Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๖
๒. อุทายีเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๒. อุทายีเถรคาถา ภาษิตของพระอุทายีเถระ (พระอุทายีเถระเมื่อจะชมเชยพระศาสดา ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบังเกิดในหมู่มนุษย์ ฝึกฝนพระองค์แล้ว มีพระหฤทัยตั้งมั่น ทรงดำเนินไปในทางที่ประเสริฐ ทรงยินดีในธรรมเป็นที่สงบระงับจิต
ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวงพระองค์ใดที่มนุษย์ทั้งหลาย นอบน้อม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแม้เทวดาทั้งหลายก็ นอบน้อม ข้าพเจ้าฟังมาแต่พระอรหันต์ทั้งหลายดังว่ามานี้
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ใด ผู้ทรงล่วงสังโยชน์ทั้งปวง เสด็จออกจากป่า มาสู่ นิพพาน เสด็จออกจากกามมายินดีในเนกขัมมะ เหมือนทองคำที่ พ้นจากหิน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล เป็นดุจช้างตัวประเสริฐ ทรงรุ่งเรืองล่วงโลกพร้อมทั้งเทวโลก ดุจภูเขาหิมวันต์เหนือภูเขา ศิลาเหล่าอื่น ทรงมีพระนามว่านาคโดยแท้จริง ทรงยอดเยี่ยม กว่าผู้ที่มีนามว่านาคทั้งหมด @เชิงอรรถ : @ กิเลส (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๙๑/๒๘๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๒. อุทายีเถรคาถา
เราจะแสดงผู้ที่ได้นามว่านาคโดยแท้จริงนั้นแก่พวกท่าน เพราะผู้ที่ไม่ทำชั่วทุกอย่าง ชื่อว่านาค ความสงบเสงี่ยมและความไม่เบียดเบียนทั้ง ๒ นั้น เป็นเท้าหน้าของผู้ที่ได้นามว่า ช้าง
สติ และสัมปชัญญะทั้ง ๒ นั้น เป็นเท้าหลังของผู้ที่ได้นามว่าช้าง ผู้ที่ได้นามว่าพญาช้าง มีศรัทธาเป็นงวง มีอุเบกขาเป็นงาขาว
มีสติเป็นคอ มีปัญญาเครื่องพิจารณาค้นคว้าธรรมเป็นเศียร มีธรรมคือสมถะและวิปัสสนาซึ่งเป็นที่รวมอยู่แห่งปัญญาเป็นท้อง มีวิเวกเป็นหาง
พญาช้างคือพระพุทธเจ้านั้นทรงเข้าฌานประจำ ทรงยินดีในนิพพาน มีพระหฤทัยตั้งมั่นดีภายใน เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น ประทับยืน ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น
เมื่อบรรทม ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น แม้ประทับนั่ง ก็มีพระหฤทัยตั้งมั่น ทรงสำรวมทุกอย่าง นี้เป็นคุณสมบัติของพญาช้างคือพระพุทธเจ้า
พญาช้าง คือพระพุทธเจ้านั้น บริโภคสิ่งที่ไม่มีโทษ ไม่บริโภคสิ่งที่มีโทษ ได้อาหารและเครื่องนุ่งห่มแล้วงดการสั่งสม
ตัดสังโยชน์ กิเลสเครื่องผูกพันน้อยใหญ่ทั้งหมด ไม่มีความห่วงใยเลย ไปได้ทุกทิศ
ดอกบัวขาวมีกลิ่นหอมหวน ชวนให้รื่นรมย์ใจเกิดก็ในน้ำ เติบโตก็ในน้ำ แต่ไม่ติดอยู่กับน้ำ แม้ฉันใด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติในโลก ทั้งทรงอยู่ในโลก ก็ไม่ทรงติดอยู่กับโลก เหมือนดอกบัวไม่ติดอยู่กับน้ำ ฉันนั้นเหมือนกัน
ไฟกองใหญ่ที่ลุกโชน เมื่อหมดเชื้อก็ดับไป ถึงเมื่อยังมีเถ้าอยู่ เขาก็เรียกว่า ไฟดับ
อุปมาที่ให้รู้แจ่มแจ้งเนื้อความข้อนี้ วิญญูชนทั้งหลายแสดงไว้แล้ว ท่านผู้ที่มีนามว่ามหานาคทั้งหลายจะรู้แจ้งพญาช้างคือพระพุทธเจ้า อันเราผู้ได้นามว่านาคแสดงไว้แล้ว
พญาช้างคือพระพุทธเจ้า ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ หมดอาสวะ เมื่อทรงละพระวรกาย จะไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน โสฬสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ พระเถระ ๒ รูปนี้ มีฤทธิ์มาก คือ ๑. พระอัญญาโกณฑัญญะเถระ ๒. พระอุทายีเถระ ในโสฬสกนิบาตนี้ มี ๓๒ คาถา ฉะนี้แล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๙}