This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๖

Other items in this volume

๑. ปฐมปีฐวิมาน๒. ทุติยปีฐวิมาน๓. ตติยปีฐวิมาน๔. จตุตถปีฐวิมาน๕. กุญชรวิมาน๖. ปฐมนาวาวิมาน๗. ทุติยนาวาวิมาน๘. ตติยนาวาวิมาน๙. ปทีปวิมาน๑๐. ติลทักขิณวิมาน๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน๑๔. ทุติยสุณิสาวิมาน๑๕. อุตตราวิมาน๑๖. สิริมาวิมาน๑๗. เปสการิยวิมาน๑. ทาสีวิมาน๒. ลขุมาวิมาน๓. อาจามทายิกาวิมาน๔. จัณฑาลีวิมาน๕. ภัททิตถิกาวิมาน๖. โสณทินนาวิมาน๗. อุโปสถาวิมาน๘. สุนิททาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๙. สุทินนาวิมาน๑๑. ทุติยภิกขาทายิกาวิมาน๑. อุฬารวิมาน๒. อุจฉุทายิกาวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน๖. ทัททัลลวิมาน๗. เปสวตีวิมาน๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน๑๐. ปาริจฉัตตกวิมาน๑. มัญชิฏฐกวิมาน๒. ปภัสสรวิมาน๓. นาควิมาน๔. อโลมวิมาน๕. กัญชิกทายิกาวิมาน๖. วิหารวิมาน๗. จตุริตถีวิมาน๘. อัมพวิมาน๙. ปีตวิมาน๑๐. อุจฉุวิมาน๑๑. วันทนวิมาน๑๒. รัชชุมาลาวิมาน๑. มัณฑูกเทวปุตตวิมาน๒. เรวตีวิมาน๓. ฉัตตมาณวกวิมาน๔. กักกฏกรสทายกวิมาน๕. ทวารปาลวิมาน๖. ปฐมกรณียวิมาน๗. ทุติยกรณียวิมาน๘. ปฐมสูจิวิมาน๙. ทุติยสูจิวิมาน๑๐. ปฐมนาควิมาน๑๑. ทุติยนาควิมาน๑๒. ตติยนาควิมาน๑๓. จูฬรถวิมาน๑๔. มหารถวิมาน๑. ปฐมอคาริยวิมาน๒. ทุติยอคาริยวิมาน๓. ผลทายกวิมาน๔. ปฐมอุปัสสยทายกวิมาน๕. ทุติยอุปัสสยทายกวิมาน๖. ภิกขาทายกวิมาน๗. ยวปาลกวิมาน๘. ปฐมกุณฑลีวิมาน๙. ทุติยกุณฑลีวิมาน๑๐. ปายาสิวิมาน๑. จิตตลตาวิมาน๒. นันทนวิมาน๓. มณิถูณวิมาน๔. สุวัณณวิมาน๕. อัมพวิมาน๖. โคปาลวิมาน๗. กัณฐกวิมาน๘. อเนกวัณณวิมาน๙. มัฏฐกุณฑลีวิมาน๑๐. เสริสสกวิมาน๑๑. สุนิกขิตตวิมาน๑. เขตตูปมเปตวัตถุ๒. สูกรมุขเปตวัตถุ๓. ปูติมุขเปตวัตถุ๔. ปิฏฐธีตลิกเปตวัตถุ๕. ติโรกุฑฑเปตวัตถุ๖. ปัญจปุตตขาทิกเปติวัตถุ๗. สัตตปุตตขาทิกเปติวัตถุ๘. โคณเปตวัตถุ๙. มหาเปสการเปติวัตถุ๑๐. ขัลลาฏิยเปติวัตถุ๑๑. นาคเปตวัตถุ๑๒. อุรคเปตวัตถุ๑. สังสารโมจกเปติวัตถุ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ๓. มัตตาเปติวัตถุ๔. นันทาเปติวัตถุ๕. มัฏฐกุณฑลีเปตวัตถุ๖. กัณหเปตวัตถุ๗. ธนปาลเสฏฐิเปตวัตถุ๘. จูฬเสฏฐิเปตวัตถุ๙. อังกุรเปตวัตถุ๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ๑๑. สุตตเปตวัตถุ๑๒. กัณณมุณฑเปติวัตถุ๑๓. อุพพรีเปตวัตถุ๑. อภิชชมานเปตวัตถุ๒. สานุวาสีเถรเปตวัตถุ๓. รถการเปติวัตถุ๔. ภุสเปตวัตถุ๕. กุมารเปตวัตถุ๖. เสริณีเปติวัตถุ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ๙. กูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุ๑๐. ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ๑. อัมพสักขรเปตวัตถุ๒. เสรีสกเปตวัตถุ๓. นันทกเปตวัตถุ๔. เรวตีเปตวัตถุ๕. อุจฉุเปตวัตถุ๖. กุมารเปตวัตถุ๗. ราชปุตตเปตวัตถุ๘. คูถขาทกเปตวัตถุ๙. คูถขาทกเปติวัตถุ๑๐. คณเปตวัตถุ๑๑. ปาฏลิปุตตเปตวัตถุ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ๑๓. อักขรุกขเปตวัตถุ๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ๑๕. เสฏฐิปุตตเปตวัตถุ๑๖. สัฏฐิกูฏเปตวัตถุนิทานคาถา๑. สุภูติเถรคาถา๒. มหาโกฏฐิตเถรคาถา๓. กังขาเรวตเถรคาถา๔. ปุณณเถรคาถา๕. ทัพพเถรคาถา๖. สีตวนิยเถรคาถา๗. ภัลลิยเถรคาถา๘. วีรเถรคาถา๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา๑. จูฬวัจฉเถรคาถา๒. มหาวัจฉเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. วนวัจฉเถรสามเณรคาถา๕. กุณฑธานเถรคาถา๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา๗. ทาสกเถรคาถา๘. สิงคาลเถรคาถา๙. กุฬเถรคาถา๑๐. อชิตเถรคาถา๑. นิโครธเถรคาถา๒. จิตตกเถรคาถา๓. โคสาลเถรคาถา๔. สุคันธเถรคาถา๕. นันทิยเถรคาถา๖. อภัยเถรคาถา๗. โลมสกังคิยเถรคาถา๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา๙. หาริตเถรคาถา๑๐. อุตติยเถรคาถา๑. คหุรตีริยเถรคาถา๒. สุปปิยเถรคาถา๓. โสปากเถรคาถา๔. โปสิยเถรคาถา๕. สามัญญกานิเถรคาถา๖. กุมาปุตตเถรคาถา๗. กุมาปุตตเถรสหายกเถรคาถา๘. ควัมปติเถรคาถา๙. ติสสเถรคาถา๑๐. วัฑฒมานเถรคาถา๑. สิริวัฑฒเถรคาถา๒. ขทิรวนิยเถรคาถา๓. สุมังคลเถรคาถา๔. สานุเถรคาถา๕. รมณียวิหารีเถรคาถา๖. สมิทธิเถรคาถา๗. อุชชยเถรคาถา๘. สัญชยเถรคาถา๙. รามเณยยกเถรคาถา๑๐. วิมลเถรคาถา๑. โคธิกเถรคาถา๒. สุพาหุเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. อุตติยเถรคาถา๕. อัญชนวนิยเถรคาถา๖. กุฏิวิหารีเถรคาถา๗. ทุติยกุฏิวิหารีเถรคาถา๘. รมณียกุฏิกเถรคาถา๙. โกสัลลวิหาริเถรคาถา๑๐. สีวลีเถรคาถา๑. วัปปเถรคาถา๒. วัชชีปุตตกเถรคาถา๓. ปักขเถรคาถา๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา๕. อุกเขปกตวัจฉเถรคาถา๖. เมฆิยเถรคาถา๗. เอกธัมมสวนิยเถรคาถา๘. เอกุทานิยเถรคาถา๙. ฉันนเถรคาถา๑๐. ปุณณเถรคาถา๑. วัจฉปาลเถรคาถา๒. อาตุมเถรคาถา๓. มาณวเถรคาถา๔. สุยามนเถรคาถา๕. สุสารทเถรคาถา๖. ปิยัญชหเถรคาถา๗. หัตถาโรหปุตตเถรคาถา๘. เมณฑสิรเถรคาถา๙. รักขิตเถรคาถา๑๐. อุคคเถรคาถา๑. สมิติคุตตเถรคาถา๒. กัสสปเถรคาถา๓. สีหเถรคาถา๔. นีตเถรคาถา๕. สุนาคเถรคาถา๖. นาคิตเถรคาถา๗. ปวิฏฐเถรคาถา๘. อัชชุนเถรคาถา๙. (ปฐม)เทวสภเถรคาถา๑๐. สามิทัตตเถรคาถา๑. ปริปุณณกเถรคาถา๒. วิชยเถรคาถา๓. เอรกเถรคาถา๔. เมตตชิเถรคาถา๕. จักขุปาลเถรคาถา๖. ขัณฑสุมนเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. อภัยเถรคาถา๙. อุตติยเถรคาถา๑๐. (ทุติย)เทวสภเถรคาถา๑. เพลัฏฐกานิเถรคาถา๒. เสตุจฉเถรคาถา๓. พันธุรเถรถาคา๔. ขิตกเถรคาถา๕. มลิตวัมภเถรคาถา๖. สุเหมันตเถรคาถา๗. ธัมมสังวรเถรคาถา๘. ธัมมสฏปิตุเถรคาถา๙. สังฆรักขิตเถรคาถา๑๐. อุสภเถรคาถา๑. เชนตเถรคาถา๒. วัจฉโคตตเถรคาถา๓. วนวัจฉเถรคาถา๔. อธิมุตตเถรคาถา๕. มหานามเถรคาถา๖. ปาราปริยเถรคาถา๗. ยสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. วัชชีปุตตเถรคาถา๑๐. อิสิทัตตเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ปิณโฑลภารทวาชเถรคาถา๓. วัลลิยเถรคาถา๔. คังคาตีริยเถรคาถา๕. อชินเถรคาถา๖. เมฬชินเถรคาถา๗. ราธเถรคาถา๘. สุราธเถรคาถา๙. โคตมเถรคาถา๑๐. วสภเถรคาถา๑. มหาจุนทเถรคาถา๒. โชติทาสเถรคาถา๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา๔. โสมมิตตเถรคาถา๕. สัพพมิตตเถรคาถา๖. มหากาลเถรคาถา๗. ติสสเถรคาถา๘. กิมพิลเถรคาถา๙. นันทเถรคาถา๑๐. สิริมเถรคาถา๑. อุตตรเถรคาถา๒. ภัททชิเถรคาถา๓. โสภิตเถรคาถา๔. วัลลิยเถรคาถา๕. วีตโสกเถรคาถา๖. ปุณณมาสเถรคาถา๗. นันทกเถรคาถา๘. ภารตเถรคาถา๙. ภารทวาชเถรคาถา๑๐. กัณหทินนเถรคาถา๑. มิคสิรเถรคาถา๒. สิวกเถรคาถา๓. อุปวาณเถรคาถา๔. อิสิทินนเถรคาถา๕. สัมพุลกัจจานเถรคาถา๖. ขิตกเถรคาถา๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา๘. นิสภเถรคาถา๙. อุสภเถรคาถา๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา๑. กุมารกัสสปเถรคาถา๒. ธัมมปาลเถรคาถา๓. พรหมาลิเถรคาถา๔. โมฆราชเถรคาถา๕. วิสาขปัญจาลีปุตตเถรคาถา๖. จูฬกเถรคาถา๗. อนูปมเถรคาถา๘. วัชชิตเถรคาถา๙. สันธิตเถรคาถา๑. อังคณิกภารทวาชเถรคาถา๒. ปัจจยเถรคาถา๓. พากุลเถรคาถา๔. ธนิยเถรคาถา๕. มาตังคปุตตเถรคาถา๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา๗. วารณเถรคาถา๘. ปัสสิกเถรคาถา๙. ยโสชเถรคาถา๑๐. สาฏิมัตติยเถรคาถา๑๑. อุปาลิเถรคาถา๑๒. อุตตรปาลเถรคาถา๑๓. อภิภูตเถรคาถา๑๔. โคตมเถรคาถา๑๕. หาริตเถรคาถา๑๖. วิมลเถรคาถา๑. นาคสมาลเถรคาถา๒. ภคุเถรคาถา๓. สภิยเถรคาถา๔. นันทกเถรคาถา๕. ชัมพุกเถรคาถา๖. เสนกเถรคาถา๗. สัมภูตเถรคาถา๘. ราหุลเถรคาถา๙. จันทนเถรคาถา๑๐. ธัมมิกเถรคาถา๑๑. สัปปกเถรคาถา๑๒. มุทิตเถรคาถา๑. ราชทัตตเถรคาถา๒. สุภูตเถรคาถา๓. คิริมานันทเถรคาถา๔. สุมนเถรคาถา๕. วัฑฒเถรคาถา๖. นทีกัสสปเถรคาถา๗. คยากัสสปเถรคาถา๘. วักกลิเถรคาถา๙. วิชิตเสนเถรคาถา๑๐. ยสทัตตเถรคาถา๑๑. โสณกุฏิกัณณเถรคาถา๑๒. โกสิยเถรคาถา๑. อุรุเวลกัสสปเถรคาถา๒. เตกิจฉกานิเถรคาถา๓. มหานาคเถรคาถา๔. กุลลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. สัปปทาสเถรคาถา๗. กาติยานเถรคาถา๘. มิคชาลเถรคาถา๙. เชนตปุโรหิตปุตตเถรคาถา๑๐. สุมนเถรคาถา๑๑. นหาตกมุนีเถรคาถา๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา๑๔. สัพพกามีเถรคาถา๑. สุนทรสมุททเถรคาถา๒. ลกุณฏกภัททิยเถรคาถา๓. ภัททเถรคาถา๔. โสปากเถรคาถา๕. สรภังคเถรคาถา๑. มหากัจจายนเถรคาถา๒. สิริมิตตเถรคาถา๓. มหาปันถกเถรคาถา๑. ภูตเถรคาถา๑. กาฬุทายีเถรคาถา๒. เอกวิหาริยเถรคาถา๓. มหากัปปินเถรคาถา๔. จูฬปันถกเถรคาถา๕. กัปปเถรคาถา๖. วังคันตปุตตอุปเสนเถรคาถา๗. โคตมเถรคาถา๑. สังกิจจเถรคาถา๑. สีลวเถรคาถา๒. สุนีตเถรคาถา๑. โสณโกฬิวิสเถรคาถา๑. ขทิรวนิยเรวตเถรคาถา๒. โคทัตตเถรคาถา๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา๒. อุทายีเถรคาถา๑. อธิมุตตเถรคาถา๒. ปาราปริยเถรคาถา๓. เตลกานิเถรคาถา๔. รัฏฐปาลเถรคาถา๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา๖. เสลเถรคาถา๗. ภัททิยกาฬิโคธาปุตตเถรคาถา๘. อังคุลิมาลเถรคาถา๙. อนุรุทธเถรคาถา๑๐. ปาราปริยเถรคาถา๑. ปุสสเถรคาถา๒. สารีปุตตเถรคาถา๓. อานนทเถรคาถา๑. มหากัสสปเถรคาถา๑. ตาลปุฏเถรคาถา๑. มหาโมคคัลลานเถรคาถา๑. วังคีสเถรคาถา๑. อัญญตราเถรีคาถา๒. มุตตาเถรีคาถา๓. ปุณณาเถรีคาถา๔. ติสสาเถรีคาถา๕. อัญญตราติสสาเถรีคาถา๖. ธีราเถรีคาถา๗. อัญญตราธีราเถรีคาถา๘. มิตตาเถรีคาถา๙. ภัทราเถรีคาถา๑๐. อุปสมาเถรีคาถา๑๑. มุตตาเถรีคาถา๑๒. ธัมมทินนาเถรีคาถา๑๓. วิสาขาเถรีคาถา๑๔. สุมนาเถรีคาถา๑๕. อุตตราเถรีคาถา๑๖. วุฑฒปัพพชิตสุมนาเถรีคาถา๑๗. ธัมมาเถรีคาถา๑๘. สังฆาเถรีคาถา๑. อภิรูปนันทาเถรีคาถา๒. เชนตาเถรีคาถา๓. สุมังคลมาตาเถรีคาถา๔. อัฑฒกาสีเถรีคาถา๕. จิตตาเถรีคาถา๖. เมตติกาเถรีคาถา๗. มิตตาเถรีคาถา๘. อภยมาตุเถรีคาถา๙. อภยาเถรีคาถา๑๐. สามาเถรีคาถา๑. อปราสามาเถรีคาถา๒. อุตตมาเถรีคาถา๓. อปราอุตตมาเถรีคาถา๔. ทันติกาเถรีคาถา๕. อุพพิรีเถรีคาถา๖. สุกกาเถรีคาถา๗. เสลาเถรีคาถา๘. โสมาเถรีคาถา๑. ภัททกาปิลานีเถรีคาถา๑. อัญญตราเถรีคาถา๒. วิมลาเถรีคาถา๓. สีหาเถรีคาถา๔. สุนทรีนันทาเถรีคาถา๕. นันทุตตราเถรีคาถา๖. มิตตากาฬีเถรีคาถา๗. สกุลาเถรีคาถา๘. โสณาเถรีคาถา๙. ภัททากุณฑลเกสาเถรีคาถา๑๐. ปฏาจาราเถรีคาถา๑๑. ติงสมัตตาเถรีคาถา๑๒. จันทาเถรีคาถา๑. ปัญจสตมัตตาเถรีคาถา๒. วาสิฏฐีเถรีคาถา๓. เขมาเถรีคาถา๔. สุชาตาเถรีคาถา๕. อโนปมาเถรีคาถา๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา๗. คุตตาเถรีคาถา๘. วิชยาเถรีคาถา๑. อุตตราเถรีคาถา๒. จาลาเถรีคาถา๓. อุปจาลาเถรีคาถา๑. สีสูปจาลาเถรีคาถา๑. วัฑฒมาตุเถรีคาถา๑. กีสาโคตมีเถรีคาถา๑. อุปลวัณณาเถรีคาถา๑. ปุณณาเถรีคาถา๑. อัมพปาลีเถรีคาถา๒. โรหิณีเถรีคาถา๓. จาปาเถรีคาถา๔. สุนทรีเถรีคาถา๕. สุภากัมมารธีตุเถรีคาถา๑. สุภาชีวกัมพวนิกาเถรีคาถา๑. อิสิทาสีเถรีคาถา๑. สุเมธาเถรีคาถา

