经典 ·
This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
经典 ·
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์ ว่าด้วยพระประวัติของพระสุชาตพุทธเจ้า
๑ในมัณฑกัปนั้นแล ได้มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุชาตะ ทรงเป็นผู้นำ มีพระหนุดังคางราชสีห์ มีลำพระศองามดุจลำคอโคอุสภะ ทรงมีพระคุณหาประมาณมิได้ หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก
๒พระองค์ไม่มีมลทิน บริสุทธิ์ดุจดวงจันทร์ มีพระวรกายงดงามดังดวงอาทิตย์ มีพระรัศมีรุ่งเรืองงดงามทุกเมื่ออย่างนี้
๓พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระโพธิญาณ อันประเสริฐอย่างสิ้นเชิงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรที่สุมังคลนคร
๔เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุชาตะทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงแสดงพระธรรมอันประเสริฐ ในการแสดงธรรมครั้งที่ ๑ เทวดาและมนุษย์จำนวน ๘๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม
๕ในคราวที่พระสุชาตพุทธเจ้าผู้มีพระยศหาประมาณมิได้ เสด็จจำพรรษาในเทวโลก เทวดาและมนุษย์จำนวน ๓,๗๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๒
๖ในคราวที่พระสุชาตพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน เสด็จเข้าไปยังสำนักของพุทธบิดา เทวดาและมนุษย์จำนวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๓
๘พระขีณาสพล้วนบรรลุอภิญญาและพลธรรม ผู้ที่ยังไม่บรรลุในภพน้อยภพใหญ่ ประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ รูป เหล่านั้นมาประชุมกัน ครั้งที่ ๑
๙ในการประชุมครั้งต่อมา ในกาลเมื่อพระชินเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงสเทวโลก มีพระขีณาสพประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒
๑๐พระอัครสาวกพร้อมด้วยพระขีณาสพประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ รูป ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชน
๑๑สมัยนั้น เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพลานุภาพมาก เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ เหาะไปในอากาศได้
๑๒เรานั้น เห็นความอัศจรรย์น่าประหลาดใจ ให้เกิดขนพองสยองเกล้าในโลก จึงเข้าไปกราบพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุชาตะทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
๑๓เรามอบถวายราชสมบัติเป็นอันมากในทวีปทั้ง ๔ และรัตนะ ๗ ประการอันอุดมในพระพุทธเจ้าแล้ว จึงบวชในสำนักของพระองค์
๑๔พวกคนรักษาอารามได้รวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นในชนบท น้อมปัจจัย ที่นอน ที่นั่งเข้าไปถวายภิกษุสงฆ์
๑๕ครั้งนั้น แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นใหญ่ในหมื่นจักรวาล ก็ทรงพยากรณ์เราว่า “ในที่สุด ๓๐,๐๐๐ กัป ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า” พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์ @เชิงอรรถ : @ ปัจจัย หมายถึงปัจจัยต่างๆ มีจีวรเป็นต้น (ขุ.พุทฺธ.อ. ๑๔/๒๙๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๕๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์
๑๖พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราแล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์ ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์ พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้ จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้ พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์ จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๕๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์ เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้ ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า “ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’ สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง ประนมมือนมัสการว่า ‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้ เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้ ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’
๑๗เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว ก็ทำความยินดีให้เกิดขึ้นอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการ ให้ยิ่งขึ้นไป
๑๘เราได้เล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวงแล้ว ช่วยประกาศศาสนาของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง
๑๙เราเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในคำสั่งสอนนั้น เจริญพรหมวิหารภาวนา ถึงความสำเร็จอภิญญาแล้ว ได้ไปเกิดในพรหมโลก
๒๐กรุงชื่อว่าสุมังคละ กษัตริย์พระนามว่าอุคคตะเป็นพระชนก พระเทวีพระนามว่าประภาวดีเป็นพระชนนี ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุชาตะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๕๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์
๒๑พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๙,๐๐๐ ปี มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง คือสิริปราสาท อุปสิริปราสาท และจันทปราสาท
๒๒มีนางสนมกำนัล ๒๓,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงาม พระมเหสีพระนามว่าสิรินันทา พระราชโอรสพระนามว่าอุปเสนะ
๒๓พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงทรงราชพาหนะคือม้าออกผนวชแล้ว ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๙ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)
๒๔พระมหาวีระพระนามว่าสุชาตะ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ที่พระอุทยานสุมังคละ อันประเสริฐ
๒๕พระสุทัสสนเถระและพระสุเทวเถระเป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่านารทะเป็นอุปัฏฐาก ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุชาตะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
๒๖พระนาคาเถรีและพระนาคสมานาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ชาวโลกเรียกว่า ต้นไผ่ใหญ่
๒๗และต้นไม้นั้น ลำต้นแข็งเป็นไผ่ตัน มีใบแน่นหนา ลำต้นตรงใหญ่ น่าดู น่ารื่นรมย์ใจ
๒๘ต้นหนึ่งเจริญงอกงามแล้วแตกกิ่งก้านสาขาออกไป ต้นไม้นั้นย่อมงามเหมือนกำหางนกยูงที่ผูกไว้ดีแล้ว
๒๙ไม้ไผ่นั้นไม่มีหนาม มีช่องไม่ใหญ่ มีกิ่งชิดไม่ห่าง มีเงาทึบ น่ารื่นรมย์ใจ @เชิงอรรถ : @ ไผ่ตัน หมายถึงไผ่มีรูที่ปล้องเล็ก (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๗/๓๐๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๕๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ๑๒. สุชาตพุทธวงศ์
๓๐สุทัตตอุบาสกและจิตตอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก สุภัททาอุบาสิกาและปทุมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา
๓๑พระชินเจ้าพระองค์นั้นทรงมีพระวรกายสูง ๕๐ ศอก ประกอบด้วยพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ และทรงประกอบด้วยพระคุณทั้งปวง
๓๒ทรงมีพระรัศมีไม่มีอะไรเสมอเหมือน ซ่านออกไปโดยรอบ ไม่มีประมาณ ไม่มีอะไรเทียบเคียง หาอุปมามิได้
๓๓ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๙๐,๐๐๐ ปี พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก
๓๔ครั้งนั้น ศาสนางดงามไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย เหมือนคลื่นในสาคร และเหมือนดวงดาวในท้องฟ้า ศาสนาของพระองค์คับคั่งไปด้วยพระอรหันต์ทั้งหลาย ล้วนแต่ผู้ได้วิชชา ๓ อภิญญา ๖ และพละ ผู้คงที่
๓๕พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น หาผู้เสมอเหมือนมิได้ และพระคุณเหล่านั้นก็หาอะไรเทียบเคียงมิได้ ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ
๓๖พระชินพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าสุชาตะ เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เสลาราม พระเจดีย์ของพระศาสดา ที่เสลารามนั้น สูงถึง ๓ คาวุต ฉะนี้แล สุชาตพุทธวงศ์ที่ ๑๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๖๕๕}