经典 · 本册其他条目เล่ม ๓๓
๓. สีวลีเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
๓. สีวลีเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสีวลีเถระ (พระสีวลีเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
สำหรับพระองค์ ศีลใครๆ ก็นับไม่ได้ สมาธิเปรียบได้ดังเพชร ญาณที่ประเสริฐใครๆ ก็นับไม่ได้ และวิมุตติก็หาอะไรเปรียบมิได้
พระผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงแสดงธรรม ในสมาคมมนุษย์ เทวดา นาค และพรหม ซึ่งเนืองแน่นไปด้วยสมณะและพราหมณ์
พระพุทธองค์ผู้แกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท ทรงตั้งสาวกของพระองค์ ผู้มีลาภมาก มีบุญ มีความรุ่งเรืองไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ในกรุงหงสวดี ได้ฟังพระชินเจ้าตรัสถึงคุณเป็นอันมากของสาวกนั้น
ข้าพเจ้าจึงทูลนิมนต์พระชินสีห์พร้อมด้วยสาวก ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วัน ครั้นถวายมหาทานแล้ว ก็ได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น
ครั้งนั้น พระธีรเจ้าผู้องอาจกว่าบุรุษ ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้หมอบอยู่แทบยุคลบาท จึงได้ตรัสพระดำรัสนี้ด้วยพระสุรเสียงอย่างกึกก้อง
ลำดับนั้น ผู้ประสงค์จะสดับพระดำรัสของพระชินเจ้า คือ มหาชน ทวยเทพ คนธรรพ์ พรหมผู้มีฤทธิ์มาก
อนึ่ง สมณะและพราหมณ์ต่างประนมมือนมัสการ(กราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด ข้าพระองค์ทั้งหลายขอนอบน้อมพระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
พระมหากษัตริย์ได้ถวายทานเกิน ๗ วัน ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ทั้งหลาย ประสงค์จะฟังผลของมหาทานนั้น ขอพระองค์โปรดพยากรณ์ด้วยเถิด
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงฟังภาษิตของเรา ทักษิณาที่ตั้งไว้แล้วในพระพุทธเจ้า ผู้ทรงคุณหาประมาณมิได้พร้อมทั้งพระสงฆ์
ใครจะเป็นผู้กล่าวถึงทักษิณาทานได้ เพราะทักษิณานั้นมีผลหาประมาณมิได้ อนึ่ง กษัตริย์ผู้มีโภคะมากนี้ปรารถนาตำแหน่งอันสูงสุดว่า
ในบรรดาคนที่มีลาภไพบูลย์ เราก็พึงเป็นผู้มีลาภเหมือนภิกษุชื่อสุทัศนะ กษัตริย์องค์นี้จักทรงได้ตำแหน่งนั้นในอนาคตกาล
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
กษัตริย์องค์นี้จักมีนามว่าสีวลี เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น
ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกพระนามว่าวิปัสสี ผู้มีพระเนตรงดงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นคนโปรดปราน เป็นคนที่ขยันและขวนขวายในการงาน แห่งตระกูลหนึ่งอยู่ในกรุงพันธุมดี
ครั้งนั้น ชุมชนหมู่หนึ่งสั่งให้นายช่างสร้างบริเวณ ซึ่งปรากฏชื่อว่ามหันต์ ถวายพระผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ พระนามว่าวิปัสสี
เมื่อการสร้างบริเวณสำเร็จแล้ว พวกเขาได้ถวายมหาทานซึ่งประกอบด้วยของเคี้ยว มัวแต่แสวงหานมส้มใหม่ และน้ำผึ้งใหม่อยู่จึงไม่ได้ถวาย
ขณะนั้น ข้าพเจ้ากำลังถือนมส้ม และน้ำผึ้งใหม่เดินไปยังเรือนของนายจ้าง ชนทั้งหลายที่แสวงหานมส้มและน้ำผึ้งใหม่มาพบข้าพเจ้า
ถึงให้ราคาถึง ๑,๐๐๐ กหาปณะ ก็ยังไม่ได้ของ ๒ อย่างนั้น ลำดับนั้น ข้าพเจ้าคิดว่า ของอย่างนี้จักไม่ใช่เป็นของเล็กน้อยเลย
