This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๗

Other items in this volume

๑. อปัณณกชาดก๒. วัณณุปถชาดก๓. เสริววาณิชชาดก๔. จูฬเสฏฐิชาดก๕. ตัณฑุลนาฬิชาดก๖. เทวธัมมชาดก๗. กัฏฐหาริชาดก๘. คามณิชาดก๙. มฆเทวชาดก๑๐. สุขวิหาริชาดก๑. ลักขณชาดก๒. นิโครธมิคชาดก๓. กัณฑิชาดก๔. วาตมิคชาดก๕. ขราทิยชาดก๖. ติปัลลัตถมิคชาดก๗. มาลุตชาดก๘. มตกภัตตชาดก๙. อายาจิตภัตตชาดก๑๐. นฬปานชาดก๑. กุรุงคมิคชาดก๒. กุกกุรชาดก๓. โภชาชานียชาดก๔. อาชัญญชาดก๕. ติตถชาดก๖. มหิฬามุขชาดก๗. อภิณหชาดก๘. นันทิวิสาลชาดก๙. กัณหชาดก๑๐. มุนิกชาดก๑. กุลาวกชาดก๒. นัจจชาดก๓. สัมโมทมานชาดก๔. มัจฉชาดก๕. วัฏฏกชาดก๖. สกุณชาดก๗. ติตติรชาดก๘. พกชาดก๙. นันทชาดก๑๐. ขทิรังคารชาดก๑. โลสกชาดก๒. กโปตกชาดก๓. เวฬุกชาดก๔. มกสชาดก๕. โรหิณีชาดก๖. อารามทูสกชาดก๗. วารุณิทูสกชาดก๘. เวทัพพชาดก๙. นักขัตตชาดก๑๐. ทุมเมธชาดก๑. มหาสีลวชาดก๒. จูฬชนกชาดก๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก๕. ปัญจาวุธชาดก๖. กัญจนักขันธชาดก๗. วานรินทชาดก๘. ตโยธัมมชาดก๙. เภริวาทกชาดก๑๐. สังขธมชาดก๑. อสาตมันตชาดก๒. อัณฑภูตชาดก๓. ตักกปัณฑิตชาดก๔. ทุราชานชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. มุทุลักขณชาดก๗. อุจฉังคชาดก๘. สาเกตชาดก๙. วิสวันตชาดก๑๐. กุททาลชาดก๑. วรุณชาดก๒. สีลวนาคชาดก๓. สัจจังกิรชาดก๔. รุกขธัมมชาดก๕. มัจฉชาดก๖. อสังกิยชาดก๗. มหาสุปินชาดก๘. อิลลิสชาดก๙. ขรัสสรชาดก๑๐. ภีมเสนชาดก๑. สุราปานชาดก๒. มิตตวินทชาดก๓. กาฬกัณณิชาดก๔. อัตถัสสทวารชาดก๕. กิมปักกชาดก๖. สีลวีมังสกชาดก๗. มังคลชาดก๘. สารัมภชาดก๙. กุหกชาดก๑๐. อกตัญญุชาดก๑. ลิตตชาดก๒. มหาสารชาดก๓. วิสสาสโภชนชาดก๔. โลมหังสชาดก๕. มหาสุทัสสนชาดก๖. เตลปัตตชาดก๗. นามสิทธิชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ปโรสหัสสชาดก๑๐. อสาตรูปชาดก๑. ปโรสตชาดก๒. ปัณณิกชาดก๓. เวริชาดก๔. มิตตวินทชาดก๕. ทุพพลกัฏฐชาดก๖. อุทัญจนีชาดก๗. สาลิตตกชาดก๘. พาหิยชาดก๙. กุณฑปูวชาดก๑๐. สัพพสังหารกปัญหชาดก๑. คัทรภปัญหชาดก๒. อมราเทวีปัญหชาดก๓. สิงคาลชาดก๔. มิตจินติชาดก๕. อนุสาสิกชาดก๖. ทุพพจชาดก๗. ติตติรชาดก๘. วัฏฏกชาดก๙. อกาลราวิชาดก๑๐. พันธนโมกขชาดก๑. กุสนาฬิชาดก๒. ทุมเมธชาดก๓. นังคลีสชาดก๔. อัมพชาดก๕. กฏาหกชาดก๖. อสิลักขณชาดก๗. กลัณฑุกชาดก๘. พิฬารวตชาดก๙. อัคคิกชาดก๑๐. โกสิยชาดก๑. อสัมปทานชาดก๒. ปัญจภีรุกชาดก๓. ฆตาสนชาดก๔. ฌานโสธนชาดก๕. จันทาภชาดก๖. สุวัณณหังสชาดก๗. พัพพุชาดก๘. โคธชาดก๙. อุภโตภัฏฐชาดก๑๐. กากชาดก๑. โคธชาดก๒. สิงคาลชาดก๓. วิโรจนชาดก๔. นังคุฏฐชาดก๕. ราธชาดก๖. กากชาดก๗. ปุปผรัตตชาดก๘. สิงคาลชาดก๙. เอกปัณณชาดก๑๐. สัญชีวชาดก๑. ราโชวาทชาดก๒. สิงคาลชาดก๓. สูกรชาดก๔. อุรคชาดก๕. ภัคคชาดก๖. อลีนจิตตชาดก๗. คุณชาดก๘. สุหนุชาดก๙. โมรชาดก๑๐. วินีลกชาดก๑. อินทสมานโคตตชาดก๒. สันถวชาดก๓. สุสีมชาดก๔. คิชฌชาดก๕. นกุลชาดก๖. อุปสาฬหกชาดก๗. สมิทธิชาดก๘. สกุณัคฆิชาดก๙. อรกชาดก๑๐. กกัณฏกชาดก๑. กัลยาณธัมมชาดก๒. ทัททรชาดก๓. มักกฏชาดก๔. ทุพภิยมักกฏชาดก๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก๖. กฬายมุฏฐิชาดก๗. ตินทุกชาดก๘. กัจฉปชาดก๙. สตธัมมชาดก๑๐. ทุทททชาดก๑. อสทิสชาดก๒. สังคามาวจรชาดก๓. วาโลทกชาดก๔. คิริทัตตชาดก๕. อนภิรติชาดก๖. ทธิวาหนชาดก๗. จตุมัฏฐชาดก๘. สีหโกตถุชาดก๙. สีหจัมมชาดก๑๐. สีลานิสังสชาดก๑. รุหกชาดก๒. สิริกาฬกัณณิชาดก๓. จูฬปทุมชาดก๔. มณิโจรชาดก๕. ปัพพตูปัตถรชาดก๖. วลาหกัสสชาดก๗. มิตตามิตตชาดก๘. ราธชาดก๙. คหปติชาดก๑๐. สาธุสีลชาดก๑. พันธนาคารชาดก๒. เกฬิสีลชาดก๓. ขันธชาดก๔. วีรกชาดก๕. คังเคยยชาดก๖. กุรุงคมิคชาดก๗. อัสสกชาดก๘. สุงสุมารชาดก๙. กุกกุฏชาดก๑๐. กันทคลกชาดก๑. โสมทัตตชาดก๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก๓. ภรุราชชาดก๔. ปุณณนทีชาดก๕. กัจฉปชาดก๖. มัจฉชาดก๗. เสคคุชาดก๘. กูฏวาณิชชาดก๙. ครหิตชาดก๑๐. ธัมมัทธชชาดก๑. กาสาวชาดก๒. จูฬนันทิยชาดก๓. ปุฏภัตตชาดก๔. กุมภีลชาดก๕. ขันติวัณณนชาดก๖. โกสิยชาดก๗. คูถปาณกชาดก๘. กามนีตชาดก๙. ปลายิตชาดก๑๐. ทุติยปลายิตชาดก๑. อุปาหนชาดก๒. วีณาถูณชาดก๓. วิกัณณกชาดก๔. อสิตาภูชาดก๕. วัจฉนขชาดก๖. พกชาดก๗. สาเกตชาดก๘. เอกปทชาดก๙. หริตมาตชาดก๑๐. มหาปิงคลชาดก๑. สัพพทาฐิชาดก๒. สุนขชาดก๓. คุตติลชาดก๔. วิคติจฉชาดก๕. มูลปริยายชาดก๖. พาโลวาทชาดก๗. ปาทัญชลิชาดก๘. กิงสุโกปมชาดก๙. สาลกชาดก๑๐. กปิชาดก๑. สังกัปปราคชาดก๒. ติลมุฏฐิชาดก๓. มณิกัณฐชาดก๔. กุณฑกกุจฉิสินธวชาดก๕. สุกชาดก๖. ชรูทปานชาดก๗. คามณิจันทชาดก๘. มันธาตุราชชาดก๙. ติรีฏวัจฉชาดก๑