตรที่ ๗สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ ภิกขุนีสูตรที่ ๘สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สิกขมานาสูตรที่ ๙สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรสูตรที่ ๑๐สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลักขณสังยุตต์ ทุติยวรรคที่ ๒ สามเณรีสูตรที่ ๑๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กูฏาคารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นขสิขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กุลสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ โอกขาสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สัตติสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ ธนุคคหสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ อาณิสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กลิงครสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นาคสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ วิฬารสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ โกลิตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ อุปติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ฆฏสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นวสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ สุชาตสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ภัททีสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ วิสาขสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ นันทสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ติสสสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ เถรนามสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ กัปปินสูตรสังยุตตนิกาย นิทานวรรค ภิกขุสังยุตต์ ๑๒. สหายสูตร

经典

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปนิสสูตร

อรรถกถาแปลไทย

53 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถาอุปนิสสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในอุปนิสสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.

ในบททั้งหลายมีว่า ชานโต อหํ เป็นต้น บทว่า ชานโต แปลว่า รู้อยู่. บทว่า ปสฺสโต แปลว่า เห็นอยู่. แม้ทั้ง ๒ บท ก็มีความอย่างเดียวกัน ต่างแต่พยัญชนะเท่านั้น.

แม้เมื่อเป็นอย่างนั้น บทว่า ชานโต จึงชี้บุคคลอาศัยลักษณะแห่งญาณ. ด้วยว่า ญาณมีความรู้ทั่วถึงเป็นลักษณะ.

บทว่า ปสฺสโต ชี้บุคคลอาศัยอานุภาพแห่งญาณ. ด้วยว่า ญาณมีการเห็นเป็นอานุภาพ. บุคคลผู้ประกอบด้วยญาณ ย่อมเห็นธรรมทั้งหลายที่เปิดเผยด้วยญาณ เหมือนคนมีจักษุ เห็นรูปทั้งหลายด้วยจักษุ.

ในคำว่า อาสวานํ ขยา นี้ ความละ ความไม่เกิดขึ้น อาการที่สิ้นไป ความไม่มีอาสวะทั้งหลายก็เรียกว่า อาสวักขัย. ภังคะก็ดี มรรคผลนิพพานก็ดี ท่านเรียกว่า อาสวักขัย แม้นี้.

จริงอยู่ อาการที่สิ้นไป ท่านเรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีเป็นต้นว่า อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ เจโตวิมุตติที่ไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไป.

ภังคะ ก็เรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีนี้ว่า โย อาสวานํ ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อาการที่อาสวะสิ้นไป เสื่อมไป แตกไป แตกขาดไป ไม่เที่ยง หายไป.

มรรค ก็เรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีนี้ว่า

เสกฺขสฺส เสกฺขมานสฺส อุชุมคฺคานุสาริโน ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ ตโต อญฺญา อนนฺตรา. ญาณความรู้อันดับแรกในความสิ้นไป มีแก่พระเสกขะ

ผู้กำลังศึกษา ผู้ดำเนินไปตรงมรรค อันดับต่อไปก็มี

อัญญาความรู้ทั่วถึง.

จริงอยู่ มรรคนั้น ย่อมเกิดขึ้นทำอาสวะให้สิ้นไป ระงับไป. เพราะฉะนั้น มรรคท่านจึงเรียกว่า เป็นที่สิ้นอาสวะ. ผลก็เรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีนี้ว่า อาสวานํ ขยา สมโณ โหติ ชื่อว่าเป็นสมณะ เพราะสิ้นอาสวะ.

จริงอยู่ ผลนั้นเกิดขึ้นในที่สุดแห่งอาสวะทั้งหลายสิ้นไป เพราะฉะนั้น ผลท่านจึงเรียกว่า อาสวักขัย.

พระนิพพานก็เรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีนี้ว่า

อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสวกฺขยา.

อาสวะทั้งหลายของผู้นั้นเจริญอยู่

ผู้นั้นยังห่างไกลธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ.

จริงอยู่ อาศัยพระนิพพานนั้น อาสวะทั้งหลายย่อมสิ้นไป เพราะฉะนั้น พระนิพพานนั้น ท่านเรียกว่า อาสวักขัย. แต่ในที่นี้ ท่านประสงค์แค่มรรคและผล.