Scripture

๙. อังกุรเปตวัตถุ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation74 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๙. อังกุรเปตวัตถุ เรื่องอังกุระกับเปรต (พราหมณ์พ่อค้าคนหนึ่งเห็นของทิพย์ออกจากมือรุกขเทวดา จึงเกิดความโลภขึ้น ได้บอกแก่อังกุรพาณิชว่า)

Item ๒๕๗Commentary

เราทั้งหลายนำทรัพย์ที่หาได้ไปสู่แคว้นกัมโพชะเพื่อประโยชน์ใด พวกเราจะนำเทพบุตรผู้ให้สิ่งที่เราต้องการจะได้นี้ไปเพื่อประโยชน์นั้น

Item ๒๕๘Commentary

พวกเราจะอ้อนวอนเทพบุตรนี้ หรือบังคับให้ขึ้นยานแล้วรีบเดินทางไปยังเมืองทวารวดีโดยเร็ว (อังกุรพาณิชเมื่อจะห้ามพราหมณ์พ่อค้านั้นจึงได้กล่าวคาถาว่า)

Item ๒๕๙Commentary

บุคคลอาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด แม้แต่กิ่งของต้นไม้นั้นก็ไม่ควรหัก เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม @เชิงอรรถ : @ เทวดาประจำต้นไม้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๐๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ (พราหมณ์พ่อค้ากล่าวว่า)

Item ๒๖๐Commentary

บุคคลอาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด แม้ลำต้นของต้นไม้นั้นก็พึงตัดได้ ถ้ามีความต้องการเช่นนั้น (อังกุรพาณิชกล่าวว่า)

Item ๒๖๑Commentary

บุคคลอาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด แม้แต่ใบของต้นไม้นั้นก็ไม่ควรทำลาย เพราะผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม (พราหมณ์พ่อค้ากล่าวว่า)