๐. ทูตชาดก๑. ปทุมชาดก๒. มุทุปาณิชาดก๓. จูฬปโลภนชาดก๔. มหาปนาทชาดก๕. ขุรัปปชาดก๖. วาตัคคสินธวชาดก๗. สุวัณณกักกฏกชาดก๘. อารามทูสกชาดก๙. สุชาตาชาดก๑๐. อุลูกชาดก๑. อุทปานทูสกชาดก๒. พยัคฆชาดก๓. กัจฉปชาดก๔. โลลชาดก๕. รุจิรชาดก๖. กุรุธัมมชาดก๗. โรมชาดก๘. มหิสชาดก๙. สตปัตตชาดก๑๐. ปุฏทูสกชาดก๑. อัพภันตรชาดก๒. เสยยชาดก๓. วัฑฒกีสูกรชาดก๔. สิริชาดก๕. มณิสูกรชาดก๖. สาลูกชาดก๗. ลาภครหชาดก๘. มัจฉุททานชาดก๙. นานาฉันทชาดก๑๐. สีลวีมังสกชาดก๑. ภัทรฆฏเภทกชาดก๒. สุปัตตชาดก๓. กายนิพพินทชาดก๔. ชัมพุขาทกชาดก๕. อันตชาดก๖. สมุททชาดก๗. กามวิลาปชาดก๘. อุทุมพรชาดก๙. โกมาริยปุตตชาดก๑๐. วกชาดก๑. จูฬกาลิงคชาดก๒. มหาอัสสาโรหชาดก๓. เอกราชชาดก๔. ทัททรชาดก๕. สีลวีมังสชาดก๖. สุชาตาชาดก๗. ปลาสชาดก๘. ชวสกุณชาดก๙. ฉวชาดก๑๐. สัยหชาดก๑. ปุจิมันทชาดก๒. กัสสปมันทิยชาดก๓. ขันติวาทิชาดก๔. โลหกุมภิชาดก๕. มังสชาดก๖. สสปัณฑิตชาดก๗. มตโรทนชาดก๘. กณเวรชาดก๙. ติตติรชาดก๑๐. สุจจชชาดก๑. กุฏิทูสกชาดก๒. ทุททุภายชาดก๓. พรหมทัตตชาดก๔. จัมมสาฏกชาดก๕. โคธชาดก๖. กักการุชาดก๗. กากวตีชาดก๘. อนนุโสจิยชาดก๙. กาฬพาหุชาดก๑๐. สีลวีมังสชาดก๑. โกกิลชาดก๒. รถลัฏฐิชาดก๓. โคธชาดก๔. ราโชวาทชาดก๕. ชัมพุกชาดก๖. พรหาฉัตตชาดก๗. ปีฐชาดก๘. ถุสชาดก๙. พาเวรุชาดก๑๐. วิสัยหชาดก๑. กุณฑลิกชาดก๒. วานรชาดก๓. กุนตินีชาดก๔. อัมพชาดก๕. คชกุมภชาดก๖. เกสวชาดก๗. อยกูฏชาดก๘. อรัญญชาดก๙. สันธิเภทชาดก๑๐. เทวตาปัญหชาดก๑. มณิกุณฑลชาดก๒. สุชาตชาดก๓. เวนสาขชาดก๔. อุรคชาดก๕. ฆฏชาดก๖. การันทิยชาดก๗. ลฏุกิกชาดก๘. จูฬธัมมปาลชาดก๙. สุวัณณมิคชาดก๑๐. สุสันธีชาดก๑. วัณณาโรหชาดก๒. สีลวีมังสชาดก๓. หิริชาดก๔. ขัชโชปนกชาดก๕. อหิตุณฑิกชาดก๖. คุมพิยชาดก๗. สาลิยชาดก๘. ตจสารชาดก๙. มิตตวินทุกชาดก๑๐. ปลาสชาดก๑. ทีฆีติโกสลชาดก๒. มิคโปตกชาดก๓. มูสิกชาดก๔. จูฬธนุคคหชาดก๕. กโปตกชาดก๑. อวาริยชาดก๒. เสตเกตุชาดก๓. ทรีมุขชาดก๔. เนรุชาดก๕. อาสังกชาดก๖. มิคาโลปชาดก๗. สิริกาฬกัณณิชาดก๘. กุกกุฏชาดก๙. ธัมมัทธชชาดก๑๐. นันทิยมิคราชชาดก๑. ขรปุตตชาดก๒. สูจิชาดก๓. ตุณฑิลชาดก๔. สุวัณณกักกฏกชาดก๕. มัยหกสกุณชาดก๖. ปัพพชิตวิเหฐกชาดก๗. อุปสิงฆปุปผชาดก๘. วิฆาสาทชาดก๙. วัฏฏกชาดก๑๐. มณิชาดก๑. กุกกุชาดก๒. มโนชชาดก๓. สุตนชาดก๔. มาตุโปสกคิชฌชาดก๕. ทัพภปุปผชาดก๖. ทสัณณกชาดก๗. เสนกชาดก๘. อัฏฐิเสนชาดก๙. กปิชาดก๑๐. พกพรหมชาดก๑. คันธารชาดก๒. มหากปิชาดก๓. กุมภการชาดก๔. ทัฬหธัมมชาดก๕. โสมทัตตชาดก๖. สุสีมชาดก๗. โกฏสิมพลิชาดก๘. ธูมการิชาดก๙. ชาครชาดก๑๐. กุมมาสปิณฑิชาดก๑๑. ปรันตปชาดก๑. กัจจานิชาดก๒. อัฏฐสัททชาดก๓. สุลสาชาดก๔. สุมังคลชาดก๕. คังคมาลชาดก๖. เจติยราชชาดก๗. อินทริยชาดก๘. อาทิตตชาดก๙. อัฏฐานชาดก๑๐. ทีปิชาดก๑. คิชฌชาดก๒. โกสัมพิยชาดก๓. มหาสุวราชชาดก๔. จูฬสุวกราชชาดก๕. หริตจชาดก๖. ปทกุสลมาณวชาดก๗. โลมสกัสสปชาดก๘. จักกวากชาดก๙. หลิททราคชาดก๑๐. สมุคคชาดก๑๑. ปูติมังสชาดก๑๒. ทัททรชาดก๑. จตุทวารชาดก๒. กัณหชาดก๓. จตุโปสถิยชาดก๔. สังขชาดก๕. จูฬโพธิชาดก๖. มัณฑัพยชาดก๗. นิโครธชาดก๘. ตักกลชาดก๙. มหาธัมมปาลชาดก๑๐. กุกกุฏชาดก๑๑. มัฏฐกุณฑลีชาดก๑๒. พิลารโกสิยชาดก๑๓. จักกวากชาดก๑๔. ภูริปัญญชาดก๑๕. มหามังคลชาดก๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก๑. มาตุโปสกชาดก๒. ชุณหชาดก๓. ธัมมเทวปุตตชาดก๔. อุทยชาดก๕. ปานียชาดก๖. ยุธัญชยชาดก๗. ทสรถชาดก๘. สังวรชาดก๙. สุปปารกชาดก๑. จูฬกุณาลชาดก๒. ภัททสาลชาดก๓. สมุททวาณิชชาดก๔. กามชาดก๕. ชนสันธชาดก๖. มหากัณหชาดก๗. โกสิยชาดก๘. เมณฑกปัญหชาดก๙. มหาปทุมชาดก๑๐. มิตตามิตตชาดก๑. อัมพชาดก๒. ผันทนชาดก๓. ชวนหังสชาดก๔. จูฬนารทกัสสปชาดก๕. ทูตชาดก๖. กาลิงคโพธิชาดก๗. อกิตติชาดก๘. ตักการิยชาดก๙. รุรุมิคราชชาดก๑๐. สรภมิคชาดก๑. สาลิเกทารชาดก๒. จันทกินนรีชาดก๓. มหาอุกกุสชาดก๔. อุททาลกชาดก๕. ภิสชาดก๖. สุรุจิชาดก๗. ปัญจุโปสถิกชาดก๘. มหาโมรชาดก๙. ตัจฉสูกรชาดก๑๐. มหาวาณิชชาดก๑๑. สาธินราชชาดก๑๒. ทสพราหมณชาดก๑๓. ภิกขาปรัมปรชาดก๑. มาตังคชาดก๒. จิตตสัมภูตชาดก๓. สีวิราชชาดก๔. สิรีมันตชาดก๕. โรหณมิคชาดก๖. จูฬหังสชาดก๗. สัตติคุมพชาดก๘. ภัลลาติยชาดก๙. โสมนัสสชาดก๑๐. จัมเปยยชาดก๑๑. มหาปโลภนชาดก๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก๑๓. หัตถิปาลชาดก๑๔. อโยฆรชาดก๑. กิงฉันทชาดก๒. กุมภชาดก๓. ชยัททิสชาดก๔. ฉัททันตชาดก๕. สัมภวชาดก๖. มหากปิชาดก๗. ทกรักขสชาดก๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก๙. สัมพุลาชาดก๑๐. คันธตินทุกชาดก๑. เตสกุณชาดก๒. สรภังคชาดก๓. อลัมพุสาชาดก๔. สังขปาลชาดก๕. จูฬสุตโสมชาดก

