This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๖

Other items in this volume

๑. ปฐมปีฐวิมาน๒. ทุติยปีฐวิมาน๓. ตติยปีฐวิมาน๔. จตุตถปีฐวิมาน๕. กุญชรวิมาน๖. ปฐมนาวาวิมาน๗. ทุติยนาวาวิมาน๘. ตติยนาวาวิมาน๙. ปทีปวิมาน๑๐. ติลทักขิณวิมาน๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน๑๔. ทุติยสุณิสาวิมาน๑๕. อุตตราวิมาน๑๖. สิริมาวิมาน๑๗. เปสการิยวิมาน๑. ทาสีวิมาน๒. ลขุมาวิมาน๓. อาจามทายิกาวิมาน๔. จัณฑาลีวิมาน๕. ภัททิตถิกาวิมาน๖. โสณทินนาวิมาน๗. อุโปสถาวิมาน๘. สุนิททาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๑๑. ทุติยภิกขาทายิกาวิมาน๑. อุฬารวิมาน๒. อุจฉุทายิกาวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน๖. ทัททัลลวิมาน๗. เปสวตีวิมาน๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน๑. มัญชิฏฐกวิมาน๒. ปภัสสรวิมาน๓. นาควิมาน๔. อโลมวิมาน๕. กัญชิกทายิกาวิมาน๖. วิหารวิมาน๗. จตุริตถีวิมาน๘. อัมพวิมาน๙. ปีตวิมาน๑๐. อุจฉุวิมาน๑๑. วันทนวิมาน๑๒. รัชชุมาลาวิมาน๑. มัณฑูกเทวปุตตวิมาน๒. เรวตีวิมาน๓. ฉัตตมาณวกวิมาน๔. กักกฏกรสทายกวิมาน๕. ทวารปาลวิมาน๖. ปฐมกรณียวิมาน๗. ทุติยกรณียวิมาน๘. ปฐมสูจิวิมาน๙. ทุติยสูจิวิมาน๑๐. ปฐมนาควิมาน๑๑. ทุติยนาควิมาน๑๒. ตติยนาควิมาน๑๓. จูฬรถวิมาน๑๔. มหารถวิมาน๑. ปฐมอคาริยวิมาน๒. ทุติยอคาริยวิมาน๓. ผลทายกวิมาน๔. ปฐมอุปัสสยทายกวิมาน๕. ทุติยอุปัสสยทายกวิมาน๖. ภิกขาทายกวิมาน๗. ยวปาลกวิมาน๘. ปฐมกุณฑลีวิมาน๙. ทุติยกุณฑลีวิมาน๑๐. ปายาสิวิมาน๑. จิตตลตาวิมาน๒. นันทนวิมาน๓. มณิถูณวิมาน๔. สุวัณณวิมาน๕. อัมพวิมาน๖. โคปาลวิมาน๗. กัณฐกวิมาน๘. อเนกวัณณวิมาน๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน๑๐. เสริสสกวิมาน๑๑. สุนิกขิตตวิมาน๑. เขตตูปมเปตวัตถุ๒. สูกรมุขเปตวัตถุ๓. ปูติมุขเปตวัตถุ๔. ปิฏฐธีตลิกเปตวัตถุ๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ๘. โคณเปตวัตถุ๙. มหาเปสการเปติวัตถุ๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ๑๑. นาคเปตวัตถุ๑๒. อุรคเปตวัตถุ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ๓. มัตตาเปติวัตถุ๔. นันทาเปติวัตถุ๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ๖. กัณหเปตวัตถุ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ๘. จูฬเสฏฐิเปตวัตถุ๙. อังกุรเปตวัตถุ๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ๑๑. สุตตเปตวัตถุ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ๓. รถการเปติวัตถุ๔. ภุสเปตวัตถุ๕. กุมารเปตวัตถุ๖. เสริณีเปติวัตถุ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ๙. กูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุ๑๐. ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ๑. อัมพสักขรเปตวัตถุ๒. เสรีสกเปตวัตถุ๓. นันทกเปตวัตถุ๔. เรวตีเปตวัตถุ๕. อุจฉุเปตวัตถุ๖. กุมารเปตวัตถุ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ๘. คูถขาทกเปตวัตถุ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ๑๐. คณเปตวัตถุ๑๑. ปาฏลิปุตตเปตวัตถุ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ๑๓. อักขรุกขเปตวัตถุ๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ๑๕. เสฏฐิปุตตเปตวัตถุ๑๖. สัฏฐิกูฏเปตวัตถุนิทานคาถา๑. สุภูติเถรคาถา๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา๓. กังขาเรวตเถรคาถา๔. ปุณณเถรคาถา๕. ทัพพเถรคาถา๖. สีตวนิยเถรคาถา๗. ภัลลิยเถรคาถา๘. วีรเถรคาถา๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา๑. จูฬวัจฉเถรคาถา๒. มหาวัจฉเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. วนวัจฉเถรสามเณรคาถา๕. กุณฑธานเถรคาถา๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา๗. ทาสกเถรคาถา๘. สิงคาลเถรคาถา๙. กุฬเถรคาถา๑๐. อชิตเถรคาถา๑. นิโครธเถรคาถา๒. จิตตกเถรคาถา๓. โคสาลเถรคาถา๔. สุคันธเถรคาถา๕. นันทิยเถรคาถา๖. อภัยเถรคาถา๗. โลมสกังคิยเถรคาถา๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา๙. หาริตเถรคาถา๑๐. อุตติยเถรคาถา๑. คหุรตีริยเถรคาถา๒. สุปปิยเถรคาถา๓. โสปากเถรคาถา๔. โปสิยเถรคาถา๕. สามัญญกานิเถรคาถา๖. กุมาปุตตเถรคาถา๗. กุมาปุตตเถรสหายกเถรคาถา๘. ควัมปติเถรคาถา๙. ติสสเถรคาถา๑๐. วัฑฒมานเถรคาถา๑. สิริวัฑฒเถรคาถา๒. ขทิรวนิยเถรคาถา๓. สุมังคลเถรคาถา๔. สานุเถรคาถา๕. รมณียวิหารีเถรคาถา๖. สมิทธิเถรคาถา๗. อุชชยเถรคาถา๘. สัญชยเถรคาถา๙. รามเณยยกเถรคาถา๑๐. วิมลเถรคาถา๑. โคธิกเถรคาถา๒. สุพาหุเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. อุตติยเถรคาถา๕. อัญชนวนิยเถรคาถา๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา๗. ทุติยกุฏิวิหารีเถรคาถา๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา๙. โกสัลลวิหาริเถรคาถา๑๐. สีวลีเถรคาถา๑. วัปปเถรคาถา๒. วัชชีปุตตกเถรคาถา๓. ปักขเถรคาถา๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา๕. อุกเขปกตวัจฉเถรคาถา๖. เมฆิยเถรคาถา๗. เอกธัมมสวนิยเถรคาถา๘. เอกุทานิยเถรคาถา๙. ฉันนเถรคาถา๑๐. ปุณณเถรคาถา๑. วัจฉปาลเถรคาถา๒. อาตุมเถรคาถา๓. มาณวเถรคาถา๔. สุยามนเถรคาถา๕. สุสารทเถรคาถา๖. ปิยัญชหเถรคาถา๗. หัตถาโรหปุตตเถรคาถา๘. เมณฑสิรเถรคาถา๙. รักขิตเถรคาถา๑๐. อุคคเถรคาถา๑. สมิติคุตตเถรคาถา๒. กัสสปเถรคาถา๓. สีหเถรคาถา๔. นีตเถรคาถา๕. สุนาคเถรคาถา๖. นาคิตเถรคาถา๗. ปวิฏฐเถรคาถา๘. อัชชุนเถรคาถา๙. (ปฐม)เทวสภเถรคาถา๑๐. สามิทัตตเถรคาถา๑. ปริปุณณกเถรคาถา๒. วิชยเถรคาถา๓. เอรกเถรคาถา๔. เมตตชิเถรคาถา๕. จักขุปาลเถรคาถา๖. ขัณฑสุมนเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. อภัยเถรคาถา๙. อุตติยเถรคาถา๑๐. (ทุติย)เทวสภเถรคาถา๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา๒. เสตุจฉเถรคาถา๓. พันธุรเถรถาคา๔. ขิตกเถรคาถา๕. มลิตวัมภเถรคาถา๖. สุเหมันตเถรคาถา๗. ธัมมสังวรเถรคาถา๘. ธัมมสฏปิตุเถรคาถา๙. สังฆรักขิตเถรคาถา๑๐. อุสภเถรคาถา๑. เชนตเถรคาถา๒. วัจฉโคตตเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. อธิมุตตเถรคาถา๕. มหานามเถรคาถา๖. ปาราปริยเถรคาถา๗. ยสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. วัชชีปุตตเถรคาถา๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ปิณโฑลภารทวาชเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. คังคาตีริยเถรคาถา๕. อชินเถรคาถา๖. เมฬชินเถรคาถา๗. ราธเถรคาถา๘. สุราธเถรคาถา๙. โคตมเถรคาถา๑๐. วสภเถรคาถา๑. มหาจุนทเถรคาถา๒. โชติทาสเถรคาถา๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา๔. โสมมิตตเถรคาถา๕. สัพพมิตตเถรคาถา๖. มหากาลเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. นันทเถรคาถา๑๐. สิริมเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ภัททชิเถรคาถา๓. โสภิตเถรคาถา๔. วัลลิยเถรคาถา๕. วีตโสกเถรคาถา๖. ปุณณมาสเถรคาถา๗. นันทกเถรคาถา๘. ภารตเถรคาถา๙. ภารทวาชเถรคาถา๑๐. กัณหทินนเถรคาถา๑. มิคสิรเถรคาถา๒. สิวกเถรคาถา๓. อุปวาณเถรคาถา๔. อิสิทินนเถรคาถา๕. สัมพุลกัจจานเถรคาถา๖. ขิตกเถรคาถา๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา๘. นิสภเถรคาถา๙. อุสภเถรคาถา๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา๑. กุมารกัสสปเถรคาถา๒. ธัมมปาลเถรคาถา๓. พรหมาลิเถรคาถา๔. โมฆราชเถรคาถา๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา๖. จูฬกเถรคาถา๗. อนูปมเถรคาถา๘. วัชชิตเถรคาถา๙. สันธิตเถรคาถา๑. อังคณิกภารทวาชเถรคาถา๒. ปัจจยเถรคาถา๓. พากุลเถรคาถา๔. ธนิยเถรคาถา๕. มาตังคปุตตเถรคาถา๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา๗. วารณเถรคาถา๘. ปัสสิกเถรคาถา๙. ยโสชเถรคาถา๑๐. สาฏิมัตติยเถรคาถา๑๑. อุปาลิเถรคาถา๑๒. อุตตรปาลเถรคาถา๑๓. อภิภูตเถรคาถา๑๔. โคตมเถรคาถา๑๕. หาริตเถรคาถา๑๖. วิมลเถรคาถา๑. นาคสมาลเถรคาถา๒. ภคุเถรคาถา๓. สภิยเถรคาถา๔. นันทกเถรคาถา๕. ชัมพุกเถรคาถา๖. เสนกเถรคาถา๗. สัมภูตเถรคาถา๘. ราหุลเถรคาถา๙. จันทนเถรคาถา๑๐. ธัมมิกเถรคาถา๑๑. สัปปกเถรคาถา๑๒. มุทิตเถรคาถา๑. ราชทัตตเถรคาถา๒. สุภูตเถรคาถา๓. คิริมานันทเถรคาถา๔. สุมนเถรคาถา๕. วัฑฒเถรคาถา๖. นทีกัสสปเถรคาถา๗. คยากัสสปเถรคาถา๘. วักกลิเถรคาถา๙. วิชิตเสนเถรคาถา๑๐. ยสทัตตเถรคาถา๑๑. โสณกุฏิกัณณเถรคาถา๑๒. โกสิยเถรคาถา๑. อุรุเวลกัสสปเถรคาถา๒. เตกิจฉกานิเถรคาถา๓. มหานาคเถรคาถา๔. กุลลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. สัปปทาสเถรคาถา๗. กาติยานเถรคาถา๘. มิคชาลเถรคาถา๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา๑๐. สุมนเถรคาถา๑๑. นหาตกมุนีเถรคาถา๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา๑๔. สัพพกามีเถรคาถา๑. สุนทรสมุททเถรคาถา๒. ลกุณฏกภัททิยเถรคาถา๓. ภัททเถรคาถา๔. โสปากเถรคาถา๕. สรภังคเถรคาถา๑. มหากัจจายนเถรคาถา๒. สิริมิตตเถรคาถา๓. มหาปันถกเถรคาถา๑. ภูตเถรคาถา๑. กาฬุทายีเถรคาถา๒. เอกวิหาริยเถรคาถา๓. มหากัปปินเถรคาถา๔. จูฬปันถกเถรคาถา๕. กัปปเถรคาถา๖. วังคันตปุตตอุปเสนเถรคาถา๗. โคตมเถรคาถา๑. สังกิจจเถรคาถา๑. สีลวเถรคาถา๒. สุนีตเถรคาถา๑. โสณโกฬิวิสเถรคาถา๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา๒. โคทัตตเถรคาถา๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา๒. อุทายีเถรคาถา๑. อธิมุตตเถรคาถา๒. ปาราปริยเถรคาถา๓. เตลกานิเถรคาถา๔. รัฏฐปาลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. เสลเถรคาถา๗. ภัททิยกาฬิโคธาปุตตเถรคาถา๘. อังคุลิมาลเถรคาถา๙. อนุรุทธเถรคาถา๑๐. ปาราปริยเถรคาถา๑. ปุสสเถรคาถา๒. สารีปุตตเถรคาถา๓. อานนทเถรคาถา๑. มหากัสสปเถรคาถา๑. ตาลปุฏเถรคาถา๑. มหาโมคคัลลานเถรคาถา๑. วังคีสเถรคาถา๑. อัญญตราเถรีคาถา๒. มุตตาเถรีคาถา๓. ปุณณาเถรีคาถา๔. ติสสาเถรีคาถา๕. อัญญตราติสสาเถรีคาถา๖. ธีราเถรีคาถา๗. อัญญตราธีราเถรีคาถา๘. มิตตาเถรีคาถา๙. ภัทราเถรีคาถา๑๐. อุปสมาเถรีคาถา๑๑. มุตตาเถรีคาถา๑๒. ธัมมทินนาเถรีคาถา๑๓. วิสาขาเถรีคาถา๑๔. สุมนาเถรีคาถา๑๕. อุตตราเถรีคาถา๑๖. วุฑฒปัพพชิตสุมนาเถรีคาถา๑๗. ธัมมาเถรีคาถา๑๘. สังฆาเถรีคาถา๑. อภิรูปนันทาเถรีคาถา๒. เชนตาเถรีคาถา๓. สุมังคลมาตาเถรีคาถา๔. อัฑฒกาสีเถรีคาถา๕. จิตตาเถรีคาถา๖. เมตติกาเถรีคาถา๗. มิตตาเถรีคาถา๘. อภยมาตุเถรีคาถา๙. อภยาเถรีคาถา๑๐. สามาเถรีคาถา๑. อปราสามาเถรีคาถา๒. อุตตมาเถรีคาถา๓. อปราอุตตมาเถรีคาถา๔. ทันติกาเถรีคาถา๕. อุพพิรีเถรีคาถา๖. สุกกาเถรีคาถา๗. เสลาเถรีคาถา๘. โสมาเถรีคาถา๑. ภัททกาปิลานีเถรีคาถา๑. อัญญตราเถรีคาถา๒. วิมลาเถรีคาถา๓. สีหาเถรีคาถา๔. สุนทรีนันทาเถรีคาถา๕. นันทุตตราเถรีคาถา๖. มิตตากาฬีเถรีคาถา๗. สกุลาเถรีคาถา๘. โสณาเถรีคาถา๙. ภัททากุณฑลเกสาเถรีคาถา๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา๑๑. ติงสมัตตาเถรีคาถา๑๒. จันทาเถรีคาถา๑. ปัญจสตมัตตาเถรีคาถา๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา๓. เขมาเถรีคาถา๔. สุชาตาเถรีคาถา๕. อโนปมาเถรีคาถา๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา๗. คุตตาเถรีคาถา๘. วิชยาเถรีคาถา๑. อุตตราเถรีคาถา๒. จาลาเถรีคาถา๓. อุปจาลาเถรีคาถา๑. สีสูปจาลาเถรีคาถา๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา๑. ปุณณาเถรีคาถา๑. อัมพปาลีเถรีคาถา๒. โรหิณีเถรีคาถา๓. จาปาเถรีคาถา๔. สุนทรีเถรีคาถา๕. สุภากัมมารธีตุเถรีคาถา๑. สุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถา๑. อิสิทาสีเถรีคาถา๑. สุเมธาเถรีคาถา

Scripture

๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation24 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่ฉัตตมาณพผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ (พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงแสดงวิธีถึงสรณคมน์แก่ฉัตตมาณพจึงตรัสว่า)

Item ๘๘๖

บรรดาผู้กล่าวสอนในหมู่มนุษย์ ผู้ใดเป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นพระศากยมุนี จำแนกพระธรรม สำเร็จกิจที่จะต้องทำแล้ว ถึงฝั่งพระนิพพาน พรั่งพร้อมด้วยพละและวีริยะ เธอจงถึงผู้นั้นผู้เป็นพระสุคตเพื่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด

Item ๘๘๗

เธอจงถึงพระธรรมอันเป็นเหตุสำรอกราคะ มีสภาวะไม่หวั่นไหว ไร้ความเศร้าโศก เป็นสภาวธรรมที่ปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง ปราศจากสิ่งแปดเปื้อน น่าปรารถนา ละเอียดอ่อน ซึ่งพระตถาคตทรงจำแนกไว้แจ่มแจ้งแล้วนี้เพื่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด

Item ๘๘๘

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงทานที่ถวายในท่านเหล่าใดว่ามีผลมาก ท่านเหล่านั้น คือพระอริยบุคคลผู้บริสุทธิ์ ๔ คู่ ๘ ท่าน ผู้เห็นประจักษ์ในธรรม เธอจงถึงพระอริยสงฆ์นี้เพื่อเป็นที่พึ่งที่ระลึกเถิด (พระผู้มีพระภาคตรัสถามเทพบุตรนั้นว่า)

Item ๘๘๙

ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวฤกษ์ผุสสะในท้องฟ้า ยังสว่างไสวไม่เทียบเท่าวิมานของเธอซึ่งสว่างไสวมาก หาสิ่งเปรียบเทียบมิได้นี้ เธอเป็นใครหนอ จากเทวโลกชั้นดาวดึงส์มายังแผ่นดิน

Item ๘๙๐

วิมานของเธอนั้นมีรัศมีตัดแสงอาทิตย์แผ่ไปเกิน ๒๐ โยชน์ และทำกลางคืนให้เป็นเสมือนกลางวัน วิมานของเธองามบริสุทธิ์ผุดผ่อง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

