Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๖
๗. เปสวตีวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๗. เปสวตีวิมาน ๗. เปสวตีวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงชื่อเปสวดี (เมื่อพระวังคีสเถระจะไต่ถามถึงบุพกรรมที่เทพธิดานั้นทำแล้วจึงกล่าวสรรเสริญ วิมานของเธอเสียก่อนเป็นปฐมด้วยคาถา ๗ คาถาว่า)
๖๔๖(เทพธิดา) อาตมาได้เห็นวิมานสวยงาม(ของเธอ)นี้ ซึ่งมุงบังด้วยแก้วผลึก ข่ายเงินและข่ายทองคำ มีพื้นวิจิตรตระการตาหลากสี เป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดี เป็นที่อยู่อาศัยอันเนรมิตไว้ดีแล้ว ประกอบด้วยซุ้มประตู ที่ลานวิมานเกลื่อนกราดไปด้วยทรายทอง
๖๔๗วิมานของเธอนี้ส่องแสงสว่าง เหมือนพระอาทิตย์บนท้องฟ้ามีรัศมีตั้งพัน กำจัดความมืดในฤดูสารทกาล และสว่างไสวไปทั่วสิบทิศ เหมือนเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกโชนอยู่บนยอดภูเขาในเวลากลางคืน
๖๔๘วิมานนี้ประหนึ่งบาดนัยน์ตาอยู่ คล้ายกับสายฟ้าแลบ ลอยอยู่ในอากาศ น่ารื่นรมย์ใจ วิมานเธอนี้ก้องกังวาลไปด้วยเสียงดนตรี คือพิณเครื่องใหญ่ กลอง ฉิ่งและกังสดาล มั่งคั่งรุ่งเรือง ดุจเมืองพระอินทร์
๖๔๙วิมานของเธอนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมระรื่น แห่งไม้ชั้นเลิศนานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลนี ดอกคัดเค้า ดอกชบา ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก แย้มกลีบบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมระรื่น
๖๕๐เทพธิดาผู้เรืองยศ สระโบกขรณีน่ารื่นรมย์ เรียงรายไปด้วยต้นหูกวาง ขนุนสำปะลอและต้นไม้มีกลิ่นหอม มีทั้งไม้เลื้อยชูดอกออกช่อบานสะพรั่ง ห้อยย้อย เกาะก่ายลงมาคล้ายกับข่ายแก้วมณี ปรากฏมีอยู่ใกล้วิมานเธอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๗. เปสวตีวิมาน
๖๕๑บุปผชาติที่เกิดในน้ำและบนบกก็มี และพฤกษชาติเหล่าอื่น ทั้งที่เป็นของมนุษย์ และเป็นทิพย์มิใช่เป็นของมนุษย์ก็มี ทั้งหมดล้วนเกิดมีอยู่ใกล้วิมานของเธอ
๖๕๒นี้เป็นผลแห่งการสำรวมและการฝึก อย่างไร เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงมาเกิดในวิมานนี้ เทพธิดา ผู้มีขนตาหนางอนงาม ขอเธอจงเล่าถึงกรรม เป็นเหตุให้เธอได้วิมานนี้ตามที่อาตมาถามตามสมควร (ลำดับนั้น เทพธิดาตอบว่า)
๖๕๓วิมานที่ดิฉันได้แล้วนี้ มีฝูงนกกระเรียน นกยูงและนกเขาไฟเที่ยวบินร่อนร้องไปมา ทั้งนกนางนวลและพญาหงส์ทองซึ่งเป็นนกทิพย์เที่ยวบินว่อนไปมาอยู่ และอึงคะนึงไปด้วยฝูงนกเป็ดน้ำ นกกาน้ำ นกดุเหว่าและฝูงนกประเภทอื่นๆ
๖๕๔มีไม้ดอกและไม้เลื้อยแผ่กิ่งก้านสาขานานาชนิด มีต้นแคฝอย ต้นหว้า ต้นอโศก ดิฉันจะเล่าเหตุผลที่ดิฉันได้วิมานนี้ถวายพระคุณเจ้า พระคุณเจ้าโปรดฟังเถิดเจ้าค่ะ
๖๕๕ข้าแต่พระคุณเจ้า ในชาติก่อน ดิฉันได้เกิดเป็นหญิงสะใภ้ ในหมู่บ้านชื่อนาฬกคาม อยู่ทางทิศตะวันออก ของแคว้นมคธ อันรุ่งเรือง ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นรู้จักดิฉันในนามว่า เปสวดี
๖๕๖ดิฉันนั้นมีใจเบิกบาน ได้สั่งสมกุศลกรรมไว้ในชาติปางก่อนนั้น คือได้เกลี่ยดอกคำโรยลงบูชาพระอุปติสสเถระ ที่ทวยเทพและมนุษย์พากันบูชา ผู้มากไปด้วยกุศลธรรม มีคุณธรรมสุดประมาณซึ่งดับกิเลสแล้ว @เชิงอรรถ : @ การสำรวมกายเป็นต้น และการฝึกฝนอินทรีย์เป็นต้น (ขุ.วิ.อ. ๖๕๒/๑๘๒) @ พระธรรมเสนาบดี (พระสารีบุตร) (ขุ.วิ.อ. ๖๕๖/๑๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๓. ปาริจฉัตตวรรค ๘. มัลลิกาวิมาน
๖๕๗ครั้นบูชาพระเถระผู้มีคุณอันโอฬาร ครองเรือนร่างเป็นชาติสุดท้าย ผู้บรรลุอนุปาทิเสสนิพพานแล้ว ดิฉันจึงละร่างมนุษย์มาเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครอบครองวิมานในเทวโลกนี้ เปสวตีวิมานที่ ๗ จบ