Scripture

๑. กิงฉันทชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

Text only · no interpretation32 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑) ๑๖. ติงสตินิบาต ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑) ว่าด้วยดาบสผู้มีความพอใจอะไร (เทพธิดาผู้รักษาแม่น้ำกล่าวกับกิงฉันทดาบสว่า)

Item Commentary

ท่านพราหมณ์ ท่านพอใจ อะไร ประสงค์อะไร ปรารถนาอะไร แสวงหาอะไรอยู่ และเพราะต้องการอะไร จึงมาอยู่แต่ผู้เดียวในฤดูร้อน (ดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)

Item Commentary

หม้อน้ำใบใหญ่มีทรวดทรงงดงามฉันใด มะม่วงสุกที่อุดมไปด้วยสี กลิ่น และรสก็อุปไมยได้ฉันนั้น

Item Commentary

มะม่วงนั้นลอยมาตามกระแสน้ำท่ามกลางสายน้ำใส อาตมาเห็นเข้าจึงยื่นมือไปเก็บมัน นำมาเก็บไว้ในโรงบูชาไฟ

Item Commentary

แต่นั้นอาตมาเองวางมะม่วงไว้บนใบตอง ใช้มีดฝานแล้วฉัน มะม่วงนั้นระงับความหิวกระหายของอาตมาแล้ว

Item Commentary

อาตมานั้นปราศจากความกระวนกระวาย ผลมะม่วงหมดไป ก็ได้แต่ข่มความทุกข์ ยังไม่ประสบผลไม้อย่างอื่นชนิดใดชนิดหนึ่งเลย

Item Commentary

มะม่วงสุกผลใดมีรสอร่อย มีรสเป็นเลิศ น่าพอใจ ลอยมาในห้วงมหรรณพ อาตมาเก็บขึ้นมาจากทะเล มะม่วงสุกผลนั้นทำอาตมาให้ซูบผอม จักนำความตายมาให้อาตมาแน่นอน @เชิงอรรถ : @ พอใจ หมายถึงอัธยาศัย (ขุ.ชา.อ. ๗/๑/๑๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑)

Item Commentary

อาตมาเฝ้าประจำอยู่เพราะเหตุใด เหตุนั้นทั้งหมด อาตมาได้บอกแก่ท่านแล้ว อาตมานั่งเฝ้าอยู่เฉพาะแม่น้ำสายที่น่ารื่นรมย์ แม่น้ำสายนี้กว้างใหญ่ไพศาล ขวักไขว่ไปด้วยปลาโลมาตัวใหญ่ๆ

Item Commentary

แม่นางผู้ไม่แอบแฝงตน แม่นางนั้นแหละจงบอกแก่อาตมาเถิด แม่นางผู้มีเรือนร่างสง่างาม นางเป็นใครกัน และมาที่นี่เพราะเหตุอะไร

Item Commentary

เทพนารีเหล่าใดผู้มีเรือนร่างประดุจแผ่นทองคำที่ขัดสีดีแล้ว หรือประดุจนางพยัคฆ์ที่เกิดอยู่ตามซอกเขา เป็นปริจาริกาของเทพ มีอยู่ในโลก

Item ๑๐Commentary

และสตรีรูปงามเหล่าใดมีอยู่ในมนุษยโลก บรรดาเทพนารี คนธรรพ์ และหญิงมนุษย์ สตรีเหล่านั้นไม่มีรูปร่างเช่นกับแม่นาง แม่นางผู้มีลำขาอ่อนกลมกลึงประดุจแท่งทอง อาตมาถามแล้ว ขอแม่นางจงบอกนาม และเผ่าพันธุ์แก่อาตมาด้วยเถิด (เทพธิดากล่าวว่า)

Item ๑๑Commentary

ท่านพราหมณ์ ท่านนั่งเฝ้าอยู่เฉพาะ แม่น้ำโกสิกีอันน่ารื่นรมย์สายใด ข้าพเจ้าอยู่ที่วิมานมีกระแสน้ำเชี่ยว ซึ่งเป็นห้วงน้ำใหญ่สายนั้น

Item ๑๒Commentary

ลำธารจากภูเขาจำนวนมาก ดื่นดาษไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ ไหลรวมกัน ตรงมาหาข้าพเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๓๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑)

Item ๑๓Commentary

อนึ่ง ธารน้ำจากแนวป่า ก่อตัวเป็นห้วงวารีสีเขียว และธารน้ำอันเป็นที่ปลื้มใจแห่งพวกนาคเป็นจำนวนมาก ไหลมาท่วมข้าพเจ้าด้วยห้วงวารี

Item ๑๔Commentary

สายน้ำเหล่านั้นย่อมพัดพาผลไม้หลายชนิด คือ มะม่วง ผลหว้า ขนุนสำปะลอ กระทุ่ม ผลตาล และมะเดื่อมาเนืองๆ

Item ๑๕Commentary

ผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่ฝั่งแม่น้ำทั้ง ๒ หล่นลงไปในน้ำ ผลไม้นั้นย่อมลอยไปตามอำนาจกระแสน้ำโดยไม่ต้องสงสัย

Item ๑๖Commentary

พระองค์ผู้จอมชนเป็นปราชญ์ มีปัญญามาก ขอพระองค์จงสดับคำของข้าพเจ้า พระองค์ทราบอย่างนี้แล้ว อย่าทรงพอพระทัยความเกาะเกี่ยว ทรงปฏิเสธเสียเถิด

Item ๑๗Commentary

พระราชฤๅษีผู้ผดุงแคว้นให้เจริญ ข้าพเจ้าไม่เข้าใจความเป็นบัณฑิตของพระองค์เลย ซึ่งพระองค์กำลังทรงพระเจริญวัย แต่กลับหวังความตาย

Item ๑๘Commentary

พระบิดา คนธรรพ์ พร้อมทั้งเทวดา ย่อมทราบความที่พระองค์ตกอยู่ในอำนาจแห่งตัณหา อนึ่ง ฤๅษีทั้งหลายเหล่าใดในโลก ผู้สำรวมตน มีตบะ ผู้เริ่มตั้งความเพียร มียศ ฤๅษีแม้เหล่านั้นก็ย่อมทราบโดยไม่ต้องสงสัย (ต่อแต่นั้น ดาบสได้กล่าวว่า)

Item ๑๙Commentary

บาปย่อมไม่เจริญแก่นรชนผู้รู้ เพราะรู้ธรรมทั้งปวง รู้ความแตกสลาย และรู้การจุติแห่งชีวิต ถ้าเขาไม่จงใจจะฆ่าผู้อื่น @เชิงอรรถ : @ หมายถึงเกาะเกี่ยวด้วยอำนาจตัณหา (ขุ.ชา.อ. ๗/๑๖/๑๘๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑)

Item ๒๐Commentary

แม่นางผู้ที่หมู่ฤๅษีรู้จักกันดี เธอเป็นคนที่ผู้ลอยบาปรู้แจ้งชัดว่า เป็นผู้เกื้อกูลแก่ชาวโลก แม่นางผู้มีความงาม เธอย่อมแสวงหาบาปกรรม เพราะเจรจาถ้อยคำที่ไม่ประเสริฐ

Item ๒๑Commentary

แม่นางผู้มีสะโพกงามผึ่งผาย ถ้าอาตมาจักตายที่ริมฝั่งน้ำของเธอ ชื่อเสียงอันเลวทรามจักมาถึงเธอโดยไม่ต้องสงสัย เมื่ออาตมาล่วงลับไปแล้ว