Item ๘๙๑

มีดอกปทุมมาก มีดอกบุณฑริกงดงาม เกลื่อนกลาดด้วยดอกไม้นานาชนิด งามไม่น้อย คลุมไว้ด้วยตาข่ายทองอันบริสุทธิ์ ปราศจากธุลี ส่องสว่างอยู่ในอากาศเหมือนดวงอาทิตย์

Item ๘๙๒

วิมานของเธอเนืองแน่นด้วยเหล่าเทพอัปสร ผู้ทรงผ้ากำพลสีแดงและสีเหลือง หอมตลบด้วยกลิ่นกฤษณา ดอกประยงค์และแก่นจันทน์ มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประหนึ่งท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว

Item ๘๙๓

เทพบุตรและเทพธิดาจำนวนมากในวิมานนี้ มีรูปร่างลักษณะต่างๆ กัน มีจิตใจเบิกบาน ทรงทิพยอาภรณ์ ประดับด้วยดอกไม้ทิพย์ คลุมด้วยกรองทอง ห่มด้วยอาภรณ์ทอง โชยกลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม

Item ๘๙๔

นี้เป็นผลแห่งกรรมอันใดเล่า เพราะผลกรรมอะไรเล่า เธอจึงมาเกิดในวิมานนี้ อนึ่ง ตถาคตถามแล้ว ขอเธอจงบอกถึงวิธีที่เธอได้วิมานนี้ตามสมควรแก่เหตุนั้นเถิด (เทพบุตรกราบทูลว่า)

Item ๘๙๕

พระศาสดาเสด็จมาพบฉัตตมาณพในทางนี้ เมื่อจะทรงอนุเคราะห์ จึงได้ทรงพร่ำสอน มาณพนั้นฟังธรรมของพระองค์ผู้เป็นรัตนะอย่างประเสริฐแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าพระองค์จักทำตามพระดำรัสที่ทรงพร่ำสอน

Item ๘๙๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลว่า ข้าพระองค์ยังไม่ได้ถึงพระชินะผู้ประเสริฐ พระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ทรงพร่ำสอนนั่นแล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๐๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

Item ๘๙๗

อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสสอนว่า เธออย่าได้ประพฤติตนเป็นคนฆ่าสัตว์ โดยวิธีต่างๆ อันเป็นกรรมไม่สะอาด เพราะท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายไม่สรรเสริญ ความไม่สำรวมในสัตว์ทั้งหลายเลย ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ตรัสสอนนั่นแล

Item ๘๙๘

อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสสอนว่า เธออย่าสำคัญสิ่งของ แม้ที่คนอื่นดูแลรักษาไว้ที่เขามิได้ให้ว่าเป็นของควรถือเอา ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ตรัสสอนนั่นแล

Item ๘๙๙

อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสสอนว่า เธออย่าได้ล่วงละเมิดหญิงที่คนอื่นรักษา และภรรยาของชายอื่น นั่นเป็นสิ่งไม่ประเสริฐ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ตรัสสอนนั่นแล

Item ๙๐๐

อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสสอนว่า เธออย่าได้พูดให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เพราะท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ไม่สรรเสริญการกล่าวเท็จ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ตรัสสอนนั่นแล @เชิงอรรถ : @ โดยอาการลักขโมย @ หญิงที่บิดามารดาเป็นต้นยังไม่ยินยอมยกให้ @ เป็นชู้กับภรรรยาชายอื่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๐๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

Item ๙๐๑

อนึ่ง พระองค์ได้ตรัสสอนว่า เธอจงงดเว้นของมึนเมาทุกชนิด อันเป็นเหตุทำให้ความจำของคนเสื่อม ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทีแรกข้าพระองค์ได้กราบทูลปฏิเสธ แต่ภายหลังได้ทำตามพระดำรัสของพระองค์ตามที่ตรัสสอนนั่นแล