Item ๒๖๒Commentary

บุคคลอาศัยนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด แม้ต้นไม้นั้นพร้อมทั้งรากก็พึงถอนได้ ถ้ามีความต้องการเช่นนั้น (อังกุรพาณิชกล่าวว่า)

Item ๒๖๓Commentary

ด้วยว่าบุรุษพักอยู่ในเรือนของบุคคลใดเพียงหนึ่งคืน หรือได้ข้าวน้ำในที่อยู่ของบุคคลใด ไม่ควรมีจิตคิดร้ายต่อบุคคลนั้น ความเป็นผู้กตัญญูสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว

Item ๒๖๔Commentary

บุคคลพึงพักอยู่ในเรือนของบุคคลใดแม้เพียงหนึ่งคืน ได้รับบำรุงด้วยข้าวและน้ำ ก็ไม่ควรมีจิตคิดร้ายต่อบุคคลนั้น บุคคลผู้มีมืออันไม่เบียดเบียนย่อมทำให้บุคคล ผู้ประทุษร้ายมิตรเดือดร้อน

Item ๒๖๕Commentary

บุคคลใดทำความดีไว้ในกาลก่อน ภายหลังกลับเบียดเบียนบุพการีชนด้วยความชั่ว บุคคลนั้นชื่อว่าเป็นคนอกตัญญู ย่อมไม่พบเห็นความเจริญ บุคคลใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสเครื่องยียวน ความชั่วย่อมกลับมาถึงบุคคลนั้นซึ่งเป็นคนพาลแน่แท้ ดังธุลีอันละเอียดที่บุคคลซัดไปทวนลมฉะนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ (รุกขเทวดาฟังคำโต้ตอบของคนทั้งสองนั้นแล้ว โกรธพราหมณ์ จึงกล่าวว่า)

Item ๒๖๖Commentary

ไม่เคยมีเทวดา มนุษย์ หรือผู้เป็นใหญ่คนใดจะมาข่มเหงเราได้โดยง่าย เราเป็นเทวดาผู้มีฤทธิ์อย่างยอดเยี่ยม ไปได้ไกล ประกอบด้วยรูปสมบัติและกำลัง (อังกุรพาณิชจึงถามรุกขเทวดานั้นว่า)

Item ๒๖๗Commentary

ฝ่ามือของท่านมีสีดังทองคำทั่วไปหมด ทรงไว้ซึ่งวัตถุที่บุคคลอื่นปรารถนาด้วยนิ้วทั้ง ๕ เป็นที่ไหลออกแห่งวัตถุมีรสอร่อย รสต่างๆ ย่อมไหลออก ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ท่านเป็นท้าวสักกะผู้ให้ทานในปางก่อน (รุกขเทวดาตอบว่า)

Item ๒๖๘Commentary

เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ทั้งไม่ใช่ท้าวสักกะผู้ให้ทานในปางก่อน อังกุระเอ๋ย ท่านจงทราบว่า เราเป็นเปรตจุติจากโรรุวนครมาอยู่ที่ต้นไทรนี้ (อังกุรพาณิชถามว่า)

Item ๒๖๙Commentary

เมื่อก่อน ท่านอยู่ในโรรุวนคร ท่านรักษาศีลเช่นไร มีความประพฤติชอบอย่างไร เพราะพรหมจรรย์อะไร ผลบุญจึงสำเร็จที่ฝ่ามือของท่าน (รุกขเทวดาตอบว่า)

Item ๒๗๐Commentary

เมื่อก่อน เราเป็นช่างหูกอยู่ในโรรุวนคร มีความเป็นอยู่แสนจะฝืดเคือง น่าสงสาร ในขณะนั้น เราไม่มีอะไรจะให้ทาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๒๗๑Commentary

เรือนของเราอยู่ใกล้เรือนของอสัยหเศรษฐีซึ่งเป็นผู้มีศรัทธา เป็นใหญ่ในทาน ทำบุญไว้แล้ว มีความละอาย

Item ๒๗๒Commentary

พวกยาจกวณิพกมีโคตรต่างกัน ไปที่บ้านของเรานั้น พากันถามเราถึงเรือนของอสัยหเศรษฐีว่า

Item ๒๗๓Commentary

ขอความเจริญจงมีแก่ท่านทั้งหลาย พวกเราจะไปทางไหน เขาให้ทานกันที่ไหน เราถูกพวกยาจกวณิพกถามแล้ว จึงได้ชี้บอกเรือนของอสัยหเศรษฐี

Item ๒๗๔Commentary

ได้ยกมือเบื้องขวาชี้บอกเรือนของอสัยหเศรษฐีว่า ท่านทั้งหลายจงไปทางนี้ ความเจริญจักมีแก่ท่านทั้งหลาย เขาให้ทานอยู่ที่เรือนของอสัยหเศรษฐีนั่น

Item ๒๗๕Commentary

เพราะเหตุนั้น ฝ่ามือของเราจึงให้สิ่งที่น่าปรารถนา เป็นที่หลั่งออกแห่งวัตถุมีรสอร่อย เพราะการทำดีนั้น ผลบุญย่อมสำเร็จที่ฝ่ามือของเรา (อังกุรพาณิชถามว่า)

