This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

本册其他条目

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

经典 · พระอภิธรรมปิฎก

อริยันติกถา

ข้อ ๗๒๐–๗๓๗พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์18 条2 个版本

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

巴利文与译文

印本前页文字

อริยนฺติกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อริยันติกถา

๗๒๐

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ สกทาคามิมคฺโค สกทาคามิผลํ อนาคามิมคฺโค อนาคามิผลํ อรหตฺตมคฺโค อรหตฺตผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ เป็น อริยะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคา มิผล เป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๑

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐานญฺจ มนสิ กโรติ สุญฺญตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐานญฺจ มนสิ กโรติ สุญฺญตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐานญฺจ มนสิ กโรติ อปฺปณิหิตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐานญฺจ มนสิ กโรติ อปฺปณิหิตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีสุญญตะ เป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มีสุญญตะ เป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน พระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน พระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ หรือ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน พระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งฐานะและอฐานะด้วย ทรงทำไว้ใน พระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๒

สติปฏฺฐานา อริยา สุญฺญตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติปฏฺฐานา อริยา อนิมิตฺตารมฺมณา ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะ เป็น อารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอนฐานะ เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๓

สมฺมปฺปธานา อิทฺธิปาทา อินฺทฺริยา พลา โพชฺฌงฺคา อริยา สุญฺญตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อริยา อนิมิตฺตารมฺมณา ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ เป็นอริยะ มีสุญญตะ เป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ มี สุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โพชฌงค์เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็น อารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ มี อัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๔

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานา อริยา น วตฺตพฺพา สุญฺญตารมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานา อริยา น วตฺตพฺพา อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณํ ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อริยา น วตฺตพฺพา อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติปัฏฐานเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติปัฏฐานเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิ- หิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๕

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺคาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๖

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาตญฺจ มนสิ กโรติ สุญฺญตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สตฺตานํ จุตูปปาตญฺจ มนสิ กโรติ สุญฺญตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาตญฺจ มนสิ กโรติ อปฺปณิหิตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สตฺตานํ จุตูปปาตญฺจ มนสิ กโรติ อปฺปณิหิตญฺจ มนสิ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ ทฺวินฺนํ จิตฺตานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้ง หลาย เป็นอริยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งสุญญตะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระตถาคตทรงทำไว้ในพระทัย ซึ่งจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายด้วย ทรงทำไว้ในพระทัยซึ่งอัปปณิหิตะด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๗

สติปฏฺฐานา อริยา สุญฺญตารมฺมณา ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณา ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อริยา สุญฺญตารมฺมณา ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณา ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๘

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณํ ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานา อริยา น วตฺตพฺพา อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติปัฏฐาน เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะ เป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๒๙

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณํ ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา อริยา น วตฺตพฺพา อปฺปณิหิตารมฺมณาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามความจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ ทั้งหลาย เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิ- มิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ โพชฌงค์ เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะ เป็นอารมณ์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๐

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๑

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๒

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ น วตฺตพฺพํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ น วตฺตพฺพํ อริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะ ไม่พึงกล่าว ว่าเป็นอริยะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ก็ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๓

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ น วตฺตพฺพํ อริยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ น วตฺตพฺพํ อริยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ก็ไม่พึงกล่าวว่าเป็นอริยะ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๔

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะก็เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะก็เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๕

อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ สุญฺญตารมฺมณํ ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย ก็เป็นอริยะ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๖

ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ฐานาฐาเน ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในฐานะและอฐานะเป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอนิมิตตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ก็เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

๗๓๗

สตฺตานํ จุตูปปาเต ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ สุญฺญตารมฺมณํ ฯเปฯ อนิมิตฺตารมฺมณํ ฯเปฯ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อาสวานํ ขเย ยถาภูตํ ญาณํ ตถาคตพลํ อริยํ น วตฺตพฺพํ อปฺปณิหิตารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อริยนฺติกถา ฯ --------

ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในจุติและอุปบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีสุญญตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีอนิมิตตะเป็น อารมณ์ ฯลฯ มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กำลังของพระตถาคต คือ การรู้ตามจริงในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ก็เป็นอริยะ แต่ไม่พึงกล่าวว่า มีอัปปณิหิตะเป็นอารมณ์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยันติกถา จบ. -----------------------------------------------------

所用版本与授权

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · 证据核验于 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย