经典 · 本册其他条目เล่ม ๓๓
๕. สุกกาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
印本前页文字
๕. สุกกาเถริยาปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุกกาเถรี (พระสุกกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
๑๑๑ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำพระนามว่าวิปัสสี มีพระวรกายงดงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๑๑๒ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงพันธุมดี ได้ฟังธรรมของพระมุนีแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต
๑๑๓เป็นพหูสูต ทรงธรรม มีปฏิภาณ กล่าวธรรมีกถาอย่างไพเราะ ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระชินเจ้า
๑๑๔ครั้งนั้น หม่อมฉันกล่าวธรรมเพื่อประโยชน์แก่หมู่ชนทุกสมัย หม่อมฉันจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้ไปเกิดเป็นเทพธิดาผู้มียศในสวรรค์ชั้นดุสิต {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๕. สุกกาเถริยาปทาน
๑๑๕ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี มีพระรัศมีเปรียบด้วยเปลวเพลิง ส่องโลกให้รุ่งเรืองด้วยยศ ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๑๑๖แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันบวชแล้ว เป็นผู้ฉลาดในพุทธศาสนา ทำพระพุทธพจน์ให้กระจ่างแล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๑๑๗ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำพระนามว่าเวสสภู มีพระปรีชาญาณมาก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นเหมือนอย่างในภพก่อน
๑๑๘ออกบวชแล้วเป็นผู้ทรงธรรม ช่วยประกาศคำสั่งสอนของพระชินเจ้าให้รุ่งเรืองแล้ว ไปเกิดในเมืองแห่งเทพที่น่ายินดี ได้เสวยความสุขมาก
๑๑๙ในภัทรกัปนี้ พระชินเจ้าผู้สูงสุดพระนามว่ากกุสันธะ ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนระ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว แม้ในครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นเหมือนอย่างในภพก่อน
๑๒๐ออกบวชแล้ว ช่วยประกาศคำสั่งสอน ของพระชินเจ้าให้รุ่งเรืองอยู่จนตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เหมือนไปสู่ที่อยู่ของตน
๑๒๑ในกัปนี้เอง พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำ พระนามว่าโกนาคมนะ ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เป็นผู้สูงสุดแห่งสรรพสัตว์ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๑๒๒แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ออกบวชในศาสนาของพระองค์ ผู้คงที่ เป็นพหูสูต ทรงธรรม ช่วยประกาศคำสั่งสอนของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๕. สุกกาเถริยาปทาน
๑๒๓ในกัปนี้เอง พระมุนีพระนามว่ากัสสปะ เป็นศาสดาผู้ประเสริฐ เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ไม่มีข้าศึกคือกิเลส ถึงที่สุดแห่งมรณธรรม เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
๑๒๔หม่อมฉันบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้า ทรงเป็นนระ ผู้เป็นปราชญ์พระองค์นั้น ศึกษาพระสัทธรรมอย่างคล่องแคล่ว มีความแกล้วกล้าในปริปุจฉา
๑๒๕ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันมีศีลงาม มีความละอาย ฉลาดในไตรสิกขา กล่าวธรรมเป็นอันมากจนตลอดชีวิต
๑๒๖ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นและด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
๑๒๗บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐีที่เจริญมั่งคั่ง สั่งสมรัตนะมากมาย ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด
๑๒๘เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำ มีภิกษุ ๑,๐๐๐ รูปห้อมล้อม ท้าวสหัสสนัยน์สรรเสริญแล้ว เสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์
๑๒๙พระผู้มีพระภาคทรงฝึกอินทรีย์แล้ว พ้นขาดจากสรรพกิเลส มีวรรณะเปล่งปลั่งดั่งแท่งทอง เสด็จเข้าไปยังกรุงราชคฤห์ พร้อมทั้งพระขีณาสพ ผู้เป็นปุราณชฎิล ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว พ้นเด็ดขาดจากสรรพกิเลส @เชิงอรรถ : @ ปริปุจฉา หมายถึงการถาม การไต่สวน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๕. สุกกาเถริยาปทาน
๑๓๐หม่อมฉันได้เห็นพุทธานุภาพ และได้ฟังธรรมซึ่งเป็นที่สั่งสมคุณแล้ว ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า บูชาพระองค์ผู้มีพลธรรมมาก
๑๓๑ต่อมา หม่อมฉันได้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ในสำนักของพระธรรมทินนาเถรี
๑๓๒หม่อมฉันเผากิเลสทั้งหลายได้ในขณะที่กำลังปลงผม บวชแล้วไม่นาน ก็ศึกษาศาสนธรรมได้อย่างทั่วถึง
๑๓๓ต่อจากนั้น ได้แสดงธรรมในสมาคมแห่งมหาชน เมื่อหม่อมฉันกำลังแสดงธรรมอยู่ การบรรลุธรรมก็ได้มี
๑๓๔มียักษ์ตนหนึ่ง ได้ทราบการตรัสรู้ธรรมนั้น ของสัตว์หลายพันแล้ว เกิดอัศจรรย์ใจ เลื่อมใสต่อหม่อมฉันได้ไปยังกรุงราชคฤห์
๑๓๕มนุษย์ทั้งหลายในกรุงราชคฤห์ที่ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้ พระเถรีชื่อว่าสุกกา ผู้แสดงอมตบทอยู่ หม่อมฉันจะให้ดื่มอมตบทเหมือนดื่มน้ำผึ้งได้อย่างไร
๑๓๖ก็แลพวกเขาผู้มีปัญญา คงจะดื่มอมตบทนั้น อันมีสภาพไม่ถอยกลับ ให้เกิดความชื่นใจมีโอชาได้ เหมือนคนเดินทางไกลแสวงหาน้ำดื่ม
๑๓๗ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ @เชิงอรรถ : @ พลธรรม หมายถึงธรรมอันเป็นกำลัง มี ๕ อย่าง (๑) สัทธา(ความเชื่อ) (๒) วิริยะ(ความเพียร) @(๓) สติ(ความระลึกได้) (๔) สมาธิ(ความตั้งจิตมั่น) (๕) ปัญญา(ความรู้แจ้ง) (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๓๑/๓๓๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. ขัตติยกัญญาวรรค] ๕. สุกกาเถริยาปทาน
๑๓๘รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
๑๓๙ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์
๑๔๐กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
๑๔๑การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
๑๔๒คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า พระสุกกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้ สุกกาเถริยาปทานที่ ๕ จบ ภาณวารที่ ๕ จบบริบูรณ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๕๓๘}