Item ๒๗๖Commentary

ได้ยินว่า ท่านไม่ได้ให้ทานแก่ใครๆ ด้วยมือทั้งสองของตน เป็นแต่ร่วมอนุโมทนาทานของผู้อื่น ยกมือชี้บอกทางให้

Item ๒๗๗Commentary

เพราะเหตุนั้น ฝ่ามือของท่านจึงให้สิ่งที่น่าปรารถนา เป็นที่หลั่งออกแห่งวัตถุมีรสอร่อย เพราะการทำความดีนั้น ผลบุญจึงสำเร็จที่ฝ่ามือของท่าน

Item ๒๗๘Commentary

ท่านผู้เจริญ อสัยหเศรษฐีผู้เลื่อมใส ได้ให้ทานด้วยมือทั้งสองของตน ละร่างมนุษย์แล้วไปยังทิศไหนหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ (รุกขเทวดาตอบว่า)

Item ๒๗๙Commentary

ข้าพเจ้าไม่รู้ทางไปหรือทางมา ของอสัยหเศรษฐีผู้มีรัศมีซ่านออกจากตน แต่เราได้ฟังมาในสำนักของท้าวเวสวัณว่า อสัยหเศรษฐีได้เป็นสหายของท้าวสักกะ (อังกุรพาณิชกล่าวว่า)

Item ๒๘๐Commentary

บุคคลควรทำความดีแท้ ควรให้ทานตามสมควร ใครเล่าได้เห็นฝ่ามือซึ่งให้สิ่งที่น่าปรารถนาแล้วจักไม่ทำบุญ

Item ๒๘๑Commentary

เราจากที่นี้ไปถึงเมืองทวารวดี จักรีบบำเพ็ญทานซึ่งจักนำความสุขมาให้เราแน่นอน

Item ๒๘๒Commentary

จักให้ข้าว น้ำ ผ้า ที่อยู่อาศัย บ่อน้ำดื่ม สระน้ำ และสะพานในที่เดินลำบากเป็นทาน (อังกุรพาณิชถามรุกขเทวดาว่า)

Item ๒๘๓Commentary

เพราะเหตุไร นิ้วมือของท่านจึงหงิกงอ หน้าของท่านจึงบิดเบี้ยว และนัยน์ตาทั้งสองจึงเขรอะ(ด้วยขี้ตา) ท่านได้ทำบาปอะไรไว้ (รุกขเทวดานั้นตอบว่า)

Item ๒๘๔Commentary

เราได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ในการให้ทาน ในโรงทานของคหบดีผู้มีรัศมีซ่านออกจากตน มีศรัทธา ยังครองเรือนอยู่

Item ๒๘๕Commentary

เห็นยาจกผู้ต้องการอาหารพากันมาที่โรงทานนั้นแล้ว ได้หลีกไปทำหน้างออยู่ ณ ที่ข้างหนึ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๒๘๖Commentary

เพราะกรรมนั้น นิ้วของเราจึงหงิกงอ หน้าของเราจึงบิดเบี้ยว และนัยน์ตาทั้งสองของเราจึงเขรอะ เราได้ทำบาปนั้นไว้ (อังกุรพาณิชถามว่า)

Item ๒๘๗Commentary

แน่ะบุรุษเลวทราม สมควรแล้วที่ท่านมีหน้าบิดเบี้ยว นัยน์ตาทั้งสองจึงเขรอะ เพราะท่านได้ทำหน้างอต่อทานของผู้อื่น

Item ๒๘๘Commentary

ทำไม อสัยหเศรษฐีเมื่อจะให้ทาน จึงได้มอบข้าว น้ำ ของเคี้ยว ผ้า และที่อยู่อาศัยให้ผู้อื่นจัดแจง

Item ๒๘๙Commentary

เราจากที่นี้ไปถึงเมืองทวาราวดี จักรีบบำเพ็ญทานซึ่งจะนำความสุขมาให้แก่เราแน่นอน

Item ๒๙๐Commentary

จักให้ข้าว น้ำ ผ้า ที่อยู่อาศัย บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพานในที่ที่เดินลำบากเป็นทาน

Item ๒๙๑Commentary

อังกุรพาณิชนั้นกลับจากทะเลทรายนั้น ไปถึงเมืองทวาราวดีแล้ว เริ่มบำเพ็ญทานซึ่งจะนำความสุขมาให้ตน

Item ๒๙๒Commentary

ได้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ที่อยู่อาศัย บ่อน้ำ สระน้ำ ด้วยจิตอันเลื่อมใสแล้ว

Item ๒๙๓Commentary

ช่างกัลบก พ่อครัวชาวมคธพากันป่าวร้องในเรือน ของอังกุรพาณิชนั้นทั้งในเวลาเย็นทั้งในเวลาเช้าทุกวันว่า ใครหิวจงมารับประทานตามชอบใจ ใครกระหายจงมาดื่มตามชอบใจ ใครจักนุ่งห่มผ้าจงมานุ่งห่มตามชอบใจ ใครต้องการพาหนะเทียมรถจงเลือกพาหนะที่ชอบใจ จากหมู่พาหนะเทียมรถนี้แล้วเทียมเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๒๙๔Commentary

ใครต้องการร่มจงมาเอาร่มไป ใครต้องการของหอมจงมาเอาของหอมไป ใครต้องการดอกไม้จงมาเอาดอกไม้ไป ใครต้องการรองเท้าจงมาเอารองเท้าไป

