Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๖
๑. อภิชชมานเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ ๓. จูฬวรรค หมวดเล็ก ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ เรื่องเปรตผู้เดินทวนกระแสน้ำอันไหลไม่ขาดสาย (โกลิยมหาอำมาตย์ของพระเจ้าพิมพิสาร ถามเปรตตนหนึ่งว่า)
๓๘๗ท่านเปลือยกาย เหมือนกับเปรตครึ่งท่อน ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกาย เดินอยู่ในที่นี้ ซึ่งมีน้ำในแม่น้ำคงคาไหลไม่ขาดสาย ท่านจักไปไหนนะเปรต ท่านอยู่ประจำที่ไหน (พระสังคีติกาจารย์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
๓๘๘เปรตนั้นกล่าวว่า ข้าพเจ้าจักไปยังบ้านจุนทัฏฐิละ ซึ่งอยู่ในระหว่างวาสภคามกับกรุงพาราณสี
๓๘๙อนึ่งมหาอำมาตย์ซึ่งปรากฏชื่อว่า โกลิยะ เห็นเปรตนั้นแล้ว จึงได้ให้ข้าวสัตตุ และผ้าสีเหลืองคู่หนึ่งแก่เปรต
๓๙๐เมื่อเรือหยุด ได้สั่งให้สิ่งของเหล่านั้นแก่อุบาสกผู้เป็นช่างกัลบก ผ้านุ่งผ้าห่มก็ปรากฏแก่เปรตทันที ในขณะที่มหาอำมาตย์ได้ให้ผ้าคู่หนึ่งแก่อุบาสกซึ่งเป็นช่างกัลบก
๓๙๑ลำดับนั้น เปรตนั้นนุ่งห่มผ้าเรียบร้อย ทัดทรงดอกไม้ ตกแต่งร่างกายอย่างสวยงาม ทักษิณาย่อมสำเร็จแก่เปรตผู้ดำรงอยู่ในฐานะ เพราะฉะนั้นผู้มีปัญญาพึงให้ทานบ่อยๆ เพื่ออนุเคราะห์เปรตทั้งหลาย @เชิงอรรถ : @ ข้าวตู คือข้าวตากคั่วแล้วตำเป็นผงเคล้ากับน้ำตาลและมะพร้าว (ขุ.เป.อ. ๓๘๙/๑๘๑) @ เปรตที่อยู่ในฐานะที่จะรับส่วนบุญที่ผู้อื่นอุทิศให้ เช่น ขุปปิปาสิกเปรต เปรตที่หิวกระหายอยู่เป็นนิตย์ @วันตาสเปรต เปรตที่กินน้ำมูกน้ำลายที่เขาบ้วนทิ้งแล้ว ปรทัตตูปชีวิเปรต เปรตที่อาศัยอาหารที่คนอื่น @เขาให้ นิชฌามตัณหิกเปรต เปรตที่ถูกตัณหาแผดเผา เป็นต้น (ขุ.ขุ.อ. ๑๒/๑๙๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๒๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ
๓๙๒เปรตเหล่าอื่นบางพวกนุ่งผ้าขี้ริ้วขาดรุ่งริ่ง บางพวกนุ่งเส้นผม หลีกไปยังทิศน้อยใหญ่เพื่อหาอาหาร
๓๙๓บางพวกวิ่งไปแม้ในที่ไกล กลับมาโดยไม่ได้อะไรเลย บางพวกหิวจัดจนเป็นลมล้มสลบกลิ้งไปบนพื้นดิน
๓๙๔บางพวกไม่ได้ทำความดีไว้ในชาติก่อน ไม่ได้อะไรเลย ล้มกลิ้งบนพื้นดินเหมือนถูกไฟเผาอยู่กลางแดด ประสบความเดือดร้อน คร่ำครวญว่า
๓๙๕ในชาติก่อน พวกเราเป็นหญิงแม่เรือน เป็นมารดาทารกในตระกูล เป็นคนมีบาป เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ได้ทำที่พึ่งให้แก่ตน
๓๙๖แม้ข้าวและน้ำมีมากแต่เราไม่ได้แจกจ่ายให้ทาน และไม่ได้ถวายอะไรแก่บรรพชิตผู้ปฏิบัติชอบ
๓๙๗อยากทำแต่กรรมที่คนดีไม่พึงทำ เป็นคนเกียจคร้าน ใคร่แต่ความสำราญและกินจุ แม้ผู้ที่ให้ก้อนข้าวปฏิคาหกเพียงคำหนึ่ง ตนก็ยังด่า
๓๙๘เรือน คนรับใช้ชายหญิง และผ้าอาภรณ์เหล่านั้นเป็นของพวกเรา แต่คนเหล่าอื่นเอาไปใช้สอย พวกเราจึงประสบแต่ทุกข์
๓๙๙ช่างจักสานก็ดี ช่างหนังก็ดี คนประทุษร้ายมิตรก็ดี คนจัณฑาลก็ดี คนกำพร้าก็ดี ช่างกัลบกก็ดี มักถูกดูหมิ่นอยู่ร่ำไป
๔๐๐เปรตทั้งหลายจุติจากเปตวิสัยแล้ว ย่อมเกิดในตระกูลเหล่านั้น ซึ่งเป็นตระกูลต่ำและขัดสน นี้เป็นที่เกิดสำหรับคนตระหนี่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ
๔๐๑ส่วนคนทั้งหลายทำความดีไว้ในชาติปางก่อน มีปกติให้ ปราศจากความตระหนี่ พวกเขาย่อมทำสวรรค์ให้เต็มบริบูรณ์ และเปล่งรัศมีสว่างไสวทั่วนันทวัน
๔๐๒บริโภคกามคุณตามความปรารถนา รื่นรมย์ในเวชยันตปราสาท จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว ย่อมเกิดในตระกูลสูง มีโภคสมบัติมาก
๔๐๓คือ เกิดในตระกูลแห่งบุคคลผู้มีบริวารยศ ซึ่งมีคนถือพัดแววหางนกยูง คอยพัดอยู่บนบัลลังก์ที่ปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ในเรือนยอดและปราสาทราชมนเทียร
๔๐๔(ในเวลาเป็นทารก) ก็ทัดทรงดอกไม้ ตบแต่งร่างกาย หมู่ญาติและพี่เลี้ยงนางนมผลัดกันอุ้ม เหล่าพี่เลี้ยงนางนมปรารถนาความสุข พากันบำรุงอยู่ทั้งเช้าและเย็น
๔๐๕ป่าใหญ่ของเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ซึ่งปราศจากความเศร้าโศก น่ารื่นรมย์ยินดี เป็นสถานที่ซึ่งดิฉันได้แล้วนี้ ย่อมไม่มีแก่ผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ แต่ย่อมมีแก่ผู้ที่ทำบุญไว้เท่านั้น
๔๐๖ส่วนผู้ที่ไม่ได้ทำบุญไว้ ย่อมไม่มีความสุขทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้า แต่ผู้ที่ได้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมมีความสุขทั้งในโลกนี้ทั้งในโลกหน้า
๔๐๗ผู้ปรารถนาจะอยู่ร่วมกับเทพชั้นดาวดึงส์เหล่านั้น ต้องทำบุญกุศลไว้ให้มาก เพราะว่าเหล่าชนผู้ทำบุญไว้แล้ว ย่อมเพียบพร้อมด้วยโภคสมบัติ ร่าเริงบันเทิงอยู่ในสวรรค์ อภิชชมานเปตวัตถุที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๓๑}