บทว่า โน อปสฺสโต ความว่า ผู้ใดไม่รู้ ไม่เห็น เราไม่กล่าวความสิ้นอาสวะของผู้นั้น. ด้วยบทนั้น ก็เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงคัดค้านพวกเจ้าลัทธิที่กล่าวถึงความบริสุทธิ์ด้วยสังขารวัฏเป็นต้นของผู้แม้ไม่รู้ไม่เห็น ตรัสทางที่เป็นอุบายด้วยสองบทต้น ตรัสคัดค้านทางที่มิใช่อุบายด้วยบทนี้.

บัดนี้ มีพระประสงค์จะทรงแสดงข้อที่ภิกษุรู้อยู่ อาสวะสิ้นไป จึงทรงเริ่มถามว่า กิญฺเจ ภิกฺขเว ชานโต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุรู้อะไรเล่า. ในคำนั้น ความรู้มีมากอย่าง.

จริงอยู่ ภิกษุบางรูป เป็นผู้รู้อย่างธรรมดา รู้จักทำร่มได้. บางรูปรู้จักทำจีวรเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง. เมื่อภิกษุนั้นตั้งอยู่ในหัวข้อวัตรปฏิบัติ ทำแต่การงานเช่นนี้ ความรู้นั้นก็ไม่ควรกล่าวว่า ไม่เป็นปทัฏฐานของสวรรค์และมรรคผล. แต่ว่าผู้ใดบวชในพระศาสนาแล้ว รู้แต่ทำอเนสนามีเวชกรรมเป็นต้น. อาสวะทั้งหลาย่ย่อมเจริญแก่ผู้นั้น ซึ่งรู้อยู่. เพราะฉะนั้น เมื่อภิกษุรู้และเห็นสิ่งใด อาสวะทั้งหลายสิ้นไปได้ พระองค์เมื่อทรงแสดงสิ่งนั้น จึงตรัสว่า อิติ รูปํ ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า เอวํ โข ภิกฺขเว ชานโต ความว่า ผู้เห็นความเกิดและความสิ้นไปแห่งปัญจขันธ์อย่างนี้. บทว่า อาสวานํ ขโย โหติ ความว่า พระอรหัตที่ได้ชื่อว่า อาสวักขัย ก็มี เพราะเกิดในที่สุดแห่งความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นจบเทศนาด้วยยอด คือพระอรหัตอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อทรงแสดงปฏิปทาส่วนเบื้องต้นที่พระขีณาสพพึงบรรลุ จึงตรัสว่า ยมฺปิ ตํ ภิกฺขเว เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขยสฺมึ ขเย ญาณํ ความว่า เมื่อพระอรหัตผล กล่าวคืออาสวักขัย อันท่านได้แล้วมีอยู่ ปฏิเวธญาณก็มี. ด้วยว่า ปฏิเวธญาณนั้น ท่านเรียกว่า ขเย ญาณํ รู้ในความสิ้นไป เพราะเมื่อธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ กล่าวคืออรหัตผลเกิดขึ้นก่อน ปฏิเวธญาณเกิดภายหลัง.

บทว่า สอุปนิสํ แปลว่า มีเหตุมีปัจจัย. บทว่า วิมุตฺติ ได้แก่ วิมุตติที่สัมปยุตด้วยอรหัตผล.

จริงอยู่ วิมุตตินั้นย่อมเป็นปัจจัยโดยเป็นอุปนิสสยปัจจัยแห่งพระอรหัตนั้น แม้ในปัจจัยอย่างอื่นจากนี้ ก็พึงทราบความเป็นปัจจัยด้วยอำนาจปัจจัยที่กำลังได้อยู่ ด้วยอาการอย่างนี้.

บทว่า วิราโค ได้แก่ มรรค. จริงอยู่ มรรคนั้นเกิดขึ้น ทำให้กิเลสคลายไป สิ้นไป เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า วิราคะ.

บทว่า นิพฺพิทา ได้แก่ นิพพิทาญาณ. ทรงแสดงวิปัสสนาที่มีกำลังด้วยนิพพิทาญาณนั้น. คำว่า วิปัสสนามีกำลัง เป็นชื่อของญาณ ๔ คือภยตูปัฏฐานญาณ อาทีนวานุปัสสนาญาณ มุญจิตุกัมยตาญาณ สังขารุเปกขาญาณ.

บทว่า ยถาภูตญาณทสฺสนํ แปลว่า ความเห็น กล่าวคือความรู้ตามสภาวะที่เป็นจริง. ทรงแสดงวิปัสสนาอย่างอ่อน ด้วยยถาภูตญาณทัสสนะนั้น.

จริงอยู่ วิปัสสนาอย่างอ่อน ย่อมเป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาที่มีกำลัง.

คำว่า วิปัสสนาอย่างอ่อน เป็นชื่อของญาณ ๔ คือ สังขารปริเฉทญาณ กังขาวิตรณญาณ สัมมสนญาณ มัคคามัคคญาณ.

บทว่า สมาธิ ได้แก่ สมาธิที่มีฌานเป็นบาท. จริงอยู่ สมาธินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาอย่างอ่อน.

บทว่า สุขํ ได้แก่ สุขเบื้องต้นแห่งอัปปนาสมาธิ. จริงอยู่ สุขนั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่สมาธิที่มีฌานเป็นบาท.

บทว่า ปสฺสทฺธิ ได้แก่ การระงับความกระวนกระวาย. จริงอยู่ ปัสสัทธินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่สุข ซึ่งเป็นเบื้องต้นแห่งอัปปนาสมาธิ.

บทว่า ปีติ ได้แก่ ปีติที่มีกำลัง. จริงอยู่ ปีตินั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่การระงับความกระวนกระวาย.

บทว่า ปาโมชฺชํ ได้แก่ ปีติที่กำลังอ่อน. จริงอยู่ ปีติที่มีกำลังอ่อน ย่อมเป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลัง.

บทว่า สทฺธา ได้แก่ ความเชื่อที่เกิดในภพต่อๆ ไป. จริงอยู่ ความเชื่อที่เกิดในภพต่อๆ ไปนั้นย่อมเป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลังอ่อน.

บทว่า ทุกฺขํ ได้แก่ ทุกข์ในวัฏฏะ. จริงอยู่ ทุกข์ในวัฏฏะนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาในภพต่อๆ ไป.

บทว่า ชาติ ได้แก่ ความเกิดแห่งขันธ์ที่มีอาการต่างๆ กัน. จริงอยู่ ชาตินั้น ย่อมเป็นปัจจัยแก่ทุกข์ในวัฏฏะ.

บทว่า ภโว ได้แก่ กามภพ.

แม้บทที่เหลือ ก็พึงทราบโดยอุบายอย่างนี้.

บทว่า ถุลฺลผุสิตเก แปลว่า มีเมล็ดใหญ่.

ในบทว่า ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา นี้มีวินิจฉัยดังนี้.

ประเทศแห่งภูเขาที่ถูกน้ำ อันได้ชื่อว่า กัง เซาะแตกออกเพราะน้ำ ชื่อว่ากันทระ ที่เรียกกันว่า นิตัมพะก็มี นิกุญชะก็มี. ภูมิประเทศที่แตกระแหง เมื่อฝนไม่ตกถึงกึ่งเดือน ชื่อว่าปทระ เหมืองเล็กที่ชักไปยังกุสุพภะ ชื่อว่าสาขา. บ่อเล็ก ชื่อว่ากุสุพภะ. บ่อใหญ่ ชื่อว่ามหากุสุพภะ. แม่น้ำน้อย ชื่อว่ากุนนที. แม่น้ำใหญ่มีคงคา ยมุนาเป็นต้น ชื่อว่ามหานที.

ในบทว่า เอวเมว โข ภิกฺขเว อวิชฺชูปนิสา สงฺขารา เป็นต้นมีวินิจฉัยดังนี้.

พึงเห็นอวิชชาว่าเหมือนภูเขา อภิสังขารทั้งหลายว่าเหมือนเมฆ วัฏฏะมีวิญญาณเป็นต้นว่าเหมือนแก่งน้ำ วิมุตติว่าเหมือนสาคร. ฝนตกบนยอดภูเขา ก็ทำแก่งภูเขาให้เต็ม ทำสาครคือมหาสมุทรให้เต็มตามลำดับฉันใด ก่อนอื่นพึงทราบถึงการตกแห่งเมฆคืออภิสังขาร บนยอดภูเขาคืออวิชชาก็ฉันนั้น.

แท้จริง ปุถุชนผู้เขลา ไม่ได้สดับ เป็นผู้ไม่รู้เพราะอวิชชา กระทำความปรารถนาเพราะตัณหา ย่อมสร้างกรรมที่เป็นกุศลและอกุศล. กรรมที่เป็นกุศลและอกุศลนั้นก็เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิวิญญาณ. ปฏิสนธิวิญญาณเป็นต้น ก็เป็นปัจจัยแก่นามรูปเป็นต้น. เวลาที่เมฆคืออภิสังขาร ตกลงบนยอดภูเขาคืออวิชชา ทำวัฏฏะมีวิญญาณเป็นต้นให้เต็มตามลำดับ ตั้งอยู่ เพราะเป็นปัจจัยสืบต่อกันไป ก็เหมือนเวลาที่ฝนตกบนยอดภูเขา ทำแก่งภูเขาให้เต็มแล้วก็ตั้งจดมหาสมุทร.

แต่พระพุทธวจนะ แม้ท่านไม่ถือเอาในพระบาลี ก็พึงทราบว่า ท่านถือเอาไว้แล้วเหมือนกัน โดยอำนาจพระบาลีนี้ว่า อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ พระตถาคตเกิดขึ้นในโลกนี้ เสด็จออกผนวชจากเรือน ไม่มีเรือน ดังนี้.

ก็ความบังเกิดในเรือนแห่งตระกูลของพระตถาคตนั้น ชื่อว่าชาติ ที่มีการกระทำต่างๆ ร่วมกัน เพราะมีกรรมภพเป็นปัจจัย. บุคคลอาศัยความพร้อมหน้าของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ หรือพระพุทธสาวก ฟังธรรมกถาที่นำมาโดยลักษณะอันแสดงถึงโทษของวัฏฏะ ย่อมเป็นอันถูกเบียดเบียนด้วยอำนาจวัฏฏะ. ชาติย่อมเป็นปัจจัยแก่วัฏฏทุกข์. ขันธ์ทั้งหลายที่มีการกระทำต่างๆ ย่อมมีแก่บุคคลนั้นด้วยอาการอย่างนี้. ชาติเป็นปัจจัยแก่วัฏฏทุกข์ บุคคลนั้นถูกวัฏฏทุกข์เบียดเบียน ทำศรัทธาให้เกิดในภพต่อๆ ไป ก็ออกจากเรือนบวชไม่มีเรือน. วัฏฏทุกข์เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาในภพต่อๆ ไป ของบุคคลนั้นด้วยประการฉะนี้.

บุคคลนั้นไม่สันโดษด้วยเหตุเพียงบรรพชาเท่านั้น ยังถือนิสัยในเวลาพรรษาไม่ครบ ๕ บำเพ็ญวัตรปฏิบัติ ทำมาติกาทั้งสองให้คล่องแคล่วแล้ว เรียนกรรมและมิใช่กรรม สะสางให้หายรกจนถึงพระอรหัต ถือกัมมัฏฐานไปอยู่ป่า เริ่มการงานในปฐวีกสิณเป็นต้น. บุคคลนั้นอาศัยกัมมัฏฐานก็เกิดปีติที่มีกำลังอ่อนๆ เขาอาศัยปีตินั้นก็เกิดปราโมทย์ ปราโมทย์นั้นก็เป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลัง. ปีติที่มีกำลังก็เป็นปัจจัยแก่ปัสสัทธิ ระงับความกระวนกระวาย. ปัสสัทธินั้นก็เป็นปัจจัยแก่สุขส่วนเบื้องต้นแห่งอัปปนาสมาธิ สุขนั้นก็เป็นปัจจัยแก่สมาธิที่มีฌานเป็นบาท.

บุคคลนั้นทำสุขนั้นที่พรั่งพร้อมให้เกิดด้วยสมาธิ ก็ทำการงานด้วยวิปัสสนาอย่างอ่อน. สมาธิที่มีฌานเป็นบาทของเขา ก็เป็นปัจจัยแก่วิปัสนนาที่มีกำลังอ่อน. วิปัสสนาที่มีกำลังอ่อน ก็เป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาที่มีกำลัง. วิปัสสนาที่มีกำลัง ก็เป็นปัจจัยแก่มรรค. มรรคก็เป็นปัจจัยแก่ผลวิมุตติ. ผลวิมุตติก็เป็นปัจจัยแก่ปัจจเวกขณญาณ. พึงทราบว่า เวลาที่พระขีณาสพ ทำสาครคือวิมุตติให้เต็มแล้วดำรงอยู่ ก็เหมือนเวลาที่ฝนทำสาครให้เต็มโดยลำดับ ตั้งอยู่ด้วยประการฉะนี้.

จบอรรถกถาอุปนิสสูตรที่ ๓. -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทสพลวรรคที่ ๓ อุปนิสสูตร 注释 · 第16册