ชนเหล่านี้ทั้งหมดสักการะพระตถาคต ฉันใด แม้เราก็จักทำสักการะพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมทั้งพระสงฆ์ ฉันนั้น
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้นำนมส้มและน้ำผึ้งไป ผสมเข้าด้วยกัน แล้วถวายพระโลกนาถพร้อมทั้งพระสงฆ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ผู้มียศยิ่งใหญ่ในกรุงพาราณสีอีก ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแค้นใจศัตรูจึงสั่งทหาร ให้ปิดประตูเมือง
ครั้งนั้น เหล่าพระราชาผู้มีเดช ที่ถูกล้อมรักษาไว้ได้เพียงวันเดียว เพราะวิบากแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องตกนรกที่ร้ายกาจ
บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในกรุงโกลิยะ พระชนนีของข้าพเจ้าพระนามว่าสุปปวาสา พระชนกของข้าพเจ้าพระนามว่ามหาลิลิจฉวี
ข้าพเจ้าเกิดในขัตติยตระกูลก็เพราะบุญกรรม แต่เพราะอานุภาพแห่งการปิดประตูเมือง ข้าพเจ้าจึงต้องประสบทุกข์ อยู่ในพระครรภ์ของพระมารดาถึง ๗ ปี
ข้าพเจ้าหลงช่องคลอดอีก ๗ วัน ประสบทุกข์หนัก พระมารดาของข้าพเจ้าต้องประสบทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ ก็เพราะมีความพอใจให้ปิดประตูเมือง
ข้าพเจ้าผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุเคราะห์แล้ว จึงคลอดออกจากพระครรภ์ของพระมารดาโดยความสวัสดี ข้าพเจ้าได้ออกบวชเป็นบรรพชิตในวันที่คลอดนั่นเอง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
พระสารีบุตรเถระผู้มีปัญญามาก เป็นพระอุปัชฌาย์ของข้าพเจ้า พระมหาโมคคัลลานเถระผู้มีฤทธิ์มาก เมื่อปลงผมให้ได้พร่ำสอนข้าพเจ้า
ในขณะกำลังปลงผม ข้าพเจ้าก็ได้บรรลุอรหัตตผล ทวยเทพ หมู่นาค และมนุษย์ทั้งหลาย ต่างก็น้อมนำปัจจัยเข้ามาถวายข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีใจยินดีปรีดา บูชาพระโลกนาถพระนามว่าปทุมุตตระ และพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายโดยพิเศษ
ด้วยผลอันวิเศษแห่งกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ลาภที่อุดมไพบูลย์ในที่ทุกแห่ง คือในป่า ในบ้าน ในน้ำ และบนบก
ในคราวใด พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศในโลก เป็นผู้นำวิเศษพร้อมด้วยภิกษุ ๓๐,๐๐๐ รูป เสด็จไปเยี่ยมพระเรวตะ
ในคราวนั้น ข้าพเจ้าบำรุงพระพุทธเจ้า ผู้ทรงมีปรีชามาก ทรงมีความเพียรมาก ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมด้วยพระสงฆ์ด้วยปัจจัย ๔ ที่เหล่าเทวดาน้อมนำมาถวายข้าพเจ้า
พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมพระเรวตะแล้ว ภายหลังเสด็จกลับไปยังพระเชตวันมหาวิหาร จึงทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในเอตทัคคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๓๐๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๔. วังคีสเถราปทาน
พระศาสดาผู้ทรงบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ได้ตรัสสรรเสริญข้าพเจ้าในท่ามกลางบริษัทว่า ภิกษุทั้งหลาย บรรดาสาวกของเรา ภิกษุชื่อว่าสีวลีนี้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ที่มีลาภมาก
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสีวลีเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ สีวลีเถราปทานที่ ๓ จบ