经典 ·
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 ·
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
๒. กังขาเรวตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระกังขาเรวตเถระ (พระกังขาเรวตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๓๔พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
๓๕พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีพระหนุเหมือนคางราชสีห์ พระดำรัสเหมือนเสียงพรหม พระดำรัสที่เปล่งออกดุจเสียงหงส์และเสียงมโหระทึก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๒. กังขาเรวตเถราปทาน เสด็จดำเนินประดุจการก้าวย่างของพญากุญชร มีพระรัศมีประหนึ่งรัศมีของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นต้น
๓๖ทรงพระปรีชามาก มีความเพียรมาก มีความเพ่งพินิจมาก ทรงรู้คติของเหล่าสัตว์จำนวนมาก ประกอบด้วยพระมหากรุณา เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ ทรงขจัดความมืดใหญ่
๓๗บางคราว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศในโลกทั้ง ๓ เป็นมุนี ทรงทราบวารจิตของสัตว์ทั้งหลายพระองค์นั้น เมื่อจะทรงแนะนำเวไนยสัตว์หมู่ใหญ่จึงทรงแสดงธรรม
๓๘พระชินเจ้าตรัสสรรเสริญภิกษุผู้มีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน มีความเพียร สงบระงับ มีจิตไม่ขุ่นมัว ทรงทำหมู่ชนผู้เป็นบริษัทให้ยินดี
๔๐ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงเป็นผู้นำวิเศษ ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า จงยินดีเถิด พราหมณ์ เธอจักได้ตำแหน่งนั้นสมความปรารถนา
๔๑ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
๔๒เขาจักมีนามว่าเรวตะ เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๒. กังขาเรวตเถราปทาน
๔๓ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๔๔บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลกษัตริย์ ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มาก ในกรุงโกลิยะ
๔๕ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในกรุงกบิลพัสดุ์ ข้าพเจ้าเลื่อมใสในพระสุคต จึงออกบวชเป็นบรรพชิต
๔๖ความสงสัยของข้าพเจ้าในสิ่งที่ควรและไม่ควรนั้นๆ มีมาก พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมที่ประเสริฐ กำจัดข้อสงสัยทั้งปวงนั้น
๔๗จากนั้น ข้าพเจ้าก็ข้ามพ้นสงสารได้ เป็นผู้มีความยินดีอยู่ในสุขที่เกิดแต่ฌานทุกเมื่อ ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าจึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า
๔๘ความสงสัยบางอย่างในความรู้ของตน หรือในความรู้ของผู้อื่นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ความสงสัยทั้งปวงนั้น บุคคลผู้มีปกติเข้าฌาน มีความเพียรประพฤติพรหมจรรย์ย่อมละได้
๔๙กรรมที่ข้าพเจ้าทำได้ไว้ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้ว(จากกิเลส) ดุจความเร็วแห่งลูกศรที่พ้นไปจากแล่ง ข้าพเจ้าเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๙๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๕. ภัททิยวรรค] ๓. สีวลีเถราปทาน
๕๐ลำดับนั้น พระมุนีผู้มีพระปรีชามาก ทรงถึงที่สุดโลก ทรงเห็นข้าพเจ้าว่ายินดีในฌานเนืองนิจ จึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่าเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายฝ่ายที่ยินดีในฌาน
๕๑กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๕๒การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๕๓คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระกังขาเรวตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ กังขาเรวตเถราปทานที่ ๒ จบ