Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๗
๑๐. คันธตินทุกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐) ว่าด้วยเทวดาชื่อคันธตินทุกะ (พระโพธิสัตว์ครั้งเกิดเป็นรุกขเทวดาชื่อคันธตินทุกะ แสดงธรรมถวายพระราชาว่า)
๓๓๒ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย คนผู้ไม่ประมาทชื่อว่าย่อมไม่ตาย คนประมาทเหมือนคนตายแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๘} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐)
๓๓๓ความประมาทเกิดจากความมัวเมา ความเสื่อมเกิดจากความประมาท และเพราะความเสื่อมจึงเกิดการประทุษร้าย ท่านพระรตูสภะ ขอพระองค์อย่าได้ประมาทเลย
๓๓๔แท้จริง กษัตริย์ทั้งหลายผู้ประมาทจำนวนมาก ย่อมเสื่อมทั้งประโยชน์ทั้งแคว้น แม้นายบ้านและลูกบ้านก็เสื่อม แม้บรรพชิตและคฤหัสถ์ก็เสื่อม
๓๓๕ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญ โภคะทั้งปวงในแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้วย่อมพินาศ ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา
๓๓๖ขอเดชะพระมหาราช นั่นหาใช่ธรรมไม่ พระองค์ทรงประมาทเกินขอบเขต พวกโจรจึงปล้นทำลายชนบทที่มั่งคั่งสมบูรณ์
๓๓๗พระราชบุตรผู้จะสืบสันตติวงศ์จักไม่มี ทรัพย์สินเงินทองจักไม่มี พระนครก็จักไม่มี เมื่อแคว้นถูกปล้นสะดม พระองค์ก็จะเสื่อมจากโภคะทั้งปวง
๓๓๘พระญาติ มิตร และพระสหายย่อมไม่นับถือพระองค์ผู้เป็น กษัตริย์ซึ่งเสื่อมจากโภคะทั้งปวงในทางพระปรีชาสามารถ
๓๓๙พลช้าง พลม้า พลรถ และพลเดินเท้าซึ่งอาศัยพระองค์เลี้ยงชีพ ย่อมไม่นับถือพระองค์ว่า เป็นพระราชาผู้ควรนับถือ
๓๔๐สิริย่อมละคนโง่ผู้ไม่จัดแจงการงาน มีความคิดเลวทราม มีปัญญาทรามไปเหมือนงูลอกคราบเก่าทิ้ง
๓๔๑กษัตริย์ผู้ทรงจัดแจงการงานดี ทรงขยันตลอดกาล ไม่เกียจคร้าน โภคะทั้งปวงย่อมเจริญโดยยิ่ง เหมือนฝูงโคที่มีโคอุสภะเป็นจ่าฝูง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๘๙} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐)
๓๔๒ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์ทรงเสด็จไป สดับตรับฟังเหตุการณ์ทั้งในแคว้นและชนบท ครั้นได้ทอดพระเนตรและสดับแล้ว พึงปฏิบัติไปตามนั้น (ชายแก่ชาวบ้านถูกหนามตำเท้าที่ประตูเรือน จึงนั่งกระโหย่งบ่งหนาม พลางด่าพระราชาว่า)
๓๔๓ขอให้พระเจ้าปัญจาละจงถูกลูกศรเสียบแทงในสงคราม เสวยทุกขเวทนาเหมือนตัวข้าถูกหนามตำเสวยทุกขเวทนาในวันนี้ (พอราชปุโรหิตได้ยินคำด่าของชายแก่ จึงถามว่า)
๓๔๔ลุงแก่แล้ว หูตามืดมัว มองเห็นไม่ชัด หนามจึงตำ ในข้อนี้ พระเจ้าพรหมทัตมีความผิดอะไรด้วยเล่า (ชายแก่ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
๓๔๕ท่านพราหมณ์ ในข้อที่ข้าพเจ้าถูกหนามตำ พระเจ้าพรหมทัตมีความผิดอย่างมาก เพราะพระองค์มิได้พิทักษ์คุ้มครอง ชาวชนบทจึงถูกกดขี่ด้วยพลีกรรมอันไม่เป็นธรรม
๓๔๖กลางคืนพวกโจรก็ปล้นสะดม กลางวันพวกเจ้าหน้าที่ก็กดขี่ ในแคว้นของพระราชาโกง คนผู้ประกอบการงานอันไม่ชอบธรรมจึงมีอยู่มาก
๓๔๗เมื่อภัยเช่นนี้เกิดขึ้น พราหมณ์ พวกมาณพที่กลัวภัยจึงนำหนามในป่ามาแล้วสร้างที่หลบเร้น (หญิงชราผู้เก็บผักหักฟืนจากป่ามาเลี้ยงลูกสาวขึ้นพุ่มไม้ กำลังเก็บผักอยู่ พลัดตกลงมา เมื่อจะด่าพระราชาโดยแช่งให้ตาย จึงกล่าวว่า)
๓๔๘ในแคว้นของพระเจ้าพรหมทัต หญิงสาวหาผัวไม่ได้ แก่ลงไป เมื่อไรหนอ พระเจ้าพรหมทัตจักสวรรคตเสียที {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๐} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐) (เมื่อราชปุโรหิตจะคัดค้านนาง จึงกล่าวว่า)
๓๔๙แม่หญิงชั่วช้า ไม่เข้าใจเหตุผล เธอนะพูดไม่ดีเลย พระราชาเคยหาผัวให้พวกหญิงสาวที่ไหนกัน (หญิงชราได้ยินดังนั้น จึงกล่าวว่า)
๓๕๐ท่านพราหมณ์ ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าพูดไม่ดี ข้าพเจ้าเข้าใจเหตุผล เพราะพระเจ้าพรหมทัตมิได้พิทักษ์คุ้มครอง ชาวชนบทจึงถูกกดขี่ด้วยพลีกรรมอันไม่เป็นธรรม
๓๕๑กลางคืนพวกโจรก็ปล้นสะดม กลางวันพวกเจ้าหน้าที่ก็กดขี่ ในแคว้นของพระราชาโกง คนผู้ประกอบการงานอันไม่ชอบธรรมจึงมีอยู่มาก เมื่อความเป็นอยู่ลำบาก ภรรยาก็เลี้ยงได้ยาก ที่ไหนหญิงสาวจะมีสามีได้เล่า (เมื่อชาวนากำลังไถนา โคชื่อสาลิยะถูกผาลบาดล้มลง เขาเมื่อจะด่า พระราชาจึงกล่าวว่า)
๓๕๒ขอให้พระเจ้าปัญจาละถูกหอกแทงล้มนอนกลิ้งในสงคราม เหมือนโคพลิพัทท์สาลิยะผู้น่าสงสารถูกผาลบาดล้มนอนกลิ้งอยู่ (เมื่อราชปุโรหิตจะคัดค้านชาวนานั้น จึงกล่าวว่า)
๓๕๓เจ้าคนชาติชั่ว เจ้านะโกรธพระเจ้าพรหมทัตอย่างไม่ถูกต้อง เจ้าทำร้ายโคของตนเอง กลับมาสาปแช่งพระราชา (ชาวนาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า)
๓๕๔ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าโกรธพระเจ้าพรหมทัตโดยธรรม เพราะพระเจ้าพรหมทัตมิได้พิทักษ์คุ้มครอง ชาวชนบทจึงถูกกดขี่ด้วยพลีกรรมอันไม่เป็นธรรม
๓๕๕กลางคืนพวกโจรก็ปล้นสะดม กลางวันพวกเจ้าหน้าที่ก็กดขี่ ในแคว้นของพระราชาโกง คนผู้ประกอบการงานอันไม่ชอบธรรมจึงมีอยู่มาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๑} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐)
๓๕๖แม่ครัวคงหุงใหม่แน่นอน จึงนำอาหารมาสาย ข้าพเจ้ามัวแลดูคนนำอาหารมา โคสาลิยะจึงถูกผาลบาด (คนรีดนมโคถูกแม่โคดีดล้มกลิ้งไปพร้อมกับนมสด เมื่อจะด่าพระราชา จึงกล่าวว่า)
๓๕๗ขอพระเจ้าปัญจาละจงถูกฟันด้วยดาบเดือดร้อนอยู่ในสงคราม เหมือนเราถูกแม่โคนมดีดจนน้ำนมของเรากลิ้งหกในวันนี้ (ราชปุโรหิตกล่าวว่า)
๓๕๘สัตว์เลี้ยงหลั่งน้ำนมทิ้งเอง เบียดเบียนคนเลี้ยงสัตว์เอง ในข้อนี้ พระเจ้าพรหมทัตมีความผิดอะไรด้วยเล่า ท่านผู้เจริญไม่น่าจะติเตียนพระองค์ท่านเลย (เมื่อราชปุโรหิตกล่าวจบลง คนรีดนมได้กล่าวว่า)
