This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

本册其他条目

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

อิทธิพลกถา

ข้อ ๑๔๖๐–๑๔๖๕พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์6 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

อิทฺธิพลกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อิทธิพลกถา

๑๔๖๐

อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อิทฺธิมยิโก โส อายุ อิทฺธิมยิกา สา คติ อิทฺธิมยิโก โส อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ กปฺปํ ติฏฺเฐยฺย อนาคตํ กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว กปฺเป ติฏฺเฐยฺย ตโย กปฺเป ติฏฺเฐยฺย จตฺตาโร กปฺเป ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ติฏฺเฐยฺย อสติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ ฯ หญฺจิ สติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ติฏฺเฐยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯเปฯ อสติ ชีวิเต ชีวิตาวเสเส ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ มโต ติฏฺเฐยฺย กาลกโต ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อายุนั้น สำเร็จด้วยฤทธิ์ คตินั้น สำเร็จด้วยฤทธิ์ การได้อัตภาพนั้น สำเร็จด้วยฤทธิ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ที่เป็นอดีต พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ที่เป็นอนาคต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้ที่ประกอบด้วยฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พึงตั้งอยู่ตลอด ๒ กัลป์ พึงตั้งอยู่ตลอด ๓ กัลป์ พึงตั้งอยู่ตลอด ๔ กัลป์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พึงตั้งอยู่ในเมื่อชีวิต คือชีวิตส่วนที่เหลือ ยังมีอยู่ หรือว่าตั้งอยู่ในเมื่อ ชีวิต คือชีวิตส่วนที่เหลือ ไม่มีอยู่ ป. พึงตั้งอยู่ในเมื่อชีวิต คือชีวิตส่วนที่เหลือ ยังมีอยู่ ส. หากว่า พึงตั้งอยู่ในเมื่อชีวิต คือชีวิตส่วนที่เหลือ ยังมีอยู่ ก็ต้องไม่ กล่าวว่า ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ ดังนี้ ฯลฯ ป. พึงตั้งอยู่ในเมื่อชีวิต คือชีวิตส่วนที่เหลือ ไม่มีอยู่ ส. ผู้ที่ตายแล้ว พึงตั้งอยู่ ผู้ที่กระทำกาละแล้ว พึงตั้งอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๑๔๖๑

อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา สญฺญา ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เจตนา ฯเปฯ อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนา สทฺธา อุปฺปนฺนํ วิริยํ อุปฺปนฺนา สติ อุปฺปนฺโน สมาธิ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า ผัสสะ เกิดขึ้นแล้ว อย่าดับไป ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า เวทนาเกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ สัญญา เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ เจตนาเกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ จิตเกิดขึ้นแล้ว ศรัทธา เกิดขึ้นแล้ว วิริยะเกิดขึ้นแล้ว สติเกิดขึ้นแล้ว สมาธิเกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ปัญญาเกิดขึ้นแล้ว อย่าดับไป ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๑๔๖๒

อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิจฺจํ โหตูติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ โหตูติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า รูปจงเป็นของเที่ยง ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ จงเป็นของไม่เที่ยง ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๑๔๖๓

อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ชาติธมฺมา สตฺตา มา ชายึสูติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ชราธมฺมา สตฺตา มา ชิรึสูติ ฯเปฯ พฺยาธิธมฺมา สตฺตา มา พฺยาธิยึสูติ ฯเปฯ มรณธมฺมา สตฺตา มา มิยฺยึสูติ ลพฺภา อิทฺธิยา ปคฺคเหตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า สัตว์ทั้งหลายที่มีความเกิดเป็น ธรรมดา อย่าได้เกิดเลย ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลพึงได้เพื่อประคองไว้ด้วยฤทธิ์ว่า สัตว์ทั้งหลายที่มีความแก่เป็น ธรรมดา อย่าได้แก่เลย ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายที่มีความเจ็บเป็นธรรมดา อย่าได้เจ็บเลย ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายที่มีความตายเป็นธรรมดา อย่าได้ตาย เลย ดังนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๑๔๖๔

