经典 · 本册其他条目เล่ม ๓๓
๔. จูฬโพธิจริยา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
๔. จูฬโพธิจริยา ว่าด้วยจริยาของจูฬโพธิปริพาชก
อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นปริพาชกชื่อว่าจูฬโพธิ มีศีลงาม เราเห็นภพโดยความเป็นของน่ากลัว จึงออกบวช
นางพราหมณี ผู้มีผิวพรรณดังทองคำ ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของเรา แม้นางมิได้อาลัยในวัฏฏะ ออกบวชแล้ว
เราทั้ง ๒ ไม่มีความอาลัย ตัดขาดพวกพ้อง ไม่ห่วงใยในตระกูลและหมู่ญาติ เที่ยวไปยังบ้านและนิคม มาถึงกรุงพาราณสี
เราทั้ง ๒ อยู่ ณ ที่นั้น มีปัญญารักษาตน ไม่คลุกคลีกับสกุลกับคณะ เราทั้ง ๒ อยู่ในพระราชอุทยานอันสงัดเงียบ ไม่พลุกพล่าน
พระราชาเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นนางพราหมณี จึงเสด็จเข้ามาหาเราแล้วตรัสถามว่า “นางพราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาของใคร”
เมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้ เราได้ทูลพระองค์ดังนี้ว่า “นางพราหมณีนี้มิใช่ภริยาของอาตมภาพ แต่เป็นผู้ประพฤติธรรมร่วมกัน มีศาสนาเดียวกัน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๒. หัตถินาควรรค] ๕. มหิสราชจริยา
พระราชาทรงกำหนัดหนักในนางพราหมณีนั้น จึงรับสั่งให้พวกราชบุรุษจับ ทรงบีบคั้นด้วยกำลัง สั่งให้นำเข้าไปภายในนคร
เมื่อภรรยาเก่าของเราซึ่งเกิดร่วมกัน มีศาสนาเดียวกัน ถูกฉุดคร่าไป ความโกรธเกิดขึ้นแก่เรา
เราระลึกถึงศีลวัตรได้พร้อมกับความโกรธที่เกิดขึ้น เราข่มความโกรธได้ ณ ที่นั้นเอง ไม่ให้มันเจริญขึ้นไปอีก
ถ้าใครๆ พึงเอาหอกอันคมกริบแทงนางพราหมณีนั้น เราก็ไม่พึงทำลายศีลของเราเลย เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น
นางพราหมณีนั้นจะเป็นที่รังเกียจของเราก็หาไม่ และเราจะไม่มีกำลังก็หามิได้ แต่เพราะพระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงตามรักษาศีลไว้ ฉะนี้แล จูฬโพธิจริยาที่ ๔ จบ