Item ๙๐๒

ข้าพระองค์นั้นได้รักษาสิกขาบท ๕ ในพระศาสนานี้ ปฏิบัติธรรมของพระตถาคต ได้ไปยังทางสองแพร่งกลางชุมโจร พวกโจรเหล่านั้นได้ฆ่าข้าพระองค์ ณ ที่นั้น เพราะโภคะเป็นเหตุ

Item ๙๐๓

ข้าพระองค์ระลึกถึงกุศลกรรมมีประมาณเท่านี้นี่เอง กุศลกรรมอื่นนอกจากนั้นของข้าพระองค์ไม่มี เพราะสุจริตกรรมนั้น ข้าพระองค์จึงเกิดในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ พรั่งพร้อมด้วยกามคุณตามปรารถนา

Item ๙๐๔

ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตร ผลของการสำรวมเพียงชั่วครู่ชั่วยาม ด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คนเป็นอันมากผู้มีกรรมต่ำต้อย พากันมองดู นึกกระหยิ่ม(ชื่นชม) ข้าพระองค์ เหมือนบุคคลพากันมองดูผู้รุ่งเรืองด้วยบริวารยศ

Item ๙๐๕

ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรเถิด ข้าพระองค์ถึงสุคติ และได้รับความสุข เพราะพระธรรมเพียงเล็กน้อย ส่วนเหล่าชนที่ได้ฟังธรรมของพระองค์เนืองๆ เห็นทีจะสัมผัสอมตธรรมซึ่งมีความเกษม @เชิงอรรถ : @ ศีล ๕ (ขุ.วิ.อ. ๙๐๒/๒๗๗) @ มีโภคะด้อยกว่าสมบัติของข้าพระองค์ (ขุ.วิ.อ. ๙๐๔/๒๗๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๐๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๓. ฉัตตมาณวกวิมาน

Item ๙๐๖

บุญกุศลที่ข้าพระองค์ดำรงอยู่ในพระธรรมคำสอนของพระตถาคต ทำแล้วแม้น้อยกลับมีผลยิ่งใหญ่ไพบูลย์ ขอพระองค์โปรดทอดพระเนตรดูเถิด เพราะได้ทำบุญไว้ ฉัตตเทพบุตรจึงเปล่งรัศมี สว่างไสวไปทั่วแผ่นดิน เหมือนดวงอาทิตย์

Item ๙๐๗

ชนจำพวกหนึ่งประชุมปรึกษากันว่า กุศลนี้เป็นอย่างไร พวกเราจะบำเพ็ญกุศลนั้นอย่างไร พวกเรานั้นได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว พึงปฏิบัติธรรม อยู่รักษาศีลกันอีกเถิด

Item ๙๐๘

พระศาสดาทรงมีอุปการะมาก และทรงอนุเคราะห์ข้าพระองค์อย่างนี้ ในเมื่อข้าพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ ได้เสด็จไปแต่ยังวันอยู่เลย ข้าพระองค์นั้นได้เข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ทรงมีพระนามเป็นสัจธรรม ขอพระองค์โปรดอนุเคราะห์เถิด ข้าพระองค์ขอฟังธรรมซ้ำอีก

Item ๙๐๙

ชนเหล่าใดในพระศาสนานี้ละกามราคานุสัย และภวราคานุสัย ได้เพราะละโมหะได้ขาด ชนเหล่านั้นแลย่อมไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีกต่อไป เพราะว่าเป็นผู้ถึงความดับอย่างสิ้นเชิงเย็นสนิทแล้ว ฉัตตมาณวกวิมานที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ กามราคานุสัย กิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในส้นดาน คือ ความกำหนัดในกาม ภวราคานุสัย กิเลสที่นอน @เนื่องอยู่ในสันดาน คือ ความกำหนัดในภพ อยากมี อยากเป็น อยากคงอยู่ @ ปรินิพพาน (ขุ.วิ.อ. ๙๐๙/๒๗๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๐๙}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้