น วตฺตพฺพํ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยสฺส กสฺสจิ อานนฺท จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา โส อากงฺขมาโน กปฺปํ วา ติฏฺเฐยฺย กปฺปาวเสสํ วาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ อิทธิบาท ๔ อันผู้หนึ่งผู้ใด อบรม ทำให้มาก ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่พึ่ง ให้แน่วแน่ ช่ำชอง คล่องแคล่วดีแล้ว ผู้นั้นเมื่อหวังอยู่ พึงตั้งอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือตลอดกัลป์ส่วนที่เหลือ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ ก็พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ น่ะสิ

๑๔๖๕

อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา จตุนฺนํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ นตฺถิ โกจิ ปาฏิโภโค สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ ชราธมฺโม มา ชิรีติ นตฺถิ โกจิ ปาฏิโภโค สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ พฺยาธิธมฺโม มา พฺยาธิยีติ ฯเปฯ มรณธมฺโม มา มิยฺยีติ ฯเปฯ ยานิ โข ปน ตานิ ปุพฺเพ กตานิ ปาปกานิ กมฺมานิ สงฺกิเลสิกานิ โปโนพฺภวิกานิ ทุกฺขุทฺรยานิ ทุกฺขวิปากานิ อายตึ ชาติชรามรณิยานิ เตสํ วิปาโก มา นิพฺพตฺตีติ นตฺถิ โกจิ ปาฏิโภโค สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ อิเมสํ โข ภิกฺขเว จตุนฺนํ ธมฺมานํ นตฺถิ โกจิ ปาฏิโภโค สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมินฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อิทฺธิพเลน สมนฺนาคโต กปฺปํ ติฏฺเฐยฺยาติ ฯ อิทฺธิพลกถา ฯ -----------

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์ พึงตั้งอยู่ตลอดกัลป์ หรือ? @ ขุ. อุ. ข้อ ๑๒๗ หน้า ๑๗๐ ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ อย่าง ไม่ มีใครๆ สมณะก็ตาม พราหมณ์ก็ตาม เทวดาก็ตาม มารก็ตาม พรหมก็ตาม ใครๆ ในโลกก็ตาม จะเป็นผู้รับรองได้ ธรรม ๔ อย่าง เป็นไฉน? คือ (๑) ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา อย่าแก่เลย ดังนี้ ไม่มีใครๆ สมณะก็ตาม พราหมณ์ก็ตาม เทวดาก็ตาม มารก็ตาม พรหมก็ตาม ใครๆ ในโลกก็ตาม จะเป็นผู้รับรองได้ (๒) ผู้มี ความเจ็บเป็นธรรมดา อย่าเจ็บเลย ฯลฯ (๓) ผู้มีความตายเป็น ธรรมดา อย่าตายเลย ฯลฯ (๔) กรรมทั้งหลายนั้นใด เป็นบาป ข้องอยู่ในสังกิเลส เป็นเหตุให้เกิดในภพใหม่ มีทุกข์เป็นกำไร มีวิบากเป็นทุกข์ เป็นไปเพื่อชาติ ชรา มรณะ ต่อไป อันบุคคล ทำแม้ในกาลก่อน วิบากแห่งกรรมทั้งหลายนี้ อย่าได้เกิดเลย ดังนี้ ไม่มีใครๆ สมณะก็ตาม พราหมณ์ก็ตาม เทวดาก็ตาม มารก็ตาม พรหมก็ตาม ใครๆ ในโลกก็ตาม จะเป็นผู้รับรองได้ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ธรรม ๔ อย่างนี้แล ไม่มีใครๆ สมณะก็ตาม พราหมณ์ ก็ตาม เทวดาก็ตาม มารก็ตาม พรหมก็ตาม ใครๆ ในโลกก็ตาม จะเป็นผู้รับรองได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์พึงตั้งอยู่ได้ ตลอดกัลป์ น่ะสิ อิทธิพลกถา จบ ----------------------------------------------------- @ อํ. จตุกฺก. ข้อ ๑๘๒ หน้า ๒๓๒

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย