Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๖
๓. จาปาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๓. จาปาเถรีคาถา ภาษิตของพระจาปาเถรี (พระจาปาเถรีได้รวบรวมคาถาที่อุปกาชีวกและตนกล่าวด้วยการเปล่งอุทาน ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า) (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๒๙๒เมื่อก่อน ตัวเรา(เป็นปริพาชก)ถือไม้เท้า เดี๋ยวนี้ เรานั้นกลายเป็นพรานล่าเนื้อไปเสียแล้ว ไม่อาจข้ามจากตัณหาและเปือกตมอันร้ายกาจ ไปสู่ฝั่งโน้นได้เลย
๒๙๓เมื่อก่อน นางจาปาดูหมิ่นเราว่าเป็นคนมัวเมานัก จึงกล่อมลูกเย้ยหยันเสียดสี เราจะตัดความเกี่ยวข้องด้วยจาปาไปบวชเสีย (เรากล่าวว่า)
๒๙๔อย่าโกรธเลย ท่านมหาวีระ อย่าโกรธเลย ท่านมหามุนี เพราะว่า ผู้ถูกความโกรธครอบงำแล้ว ไม่มีความบริสุทธิ์ดอก แล้วตบะจะมีแต่ที่ไหนเล่า @เชิงอรรถ : @ กาม (ความใคร่, ความกำหนัด) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) (ขุ.เถรี.อ. ๒๙๒/๒๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๓. จาปาเถรีคาถา (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๒๙๕เราจะออกจากบ้านนาลา ใครจะอยู่ในบ้านนาลานี้ได้ เจ้าจะผูกเหล่าสมณะผู้เลี้ยงชีพโดยธรรมด้วยมารยาหญิงอยู่หรือ (เรากล่าวว่า)
๒๙๖มาสิ ท่านกาฬะ กลับมาเถิด เชิญบริโภคกามเหมือนแต่ก่อน ดิฉันและพวกญาติยอมอยู่ในอำนาจของท่าน (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๒๙๗จาปา เจ้ากล่าวคำอ่อนหวานเช่นใดแก่เรา พึงเปล่งคำอ่อนหวานให้ยิ่งไปกว่านี้อีก ๔ เท่า คำอ่อนหวานนั้นจะพึงเป็นคำจับใจบุรุษ ผู้ยินดีในเธอเท่านั้นดอกนะ (เรากล่าวว่า)
๒๙๘ท่านกาฬะ ดิฉันซึ่งสะสวย มีเรือนร่างงามดังต้นคนทามีดอกบานสะพรั่งอยู่บนยอดเขา ดังเครือทับทิมมีดอกบานแล้ว ดังต้นแคฝอยมีดอกบานสะพรั่งภายในเกาะ
๒๙๙มีร่างกายลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ นุ่งห่มผ้าแคว้นกาสีมีค่ามาก เพราะเหตุไร ท่านจึงละทิ้งไปเสียเล่า (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๓๐๐เจ้าจะตามเบียดเบียนเราด้วยรูปที่ตกแต่ง เหมือนอย่างพรานนกประสงค์จะตามเบียดเบียนนก ไม่ได้ดอกนะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๔} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๓. จาปาเถรีคาถา (เรากล่าวว่า)
๓๐๑ท่านกาฬะ ก็ผลคือลูกของเรานี้ท่านทำให้เกิดมาแล้ว ท่านจะละทิ้งดิฉันซึ่งมีลูกไปเพื่ออะไรเล่า (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๓๐๒ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย มีความเพียรมาก ย่อมละพวกลูก จากนั้นก็ละพวกญาติ ต่อจากนั้นก็ละทรัพย์ ตัดเครื่องผูกพันได้ขาด แล้วออกบวช เหมือนพญาช้างทำเครื่องผูกให้ขาดแล้วหนีไป (เรากล่าวว่า)
๓๐๓บัดนี้ ดิฉันจะเอาท่อนไม้ทุบ หรือเอากริชแทงลูกคนนี้ของท่านให้ล้มลงเหนือพื้นดิน เพราะความเศร้าโศกถึงลูก ท่านจะไปไม่ได้แน่ (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๓๐๔ถึงเจ้าจักยอมมอบลูกให้ฝูงสุนัขจิ้งจอก(กินเป็นอาหาร) แน่ะหญิงเลว เพราะลูกเป็นต้นเหตุ เจ้าจักทำเราให้หวนกลับมาอีกไม่ได้ดอก (เรากล่าวว่า)
๓๐๕ท่านกาฬะผู้เจริญ บัดนี้ ท่านจักไปที่ไหน จะเป็นหมู่บ้าน นิคม นคร ราชธานีไหน ก็เชิญเถิด (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๓๐๖เมื่อก่อน เราเป็นเจ้าคณะ ไม่เป็นสมณะ แต่สำคัญตัวว่าเป็นสมณะ ได้เที่ยวไปตามหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ทุกนคร ทุกราชธานี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๕} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๑๓. วีสตินิบาต] ๓. จาปาเถรีคาถา
๓๐๗พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นตรัสรู้ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์เพื่อให้ละทุกข์ทั้งปวง เราควรจักไปเฝ้าพระองค์ พระองค์จักเป็นศาสดาของเรา (เรากล่าวว่า)
๓๐๘บัดนี้ ขอท่านพึงกราบทูลพระโลกนาถผู้ยอดเยี่ยม ถึงการถวายอภิวาทของดิฉัน และพึงทำประทักษิณ แล้วอุทิศส่วนบุญให้ดิฉันด้วย (อุปกาชีวกกล่าวว่า)
๓๐๙แม่จาปา ข้อที่เจ้าพูดกับเรา เรารับได้ บัดนี้เราจักกราบทูลพระโลกนาถผู้ยอดเยี่ยม ถึงการถวายอภิวาทของเจ้า และจักทำประทักษิณ แล้วอุทิศส่วนบุญให้แก่เจ้าแน่
๓๑๐ต่อแต่นั้น ท่านกาฬะได้เดินทางไปใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้กำลังทรงแสดงอมตบท
๓๑๑คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
๓๑๒ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์ ทำประทักษิณพระองค์ แล้วอุทิศส่วนบุญให้จาปา บวชเป็นบรรพชิต บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๖๐๖}