๓๕๙ท่านพราหมณ์ พระเจ้าปัญจาละควรจะถูกติเตียน เพราะพระเจ้าพรหมทัตไม่พิทักษ์คุ้มครอง ชาวชนบทจึงถูกกดขี่ด้วยพลีกรรมอันไม่เป็นธรรม
๓๖๐กลางคืนพวกโจรก็ปล้นสะดม กลางวันพวกเจ้าหน้าที่ก็กดขี่ ในแคว้นของพระราชาโกง คนผู้ประกอบการงานอันไม่ชอบธรรมจึงมีอยู่มาก
๓๖๑แม่โคตัวดุร้าย ปราดเปรียว เมื่อก่อนพวกเรามิได้รีดนมมัน บัดนี้ พวกเราถูกเจ้าหน้าที่ต้องการน้ำนมรบกวน จึงต้องรีดนมมันในวันนี้ (พวกเด็กชาวบ้านเห็นแม่โคนมที่ลูกถูกฆ่าไม่ยอมกินหญ้ากินน้ำ เพียรร่ำร้อง หาลูกอยู่ เมื่อจะพากันด่าพระราชา จึงกล่าวว่า)
๓๖๒ขอพระเจ้าปัญจาละจงพลัดพรากจากพระราชบุตร คร่ำครวญหม่นหมองเหมือนแม่โคผู้น่าสงสารตัวนี้ พลัดพรากจากลูกวิ่งพล่านคร่ำครวญอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐) (ลำดับนั้น ปุโรหิตกล่าวว่า)
๓๖๓สัตว์เลี้ยงของคนเลี้ยงสัตว์พึงวิ่งไปมาหรือร้องคร่ำครวญ ในข้อนี้ พระเจ้าพรหมทัตมีความผิดอะไรด้วยเล่า (ลำดับนั้น พวกเด็กชาวบ้านกล่าวว่า)
๓๖๔ท่านพราหมณ์ พระเจ้าพรหมทัตมีความผิด เพราะพระเจ้าพรหมทัตมิได้พิทักษ์คุ้มครอง ชาวชนบทจึงถูกกดขี่ด้วยพลีกรรมอันไม่เป็นธรรม
๓๖๕กลางคืนพวกโจรก็ปล้นสะดม กลางวันพวกเจ้าหน้าที่ก็กดขี่ ในแคว้นของพระราชาโกง คนผู้ประกอบการงานอันไม่ชอบธรรมจึงมีอยู่มาก ลูกโคที่ยังดื่มนมจึงถูกฆ่าเพราะต้องการหนังทำฝักดาบ (พระโพธิสัตว์บันดาลให้กบแช่งด่าพระราชาว่า)
๓๖๖ขอพระเจ้าปัญจาละพร้อมทั้งพระโอรสจงถูกฆ่ากิน ในสนามรบเหมือนเราซึ่งเกิดในป่าถูกกาบ้านฆ่ากินในวันนี้ (ราชปุโรหิตได้ฟังดังนั้น จึงสนทนากับกบว่า)
๓๖๗เจ้ากบ พระราชาทั้งหลายในมนุษยโลก จะจัดการพิทักษ์รักษาเหล่าสัตว์ทั้งปวงหาได้ไม่ พระราชาจะจัดว่าเป็นอธรรมจารีบุคคล เพราะเหตุเพียงกากินสัตว์เช่นท่านหามิได้ (กบได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)
๓๖๘ท่านเป็นพรหมจารีบุคคลผู้ไม่มีธรรม จึงกล่าวยกย่องกษัตริย์ เมื่อประชากรจำนวนมากถูกปล้นอยู่ ท่านก็ยังบูชาพระราชาผู้เลอะเลือนอยู่ได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๓} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต] ๑๐. คันธตินทุกชาดก (๕๒๐) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้
๓๖๙ท่านพราหมณ์ ถ้าแคว้นนี้พึงมีพระราชาที่ดีไซร้ ก็จะมั่งคั่ง เบ่งบาน ผ่องใส ฝูงกาก็จะได้กินก้อนข้าวที่ดีซึ่งเป็นพลีกรรม ไม่พึงกินสัตว์เช่นเราเลย คันธตินทุกชาดกที่ ๑๐ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. กิงฉันทชาดก ๒. กุมภชาดก ๓. ชยัททิสชาดก ๔. ฉัททันตชาดก ๕. สัมภวชาดก ๖. มหากปิชาดก ๗. ทกรักขสชาดก ๘. ปัณฑรกนาคราชชาดก ๙. สัมพุลาชาดก ๑๐. คันธตินทุกชาดก ติงสตินิบาต จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๔}