Item ๒๒Commentary

เพราะเหตุนั้นแล แม่นางผู้มีเรือนร่างอันสวยงาม เธอจงระวังบาปกรรม เมื่ออาตมาตายไปแล้ว ขอชนทั้งปวงอย่าได้กล่าวติเตียนเธอในภายหลังเลย (เทพธิดาได้สดับดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าวว่า)

Item ๒๓Commentary

เหตุนั้นข้าพเจ้าได้ทราบแล้ว ขอพระองค์ทรงอดกลั้นสิ่งที่อดกลั้นได้ยากเถิด ข้าพเจ้ายอมถวายตนและผลมะม่วงนั้นแก่พระองค์ ผู้ทรงละกามคุณที่ละได้ยาก ดำรงสันติและธรรม ไว้อย่างมั่นคง

Item ๒๔Commentary

ผู้ใดละสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต้นได้ แต่ยังติดอยู่ในสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องปลาย ประพฤติอธรรมอยู่นั่นเทียว บาปย่อมเจริญแก่ผู้นั้น

Item ๒๕Commentary

เชิญเสด็จมาเถิด ข้าพเจ้าจะช่วยพระองค์ ขอพระองค์ทรงขวนขวายน้อยโดยส่วนเดียวเถิด ข้าพเจ้าจะนำพระองค์ไปที่สวนมะม่วงอันร่มเย็น ขอพระองค์ปราศจากความขวนขวายอยู่เถิด @เชิงอรรถ : @ สันติ หมายถึงศีลกล่าวคือความสงบจากความทุศีล ธรรม หมายถึงสุจริตธรรม (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๓/๑๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑. กิงฉันทชาดก (๕๑๑)

Item ๒๖Commentary

ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงข่มอริราชศัตรู สวนมะม่วงนั้นเซ็งแซ่ไปด้วยหมู่นกที่มัวเมาด้วยรสดอกไม้ ทิพยสกุณปักษี คือ นกกระเรียน นกยูง นกเขา และนกสาลิกาก็มีอยู่ในสวนมะม่วงนี้ และในสวนนี้ยังมีฝูงหงส์ส่งเสียงร้องระงม นกดุเหว่าเร่าร้องกึกก้องปลุกเหล่าสัตว์ให้ตื่นอยู่

Item ๒๗Commentary

ณ สวนมะม่วงนี้ ต้นมะม่วงทั้งหลายมีปลายกิ่งโน้มลง ด้วยพวงผลดกดื่นเช่นรวงข้าวสาลี มีทั้งต้นคำ ต้นสน ต้นกระทุ่ม และผลตาลสุกห้อยย้อยอยู่เรียงราย (ดาบสเห็นเปรตเสวยทิพยสมบัติในเวลาดวงอาทิตย์ตก จึงได้กล่าวว่า)

Item ๒๘Commentary

เธอผู้ประดับมาลา โพกภูษา ประดับอาภรณ์ สวมใส่กำไลมือกำไลแขน มีร่างกายฟุ้งไปด้วยจุรณแก่นจันทน์ ถูกบำเรอตลอดคืน ส่วนกลางวันเสวยเวทนา

Item ๒๙Commentary

เธอมีหญิง ๑๖,๐๐๐ นางเป็นนางบำเรอ มีอานุภาพมากอย่างนี้ ยังไม่เคยมี น่าขนพองสยองเกล้า

Item ๓๐Commentary

ในภพก่อนเธอได้ทำบาปกรรมอะไรที่นำทุกข์มาให้ตน เธอทำกรรมอะไรไว้ในมนุษย์ทั้งหลาย จึงต้องมากัดกินเนื้อหลังของตน (เปรตจำดาบสนั้นได้ จึงกล่าวว่า)

Item ๓๑Commentary

ข้าพระองค์ได้เล่าเรียนพระเวท หมกมุ่นอยู่ในกามทั้งหลาย ได้ประพฤติสิ่งไม่เป็นประโยชน์แก่ชนเหล่าอื่นตลอดกาลนาน

Item ๓๒Commentary

ผู้หากินบนหลังคนอื่นต้องควักเนื้อหลังของตนกิน เหมือนข้าพระองค์วันนี้ต้องกัดกินเนื้อหลังของตนเอง กิงฉันทชาดกที่ ๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๒}

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้