经典 · 本册其他条目เล่ม ๓๓
๙. ราธเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
๙. ราธเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระราธเถระ (พระราธเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลกทั้งปวง เป็นพระมุนี มีพระจักษุ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
พระองค์เป็นผู้ตรัสสอน ทรงแสดงธรรมให้สัตว์รู้ชัดได้ ทรงช่วยสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๗๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๙. ราธเถราปทาน ทรงฉลาดในเทศนา เป็นพระพุทธเจ้า ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก
พระองค์เป็นผู้อนุเคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลเพื่อสรรพสัตว์ ทรงทำเดียรถีย์ที่มาเฝ้าทั้งหมดให้ดำรงอยู่ในศีล ๕
เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาสนาจึงหมดความอากูล ว่างจากพวกเดียรถีย์ และงดงามด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้ได้วสี ผู้คงที่
พระมหามุนีพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก มีพระฉวีวรรณคล้ายทองคำที่ล้ำค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ
ขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี พระชินสีห์พระองค์นั้น ก็ดำรงพระชนมายุอยู่ประมาณเท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี เรียนจบมนตร์ ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่านรชน
ทรงมีความเพียรมาก ทรงแกล้วกล้าในบริษัท ทรงเป็นผู้นำวิเศษ ทรงกำลังตั้งภิกษุผู้มีปฏิภาณไว้ ในตำแหน่งเอตทัคคะแล้วได้ฟังพระธรรมเทศนา
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าทำสักการะในพระองค์ผู้เป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ แล้วหมอบลงแทบพระบาทด้วยเศียรเกล้า ปรารถนาตำแหน่งนั้น @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๗๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๙. ราธเถราปทาน
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้มีพระรัศมีซ่านออกจากพระวรกายดุจแท่งทอง ได้ตรัสกับข้าพเจ้าด้วยพระสุรเสียงอันน่ายินดี มีปกตินำมลทินคือกิเลสออกไปว่า
‘จงเป็นผู้มีความสุข มีอายุยืนเถิด ปณิธาน(ความปรารถนา) ของเธอก็จงสำเร็จเถิด สักการะที่เธอทำในเราพร้อมทั้งพระสงฆ์ก็จงมีผลไพบูลย์อย่างยิ่งเถิด
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
พราหมณ์นี้จักมีนามว่าราธะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น
พระผู้ทรงเป็นผู้นำพระองค์นั้น เป็นพระราชโอรสของเจ้าศากยะ ทรงองอาจกว่านรชน ทรงยินดีในคุณที่เป็นเหตุของท่านแล้ว จักทรงแต่งตั้งท่านว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ’
ข้าพเจ้าได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว เป็นผู้เบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระชินเจ้าจนตลอดชีวิต ในครั้งนั้น เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา
ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๘๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๙. ราธเถราปทาน
ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๐๐ ชาติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ
และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอย่างไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน เพราะอานุภาพแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้มีความสุขในทุกภพ
เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลที่ยากจน ขาดเครื่องนุ่งห่มและอาหาร ในกรุงราชคฤห์ที่อุดมสมบูรณ์
ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระสารีบุตรผู้คงที่ ในเวลาที่ข้าพเจ้าแก่เฒ่า ได้อาศัยอารามนั้นอยู่
ครั้งนั้น ไม่มีภิกษุรูปใดบวชให้ข้าพเจ้าผู้แก่เฒ่า ผู้มีกำลังและเรี่ยวแรงถดถอย เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงเป็นคนตกยาก มีผิวพรรณไม่ผ่องใสและเศร้าโศก
พระมหามุนีผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ทอดพระเนตรเห็นเข้าจึงตรัสถามข้าพเจ้าว่า ‘ลูก ไฉนจึงเศร้าโศก จงบอกถึงความเสียดแทงที่เกิดในใจของเธอ’
ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ข้าพระองค์ไม่ได้บวชในศาสนาของพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสดีแล้ว เพราะความเศร้าโศกนั้น ข้าพระองค์จึงเป็นคนตกยาก ข้าแต่พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ด้วยเถิด’
ครั้งนั้น พระมุนีผู้ประเสริฐ ได้รับสั่งให้เรียกภิกษุมาประชุมพร้อมแล้วตรัสถามว่า ‘ผู้ที่นึกถึงสักการะยิ่งใหญ่ของพราหมณ์นี้ได้ มีอยู่หรือจงบอกมา’ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๘๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค] ๙. ราธเถราปทาน
ครั้งนั้น พระสารีบุตรได้กราบทูลว่า ‘ข้าพระองค์ระลึกถึงสักการะของเขาได้อยู่ พราหมณ์นี้ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง แก่ข้าพระองค์ผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาต พระพุทธเจ้าข้า’ (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
สาธุ สาธุ สารีบุตร เธอเป็นคนกตัญญู เธอจงให้พราหมณ์เฒ่านี้บวชเถิด เขาจักเป็นปูชนียบุคคล’
ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้รับการบรรพชาอุปสมบท ด้วยกรรมวาจา และไม่นานนักก็ได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ
เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้เพลิดเพลิน ฟังพุทธดำรัสโดยความเคารพ ฉะนั้น พระชินเจ้าจึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายปฏิภาณ
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระราธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ ราธเถราปทานที่ ๙ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๘๒}