Item ๒๙๕Commentary

ชนย่อมยกย่องเราว่า อังกุรพาณิชนอนเป็นสุข สินธุมาณพเอ๋ย เพราะไม่เห็นเหล่าชนผู้ขอ เราจึงนอนเป็นทุกข์

Item ๒๙๖Commentary

ชนย่อมยกย่องเราว่า อังกุรพาณิชนอนเป็นสุข สินธุมาณพเอ๋ย เมื่อวณิพกมีน้อย เราจึงนอนเป็นทุกข์ (สินธุมาณพได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวว่า)

Item ๒๙๗Commentary

ถ้าท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ และเป็นใหญ่กว่าชาวโลกทั้งปวง พึงประทานพรแก่ท่าน เมื่อท่านจะเลือก ท่านจะเลือกขอพรเช่นไร (อังกุรพาณิชกล่าวว่า)

Item ๒๙๘Commentary

ถ้าท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ พึงประทานพรแก่เรา เราจะพึงขอพรว่า เมื่อเราลุกขึ้นแต่เช้า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ภักษาหารอันเป็นทิพย์และเหล่าชนผู้ขอซึ่งมีศีลพึงปรากฏขึ้น

Item ๒๙๙Commentary

เมื่อเราให้อยู่ ไทยธรรมไม่พึงสิ้นไป ครั้นเราให้ทานนั้นแล้ว ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อกำลังให้ พึงยังจิตให้เลื่อมใส ข้าพเจ้าพึงเลือกขอพรอย่างนี้กับท้าวสักกะ (โสนกบุรุษกล่าวเตือนอังกุรพาณิชว่า)

Item ๓๐๐Commentary

บุคคลไม่ควรให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้งหมดแก่บุคคลอื่น ควรให้ทานและควรรักษาทรัพย์ไว้ เพราะว่าทรัพย์เท่านั้นประเสริฐกว่าทาน เพราะการให้ทานเกินประมาณ สกุลทั้งหลายจะล่มจม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๓๐๑Commentary

บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่สรรเสริญการไม่ให้ทานและการให้เกินควร เพราะเหตุนั้นแหละ ทรัพย์เท่านั้นประเสริฐกว่าทาน ประเพณีแห่งการให้ทานและการไม่ให้ เป็นธรรมเนียมของบุคคลผู้เป็นนักปราชญ์ พึงเป็นไปโดยพอเหมาะ (อังกุรพาณิชกล่าวว่า)

Item ๓๐๒Commentary

ชาวเราทั้งหลาย ดีหนอ เราพึงให้ทานแน่แท้ ด้วยว่าสัตบุรุษทั้งหลายผู้สงบระงับพึงคบหาเรา เราพึงทำความประสงค์ของวณิพกทั้งปวงให้เต็ม เลี้ยงดูให้อิ่มหนำ เปรียบเหมือนฝนตกทำที่ลุ่มทั้งหลายให้เต็ม

Item ๓๐๓Commentary

บุคคลผู้มีสีหน้าผ่องใส เพราะเห็นเหล่าชนผู้ขอ ครั้นให้ทานแล้วมีใจเบิกบาน ข้อนั้นเป็นความสุขของบุคคลผู้อยู่ครองเรือน

Item ๓๐๔Commentary

บุคคลผู้มีสีหน้าผ่องใส เพราะเห็นเหล่าชนผู้ขอ ครั้นให้ทานแล้วมีใจเบิกบาน นี้เป็นความถึงพร้อมแห่งยัญ(บุญ)

Item ๓๐๕Commentary

ก่อนแต่ให้ก็มีใจดี เมื่อกำลังให้ก็ทำจิตให้เลื่อมใส ครั้นให้แล้วก็มีใจเบิกบาน นี้เป็นความถึงพร้อมแห่งยัญ (พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าวเป็นคาถาว่า)

Item ๓๐๖Commentary

ในเรือนของอังกุรพาณิชผู้มุ่งบุญ เขาให้โภชนะแก่หมู่ชนวันละ ๖๐,๐๐๐ เล่มเกวียนเป็นนิตย์

Item ๓๐๗Commentary

พ่อครัว ๓,๐๐๐ คนประดับด้วยต่างหูแก้วมณี เป็นผู้ขวนขวายในการให้ทาน พากันเข้าไปอาศัยอังกุรพาณิชเลี้ยงชีพ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๓๐๘Commentary

มาณพ ๖๐,๐๐๐ คนประดับด้วยต่างหูแก้วมณี ช่วยกันผ่าฟืนในมหาทานของอังกุรพาณิช

Item ๓๐๙Commentary

นารี ๑๖,๐๐๐ คนประดับด้วยเครื่องประดับทั้งปวง ช่วยกันบดเครื่องเทศ(สำหรับปรุงอาหาร) ในมหาทานของอังกุรพาณิช

Item ๓๑๐Commentary

นารีอีก ๑๖,๐๐๐ คนประดับด้วยเครื่องประดับทั้งปวง ถือทัพพีเข้าไปยืนคอยรับใช้ในมหาทานของอังกุรพาณิช

Item ๓๑๑Commentary

อังกุรพาณิชนั้นได้ให้ของเป็นอันมาก แก่คนจำนวนมากโดยประการต่างๆ ได้ทำความเคารพและความเลื่อมใสในกษัตริย์ด้วยมือของตนบ่อย ให้ทานโดยประการต่างๆ สิ้นกาลนาน

Item ๓๑๒Commentary

อังกุรพาณิชบำเพ็ญมหาทานให้เป็นไปแล้วตลอดเดือน ตลอดปักษ์ ตลอดฤดู ตลอดปีเป็นอันมาก ตลอดกาลนาน

Item ๓๑๓Commentary

อังกุรพาณิชนั้นได้ให้ทาน บูชาแล้วอย่างนี้ตลอดกาลนาน ละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปบังเกิดในภพดาวดึงส์

Item ๓๑๔Commentary

อินทกมาณพถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระอนุรุทธเถระ ละร่างมนุษย์แล้วได้ไปบังเกิดในภพดาวดึงส์

Item ๓๑๕Commentary

แต่อินทกเทพบุตรรุ่งเรืองยิ่งกว่าอังกุรเทพบุตร โดยฐานะ ๑๐ อย่าง คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะที่น่ารื่นรมย์ใจ

Item ๓๑๖Commentary

อายุ ยศ วรรณะ สุข และความเป็นใหญ่ยิ่ง (พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า) อังกุระ ท่านให้มหาทานสิ้นกาลนาน มาในสำนักของเรา ไฉนจึงนั่งอยู่ไกลนัก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๗} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๙. อังกุรเปตวัตถุ

Item ๓๑๗Commentary

ครั้งที่พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับอยู่ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ที่โคนต้นปาริฉัตตกพฤษ์ ณ ภพดาวดึงส์

Item ๓๑๘Commentary

เทวดาในหมื่นโลกธาตุพากันมานั่งประชุม เฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่บนยอดเขา

Item ๓๑๙Commentary

ไม่มีเทวดาตนไหนมีผิวพรรณงามรุ่งเรือง ยิ่งกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นงดงามรุ่งเรืองยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง

Item ๓๒๐Commentary

ครั้งนั้น อังกุรเทพบุตรนี้อยู่ในที่ไกล ๑๒ โยชน์ จากที่พระศาสดาประทับอยู่ ส่วนอินทกเทพบุตรนั่งในที่ใกล้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า รุ่งเรืองยิ่งกว่า

Item ๓๒๑Commentary

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็น อังกุรเทพบุตรและอินทกเทพบุตร เมื่อจะทรงประกาศพระทักขิไณยบุคคล จึงได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า

Item ๓๒๒Commentary

อังกุรเทพบุตร ท่านให้มหาทานสิ้นกาลนาน มาในสำนักของเรา ไฉนจึงนั่งอยู่ไกลนัก

Item ๓๒๓Commentary

อังกุรเทพบุตรผู้อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้อบรมพระองค์เองทรงตักเตือนแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า จะประสงค์อะไรด้วยทานของข้าพระองค์นั้น ซึ่งว่างจากพระทักขิไณยบุคคล

Item ๓๒๔Commentary

อินทกเทพบุตรนี้ให้ทานนิดหน่อย รุ่งเรืองยิ่งกว่าข้าพระองค์ ดังดวงจันทร์รุ่งเรืองยิ่งกว่าหมู่ดาว @เชิงอรรถ : @ แท่นหินที่มีสีเหมือนผ้ากัมพล (สีเหลือง) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๑๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๒. อุพพริวรรค] ๑๐. อุตตรมาตุเปติวัตถุ (อินทกเทพบุตรกราบทูลว่า)

Item ๓๒๕Commentary

พืชแม้มากที่บุคคลหว่านลงในนาดอน ย่อมมีผลไม่ไพบูลย์ ทั้งไม่ทำชาวนาให้ปลื้มใจ ฉันใด

Item ๓๒๖Commentary

ทานมากมายที่บุคคลตั้งไว้ในบุคคลผู้ทุศีล ย่อมมีผลไม่ไพบูลย์ ทั้งไม่ทำทายกให้ปลื้มใจ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

Item ๓๒๗Commentary

พืชแม้น้อยที่บุคคลหว่านลงในนาดี เมื่อฝนตกสม่ำเสมอ ผลย่อมทำชาวนาให้ปลื้มใจ ฉันใด

Item ๓๒๘Commentary

อุปการะแม้น้อยที่บุคคลทำแล้วในท่านผู้มีศีล มีคุณความดี ผู้คงที่ บุญย่อมกลับมีผลมาก ฉันนั้นเหมือนกัน

Item ๓๒๙Commentary

ควรเลือกให้ทานในเขตที่บุคคลให้แล้วมีผลมาก ทายกเลือกให้ทานแล้ว จึงไปสู่สวรรค์

Item ๓๓๐Commentary

ทานที่เลือกให้พระสุคตทรงสรรเสริญ ทานที่ทายกให้ในพระทักขิไณยบุคคลทั้งหลายซึ่งยังอยู่ในมนุษยโลกนี้ ย่อมมีผลมาก เหมือนพืชที่หว่านลงในนาดี อังกุรเปตวัตถุที่ ๙ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้